"ฟ่านหนิงเทียน"
โจวเยี่ยนจือ เอ่ยเรียกฟ่านหนิงเหอตามชื่อที่เขากล่าวอ้างไว้เมื่อออกจากงานเลี้ยง
"พ่ะย่ะค่ะองค์ชายสี่"
"พรุ่งนี้เ้าไปนอกเมืองกับข้านะ ข้าจะไปติดต่อเื่การค้านอกวังหลวงข้าอยากให้เ้าไปด้วย"
"พอดีกระหม่อมต้องติดตามฉินอ๋องคิดว่าคงไม่สะดวก"
"เ้าพูดกับข้าแบบธรรมดาเหมือนตอนเราเจอกันเถอะ"
"พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย"
"เื่นั้นข้าจัดการเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้เช้าเจอกัน เอาเป็ว่าตกลงตามนี้"
"เอ่อ..คือ.."
ไม่ทันที่ฟ่านหนิงเหอจะตอบโจวเยี่ยนจื่อก็เดินจากไปไกลแล้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ผู้ชายคนนี้หน้าตาเหมือนไทเลอร์ไม่มีผิด แถมในโลกนี้ยังมาตามวอแวเขาอีก เขาเห็นใบหน้านี้แล้วก็เจ็บตรงหน้าอกทุกครั้ง จนต้องเอามือจับไว้ เขาถูกยิงตายเพราะคนผู้นั้น ใบหน้าหล่อเหลานั่นยังจะตามตอแยเขาถึงที่นี่เชียวหรือ
โจวจินเยว่ออกจากงานเลี้ยงเป็คนหลังสุด ฟ่านหนิงเหอกลับถึงตำหนักโดยไม่พูดกับโจวจินเยว่แม้แต่คำเดียวทำแค่เพียงพยักหน้ารับเมื่อถูกสั่งงาน โจวจินเยว่พูดอะไรเขาก็ไม่ต่อล้อต่อเถียง เมื่อถูกถามว่าไม่สบายหรือเปล่าเขาแค่ส่ายหน้า เมื่อถึงตำหนักเขาก็เดินเข้าห้องตัวเองแล้วปิดประตูนั่งอยู่ในห้องเงียบ ๆ
ความสับสน ความว้าวุ่นใจ เื่ราวต่าง ๆ ประเดประดังเข้ามาในหัวมากมาย ทั้งเื่เก่าเื่ใหม่ตีกันไปหมด จนเขาถึงกับนั่งกอดเข่าแล้วซุกหน้าตัวเอง ปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปเรื่อย ๆ
เมื่อตายแล้วมาโผล่ที่นี่เดิมทีเขาอยากเป็แค่คุณชายเปิดร้านขายสุราเที่ยวสำราญไปวัน ๆ แต่วันนี้กลับมีเื่มากมายเข้ามาในหัว ทั้งเื่โจวจินเยว่ ทั้งเื่โจวเยี่ยนจื่อที่มีใบหน้าเหมือนไทเลอร์ที่คอยหลอกหลอนเขา จนไม่รู้จะต้องทำอย่างไร สุดท้ายก็ต้องกลั้นใจบอกตัวเองว่าอีกไม่นานฟ่านหนิงเทียนพี่ชายฝาแฝดตนเองก็หาย เขาจะได้ออกจากความวุ่นวายนี้เสียที หรือว่าเขากำลังจะหนีอะไรกันแน่เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
เช้าวันถัดมาหน้าตำหนักฉินอ๋อง โจวเยี่ยนจื่อพร้อมด้วยผู้ติดตามมารออยู่หน้าตำหนัก ให้นางกำนัลเข้ามาแจ้งฟ่านหนิงเหอให้ออกนอกเมืองด้วยกัน สร้างความแปลกใจให้เขาไม่น้อยที่โจวจินเยว่อนุญาตให้เขาออกไปข้างนอกกับองค์ชายโจวเยี่ยนจื่อได้
"คารวะองค์ชายสี่"
"ตามสบายเถอะ เรียกข้าว่าโจวเยียนจื่อก็ได้ยามเราอยู่กันลำพัง"
"ข้ามิกล้า..ท่านเป็ถึงองค์ชายข้ามิบังอาจ"
"ข้าถือว่าเ้าคือสหายของข้าคนหนึ่ง เอาตามที่ข้าว่าก็แล้วกัน"
ความเผด็จการนี่มันแผ่อิทธิพลทางสายเืหรืออย่างไร พี่กับน้องเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน คนหนึ่ง นี่คือคำสั่ง อีกคน เอาตามที่ข้าว่า ฟ่านหนิงเหอถึงกับถอนหายใจเมื่อควบม้าไปกับโจวเยี่ยนจื่อผู้นี้
เมื่อม้าชะลอความเร็วเพื่อให้ทั้งคนทั้งม้าได้หยุดพักระหว่างทาง ฟ่านหนิงเหอจึงอดไม่ได้ที่จะถามว่าทำอย่างไรโจวจินเยว่ถึงอนุญาตให้เขาออกมาข้างนอกกับโจวเยี่ยนจื่อ ทั้งที่ปกติแทบจะไม่ให้เขาออกไปไหน ถ้าไปต้องมีโจวจินเยว่ไปด้วย
"องค์ชายสี่ เอ่อ..คือ ข้าอยากรู้ว่าท่านทำอย่างไรฉินอ๋องถึงอนุญาตให้ข้าออกมากับท่านวันนี้ได้"
"ข้าแค่ขออนุญาตต่อหน้าฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จแม่ข้าแค่นั้นเอง มีหรือที่ฉินอ๋องจะกล้าขัดพระบัญชา"
คำตอบนี้เล่นเอาฟ่านหนิงเหอถึงกับตัวเกร็ง โจวเยี่ยนจื่อร้ายกาจถึงเพียงนี้ แถมยังเป็โอรสที่ฮองเฮาตามพระทัยยิ่ง งานนี้ฉินอ๋องคงจะมีคู่ต่อสู้ที่น่าเกรงขามเกิดขึ้นในวังหลวงเสียแล้วกระมัง
ควบม้ามาได้พักใหญ่ก็ถึงทะเลสาบกว้างสุดลูกหูลูกตา มีเรือนหลังหนึ่งถูกปลูกอยู่ใกล้ ๆ ทะเลสาบ โจวเยี่ยนจื่อหยุดม้าสั่งให้ผู้ติดตามอีกสามคนนำม้าไปพักดื่มน้ำและกินหญ้าใกล้ ๆ บริเวณนี้ เขามีนัดกับพ่อค้าต่างเมืองจะเจรจาการค้ากันที่นี่ และจะพักผ่อนริมทะเลสาบแห่งนี้จนถึงบ่าย
ฟ่านหนิงเหอเดินตรงไปยังริมทะเลสาบอย่างตื่นเต้น เขาเห็นนกมากมายบินอยู่ บ้างก็ลงไปจับปลาในทะเลสาบ เขาหยุดดูอย่างตื่นเต้น แต่ไหนแต่ไรเขาชอบน้ำมาก ๆ ผืนน้ำกว้าง ๆ อากาศเย็นสบาย ได้หายใจเข้าปอดลึก ๆ ถือเป็การพักผ่อนที่เขาโปรดปรานที่สุด
ทะเลสาบแห่งนี้น้ำใสราวกระจก บนผืนน้ำสะท้อนภาพูเาและท้องฟ้า ความงดงามที่เกิดขึ้นจากเงาสะท้อนของน้ำที่ใสจนมองเห็นภาพของูเาและท้องฟ้าชัดราวกับส่องกระจก ทำให้ฟ่านหนิงเหอถึงกับจ้องมองแล้วตาเบิกโต
"สวย สวยมากจริง ๆ" เขาหันมายิ้มกับโจวเยี่ยนจื่อจนตาหยีทำให้คนมองถึงกับยิ้มตาม
"เ้าชอบหรือไม่"
"ชอบ..ชอบมาก ๆ ด้วย"
สายลมเย็นพัดผ่านมาปะทะร่าง เขาจึงปิดเปลือกตาลง หูััถึงเสียงธรรมชาติรอบตัว จมูกได้กลิ่นน้ำ กลิ่นต้นหญ้ากลิ่นต้นไม้ที่ลอยมาตามลม เขากางแขนออกแล้วสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ไม่ได้พักผ่อนแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ
"...สดชื่นจริง ๆ"
"ข้าดีใจที่เ้าชอบ"
โจวเยี่ยนจื่อที่ยืนอยู่ด้านหลังเอ่ยขึ้น บัดนี้เขายืนใกล้จนแทบจะเอาหน้ามาชิดตรงไหล่ฟ่านหนิงเหอ ทำให้เขาถึงกับสะดุ้งและรีบขยับหนีเมื่อรับรู้ว่าลมหายใจของอีกฝ่ายััโดนต้นคอของตน
"ข้าเคยสัญญากับคนผู้หนึ่งไว้ว่าจะพาไปเที่ยวทะเลสาบ แต่จนแล้วจนรอดข้าก็ผิดสัญญา"
"แล้วไยท่านจึงพาข้ามาที่นี่ ไม่พาคนผู้นั้นมาด้วยกันเล่า"
"เขาตายแล้ว"
"เอ่อ...ข้าขออภัยที่เสียมารยาทถาม"
"ไม่เป็ไร เ้ามาก็เท่ากับข้าได้ทำตาสัญญาแล้วเช่นกัน"
ฟ่านหนิงเหอถึงกับทำหน้าฉงนกับคำตอบของคนที่ทอดสายตาเหม่อมองไปยังทะเลสาบ เขาไปเกี่ยวกับคนผู้นั้นได้อย่างไร
คนกลุ่มหนึ่งเดินทางมาถึง โจวเยี่ยนจื่อจึงให้เขารอโดยการชมทะเลสาบไปก่อน เขามีธุระต้องไปคุยกับกลุ่มพ่อค้าเพื่อเจรจาทำข้อตกลงทางการค้าในเรือนรับรองหลังนั้น ซึ่งฟ่านหนิงเหอเพิ่งมารู้ทีหลังว่าเป็ของราชสำนัก เป็ที่สำหรับเหล่าราชวงศ์ชั้นสูงมาพักผ่อนหย่อนใจ
สองชั่วยามผ่านไปฟ่านหนิงเหอทั้งเดินเล่นทั้งนั่งรออยู่ที่ศาลาริมทะเลสาบเขากินหมั่นโถที่ทหารคนติดตามองค์ชายสี่นำมาให้รองท้องไปนิดหน่อย ตอนนี้ท้องเริ่มร้องประท้องเสียแล้ว จึงยืนเอามือลูบท้องไปมา ประตูเรือนหลังนั้นเปิดออก เท่ากับว่าถึงเวลาที่เขาจะได้กลับเสียที โจวเยี่ยนจื่อรับการคารวะจากกลุ่มพ่อค้า จึงเดินมาหาเขาที่ยืนรออยู่
ในที่สุดฟ่านหนิงเหอก็ได้เข้ามายังตลาดในเมืองใกล้ ๆ เพื่อหาอาหารรับประทาน เขาอดแปลกใจไม่ได้เมื่อเข้ามายังโรงเตี้ยมที่ขายอาหาร เขาสั่งอาหารไปสองอย่าง โจวเยี่ยนจื่อสั่งไปถึงสี่อย่าง และทั้งสี่อย่างนั้นเป็ของที่เขาล้วนชอบกินทั้งสิ้น แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถามอะไร คิดได้แค่ว่าคงเป็เื่บังเอิญ
วันนี้เขาได้มากับโจวเยี่ยนจื่อจนรู้สึกได้ว่าเขาเป็คนที่อ่อนโยนมาก ๆ เอาใจใส่ผู้อื่นมากคนหนึ่ง
เมื่ออาหารมาวางเต็มโต๊ะ โจวเยี่ยนจื่อก็คีบอาหารใส่ถ้วยข้าวให้เขาทำเอาเขาถึงกับกระอักกระอ่วน
"ท่านไม่ต้องดูแลองครักษ์ดีถึงเพียงนี้ก็ได้ ข้าเป็แค่องครักษ์ติดตามท่านเท่านั้น"
"สำหรับข้าเ้าไม่ใช่แค่องครักษ์...เ้าลองกินนี่ดูสิ"
โจวเยี่ยนจื่อคีบรากบัวตุ๋นซีอิ้วใส่จานให้เขา ฟ่านหนิงเหอถึงกับพูดไม่ออก คืบอาหารเข้าปากไปเรื่อย ๆ แก้เก้อ
"อร่อยหรือไม่"
"อร่อยพ่ะย่ะค่ะ"
โจวเยี่ยนจื่อกำลังจะยกจอกน้ำขึ้นดื่มแต่ก่อนดื่มเขาดมน้ำในจอกก่อนจึงจะดื่ม เล่นเอาฟ่านหนิงเหอที่กำลังเคี้ยวข้าวในปากถึงกับสำลัก
"เ้าเป็อะไรหรือเปล่า"
โจวเยี่ยนจื่อรีบลุกขึ้นมาลูบหลังให้เขา แล้วยื่นน้ำให้เขาดื่ม แต่ก่อนจะยื่นน้ำให้เขาก็ดมน้ำในจอกก่อนจึงยื่นให้อยู่ดี ทำเอาเขาสำลักไออยู่พักใหญ่
"เ้าดีขึ้นแล้วหรือไม่"
"กระหม่อมไม่เป็ไรแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
"เ้าดื่มน้ำก่อน"
"อืม..."
สิ่งที่ทำให้ฟ่านหนิงเหอสำลักทั้งข้าวทั้งน้ำจนน้ำตาไหลนั้นเป็เพราะ โจวเยี่ยนจื่อคนนี้เหมือนกับไทเลอร์อย่างกับเป็คน ๆ เดียวกัน ทั้งรู้ว่าเข้าชอบทานอะไร ไทเลอร์จะดมน้ำที่จะดื่มก่อนทุกครั้งเพื่อดูว่าในน้ำผสมอะไรหรือไม่ จนติดเป็นิสัย ทุกครั้งก่อนดื่มน้ำไม่ว่าจะเป็น้ำเปล่า น้ำชา หรือแม้แต่เหล้าเขาจะต้องดมก่อนทุกครั้ง
ที่สำคัญเขาเพิ่งนึกขึ้นได้ ไทเลอร์เคยสัญญากับเขาว่าเสร็จงานคุ้มกันวีไอพีจะพาเขาไปเที่ยวทะเลสาบที่สวยที่สุดซึ่งเขาไม่บอกว่าเป็ที่ไหน
"เป็ไปไม่ได้"
เขาพูดแ่เบาแทบไม่เสียงหลุดออกจากปาก นั่งนิ่งจ้องมองใบหน้าที่หล่อเหลาคมคายที่ยังขยับดูแลเขาอยู่ใกล้ ๆ อย่างตกตะลึง
"ฟ่านหนิงเทียน..หนิงเทียน...เ้าดีขึ้นแล้วหรือไม่"
โจวเยี่ยนจื่อเรียกคนตรงหน้าที่เหมือนคนติดอยู่ในภวังค์จึงนึกเป็ห่วงว่าจะเป็อะไรมากหรือเปล่า
"ดีขึ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ ข้าไม่เป็อะไรแล้ว"
ฟ่านหนิงเหอตอบเสียงเบา มองหน้าโจวเยี่ยนจื่อที่ส่งยิ้มเอื้ออาทรให้เขา มือก็เอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดปากที่เลอะน้ำให้เขาอย่างเบามือ
เขาเหมือนไทเลอร์จริง ๆ ไม่จริง...เป็ไปไม่ได้ ไทเลอร์จะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร