ฉลามคลั่งรัก 31 : ความตายมาเยือน
#ฉลามคลั่งรัก
ทะเลสงบจนน่าหวั่น
นัยน์ตาสีสวยมองหยาดใสผ่านหน้าต่างที่ถูกปิดอยู่หลายวันแล้วที่ไม่มีข่าวคราวจากคนที่เคยพูดกัน รวมถึงเจ้าสองฉลามที่หายตัวไปไม่มีแม้แต่การจับเรดาร์ได้ทั้งที่ปกติมันน่าจะว่ายวนอยู่ที่ห้องเจ้าของศูนย์วิจัยราวกับว่าพอมันรู้ว่าเจ้านายมันจากไปมันก็หายไปตามนายมัน
ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่‘เซ็บ’ รับไม่ได้มากที่สุด
“ทำไมมันยังไม่โผล่มา เอาเหยื่อล่อไว้แล้วไม่ใช่เหรอ ?”
“บางทีมันอาจจะไปล่มเรืออยู่ที่อื่นก็ได้ปกติมันก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ตลอดอยู่แล้วเวลาโซลไม่อยู่”เอริคตอบกลับเลื่อนสายตามาสบกับคนที่ยึดโซฟาตัวประจำของคนรักเก่าไป “ยิ่งตอนนี้ที่โซลตาย ดีแค่ไหนที่มันไม่ตามมาถล่มที่นี่จนยับ”
“ไม่อยากเชื่อเลยว่ามันจะทำแบบนั้น”
“…”
“มันก็รู้ว่าฉันต้องการตัวเขาแค่ไหน พอได้เงินไปแล้วก็ทำได้ทุกอย่าง” เซ็บกดเสียงต่ำหลุบตาไปมองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลเขารู้ข่าวแล้วว่าโซลโดนยิงเข้าปากดาย แค่นั้นก็ตอบโจทย์แล้วว่าทำไมถึงไม่เจอตัวที่นี่แย่กว่านั้นคือการที่เซ็บรู้ช้าเกินไป ถ้ารู้ว่าพนักงานคนนั้นเป็นโซลป่านนี้เขาคงจัดการตั้งแต่อยู่บนเรือ
ร้ายกว่านั้นคือการที่โอเว่นใส่ความว่าเห็นริชาร์ดเป็นคนยิงโซลนั่นยิ่งทำให้เซ็บเคียดแค้นเข้าไปใหญ่ ถึงอย่างนั้นก็ทำอะไรไม่ได้
คนตายไปแล้วจะปลุกมาฆ่ามันคงไม่มีวันเป็นจริง
“สมควรแล้วที่ต้องตายแต่ชีวิตมันยังเทียบไม่ได้กับชีวิตโซล”
“มันจะดีกว่าไหมถ้าคุณหยุดคิดเรื่องเขา แล้วสนใจแค่สินค้าที่คุณอยากได้” โอเว่นตอบกลับ ท่าทางนิ่งมากจนดูไม่เหมือนคุณหมออ่อนโยนเลยสักนิด “ต่อให้คุณคิดมากแค่ไหนเขาก็กลับมาไม่ได้ตอนนี้เราควรจะโฟกัสว่าจะจับดายกับดีแลนยังไง”
“ก็ถ้ามันโผล่มาเมื่อไหร่ คุณก็ส่งคนไปยิงยาสลบมันสิ”
“…”
“คนของผมมีเยอะพอที่จะแลกชีวิต มันต้องมีสักคนที่ยิงสำเร็จ” รอยยิ้มของเซ็บดูไม่น่าไว้ใจเลยสักนิดเขาพร้อมที่จะเสียสละทุกอย่างเพื่อเอาเมกาโลดอนกลับไปด้วยกันในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ถูกสร้างไว้เสร็จสรรพ ลองคิดตอนเปิดให้คนเข้ามาดูพวกมันสิเงินมหาศาลจะถูกโยนลงกระเป๋าของเขาทันที นอกจากนี้ถ้าเราขยายพันธุ์มันได้โลกนี้ก็จะมีฉลามล้านปีเพิ่มขึ้นอีก
เวลานี้ก็ได้ข้อมูลแท้จริงที่โซลวิจัยไว้มาแล้วด้วยถึงจะได้ไม่ครบทุกส่วนเพราะล็อกรหัสไว้ แต่อีกไม่นานจอร์แดนกับแนชลีย์คงถอดรหัสได้
เรื่องนี้คือส่วนที่เอริคต้องจัดการ
“แล้วเรื่องถอดรหัสไปถึงไหนแล้วคนพวกนั้นยอมทำตามหรือยัง”
“ยอมแล้วครับ แต่เอริคเป็นคนขอว่าจะคุมพวกเขาให้”
“ให้เวลาพวกเขาหน่อย การตายของโซลมีอิทธิพลกับคนที่อยู่ด้วยกัน” เอริคสวนกลับ แอบเหล่มองโอเว่นที่หน้าตึงใส่ “อีกอย่างพวกเขาปฏิญาณแล้วว่าจะไม่เอาข้อมูลไปเผยแพร่ที่ไหนการที่จะให้เขาผิดสัญญากับเจ้านาย มันคงไม่ใช่เรื่องง่าย...เหมือนที่พวกเราทำ”
“งั้นก็ช่วยเร่งให้หน่อยแล้วกัน ถ้าได้ข้อมูลส่วนนั้นเราคงจับเจ้าฉลามได้ง่ายขึ้น” ไม่มีการตอบกลับมีเพียงแค่การพยักหน้าแล้วขอตัวออกมา เอริคไม่สนใจว่าเซ็บต้องการดายกับดีแลนแค่ไหนถึงเขาจะเกลียดพวกมันที่ได้ความรักของโซลไป
แต่มันคงไม่หนักเท่าที่เขาเกลียดริชาร์ดที่ฆ่าโซลหรอก
“หัวหน้า”
“ได้รหัสหรือยัง”เอ่ยปากถามจอร์แดนตอนเดินเข้ามาในห้องควบคุมมีคนของเซ็บหลายคนอยู่ที่นี่เพื่อรอข้อมูลจากจอร์แดนที่แม้จะส่งไปให้พวกนั้นเป็นบางส่วนแล้วก็ยังไม่พอใจ ดวงตาของลูกน้องได้แต่หลุบมองหัวหน้าที่เดินมาจับบ่าไว้
จอร์แดนกับแนชลีย์ถูกขังไม่ให้ออกไปไหนจนกว่าจะถอดรหัสของโซลได้
ซึ่งระดับพวกเขาไม่มีทางที่จะถอดไม่ได้ทว่าเพราะซื่อสัตย์และมันต้องมีทางออกที่ดีกว่ายอมแพ้เลยทำเป็นว่าระบบที่เซ็ตไว้มันพังต้องแก้ไวรัสทั้งหมดถึงจะดึงข้อมูลได้
“ผมไม่แน่ใจ คอมพิวเตอร์มันโดนไวรัสกิน”
“เราพยายามกันอย่างเต็มที่แล้วนะคะหัวหน้า”แนชลีย์เสริมทัพ หวังเพียงความเห็นใจจากอีกฝ่าย “อีกอย่างถ้าเราปลดล็อกได้คุณโซลจะรู้สึกยังไงที่เราขายข้อมูลให้กับ...ใครก็ไม่รู้”
“เราไม่ได้มีทางเลือกขนาดนั้นหรอกแนชลีย์”
“…”
“และโซลก็ตายไปแล้ว”น้ำเสียงเย็นเยียบพาให้ขนลุกเกรียวไปหมดเอริคดูเย็นชาขึ้นทันทีที่รู้ว่าโซลจากไปแล้วดวงตาที่เคยเรียบนิ่งแฝงความรู้สึกดีเอาไว้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาจากลึกสุดของหัวใจถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ใจร้ายพอที่จะหยิบปืนมาชี้หน้าคนของตัวเองเช่นที่โอเว่นทำ “รีบปลดล็อกรหัสเราจะได้เป็นอิสระ ถ้าพวกคุณทำได้จะมีคนพาพวกคุณกลับขึ้นฝั่ง”
“เราจะทำแบบนี้จริง ๆ เหรอครับหัวหน้า”
“จอร์แดน”
“ผมไม่อยากทำเลย”เจ้าตัวทำหน้าเศร้าไม่วายโดนคนของเซ็บยกปืนขู่ดีที่เอริคยกมือห้ามไว้ยังไงซะที่นี่เขาก็เป็นหัวหน้า อำนาจการตัดสินใจถึงจะไม่เท่ากับโอเว่นที่ถูกแต่งตั้งเป็นมือขวาแต่เขาก็เป็นคนเดียวที่จะโน้มน้าวจอร์แดนกับแนชลีย์ได้
สองมือวางลงบนบ่าบีบนวดเบา ๆ ให้ทั้งสองคนวางใจ ทางรอดเดียวที่มีคือตามน้ำไปไม่งั้นการตายของโซลจะเป็นชนวนให้ทุกคนที่นี่ไม่รอดเหมือนกัน
ทว่าในตอนที่กำลังจะตอบกลับ...
ปึง !
“เฮ้ย !” ทุกคนในห้องอุทานลั่นเมื่อจู่ ๆศูนย์วิจัยก็สั่น สั่นชนิดที่ว่าเหมือนจะโค่นลงทะเลไปยังไงยังงั้น ดีที่มันแข็งแรงพอเล่นเอาคนของเซ็บต้องรีบวิ่งไปเกาะดูที่หน้าต่าง ตอนแรกก็นึกว่ามีคนขับเรือมาชนหรือเปล่าแต่แล้วศูนย์วิจัยก็สะเทือนอีกครั้ง คราวนี้หนักกว่ารอบแรกจนทำให้ระบบไฟฟ้าดับ ๆติด ๆ
หน้าจอที่เคยปรากฏเป็นตัวอักษรต่างๆ ดับวูบ พลันด้านนอกก็ได้ยินเสียงคนโหวกเหวกเสียงดัง
คนของเซ็บเลยทยอยออกไปดูว่าเกิดอะไรกลายเป็นความชุลมุนขึ้นส่งผลให้เอริคหันไปมองจอร์แดนกับแนชลีย์ที่กุมมือกันอยู่ทั้งสองดูหวาดกลัวเพราะคาดเดาอะไรไม่ได้
“ขะ...ข้างนอกนั่นเกิดอะไร ?”
“...”
“หรือว่า...หรือว่าพวกมันจะกลับมา ?” จอร์แดนถามเม้มปากแน่นคิดถึงภาพมัจจุราช“มันต้องรู้แล้วแน่ว่าคุณโซลตายเลยกลับมาทำลายที่นี่”
“อย่าเพ้อเจ้อน่าไอ้เนิร์ดนี่ ก็แค่เรือ...!”ยังไม่ทันที่คนของเซ็บจะพูดจบ ศูนย์วิจัยก็เกิดระเบิดดังลั่นตามด้วยระบบไฟฟ้าที่พังแม้แต่ไฟสำรองก็ยังเปิดไม่ได้ จอร์แดนมองหน้าแนชลีย์หลุกหลิกอยู่นานว่าจะทำไง ที่แน่ ๆ อยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้เอริคเลยตัดสินใจตอนแรงกระแทกรอบที่ห้าเกิดขึ้น
“ออกไปจากที่นี่เร็ว !”เขาสั่งดันทั้งสองคนให้รีบหนีขณะที่คนของเซ็บถูกล็อกเกอร์คว่ำมาทับอย่างน่าสมเพชเสียดายที่ไม่มีใครช่วยเหลือ แรงปะทะเมื่อกี้ทำคอมในศูนย์วิจัยล้มไปหลายตัวโดยเฉพาะเมนหลักที่หล่นลงมาทั้งสายไฟ
จอร์แดนกับแนชลีย์วิ่งนำไปก่อนเลยไม่ได้เผชิญหน้ากับโอเว่นที่พาเซ็บออกมาจากห้องพัก
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน ทำไมศูนย์วิจัยสั่นขนาดนี้ ?” โอเว่นถามกวาดตามองไปนอกศูนย์ที่ตอนนี้คนของเซ็บเต็มไปหมดปืนหลายกระบอกถูกใช้ยิงลงน้ำ เสียงกระสุนดังสนั่นชวนให้หัวใจเต้นแรงไปหมดนาทีนั้นพวกเขาทั้งสามคนเลยรีบออกไปดูว่าเกิดอะไร
แต่มันดันเป็นจังหวะเดียวกับที่พื้นน้ำหยุดการสั่นไหว
คนของเซ็บหยุดปืนที่ยิงไว้พยายามกวาดตามองหาว่าในน้ำมีตัวอะไร
“เมื่อกี้เกิดอะไร ?”
“มีคนเห็นฉลามครับ” ผู้ชายคนหนึ่งตอบกลับนั่นทำให้เซ็บเบิกตากว้าง“พวกเราพยายามยิงไล่มัน แต่ไม่รู้มันหายไปไหน”
“บัดซบ ! จะไปยิงไล่มันทำไม เราต้องล่อมันมาหา !”
“แต่มันชนศูนย์วิจัยหนิครับ แล้วมันก็...อ๊าก !!!!”
“!!!!”ทั้งสามเบิกตากว้างก่อนจะรีบถอยหลังเมื่อคนที่คุยอยู่ถูกเมกาโลดอนตัวใหญ่กระโดดมางับขาดครึ่งร่างแถมยังลากคนแถวนั้นลงน้ำไปอีก มอบความหรรษาด้วยคมเขี้ยวที่มีฉีกกระชากร่างกายจนหยาดเลือดไหลรินย้อมทะเลใส ใครยิงกระสุนใส่พวกมันก็ผลัดกันฆ่าไม่ยอมหยุด
คนไหนวิ่งมันก็กระโจนไปกัด ไม่เว้นกระทั่งคนที่หลบอยู่
นาทีนั้นพวกเขาสามคนรู้ดีว่าพวกมันไม่ได้หนีไปไหน
และมันก็กลับมาพร้อมความตายที่จะมอบให้ทุกคน
“มันกลับมาเอาคืนเราแล้ว”
เสียงกรีดร้องเป็นสิ่งแรกที่ผมได้ยินทันทีที่มาถึงดีแลนหลอกล่อให้คนพวกนั้นสนใจขณะที่ดายมาปล่อยเราไว้ตรงห้องพักเก่าของริชาร์ดเขาปล่อยเราในทะเลให้ว่ายขึ้นมาเองเพื่อที่จะได้ไม่ผิดสังเกตผมหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดไม่ต่างจากโนเอลที่เพิ่งพบกับประสบการณ์ใช้ชีวิตในปากของฉลาม
ผมก็เพิ่งเข้าใจว่าการอยู่ในที่มืดที่มีน้ำล้อมรอบทั้งหมดมันเป็นยังไงนี่ยังไม่นับรวมว่าเราต้องทรงตัวมากแค่ไหนไม่ให้ลงท้องดายไปน่ะ
แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่ารอดมาได้ไงตั้งสองครั้งหรือเพราะตอนนั้นมันไม่ต้องรับรู้อะไรด้วยล่ะมั้งซึ่งมันดีกว่าที่ต้องมารู้ว่าอยู่ในปากเยอะเลย
“ผมนึกว่าผมจะตายแล้ว”
“คุณตายไปแล้วต่างหาก” ผมตอบโนเอล ว่ายมาเกาะทางเดินตรงมุมอับเสียงน้ำแตกกระจายพร้อมกับเสียงคนตกน้ำแสดงให้เห็นว่าดีแลนทำหน้าที่ตัวเองได้ดีแค่ไหน “คนส่วนใหญ่คงออกมาด้านนอกหมดแล้วผมต้องหาคนของผมให้เจอ แล้วช่วยพวกเขาออกไป”
“ผมกับดีแลนจะล่อไว้ให้”
“อย่าพลาดให้เขายิงยาสลบนะ” ผมพูดกับดายที่คืนร่างเจ้าตัวเข้ามากอดผมไว้ราวกับต้องการกำลังใจ “ไม่ว่ายังไงก็ต้องกลับมาหาผมให้ได้ผมก็จะดูแลตัวเองเหมือนกัน”
“ผมรู้ว่าคุณเก่งทูนหัว แต่ระวังตัวไว้หน่อย”
“…”
“ถ้าคุณตกอยู่ในอันตรายเมื่อไหร่ให้โดดลงน้ำ ผมจะมาช่วยคุณทันทีเข้าใจไหม ?” ดายกดจูบลงบนหัวผม มอบอ้อมกอดอบอุ่นที่เต็มไปด้วยความกังวลให้ ผมพยักหน้าลูบแก้มเขาเป็นเชิงให้วางใจเขาเลยหันไปมองโนเอลที่ทำหน้าเหมือนว่าพวกเราจะกอดกันอีกนานไหม “ดูแลโซลด้วย ถ้าเขาเป็นอะไรไป คุณก็ต้องรับผิดชอบเหมือนกัน”
“ความซวยมันก็ตกมาอยู่ที่ผมทุกทีล่ะน่า” เจ้าตัวพึมพำเสียดายที่ร่างสูงไม่สนใจมากนักเขาฝากจุมพิตไว้ที่หน้าผากผมก่อนจะกลายร่างเป็นฉลามไปช่วยน้องชายที่ล่อคนไว้ผมส่งสัญญาณให้โนเอลตามผมไว้ เขายันตัวขึ้นตรงทางเดินพลางกวาดตามองว่าข้างบนชุลมุนแค่ไหน
กลิ่นคาวเลือดคลุ้งกระจายเศษแขนขากระเด็นไปทั่วผืนน้ำ
ผมเหล่ตามองไปที่ตู้จ่ายไฟร่องรอยคมเขี้ยวขนาดใหญ่บ่งบอกว่าดีแลนจัดการมันได้ดีแค่ไหนแปลว่าตอนนี้ทั้งศูนย์วิจัยก็ใช้ไฟไม่ได้หนำซ้ำตอนนี้ทุกคนก็ไปวุ่นวายกับฉลามที่ปรากฏตัวกะทันหัน
“คนของคุณอยู่ที่ไหน เขาตายไปหรือยัง ?”
“ผมคิดว่าน่าจะยัง ล่าสุดที่คุยกันเขากำลังทำความสะอาดบ่อวาฬอยู่”
“หา ?” ผมย่นคิ้วใส่ครางในลำคออย่างแปลกใจเมื่อได้ยินแบบนั้นทว่าโนเอลกลับไม่อธิบาย ประจวบเหมาะที่เราต้องรีบเข้าไปในศูนย์วิจัยเราใช้อีกทางที่หลีกเลี่ยงผู้คนมากมาย มันมีทางลัดไปข้างใต้เราต้องใช้ทางเดินใต้น้ำระดับเดียวกับห้องผมเพื่อที่จะตามหาทุกคนที่ยังซื่อสัตย์กับผมอยู่
อีกส่วนคือผมอยากรู้ว่าเซ็บได้ข้อมูลอะไรไปบ้างแต่สิ่งที่ผมเห็นตอนขึ้นมาที่ห้องควบคุมคือทุกอย่างพังไปหมด
หนำซ้ำยังมีคนตายเพราะโดนตู้ทับอีก
“คอมเมนหลักถูกพังไปแล้ว ไฟล์คงไม่รั่วไหล” ผมไล่สายตาดูเศษซากคอมราคาแพงที่หล่นกระจายผมไม่สนหรอกว่าต้องเสียเงินไปเท่าไหร่ ผมแค่กลัวว่าเขาจะได้ข้อมูลอะไรไปไหม เลยจำเป็นต้องเดินไปดูโน้ตบุ๊คที่ผมค่อนข้างแน่ใจว่าเป็นของคนที่ตายแล้ว
มันยังไม่พังแค่หน้าจอแตกร้าวนิดหน่อยผมรีบหาดูว่ามีข้อมูลอะไรบ้างก่อนจะลบมันแล้วจัดการ...
ผัวะ !
“เฮ้ย ! คุณจะฆ่าผมหรือไง !”
“คุณอยู่ผิดที่เองนะ”โนเอลอ้าปากค้างตกใจที่ผมโยนโน้ตบุ๊คนั้นทิ้งอย่างไม่ไยดี “ผมลบข้อมูลที่มีหมดแล้วคอมทุกเครื่องพังแบบนี้ก็คงไม่มีใครเอาข้อมูลพวกเขาไปได้”
“แล้วคุณจะทำยังไง คุณจะไปหาพ่อผมหรือว่ามาแค่นี้ ?”
“เป้าหมายเราคือจัดการพ่อคุณหนิ”
“อะ !”
“แต่เราต้องแยกกัน”ผมตวัดสายตาไปมองบอร์ดที่แปะภาพพนักงานเอาไว้ แกะออกมาสามคนคือคนที่ผมเลือกแล้วว่าจะพาออกไปด้วยกัน“คุณตามหาสามคนนี้แล้วพาพวกเขาออกไปจากที่นี่ให้ได้มีเรืออยู่หลังศูนย์วิจัย ถ้าโชคดีมันจะยังไม่ถูกพัง”
“แล้วคุณจะไปไหน ?”
“ผมจะไปตามหาพ่อคุณ” ดวงตาผมแน่วแน่มากหัวใจยิ่งเต้นกระหน่ำยามได้ยินเสียงกรีดร้องจากคนด้านนอก ผมไม่มีเวลามากยิ่งช้าโอเว่นอาจจะพาเซ็บหนีก็ได้ เพราะงั้นผมเลยยัดรูปของจอร์แดน แนชลีย์และเบอร์นาร์ดใส่มือเขาไป “หาพวกเขาให้เจอแล้วคุณก็ไปจากที่นี่ซะคุณคงไม่อยากเห็นภาพพ่อของตัวเองต้องตายหรอกใช่ไหม”
“แต่การมาได้ยินคนที่จะฆ่าพ่อผมมาพูดแบบนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมหวังเหมือนกัน”
“คุณเลือกข้างแล้วนะโนเอล คุณไม่มีสิทธิ์คืนคำ”ผมตบบ่าเขาก่อนจะวิ่งออกจากห้องควบคุมไป ไม่รอให้โนเอลได้พูดอะไรด้วยซ้ำยิ่งเราทำอะไรช้า ก็ยิ่งเปิดโอกาสให้คนร้ายหนีต่อไปได้ทว่าโนเอลกลับตะโกนรั้งผมไว้
ปึก !
“คุณน่าจะต้องใช้มัน” ผมสะดุ้งหยุดยืนมองปืนที่ถูกเตะส่งมาให้ “อย่าให้ใครมายิงคุณอีกล่ะผมไม่อยากตายเพราะช่วยคุณไม่ได้หรอกนะ”
“ผมไม่ทำให้คุณตายแน่ต่อให้คุณจะเสียใจทีหลัง”
“…”
“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือนะอย่าโง่ไปตายเองแล้วกัน ผมยังติดหนี้ซื้อเรือคืนคุณอยู่”ผมยกยิ้มให้หยิบปืนมาถือไว้ก่อนจะโบกมือลา บอกตามตรงถึงผมจะไม่โดนฉลามฆ่าตายแต่เราก็คาดเดาไม่ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างถึงอย่างนั้นผมก็ดีใจที่อย่างน้อยโนเอลก็ยังเลือกข้างผม
และผมจะไม่ทำให้เขาเลือกข้างผิดหรอก
“อยู่ไหนนะ” ผมพึมพำค่อย ๆ เดินเลียบเคียงหาว่าเซ็บอยู่ที่ไหนก่อนหน้านี้เหมือนจะเห็นเขายืนอยู่ด้านหน้า แต่ผมไม่แน่ใจว่าใช่ไหม จะไปดูจากกล้องวงจรปิดก็ไม่ได้ระบบไฟฟ้าถูกตัดหมด ที่แน่ ๆ โอเว่นน่าจะพาเซ็บไปหลบก่อน
บางทีอาจจะเป็นห้องรับรองไม่ก็ห้องฉุกเฉินที่สามารถปล่อยเรือดำน้ำจากใต้ทะเลได้
ผมเลียปากแอบมองดูผ่านหน้าต่างว่าด้านนอกเป็นไงบ้างเสียงหวีดร้องดังลั่น คนของเซ็บก็เยอะพอสมควรจนผมสงสัยว่าเขาขนคนมามากน้อยแค่ไหนผมหรี่ตาลงหาว่าเจ้าตัวการอยู่ที่ไหนก่อนจะเห็นว่ามีคนพาคนเลวหลบมาด้านใน
นาทีนั้นยิ่งกว่าเสือร้ายเข้าสิงผมรีบวิ่งจากศูนย์วิจัยอีกฝั่งตรงไปหาเขาแม้จะต้องหลบคนที่มาขวางทว่าก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าจอร์แดนกับแนชลีย์ถูกคนของเซ็บจับตัวไว้เหมือนจะใช้เป็นเหยื่อล่อฉลาม
“สารเลว”
ปัง ปัง !
กระสุนสองนัดเจาะเข้าที่หลังส่งผลให้พวกมันหงายหลังลงทะเลไปอย่างช่วยไม่ได้ดายเข้ามารับฉีกกระชากพวกมันขณะที่ล่ออีกกลุ่มหนึ่งไปอีกฝั่งผมเลยรีบวิ่งไปหาคนของผมที่หลับตาปี๋กอดกันแน่นด้วยความตกใจที่จู่ ๆ ก็เห็นคนตายต่อหน้า
“จอร์แดน ! แนชลีย์ !”
“คุณโซล !” ทั้งสองเรียกชื่อผม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกก่อนที่จะจับแขนผมเนื้อตัวสั่นไหวอย่างไม่เชื่อสายตา “คุณโซลคุณโซลจริง ๆ !”
“ผมเองจอร์แดน ผมยังมีชีวิต”
“แต่โอเว่นบอกว่าคุณโดนริชาร์ดยิง !”
“เขาต่างหากที่ยิงผมเข้าปากดาย” ผมย่นคิ้วใส่คิดไว้แล้วว่าเขาน่าจะบอกผมว่าตาย แต่ไม่คิดว่าจะโยนความผิดให้คนอื่นแม้ว่าริชาร์ดจะยิงผมจริงๆ ก็ตาม “แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อนนะ คุณต้องไปที่เรือโนเอลจะพาพวกคุณกลับขึ้นฝั่ง”
“แล้วคุณโซลล่ะครับ คุณโซลจะไปไหน”
“ผมจะไปจัดการปัญหาที่สร้างเอาไว้”
“หรือไม่ก็จบปัญหาซะเอง”ผมชะงักทั้งร่างสั่นวาบเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำสัมผัสได้ถึงปากกระบอกปืนที่จ่อมาหากัน ต่อให้จะยังหันหลังให้ก็ตาม “หันหน้ามาเดี๋ยวนี้ ให้ผมเห็นว่าคุณเป็นใคร”
“อะ...โอเว่น”
“ไม่งั้นผมจะยิงพวกเขาให้ตาย แล้วเก็บคุณไว้เป็นคนสุดท้ายเพื่อฆ่าตายทีหลัง” ผมกัดกรามแน่นสบตากับทั้งสองคนที่สั่นระริกด้วยความหวั่นผมจะไม่ให้คนของผมต้องมาตายในที่ของผมหรอกนะและการเผชิญหน้ากับความจริงก็ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเท่าไหร่ ผมกระซิบบอกพวกเขาปลอบประโลมว่าทุกอย่างมันจะต้องโอเคไม่ว่าสถานการณ์ตอนนี้มันจะแย่แค่ไหน
จากนั้นก็ค่อยๆ ยืดตัวขึ้นหันไปมองคนที่จ่อปืนของผมโดยไม่ได้ขออนุญาตอะไร
วินาทีนั้นแหละที่ผมได้เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตกใจโอเว่นอ้าปากค้างขณะที่ผมยกปืนชี้หน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัวอะไร
“ไงโอเว่น แปลกใจเหรอที่ผมยังไม่ตาย”
“!!!”
“สงสัยคุณจะลืมไป”
“…”
“ผมเป็นคนของฉลาม ยิงผมเข้าปากดายก็ไม่ต่างจากผลักผมลงทะเลหรอก :)” โอเว่นเหวอไปเลยเมื่อได้ยินประโยคนั้นหนำซ้ำผมยังกระตุกยิ้มร้ายให้อีกการได้เห็นแววตาตื่นตระหนกและเต็มไปด้วยความสับสนมันทำให้ผมแอบรู้สึกดีเหมือนกันเพราะมันแสดงให้เห็นว่าเขาประเมินผมต่ำรวมถึงฉลามของผมด้วย
“แต่คุณโดนยิง เสียเลือดขนาดนั้นไม่มีทางรอดมาได้”
“สวรรค์คงไม่อยากให้ผมตาย”
“อะ...”
“ไม่ก็มัจจุราชคงอยากให้ผมกำจัดคุณก่อน”กระบอกปืนทั้งสองจ่ออยู่ตรงหน้ากัน มีเปอร์เซ็นต์สูงที่กระสุนจะพุ่งเข้าหากันแล้วดีดออกทว่าโอเว่นดูท่าจะยังไม่อยากยิงผมตอนนี้เท่าไหร่เขายังคงสงสัยเต็มไปด้วยความว้าวุ่นใจ ผมเองก็ยังไม่อยากยิงเขาผมอยากรู้ว่าเขาจะดิ้นรนต่อไปอย่างไร “ไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณจะทำแบบนี้ผมเชื่อใจคุณ แต่คุณกลับทรยศ ไม่ใช่แค่กับผม คุณทำกับพวกเราทุกคน”
“มันช่วยไม่ได้ ผมเองก็ต้องการผลประโยชน์ ถ้าพวกเขาให้ผมไม่ได้ก็ต้องตายไป”
“ทั้งที่พวกเขาให้ใจคุณน่ะเหรอ”
กึก !
“อยู่ด้วยกันมาตั้งนานไม่เคยคิดถึงช่วงเวลาที่มีร่วมกันเลยเหรอโอเว่นสนุกเหรอที่รับบทเป็นตัวร้าย ?” ผมเลิกคิ้วใส่ อยากจะฟังจริงๆ ว่าอะไรคือเหตุผลของเขา มันไม่ใช่ว่าผมอยากให้โอกาสคนทรยศผมแค่อยากรู้ว่าอะไรคือเหตุผล “เรื่องมันมาถึงตรงนี้แล้วผมคงปล่อยผ่านไม่ได้ถ้าคุณโดนบังคับฝืนใจ มันอาจจะมีวิธีแก้ไข”
“ตราบใดที่เราเอาปืนจ่อกัน มันไม่มีการให้อภัยหรอกโซล”
“…”
“และต่อให้ผมเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมก็ไม่มีวันหันหลังกลับ” ดวงตาของโอเว่นแน่วแน่มาก มันบ่งบอกถึงการเตรียมใจรับผลกรรม “ผมไม่รู้หรอกว่าคุณรอดมาได้ยังไง แต่ผมไม่ยอมให้คุณมาขัดขวางแน่”
“คุณเล่นบทคนทรยศเก่งแต่เล่นบทคนซื่อสัตย์ได้ห่วยแตกมาก”ผมส่ายหน้าไปมาผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับผู้ชายคนนี้ “ผมอยากรู้ชะมัดว่าอะไรที่ทำให้คุณภักดีกับคนที่ฆ่าพ่อแม่ผมแทนที่จะเป็นผมที่ให้โอกาสถ้าคุณเกลียดฉลามผมมาก ทำไมก่อนหน้านี้ไม่เคยพูดอะไร ?”
“พูดไปก็ไม่ได้อะไรสู้ลงมือทำไม่ดีกว่าเหรอ ?” เขายกยิ้มใส่ “จริง ๆ ถ้าคุณรู้ตัวว่ายังไม่ตาย คุณก็น่าจะหนีไป ไม่น่ากลับมาที่นี่เลยโซลคุณโง่มากที่พาตัวเองมาตายอีกรอบ คุณควรจะอยู่เฉย ๆ หายตัวไป”
“แล้วก็ปล่อยให้พวกคุณทำลายบ้านผมน่ะเหรอลืมหรือเปล่าที่ยืนอยู่คือที่ของใคร”
“อีธานไม่ได้เป็นเจ้าของมันแล้วโซล เขาตายไปนานแล้ว คุณเองก็กำลังจะตามไป”
“งั้นเรามาเล่นเกมกันไหม”
“อะ...”
“มาวัดใจว่าใครจะตายก่อนกัน” ผมเหยียดยิ้มหยัน หากคนเราจะฆ่าใครมือจะสั่นไม่ได้ “ผมให้โอกาสคุณสารภาพความผิดก่อนตายถ้าคุณยอมพูดเหตุผลที่ทำไป ผมจะทบทวนเรื่องนี้ใหม่”
“คุณมันอ่อนแอที่ให้โอกาสคนผิดโซล คุณควรจะยิงตั้งแต่เห็นหน้าผมแล้ว”
“…”
“อีกอย่างอย่าลืมสิว่าตอนนี้คุณไม่ได้อยู่คนเดียวคุณยังมีหมาน้อยอีกสองตัวที่ซื่อสัตย์” โอเว่นแค่นหัวเราะเขาดูไม่สำนึกเลยสักนิดแถมยังหลุบตาไปมองแนชลีย์กับจอร์แดนที่ทรุดตัวนั่งอยู่ด้านหลังผมแม้ผมจะเอาตัวบังทั้งสองคนไว้ ก็ต้องยอมรับว่าบังไม่มิด ตัวผมเล็กกว่าพวกเขาสองคนรวมกันค่อนข้างมากถึงอย่างนั้นผมก็ยังใช้ตัวเองเป็นเกราะกำบัง “อยากตามสตีฟไปไหมล่ะจอร์แดน”
“ดะ...ดอกเตอร์ครับ”
“หนึ่งนัดนี้ให้นาย”
“ไม่...!”
ปัง !
ยังไม่ทันห้ามเต็มเสียงกระสุนนัดแรกก็ฝังลงกลางแขนสร้างรอยแผลจนเลือดทะลัก จอร์แดนเบิกตากว้าง ยกมือขึ้นกุมแขนตัวเองทันทีที่โดนคนตรงหน้ายิงใส่แนชลีย์หวีดร้อง รีบเข้าไปกอดจอร์แดนไว้ นาทีนั้นผมรีบพุ่งตัวไปไม่คิดว่าโอเว่นจะเล่นสกปรกทั้งที่ผมก็ยืนอยู่ตรงหน้า
“ทำใจดี ๆ ไว้จอร์แดน !คุณจะต้องไม่เป็นไร !”
“นี่คือผลลัพธ์ของคนที่ให้โอกาสคนผิดไงโซลงูเห่าน่ะยังไงก็เลี้ยงไม่เชื่อง”โอเว่นพูดติดตลกขณะที่ผมประคองหน้าจอร์แดนไว้ให้ตั้งสติดีหน่อยที่อีกฝ่ายไม่ได้ยิงโดนจุดสำคัญ เขาคงแค่อยากจะขู่ผมเท่านั้นทว่ามันก็เป็นการกระทำที่หยาบช้า จอร์แดนก็มีเลือดออกเยอะมาก จะตามหมอที่ไหนมาช่วยไว้ก็ไม่ได้เพราะหมอจริง ๆ ก็คือสัตว์ร้ายที่สวมร่างมนุษย์ไว้ หนำซ้ำยังทำท่าจะยิงกระสุนใส่เล่นเอาผมกัดกรามลุกขึ้นไปประชันหน้า
“เกินไปแล้วโอเว่นคุณทำเกินไปแล้ว”
“ไม่มีคำว่าเกินไปหรอกจะให้ผมฆ่าทุกคนที่อยู่รอบตัวคุณเลยยังได้”
“งั้นก็รวมตัวเองไป”
“หา?”
“ถึงคราวของคุณแล้ว”
ปัง !
“อึก !” กระสุนสีเงินเจาะเข้ากลางอกกดทับเส้นประสาทเร่งเร้าให้เลือดสีสดไหลย้อมร่างโอเว่นอ้าปากค้างก้มมองอกตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา เสียงเรียกชื่อผมดังผะแผ่วติดตรงที่ผมไม่สนใจจากปากเขา ก่อนจะตายคนเราก็อ้อนวอนขอชีวิตทั้งนั้นทีตอนมีโอกาสล่ะไม่ทำ “คุณ...คุณยิง”
“ใช่ผมยิงเหมือนที่คุณทำกับสตีฟและจอร์แดน”
“อะ...อึก”
“ทีนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าการโดนคนที่ไว้ใจยิงมันรู้สึกยังไง”
“…”
“คุณบังคับให้ผมต้องทำเอง” เสียงผมนิ่งมาก นิ่งจนกลัวตัวเองเพราะช่างดูไร้ความรู้สึก ผมส่ายหน้าทุกความรู้สึกประเดประดังยืนมองเขาที่ทำท่าจะยกปืนยิงผมอีก เสียดายที่ผมไวกว่าผมลั่นไกอีกรอบ ฝังกระสุนเงินลงกับหัวใจเขา มันคงทะลุเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆเพิ่มความทรมานให้หนักขึ้น
ทว่าตอนนั้นคำถามเดียวดังอยู่ในหัวผมอยากรู้ว่าหัวใจที่ด้านชาจะสามารถรับรู้ถึงความเจ็บปวดจากกระสุนของผมได้ไหมจะรู้สึกไหมว่าการต้องตายจากน้ำมือคนที่เราให้ใจมันเป็นยังไงเผื่อว่าเขาจะยอมพูดอะไรให้ผมฟังทำให้ผมเข้าไปประคองร่างขอโทษเขาได้
แต่ก็ไม่โอเว่นไม่พูดอะไร ผิดกับผมที่รู้สึกการฆ่าใครสักคนมันกระทบต่อจิตใจผมอยากจะร้องไห้ ตัดพ้อว่าแม้นาทีสุดท้ายของชีวิตเขาก็ยังเลือกที่จะปกปิดไว้ทว่าผมก็ไม่ได้หลั่งน้ำตาให้ ทำเพียงมองเขาด้วยแววตาผิดหวัง
ก่อนที่จะปิดฉากความตายเขาด้วยการกระทำ
“คุณไม่เหลือทางเลือกให้ผมเองนะ”
“อ๊ากกก !!!!!”โอเว่นกรีดร้องลั่นไม่ใช่แค่เจ็บปวดที่โดนยิงซ้ำสอง ทว่าดีแลนที่จ้องมองก็กระโดดมางับเขาไปทั้งร่างกระชากลงน้ำไปให้ดายช่วยกัด ผมมองร่างสูงใหญ่ที่ถูกแบ่งออกเป็นสองท่อนย้อมทะเลใสให้กลายเป็นสีเลือดอันน่าหวั่น ทั้งสองคนไม่ได้กินมันเข้าไปแค่ฆ่าเพื่อความสะใจเท่านั้น อีกส่วนคือเอาคืนให้ผม
มันคือจุดจบคนที่กล้าทรยศคนของฉลาม
“ลาก่อนโอเว่น ขอให้พระเจ้าเมตตา”