จ้าวจื่อรั่วนั่งอยู่ในห้องหอเพียงลำพังเ้าบ่าวไม่ได้มาเปิดผ้าคลุมหน้าเ้าสาว หลังเสร็จสิ้นพิธีต่างๆ เขาก็หายไปแรกทีเดียวนางเข้าใจว่าเขาคงไปดื่มสุรากับเหล่าทหารของเขาทว่านางนั่งรอจนฟ้าใกล้สางแล้วจึงมั่นใจว่าเขาไม่กลับเข้ามาอย่างแน่นอน
ช่างเถิดจะว่าเขาก็ไม่ได้
ฮ่องเต้มีราชโองการให้หญิงสาวสกุลจ้าวแต่งงานกับแม่ทัพแดนใต้นามกู้ตงหยางเดิมทีคนที่ต้องแต่งงานควรเป็บุตรสาวจากภรรยาเอกแต่ชื่อเสียงของแม่ทัพแดนใต้ที่แสนเหี้ยมโหดและต้องเดินทางมาใช้ชีวิตชายแดนอันแสนห่างไกลฮูหยินใหญ่ไม่สามารถตัดใจยกลูกสาวแสนรักให้ออกเรือนได้บิดาผู้เป็เสนาบดีก็เห็นดีเห็นชอบกับความคิดของฮูหยินจึงสับเปลี่ยนเ้าสาวให้นางซึ่งเป็ลูกของอนุเดินทางมาแต่งงานกับแม่ทัพกู้ตงหยาง
นางเดินทางมาเพื่อแลกกับชีวิตความเป็อยู่ของน้องชายอีกสองคนมารดาของนางสิ้นใจหลังคลอดน้องชายคนเล็กได้ไม่นานนัก นางจึงเป็ทั้งพี่สาวและแม่ยามนี้เพื่อให้น้องชายมีความเป็อยู่ที่ดีขึ้น ตามที่ฮูหยินใหญ่รับปากนางจึงยอมเดินทางไกลเพื่อเป็เ้าสาวของปีศาจากู้ตงหยาง
เดือนทางแรมรอนมาหนึ่งเดือนว่าที่เ้าบ่าวดูไม่ยินดียินร้ายกับเ้าสาวที่ถูกสับเปลี่ยนตัวนักในราชโองการก็ไม่ได้ระบุชื่อตัว การที่สกุลจ้าวส่งนางมาแต่งงานก็ไม่เรียกว่าผิดอันใดแต่แน่นอนว่าชื่อเสียงพี่สาวของนางงดงามเป็หนึ่งในเมืองหลวงคงทำให้กู้ตงหยางไม่พอใจที่ได้เห็นสตรีไร้ชื่อเสียงและหน้าตาแสนธรรมดาอย่างนาง พิธีแต่งงานก็จัดแบบไม่ได้ใส่ใจนักคล้ายงานสังสรรค์คดื่มสุราของเหล่าทหารเสียมากกว่า ขันทีที่ติดตามมาจากเมืองหลวงก็ดูเพียงว่าแม่ทัพกู้รับนางไว้เรียบร้อยแล้วรีบกลับโดยเร็ว
บางทีนางคิดว่าตนฝันไปแค่ลืมตาก็อยู่ที่จวนสกุลจ้าว แต่ยามนี้นางรู้แล้วว่ามันคือความจริงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้
จ้าวจื่อรั่วเลิกผ้าคลุมหน้าเ้าสาวด้วยตนเองแต่เพราะนั่งนานจึงเมื่อยขาอยู่บ้างนางยื่นมือทุบขาตัวเองให้หายเมื่อยก่อนลุกขึ้นยืนผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะเป็เพียงลูกอนุจึงไม่มีสาวใช้ข้างกายเดินทางจากเมืองหลวงก็มีเพียงสินเดิมติดตัวมาเล็กน้อยเวลานี้ไม่มีใครปรนนิบัติดูแลก็ไม่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจแต่อย่างใด
วันเวลาผ่านมา
ใครเลยจะคิดว่า…
นางเข้าจวนเข้ามาครึ่งเดือนยังไม่พบหน้าเขา
แต่เมื่อแม่ทัพใหญ่กลับเข้ามาก็มาพร้อมกับหญิงสาวนางหนึ่ง ได้ยินบ่าวไพร่พูดคุยกันว่า ท่านแม่ทัพไปล้อมทลายรังโจร ยึดทรัพย์สินที่โจรปล้นไปกลับมาด้วยและหนึ่งในของมีค่าคือหญิงงามที่ถูกฉุดมา
แม้เขาไม่ได้ออกคำสั่งกับนางโดยตรงแต่ให้พ่อบ้านมารายงานเพื่อให้นางจัดห้องพักให้หญิงงามผู้นั้น จ้าวจื่อรั่วเม้มริมฝีปากครุ่นคิดก่อนเอ่ยปากให้จัดห้องพักใกล้เรือนของท่านแม่ทัพ แม้สั่งการบ่าวไพร่ไปแล้วแต่นางยังไม่มั่นใจจึงเดินไปดูด้วยตนเองทว่าไม่คิดว่าเมื่อก้าวเท้าเข้าไปใกล้ก็ได้ยินเสียงหัวเราะกังวานใสแต่สิ่งที่ทำให้นางไม่กล้าขยับเท้าเข้าไปใกล้ก็คือบุรุษผู้นั้นยืนอยู่ใกล้หญิงงามที่อยู่ในชุดสีแดงสดใส
"ท่านแม่ทัพ ที่นี่สวยมากข้าชอบมาก” หญิงงามพูดพลางหมุนตัวไปมา กระโปรงสีแดงสวยพลิ้วไหวราวกลีบดอกไม้ทว่าเท้าของนางเสียหลักเกือบหกล้มแต่มือใหญ่ของท่านแม่ทัพประคองไว้ได้ทัน
ภาพใกล้ชิดสนิทสนมนี้บาดใจจ้าวจื่อรั่วนักแต่นางกลับฝืนยกมุมปากขึ้นเป็รอยยิ้มบางเบาก่อนยอบกายคาวะแม่ทัพใหญ่อย่างเต็มพิธี
“จ้าวจื่อรั่วคารวะท่านแม่ทัพเ้าค่ะ” นางเกรงว่าเขาจะจำหน้านางไม่ได้จึงแนะนำพูดไปเช่นนั้น เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นเพียงเขาปรายตามองเล็กน้อย
“เ้าเป็หัวหน้าสาวใช้หรือ?” หญิงงามพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ข้าชื่อเฉียวฉู่”
จ้าวจื่อรั่วสบตากับแม่ทัพหนุ่มเขาไม่ขยับปากพูดแก้ไขความเข้าใจผิดนี้แสดงว่าเขาคง้าให้ผู้อื่นเข้าใจไปเช่นนั้นคิดได้ดังนั้นนางจึงไม่ปริปากพูดสิ่งใดได้แต่ยิ้มน้อยๆ เท่านั้น
“ข้าหิวแล้ว”
“ประเดี๋ยวจะให้คนยกอาหารมาให้”นางเอ่ยเพียงแค่นั้นก็เห็นมือใหญ่ของท่านแม่ทัพประคองหญิงงามเข้าไปด้านในโดยไม่เอ่ยคำพูดใด
“ฮูหยิน ท่าน...”
สาวใช้ในจวนแม่ทัพย่อมต้องดูสีหน้าท่านแม่ทัพเป็หลักแต่เห็นภาพเมื่อครู่แล้วก็อดสงสารฮูหยินไม่ได้ แรกๆบ่าวไพร่ในจวนก็ไม่ค่อยพอใจที่จู่ๆฮ่องเต้ก็ส่งหญิงสาวที่ใดไม่รู้มาให้แต่งงานกับท่านแม่ทัพแต่เมื่ออยู่ด้วยกันหลายวันเข้าก็รู้สึกว่าฮูหยินผู้นี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอันใดนัก หนำซ้ำยังจิตใจดีไม่ข่มเหงบ่าวไพร่ และใช้ชีวิตเรียบง่ายในจวนอย่างเงียบสงบ
“ข้าจะไปดูในครัวเ้าหาสาวใช้ไว้ที่นี่สักคนเผื่อแม่นางเฉียวฉู่้าเรียกใช้”
จ้าวจื่อรั่วหมุนตัวเดินออกมาอย่างเงียบๆหากเขาไม่้าให้รู้ว่านางคือ ‘ภรรยา’ นางก็จะอยู่ในที่ๆของตัวเองเงียบๆไม่เรียกร้องสิ่งใด ชีวิตลูกอนุอย่างนางก็ไม่เคยอยู่ในสายตาใครอยู่แล้ว