บนหน้าผาชานเมือง คนสามคนยืนอยู่ สองชายหนึ่งหญิง
ในหมู่พวกเขา เป็บุรุษรูปงามหน้าหวาน หากไม่บอกว่าเป็บุรุษคงคิดว่าเป็สตรี เขาสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวเรียบง่าย ผมยาวสยายโบกไปตามลม
ฉากนี้ควรเป็ภาพที่สวยงามกลับเต็มไปด้วยความขมขื่น ใบหน้าของเขาซีดเซียว ดวงตาแดงก่ำ มองชายหญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่ซับซ้อน
ไป๋อี้หลิงมองชายหญิงที่บีบบังคับเขาให้จนมุมด้วยความแค้น ในขณะที่สตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้ามองไป๋อี้หลิงด้วยความเย้ยหยัน
“อี้หลิง เดิมทีตำแหน่งฮองเฮาต้องเป็ของข้า มิใช่บุรุษเยี่ยงเ้า ดังนั้นหากไม่มีเ้า ตำแหน่งฮองเฮาก็ต้องตกเป็ของข้า !”
ไป๋อี้หลิงมองหลี่อิงเว่ยด้วยความรังเกียจ “หลี่อิงเว่ย แม้ข้าจะตายไป เ้าก็ไม่มีวันได้เป็ฮองเฮา !”
หลี่อิงเว่ยหัวเราะพลางลูบท้องของนาง พร้อมเดินเข้าใกล้ไป๋อี้หลิง
“ไป๋อี้หลิง ขอแค่เ้าตายทุกอย่างก็จะเป็ของข้า เพราะตอนนี้ข้ากำลังตั้งครรภ์โอรสของฝ่าา”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ไป๋อี้หลิงรู้สึกเหมือนดาบแทงเข้าที่อก ก่อนจะกระอักเืออกมา แล้วหัวเราะอย่างขมขื่น
ในเวลานี้เขารู้สึกไร้เรี่ยวแรง ยากที่จะประคองตัวเองเอาไว้ได้แล้ว จึงเซก้าวถอยหลังไปสองก้าว
ก่อนจะหันไปพูดกับพวกเขาทั้งสองด้วยน้ำเสียงเ็า
“แม้ข้าจะตาย เ้าก็ไม่มีวันได้เป็ฮองเฮา! เพราะตำแหน่งฮองเฮาเป็ของข้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น”
พูดจบเขาก็ะโลงจากหน้าผา...
ขณะที่ไป๋อี้หลิงคิดว่ากำลังจะตายอย่างน่าเศร้า จู่ ๆ ร่างกายของเขาก็เหมือนถูกดูดิญญาออกไป
เขามองดูร่างกายที่กำลังตกลงไปอย่างรวดเร็ว มุมปากมีแต่รอยยิ้มขมขื่น
ทันใดนั้นก็เกิดแสงสว่างจ้าขึ้น ไม่นานสติของเขาก็ค่อย ๆ เลือนลางไป
......
เฮือก!
ร่างที่นอนบนเตียงเบิกตาโพลง เขารู้สึกมึนงงและเวียนหัวอย่างมาก ก่อนจะเห็นเพดานห้องนอนที่ต่างไปจากเดิม
‘ที่นี่ที่ไหน ข้ายังไม่ตายหรือ? ’
ในขณะที่เขาครุ่นคิด ก็มองไปรอบห้อง
หวงกงกงที่ยืนอยู่ด้านข้าง เมื่อเห็นบุตรแห่ง์ฟื้นขึ้นมาก็รีบเดินเข้าไปหาทันที
“ฝ่าาฟื้นแล้ว พระองค์รู้สึกอย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ”
ไป๋อี้หลิงหันไปมองตามเสียง ก่อนจะเบิกตากว้างแล้วพูดว่า “หวงกงกง! ฝ่าา? ”
ไป๋อี้หลิงรู้สึกมึนงงแล้วมองไปรอบ ๆ ก่อนจะตกตะลึงมากว่าเดิม ที่นี่มันตำหนักจวินหลง ตำหนักของฮ่องเต้
นี่มันเื่อะไรกัน !?
จากนั้นเขาก็รีบวิ่งไปที่กระจก ก่อนจะนิ่งค้างไปทันที
หวงกงกงมองฝ่าาของเขาด้วยความงุนงง “ฝ่าา พระองค์เป็อันใดไปหรือพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบให้คนไปตามหมอหลวงมา…”
“มิต้อง ตอนนี้ฮองเฮาอยู่ที่ใด? ”
หวงกงกงเกาศีรษะด้วยความงุนงงกับคำถามนี้ ซึ่งเขาไม่คิดว่าฮ่องเต้จะถามหาฮองเฮาหลังจากที่ฟื้นขึ้นมา แต่ก็รีบตอบกลับไปว่า “เอ่อ...ฮองเฮาอยู่ที่ตำหนักตะวันออกพ่ะย่ะค่ะ พระองค์้าให้กระหม่อม เชิญฮองเฮามาที่นี่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
ไป๋อี้หลิงรู้สึกหนาวสั่นไปทั่วร่าง ใจเขาเต้นรัวราวกับกลอง “ไม่ต้อง...ข้าจะไปพบเขาด้วยตนเอง”
คำตอบนี้ทำให้หวงกงกงตกตะลึงยังกว่าเดิม ไป๋อี้หลิงเดินออกไปได้พักใหญ่แล้ว เขาถึงได้สติแล้วรีบวิ่งตามออกไป
ส่วนไป๋อี้หลิงที่เดินออกไปจากตำหนักจวินหลงอย่างรวดเร็วก็ตกอยู่ในภวังค์ของตนเอง โดยไม่สนใจว่าตนกำลังทำให้ผู้คนแตกตื่น
‘นี่ข้ายังมีชีวิตอยู่จริง ๆ หรือว่าเป็เพียงความฝันอันเ็ป ?’
ตำหนักตะวันออกนั้นอยู่ไม่ไกลนัก แต่ไป๋อี้หลิงกลับรู้สึกว่าทุกย่างก้าวหนักหน่วงและช้ายิ่งนัก
ไม่นานเขาก็เดินมาถึงประตูตำหนัก หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นมา ดวงตาจับจ้องประตูใหญ่ที่ปิดสนิท
“พวกเ้าไม่ต้องตามข้าเข้าไป” จากนั้นเขาออกคำสั่ง ก็เดินไปเปิดประตูตำหนักเข้าไป
ภายในตำหนักเงียบสงัด ไม่มีเสียงใด ๆ เลยมีเพียงแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านหน้าต่าง บรรยากาศดูเงียบเหงา แต่นี่เป็บรรยายกาศที่เขาคุ้นเคย
เขามองไปรอบ ๆ จนกระทั่งสายตาของเขาไปสะดุดกับร่างบางที่นอนอยู่บนเตียง ซึ่งก็คือร่างของเขาเอง
ไป๋อี้หลิงเดินเข้าไปใกล้ ๆ เตียงที่มีร่างของเขานอนตรงนั้นแล้วนิ่งค้างไป
ตอนนั้นเอง ! ร่างของเขาที่นอนนิ่งอยู่ก็ลืมตาขึ้นมาช้า ๆ
“เจ็บ!”
ไป๋อี้หลิงยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ไม่นานทั้งสองคนก็สบตากัน
ดูเหมือนว่าไป๋อี้หลิงคนที่นอนอยู่บนเตียงจะใมากกว่า เขาเบิกตากว้าง แต่เพราะร่างกายได้รับาเ็มากจึงไม่สามารถขยับได้
“เ้าเป็ใคร เหตุใดถึงปลอมตัวเป็ข้า ช่างบังอาจนัก ทหาร ทหารมาจับตัวมันผู้นี้ไปปะา”
“ฝ่าา” ไป๋อี้หลิงกล่าวด้วยเสียงเบา ๆ เมื่อมั่นใจแล้วว่าคนที่อยู่ในร่างของเขาคือ จวินเฉียนหลง
“ทหาร!ทหารพวกเ้าหายไปไหนกันหมด ทำไมร่างกายข้าถึงเป็แบบนี้”
ไป๋อี้หลิงถอนหายใจแล้วเดินไปยกกระจกมาที่เตียง เพื่อให้จวินเฉียนหลงดูตัวเอง
จวินเฉียนหลงที่กำลังจะโวยวาย ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นภาพในกระจก
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นตรงหน้า เขานิ่งเงียบไปพักใหญ่ พร้อมกับความรู้สึกหลากหลายปะปนกัน
“นี่มันเื่บ้าอะไรกัน!” เสียงแหบพร่าพูดออกมาด้วยความอ่อนแรง
ไป๋อี้หลิงก็ไม่รู้ว่านี่มันเื่อะไรกัน เพราะเขาก็ใไม่แพ้กันที่ตื่นขึ้นมาในร่างของจวินเฉียนหลง
จวินเฉียนหลงที่อยู่ในร่างของไป๋อี้หลิง หลังจากที่สงบสติอารมณ์ของตัวเองได้ก็พูดออกมาเสียงเบา “นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ”
“ข้าเองก็ไม่รู้? ”
ไป๋อี้หลิงตอบกลบไป ทว่าตอนนั้นเองเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา ก่อนจะพูดออกมาด้วยเสียงเย้ยหยัน
"พระองค์อย่าทำเป็ไม่รู้ไปหน่อยเลย พระองค์จำไม่ได้หรือว่าพระองค์และหวงกุ้ยเฟยบีบบังคับให้ข้าะโหน้าผา จนข้าฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในร่างของพระองค์"
จวินเฉียนหลงมีสีหน้ามึนงงเล็กน้อย “ข้าหรือ ? ที่บังคับเ้าะโหน้าผา เ้าเอ่ยเื่อันใดกัน อีกอย่างข้าจะทำเช่นนั้นไปเพื่ออันใด ในเมื่อหากเ้าตายไป เป็ข้าที่เดือดร้อน”
ไป๋อี้หลิงคิดตามคำพูดของจวินเฉียนหลงแล้วนิ่งไป แต่บุรุษที่ยืนอยู่ข้างหลี่อิงเว่ยรูปร่างเหมือนจวินเฉียนหลงไม่ผิดแน่
“อีกอย่าง หากข้า้าจะฆ่าเ้า แค่โยนความผิดให้เ้า แล้วปลดเ้าออกจากตำแหน่งให้ไปอยู่ในตำหนักเย็นไม่ดีกว่าหรือ เหตุใดต้องจัดฉากให้มากมาย ข้าเป็ฮ่องเต้แค่พลิกฝ่ามือก็ฆ่าเ้าได้แล้ว” จวินเฉียนหลงพูดด้วยน้ำเสียงของเขาแหบพร่าและอ่อนแรง
ไป๋อี้หลิงคิดตาม ก่อนจะถามออกมา “ก่อนหน้านี้ท่านกำลังทำสิ่งใดอยู่หรือ ? ”
“ข้าพึ่งประชุมลับเสร็จ กำลังจะกลับเข้าห้องทรงอักษรก็หมดสติไป ตื่นขึ้นมาอีกที ข้าก็มาอยู่ในร่างของเ้าแล้ว”
ไป๋อี้หลิงประติดประต่อเื่ราว ก่อนจะเล่าเื่ราวก่อนหน้านี้ออกมา “เมื่อกี้ข้าถามหวงกงกงมาแล้วว่าวันนี้วันที่เท่าไหร่ พบว่ามันเป็วันเดียวกันกับที่ข้าถูกหลอกให้ออกไปนอกเมืองั้แ่เช้าตรู่ เพราะมีคนบอกข้าว่าพระองค์เชิญข้าไปชมดอกโบตั๋น แต่เมื่อข้าไปถึงบริเวณหน้าผาสูง ม้ากลับตื่นใวิ่งไปทางหน้าผา ข้าจึงะโลงจากรถม้าก่อน เมื่อคนร้ายเห็นว่าข้าไม่ตายจึงออกมาลงมือด้วยตนเอง พระองค์รู้หรือไม่คนร้ายคือใคร ก็คือหลี่อิงเว่ยสนมเอกของพระองค์ที่้าจะฆ่าข้า เพื่อชิงตำแหน่งฮองเฮา”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้จวินเฉียนหลงก็คิดตาม “ในเมื่อทุกคนรู้อยู่ว่าเ้าและตำแหน่งฮองเฮาสำคัญกับแคว้นเรามาก เหตุใดนางถึงทำเช่นนี้”
“พระองค์คิดว่าอย่างไรล่ะ หากข้าตายนางจะได้ตำแหน่งฮองเฮาอย่างแน่นอนเพราะอำนาจตระกูลหลี่ นอกจากนี้ตระกูลหลี่อาจจะ้าบัลลังก์ของพระองค์อีกด้วย”
“เ้า้าจะเอ่ยสิ่งใดกันแน่ แล้วรู้ได้อย่างไรว่าตระกูลหลี่้าบัลลังก์ของข้า”
“พระองค์ก็รู้ดีว่าตระกูลหลี่ก็เหมือนกับสุมาอี้ที่คอยหลบซ่อนซุ่มลับกระบี่มาหลายสิบปี เพื่อตวัดกระบี่โจมตีเพียงครั้งเดียว และตอนนี้คงใกล้เวลาที่พวกเขาจะตวัดกระบี่แล้ว”
ไป๋อี้หลิงได้เอ่ยความคิดของเขาออกมา ทำให้จวินฉียนหลงมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
โปรดติดตามตอนต่อไป..................