'ลูกรักโลกใบนี้กว้างใหญ่มากนัก จงใช้ชีวิตของเ้าแทนแม่ กลับไปเสีย' แม่นมเผิงซีผลักเยว่ช่างม่านออกอย่างแรงจนร่างหญิงสาวลอยห่างออกไป
‘ม่านเอ๋อร์กลับไป กลับไปกับนาง กลับไป’ ร่างของเผิงซีค่อยๆ หายไปก่อนจะปรากฏร่างของลี่ฟางขึ้นมาแทน
"คุณหนู ท่านยังมีเื่ราวอีกมากที่ต้องแก้ไขนะเ้าคะได้โปรดกลับมากับบ่าวเถอะ คุณหนูท่านแม่ของคุณหนูสละชีพเพื่อรักษาคุณหนูไว้นะเ้าคะ ตระกูลเฟิ่งทั้งตระกูลเพื่อคุณหนูแล้ว ฮืออออ" ลี่ฟางร่ำไห้อย่างอัดอั้นทรมานใจมิน้อยเมื่อมีเื่ราวมากมายที่อยากบอก แต่กลับพูดออกไปไม่ได้ด้วยคำสั่งของฮูหยินค้ำคออยู่
"จะเ้า เ้าพูดอะไรกัน" เยว่ช่างม่านถามอย่างมึนงงด้วยไม่รู้เื่ราวที่เกิดขึ้น
"คุณหนู นี่คือร่างจิติญญายุทธ์ของบ่าว บ่าวมีเวลาไม่มากแล้วเคล็ดวิชากระบี่เทพ์ ครั้งหนึ่ง ฮูหยินเคยสอนบ่าวคุณหนูจดจำไว้นะเ้าคะ" ลี่ฟางสะบัดมือเพียงครั้งกระบี่เล่มยาวก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ นางจับกระบี่เริ่มร่ายรำกระบวนท่าต่างๆให้เยว่ช่างม่านได้ชม
หลงลี่ฟางเคลื่อนไหวคล่องแคล่วร่ายรำพลิ้วไหวดุจสายลม เยว่ช่างม่านมองอย่างตั้งใจจดจำกระบวนท่าเ่าั้ไว้ก่อนจะขยับร่างกายตามลี่ฟาง
“ก้าวแรกหยั่งรู้กระบี่ คุณหนูต้องรู้ว่ากระบี่คือสิ่งใดมีไว้เพื่ออะไรกระบี่ไร้ตาเชือดเฉือนไร้ใจ เจ็ดสิบสองกระบวนท่า คุณหนูต้องจำให้ได้นะเ้าคะ”ลี่ฟางยังคงร่ายรำต่อเนื่อง นางชำเลืองมองเยว่ช่างม่านเป็ระยะๆ
เยว่ช่างม่านราวกับร่างกายคุ้นเคยกับกระบวนท่ากระบี่เป็อย่างดีนางร่ายรำคล่องแคล่ว ราวกับว่านางผ่านการฝึกฝนมานับร้อยนับพันครั้ง
“ก้าวที่สองเข้าใจกระบี่ หนึ่งกระบี่ หนึ่งใจล้วนคู่กัน หนึ่งร้อยแปดกระบวนท่า”ลี่ฟางเคลื่อนไหวต่อเนื่องไม่หยุดพัก
ก่อนนางจะใช้ปราณส่งกระบี่ขึ้นเหนือศีรษะลอยกลางอากาศนางใช้ลมปราณควบคุมกระบี่ ด้วยรู้ว่านางเหลือเวลาไม่มากแล้ว หนึ่งร้อยแปดกระบวนท่าจึงถูกถ่ายทอดในคราวเดียวจนสิ้น
“ก้าวที่สามชำนาญกระบี่ หมื่นกระบี่เคียงคู่ร่วมต้านภัย เก้าสิบหกกระบวนท่า”กระบี่ที่ลอยอยู่กลางอากาศ จู่ๆ ก็แตกแยกออกเป็หมื่นๆ เล่มเคลื่อนไหวตัดสายลมตามใจนึก
เยว่ช่างม่านได้แต่มองอย่างมึนงงด้วยนางยังไม่อาจคุมจิตใจตนเองให้เหนือจิติญญาของกระบี่ได้ จึงยากที่จะควบคุมหมื่นกระบี่
หากแต่ลี่ฟางยังคงออกกระบวนท่าต่อเนื่องนางทราบดีว่าเยว่ช่างม่านยังไม่อาจทำตามได้ แต่ขอเพียงคุณหนูสามารถจดจำได้ก็พอแล้ว
“ก้าวที่สี่เชี่ยวชาญกระบี่ สรรพสิ่งทุกอย่างล้วนเป็อาวุธได้ทั้งสิ้น สี่สิบสองกระบวนท่า”ลี่ฟางสะบัดมือเพียงครั้ง ทุกอย่างรอบกายก็เปลี่ยนไป
กระบี่เมื่อครู่กลายเป็ใบไม้ ใบไม้มีดเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วสามารถตัดต้นไม้ใหญ่ได้ภายในการโจมตีครั้งเดียว
เยว่ช่างม่านมองลี่ฟางอย่างตื่นตะลึงอาจเพราะพร์ นางจึงจดจำทุกอย่างตามที่ลี่ฟางสอนได้อย่างรวดเร็ว
“ก้าวสุดท้ายไร้ลักษณ์ จิติญญาและกระบี่ล้วนเป็หนึ่ง หนึ่งร้อยสามกระบวนท่า”ลี่ฟางถอนมือออก
จู่ๆภาพก็แปรเปลี่ยนไป ก่อนปราณจะก่อเกิดรูปร่างที่มองดูคล้ายกระบี่เคลื่อนไหวกลางอากาศตัดผ่านลมอย่างรวดเร็ว
เมื่อถ่ายทอดเคล็ดวิชากระบี่เทพ์หมดแล้วลี่ฟางก็หยุดเคลื่อนไหว ก่อนจะเดินมายืนตรงหน้าเยว่ช่างม่าน
“อีกสองเคล็ดวิชานี้สืบทอดกันในสกุลบ่าวเท่านั้นเ้าค่ะ หนึ่ง กายาเก้าร่าง สอง ธาราหิมะสดับอัคคีสองเคล็ดวิชานี้สืบทอดกันมาหลายรุ่น บ่าวเป็รุ่นสุดท้ายเ้าค่ะบ่าวใส่เคล็ดวิชานี้ลงในจิติญญายุทธ์ของบ่าวด้วยทั้งสองอย่าง คุณหนูต้องฝึกฝนต่อเองเ้าค่ะหมดเวลาของบ่าวแล้ว คุณหนู โปรดรักษาตัวด้วย” เอ่ยจบ ร่างของลี่ฟางก็ค่อยๆเลือนหายไป
“ดะเดี๋ยวเดี๋ยวก่อน เดี๋ยว!” เยว่ช่างม่านลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างฉับพลันนางมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อมองไปรอบๆ ห้องก็ไม่พบลี่ฟางนางจึงเดินออกไปตามหารอบๆ เรือน แต่ก็ไม่พบอีก
ความกังวลเริ่มฉายชัดบนดวงหน้างามนึกย้อนไปยังเหตุการณ์ที่เสมือนดังฝันเมื่อครู่ ความวิตกกังวลเริ่มเพิ่มมากขึ้นเยว่ช่างม่านวิ่งไปทั่วภายในมิติ นางตามหาลี่ฟางจนรู้สึกเหนื่อยแต่ก็ยังไร้วี่แววัหิมะสาว
"ลี่ฟาง ลี่ฟาง เ้าอยู่ที่ไหน ลี่ฟาง"
เมื่อะโไปรอบๆก็ไม่เห็นลี่ฟาง เยว่ช่างม่านได้แต่นั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าเรือนก่อนนางจะใช้สมาธิตามหาสัตว์เทวะในพันธะ
"คุณหนู บ่าวอยู่นี่เ้าค่ะ ในเรือนนี้ ที่พื้นเ้าค่ะ"
ัหิมะสาวบัดนี้กลับกลายเป็เพียงงูขาวตัวน้อยคล้ายไส้เดือนมันมีเขาเล็กๆ สองข้างบนหัว ตอบกลับเยว่ช่างม่านอย่างอ่อนแรง
"เ้ารอข้าก่อนนะ"
เยว่ช่างม่านรีบเดินกลับเข้าเรือนก่อนจะสังเกตไปยังพื้นเรือน ดวงเบิกโพลงออกมาอารามใ
“ทะทำทำไม ทำไมเ้าถึงเป็แบบนี้ไปได้"
เยว่ช่างม่านทรุดกายลงนั่งนางช้อนงูขาวตัวน้อย ความยาวเท่าข้อมือจรดปลายนิ้วกลาง อุ้มลี่ฟางขึ้นมาแนบอก
"คุณหนู บ่าวขอโทษนะเ้าคะตอนนี้บ่าวกลับมาอยู่ขั้นแรกเริ่มขั้นต้นเท่านั้น ไม่อาจปกป้องคุณหนูได้อีกบ่าวละอายใจนักเ้าค่ะ"งูขาวตัวน้อยมุดหัวเข้าไปในอกเสื้อของเยว่ช่างม่านอย่างรู้สึกผิด
นางเสียพลังสะสมกว่าหลายพันปีถึงขั้นเสียก่อเกิดจิติญญายุทธ์เพื่อติดตามจิติญญาของเยว่ช่างม่านที่หายไปจากร่าง ไม่อาจฟื้นตัวได้โดยง่ายนักอีกประการที่สำคัญ คือดวงจิตของนาง ได้มอบให้แก่เยว่ช่างม่านไปแล้วการฟื้นตัวจำต้องใช้เวลามากกว่าเดิมหลายพันเท่า จนกว่านางจะมีตบะและพลังมากพอเพื่อสร้างดวงจิตขึ้นมาใหม่
"ขอบคุณ ขอบคุณเ้ามาก เพื่อช่วยข้าเ้าคงสละดวงจิติญญายุทธ์ของเ้าตามหาข้าสินะ"เยว่ช่างม่านจุมพิตศีรษะลี่ฟางอย่างรักใคร่ หากไม่เพราะนางอ่อนแอไม่สามารถควบคุมจิตของนางเองได้ ไฉนเลยลี่ฟางจะเป็เช่นนี้
"ไม่เป็ไรเลยเ้าค่ะ อีกเพียงไม่กี่พันปี บ่าวจะกลับไปเป็ดังเดิมสัตว์อสูรนั้นต่างจากมนุษย์เ้าค่ะ เราเติบโตเองได้ เพียงแต่ใช้เวลามากกว่ามนุษย์หากแต่เรามีอายุยืนยาวกว่า ที่สำคัญคือหากคุณหนูไม่สามารถก้าวผ่านระดับเทวะได้ก่อนอายุหนึ่งพันปีคุณหนูจะดับขันธ์ตามกาลได้เ้าค่ะ หากถึงระดับเทวะได้คุณหนูจะมีอายุยืนยาวขึ้นถึงห้าหมื่นปี" ลี่ฟางมองสบตาเยว่ช่างม่าน ให้สัญญา
แม้จะใช้เวลานานหน่อยแต่นางจะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งสำคัญคือเยว่ช่างม่านต้องก้าวผ่านระดับเทวะก่อนอายุหนึ่งพันปี มิเช่นนั้นเยว่ช่างม่านก็จะดับขันธ์ไปตามเงื่อนไข
"ข้าจะหาทางช่วยเ้าเอง ข้าสัญญา"
เยว่ช่างม่านตอบกลับอย่างหนักแน่นนางจะไม่ยอมให้การเสียสละของลี่ฟางสูญเปล่า เมื่อตั้งปณิธานได้แล้วเยว่ช่างม่านก็ค่อยๆ วางลี่ฟางลงบนที่นอน ก่อนจะนั่งขัดสมาธิ
ดวงจิตัหิมะพันปีมีจิติญญายุทธ์ระดับราชันย์บัดนี้เปล่งแสงอยู่ในมหาสมุทรลมปราณของเยว่ช่างม่านเมื่อรวมเข้ากับลมปราณของเยว่ช่างม่านได้แล้ว หญิงสาวก็รู้สึกร้อนไปทั่วร่างราวกับถูกเพลิงนรกอเวจีแผดเผา ก่อนจะเปลี่ยนเป็หนาวสุดขั้วหัวใจเยว่ช่างม่านค่อยๆ ขับเคลื่อนลมปราณไปทั่วทั้งร่างอย่างช้าๆก่อนจะส่งปราณไปยังจุดตันเถียนที่หนึ่ง
เปลวไฟสีน้ำเงินดวงเล็กค่อยๆขยายขนาดขึ้นเรื่อยๆ เยว่ช่างม่านนิ่วหน้ากัดฟันด้วยความเ็ป
การเลื่อนขั้นแม้จะเจ็บเจียนตายแต่หากผ่านความรู้สึกนี้ไปได้ นางจะมีพลังมากขึ้น เยว่ช่างม่านที่ไม่ยอมให้จิติญญายุทธ์ของลี่ฟางเสียเปล่านางตั้งตนอยู่ในสมาธิ ขจัดความคิดที่สับสน ปล่อยตัวเองให้ว่างเปล่า
ราวห้าชั่วยามผ่านไปเปลวไฟค่อยๆ สว่างขึ้น ขยายจากขนาดเดิมขึ้นมากกว่าสองเท่า ก่อนจะหยุดขยายเยว่ช่างม่านผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
"ยินดีด้วยเ้าค่ะ คุณหนูอยู่ระดับใดแล้วเ้าคะ"
ลี่ฟางในร่างัน้อยคล้ายไส้เดือนเอ่ยอย่างตื่นเต้น ด้วยระดับพลังของลี่ฟางยามนี้นางไม่อาจมองเห็นระดับของเยว่ช่างม่านได้อีกแล้ว
"หลอมิญญาขั้นสูงสุด เพียงไม่ถึงหนึ่งเดือนก็ก้าวข้ามมาถึงเพียงนี้ข้าคงต้องอยู่ระดับนี้อีกสักพัก จนกว่าพลังจะคงที่"เยว่ช่างม่านรู้สึกจิตใจสงบมากขึ้น
นางมองเห็นทุกอย่างได้ไกลกว่าเดิมสามารถเห็นรายละเอียดต่างๆกระจ่างขึ้น 'ไม่มีเวลาให้หยุดคิดอีกแล้วเยว่ช่างม่านตัดสินใจอย่างเด็ดขาด มีเื่มากมายที่ต้องกลับไปแก้ไข อีกไม่นานข้าจะออกไป หยูฟางซิน กู้เหลียนหลิน ทุกอย่างที่พวกเ้าทำกับข้าพวกเ้าจะต้องชดใช้!'
กาลเวลาในมิติภายในจี้หยกหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็วกว่าเจ็ดเดือนมานี้ เยว่ช่างม่านฝึกฝนวิชาต่างๆ ที่ลี่ฟางได้แนะนำอย่างไม่ลดละทั้งยังไม่ทิ้งการหลอมโอสถและการฝึกควบคุมมิติ
เยว่ช่างม่านเติบโตขึ้นอย่างมากในทางจิติญญาการควบคุมกระบี่ทำได้ดี แม้ยังไม่ถึงก้าวที่สามชำนาญกระบี่ แต่ก็ใกล้มากขึ้นทุกที
ในส่วนของการหลอมโอสถด้วยตำราของมารดาแล้วไม่เป็การยากในการหลอมโอสถมากนักทั้งทรัพยากรในมิติก็เพียงพอให้ก้าวมาถึงระดับนักปราชญ์ขั้นสูงสุดได้อย่างรวดเร็วแต่การจะผ่านไปยังระดับสูงกว่านั้นนับว่ายากยิ่งด้วยเตาหลอมที่ไม่อาจรับแรงกดดันในการหลอมยาได้อีกและสมุนไพรบางตัวที่ขาดในการเลื่อนขั้น เยว่ช่างม่านจำต้องหาทางออกไปข้างนอก
ในตอนนี้สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับเยว่ช่างม่าน เห็นจะเป็การควบคุมมิติ เสมือนกำแพงสูงที่ยากจะข้ามผ่านเยว่ช่างม่านพยายามลองเคลื่อนย้ายมิติอยู่หลายครั้งแต่ก็ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากจี้หยกได้เสียที