เวลาผันผ่านมาถึง่เช้าของวันใหม่ เย่หยุนซีในชุดอาภรณ์สีขาวรีบวิ่งไปยังูเาหลังจวนโดยไม่รอช้า เนื่องจากวันนี้เป็วันแรกที่เขาจะได้เรียนกับอาจารย์ที่เป็ถึงเซียนกระบี่
ทว่ายังไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะได้ขึ้นไปบนูเา!! กระบี่ไม้เล่มหนึ่งก็พลันพุ่งแหวกอากาศตรงมาปักที่พื้นเบื้องหน้าพร้อมกับเสียงชายขี้เมาที่ดังกังวาน "ด่านแรก ใช้กระบี่ไม้เล่มนี้ฝ่าฟันอุปสรรคขึ้นมาบนยอดเขาให้ได้ จำกัดเวลา 12 ชั่วยาม"
"หา! เอาจริงงั้นหรือขอรับ" เย่หยุนซีอุทานเสียงดังลั่น สัตว์อสูรบนูเาลูกนี้มีพลังระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 5-7 เป็อย่างต่ำ และหากบุกไปยังยอดเขาดีไม่ดีอาจจะเจอกับสัตว์อสูรระดับหลอมรวมขั้นที่ 1 ซึ่งถือว่าเกินกำลังของเด็กหนุ่มไปมาก
"ฮ่าๆๆ อะไรกันๆ ยังไม่ทันเริ่มก็ปอดแหกเสียแล้วหรือ แบบนี้มันเสียเชื่ออาจารย์นะรู้ไหม"เสียงๆเดิมพลันดังขึ้นราวกับ้าจะท้าทาย
เย่หยุนซีเมื่อได้ยินดวงตาก็ฉายแววคมกล้า ยื่นมือคว้ากระบี่ไม้ และวิ่งขึ้นูเาด้วยความเร็วสูงสุดของตนเองในทันที ภาพนี้ทำให้เซียนกระบี่เมามายผู้เป็อาจารย์ถึงกับเผยรอยยิ้มออกมา
"มันต้องแบบนี้สิ ถึงจะสมเป็ศิษย์ของข้า หากไม่มีความกล้าหาญั้แ่เริ่ม แล้วจะชักกระบี่ไปเพื่ออะไร" พูดจบ ก็ยกสุราขึ้นดื่มอย่างสำราญใจ
ผิดกับทางฝั่งผู้เป็ศิษย์อย่างเย่หยุนซีที่บัดนี้กำลังตึงเครียดเพราะต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรรูปแบบพยัคฆ์ขนาดใหญ่ที่มีพลังถึงระดับ ก่อกำเนิดขั้น 9
"โอ้! พระเ้า!! นี่ข้าต้องดวงซวยขนาดไหนกัน ถึงได้เจอสัตว์อสูรระดับนี้ทั้งๆที่พึ่งเข้ามา" เด็กหนุ่มก่นด่าโชคชะตาของตนเอง จากนั้นเร่งตั้งท่าพร้อมสู้รบในทันที
"เข้ามาเลย เ้าเสืองี่เง่า!"
"โฮกก!!"
อสูรพยัคฆ์ราวกับเข้าใจในคำกล่าว มันจึงพุ่งพรวดเข้าหาเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็วประดุจสายอัสนี พร้อมทั้งกางกรงเล็บอันแหลมคมฟาดฟันใส่หมายสังหาร
เย่หยุนซีดวงตาเบิกกว้าง! เขารีบใช้ย่างก้าวเร้นลับกระโจนถอยหลังหลบหลีกการโจมตีจนเหลือเพียงแค่เงาลางๆทิ้งเอาไว้
"ฝู่ เกือบไปๆหากช้ากว่านี้อีกนิดข้าคงได้ไปเฝ้ายมบาล" เด็กหนุ่มถอนหายใจพลางบ่นพึมพำ จากนั้นเริ่มกระตุ้นลัญจกรเทพอสูรทางฝั่งหยินของตนเอง ส่งผลให้ลมปราณที่สุดแสนจะเย็นะเืพรั่งพรูออกมาจากร่างกลายเป็หมอกสีขาวบางๆปกคลุมพื้นที่
"ตาข้าบ้าง!" เย่หยุนซีเริ่มทำการร่ายรำทักษะกระบี่ด้วยท่วงท่าที่งดงาม ไหลลื่น และพริ้วไหว ซึ่งเมื่อบวกกับย่างก้าวเร้นลับที่รวดเร็วพิศดารเกินบรรยาย ถึงแม้อสูรพยัคฆ์จะพยายามโจมตีสักเพียงใด แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งการร่ายรำกระบี่ในครานี้ได้ทัน
"ทักษะกระบี่หมอกมายา ขั้นที่ 1 บุปผามายาเริงระบำ" เมื่อการร่ายรำกระบี่ดำเนินมาถึง่สุดท้าย หมอกสีขาวจางๆก็พลันกลายเป็กลีบดอกไม้น้ำแข็งจำนวนมหาศาลพุ่งเข้าโอบล้อมและเชือดเฉือนร่างของอสูรพยัคฆ์ราวกับพายุกระบี่ขนาดย่อม
"ฉับๆๆๆ"
"โฮกก!!"
อสูรพยัคฆ์เมื่อถูกกรีดเชือดซ้ำๆก็เริ่มกรีดร้อง ถึงแม้มันจะะเิพลังขึ้นมาป้องกันและพยายามฝ่าพายุออกไป แต่สุดท้ายมันก็ไม่เป็ผลอยู่ดี เนื่องจากเย่หยุนซีคอยควบคุมพายุกลีบบุปผานี้ให้ติดตามอสูรพยัคฆ์ไม่ว่ามันจะไปทิศทางไหน
"ฉับ"
"ตอนนี้แหละ ทักษะควบคุมกระบี่บิน ไป!!" เมื่อได้จังหวะ! เด็กหนุ่มพลันใช้ลมปราณน้ำแข็งหอหุ่มกระบี่ไม้ จากนั้นควบคุมให้มันพุ่งเข้าใส่าแที่ใหญ่ที่สุดของอสูรพยัคฆ์ด้วยความเร็วเต็มกำลัง
"สวบ"
"โฮกก!!"
ทันทีที่กระบี่แทงลงไปจนมิดด้าม อสูรพยัคฆ์ก็กรีดร้องและดินรนอย่างบ้าคลั่ง แต่หลังจากนั้นไม่นาน! ตัวมันก็สิ้นใจลงเนื่องจากทานทนต่อความเ็ปไม่ไหว
"วาบ"
เย่หยุนซีเมื่อเห็นก็คลายทักษะของตนเองในทันใด ทว่าด้วยความที่ใช้พลังปราณไปจำนวนมาก มันจึงทำให้เขาหน้ามืดและล้มลงไปนอนกองกับพื้นทันที
"อึก! แย่ล่ะสิ เผลอใช้พลังปราณจนหมด ขยับ....ไม่....ได้" พูดจบ! สติของเด็กหนุ่มก็พร่าเลือนหาย ั้แ่เกิดมานี่ถือเป็การต่อสู้จริงครั้งแรกของเขาเลยก็ว่าได้ ดังนั้นมันจึงไม่แปลกเลยที่เขาจะสลบไปหลังจากที่อัดพลังใส่ฝ่ายตรงข้ามอย่างเต็มที่
"หือ!! เ้าเด็กนี่ถึงกับสู้ข้ามขั้นได้ถึง 4 ขั้น!!!" เซียนกระบี่เมามายที่เฝ้าดูสถานการณ์ถึงกับอุทานด้วยความใ จริงอยู่! ที่ทุกดินแดนล้วนมีผู้คนจำนวนมากที่สามารถต่อสู้ข้ามขั้นของตนเองได้ แต่ให้เต็มที่ก็ไม่น่าจะเกิน 2 ขั้น
"ท้าทาย์ๆ! ฮ่าๆๆ ดูเหมือนข้าจะโชคดี ที่ได้รับเ้าหนูนี่เป็ศิษย์สืบทอดวิชา" พูดจบ! เซียนกระบี่เมามายก็รีบพุ่งทะยานไปหาเย่หยุนซีและพากลับมาบนยอดเขาโดยไม่รอช้า
หลังจากนั้น 3 ชั่วยาม เด็กหนุ่มก็ตื่นขึ้นมาด้วยสภาพอ่อนเพลียยิ่ง และสิ่งที่เขาเห็นเป็อย่างแรกก็คือผู้เป็อาจารย์ที่กำลังถ่ายโอนพลังปราณให้
"ตื่นแล้วหรือเ้าหนู ตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง?"
"อื้อ ดีขึ้นแล้วขอรับ ขอบคุณท่านอาจารย์ที่ช่วยเหลือข้า" เย่หยุนซีชันกายลุกขึ้นนั่งพลางตอบกลับด้วยความทราบซึ้งใจ
"ฮ่าๆๆ ไม่นับเป็อะไรๆ ถึงยังไงเ้าก็เป็ศิษย์ของข้า" หลี่ไป่หัวเราะร่า ก่อนที่จะยกน้ำเต้าสุราขึ้นดื่มอย่างสำราญใจเหมือนอย่างที่เคยทำเป็ประจำ
"อึกๆๆ"
"นี่เ้าหนู! ไหนๆวันนี้เ้าก็ต้องพักฟื้นฟูพลัง พวกเรามาคุยกันเสียหน่อยดีไหม?"
"เอ๋!! พูดคุยเื่อะไรงั้นหรือขอรับ?" เย่หยุนซีเอ่ยถาม
หลี่ไป่ยกยิ้มบาง "อืม.....ก็อย่างเื่ เป้าหมายในชีวิตของเ้านับจากนี้?"
เย่หยุนซีเมื่อได้ยินก็เงยหน้ามองท้องฟ้าในทันที "เป้าหมายของข้ามีอยู่สองอย่าง หนึ่งคือแข็งแกร่งขึ้นให้ได้มากที่สุดเพื่อปกป้องครอบครัว ส่วนอย่างที่สองคือการได้ท่องเที่ยวเปิดโลกทัศน์อย่างอิสระเสรี"
"โอ้ ไม่เลว ข้อแรกนับเป็เป้าหมายที่ดี แต่ข้อที่สองนั้นถือว่าเป็ไปได้ยากมาก!" หลี่ไป่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูจริงจังกว่าที่ผ่านมา
"หืม ทำไมล่ะขอรับ?"เย่หยุนซีเอ่ยถามอีกครา การเดินทางอย่างอิสระเป็สิ่งที่ทุกคนทำได้มิใช่หรือ แล้วเพราะเหตุใดอาจารย์ถึงได้บอกว่ามันเป็ไปได้ยากกัน
"เห้อ หากจะให้พูดถึงเื่นี้มันคงจะกินเวลานานมากเลยนะ เ้ายังจะอยากฟังอยู่หรือไม่?"
เย่หยุนซีพยักหน้าอย่างฉับไว "แน่นอน! ข้าย่อมอยากฟัง"