สายลมราตรีกรีดหวิว ร่างของหลินเยี่ยนร่วงหล่นกลางอากาศอย่างรวดเร็ว
หน้าผาสูงกว่าร้อยจั้ง เบื้องล่างคือลำธารหุบเขาที่เต็มไปด้วยโขดหินระเกะระกะ คนธรรมดาตกลงไปจากความสูงระดับนี้ตายสถานเดียว แม้แต่ศิษย์นอกที่ฝึกตนมาบ้าง หากไม่แหลกเหลวเป็เนื้อบดก็ต้องเจ็บหนักปางตาย
แต่หลินเยี่ยนในยามนี้มี กายทองแดงกระดูกเหล็ก คุ้มครอง
เขาปรับท่าทางกลางอากาศ พยายามให้ตนเองกระแทกพื้นด้วยแรงน้อยที่สุด ร่างกายกระแทกเข้ากับหินที่ยื่นออกมาจากหน้าผา อาศัยแรงนั้นม้วนตัวผ่อนแรงกระแทกจากการตก
ตูม!
ในที่สุดเขาก็ตกลงกระแทกอย่างแรงบนเนินลาดของลำธารหุบเขา แรงกระแทกมหาศาลทำให้เขากลิ้งไปหลายสิบตลบ ชนต้นไม้ขนาดเท่าปากชามหักไปหลายต้น ชนหินแตกไปหลายก้อน สุดท้ายกระแทกเข้ากับหินั์ก้อนหนึ่งถึงหยุดลงได้
“แค่ก...”
หลินเยี่ยนนอนอยู่บนพื้น รู้สึกว่ากระดูกทั่วร่างกำลังกรีดร้อง ความเ็ปรุนแรงแล่นพล่านไปทั่วร่าง ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ
เขาตะเกียกตะกายลุกขึ้น ขยับเส้นเอ็นและกระดูก
แขนซ้ายหัก น่าจะเกิดจากการกระแทก
ซี่โครงร้าวไปหลายซี่ หายใจแต่ละครั้งเจ็บแปลบ
ทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยรอยถลอกและรอยช้ำ
แต่เขารอดตาย
หากเป็คนธรรมดาคงแหลกเป็กองเนื้อไปนานแล้ว แต่กายทองแดงกระดูกเหล็กของเขาช่วยรักษาชีวิตไว้ได้ในนาทีวิกฤต แม้าเ็ไม่น้อยแต่ยังห่างไกลจากคำว่าถึงแก่ชีวิต
ที่สำคัญกว่านั้น เขาััได้ว่า แก่นแท้แห่งไฟ ในกายกำลังซ่อมแซมาแโดยอัตโนมัติ
แขนซ้ายที่หักส่งความรู้สึกชาหนึบ กระดูกที่แตกกำลังสมานตัวอย่างช้าๆ
ซี่โครงที่ร้าวก็กำลังซ่อมแซมตัวเอง
รอยถลอกและรอยช้ำเ่าั้กำลังจางหายไปด้วยความเร็วที่มองเห็นด้วยตาเปล่า
“นี่คือกายาเตาหลอม...”
หลินเยี่ยนพึมพำกับตัวเอง การหลอมสี่สิบเก้าวันไม่เพียงมอบร่างกายอันแข็งแกร่งให้เขา แต่ยังมอบความสามารถในการฟื้นฟูอันยอดเยี่ยม ขอเพียงไม่ใช่าแถึงตาย เขาก็สามารถฟื้นฟูตัวเองได้
เขาเงยหน้ามองยอดผา
ทิศทางของเรือนปรุงยาปรากฏแสงไฟสว่างไสว เสียงะโแว่วมาลางๆ ดูท่าการตายของเซียวอวิ๋นเทียนจะถูกพบเห็นแล้ว คนของสำนักชิงอวิ๋นกำลังค้นหาไปทั่ว
“ต้องรีบไปจากที่นี่โดยเร็ว”
หลินเยี่ยนเก็บเศษผ้าที่ตกอยู่บนพื้นมาพันกายใหม่อีกครั้ง จากนั้นเริ่มตรวจสอบของในอกเสื้อ ยังดีขวดยาหยกและคัมภีร์เ่าั้ไม่แตกเสียหาย มีเพียงหินิญญาไม่กี่ก้อนที่แตกละเอียด
เขาเปิดขวดยาขวดหนึ่งเทเม็ดยาออกมา
นี่คือ “ยาคืนวสันต์” สำหรับรักษาอาการาเ็ สามารถสมานแผลได้อย่างรวดเร็ว แม้คุณภาพจะธรรมดาแต่สำหรับเขาในตอนนี้ก็เพียงพอแล้ว
หลินเยี่ยนกลืนยาลงไป พลังยาอันเย็นสบายกระจายไปทั่วร่าง เร่งการฟื้นฟูาแ
“ยังไม่พอ”
เขาเปิดอีกขวด ภายในบรรจุยาเม็ดสีแดงเข้มสามเม็ด ผ่าน เนตรเพลิง เขามองออกว่านี่คือ “ยาไขกระดูกอัคคี” กินแล้วช่วยเสริมพลังปราณธาตุไฟในกาย
สำหรับผู้ฝึกตนทั่วไป ยาชนิดนี้กินได้ครั้งละเม็ดเท่านั้น หากกินมากเกินไปจะทำให้พิษไฟในกายกำเริบ อย่างเบาก็ธาตุไฟเข้าแทรก อย่างหนักก็ร่างะเิตาย
แต่หลินเยี่ยนมี กายาเตาหลอม สิ่งที่เขากลัวน้อยที่สุดก็คือเปลวไฟ
เขากลืนยาไขกระดูกอัคคีลงไปรวดเดียวสามเม็ด
ตูม!
พลังยาธาตุไฟอันมหาศาละเิออกในร่าง ราวกับกองเพลิงกำลังลุกไหม้ ผู้ฝึกตนทั่วไปคงทนพลังบ้าคลั่งนี้ไม่ไหวไปนานแล้ว แต่ร่างกายของหลินเยี่ยนกลับเหมือนหลุมไร้ก้น ดูดซับพลังงานเหล่านี้อย่างบ้าคลั่ง
แก่นแท้แห่งไฟหมุนวนด้วยความเร็วสูง หลอมรวม ดูดซับ และเปลี่ยนพลังยาเป็พลังบริสุทธิ์
ขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นหนึ่ง เริ่มมั่นคงยิ่งขึ้น
พลังงานหลั่งไหลเข้าสู่เส้นลมปราณมากขึ้น หล่อเลี้ยงจุดตันเถียน ขัดเกลาวังวนปราณ ิัของหลินเยี่ยนเริ่มแดงก่ำ อุณหภูมิผิวกายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อากาศรอบกายเริ่มบิดเบี้ยว
ครืน!
เสียงทึบๆ ดังขึ้นในกาย รากฐานของกลั่นลมปราณขั้นหนึ่งมั่นคงอย่างสมบูรณ์
ไม่สิ ไม่ใช่แค่มั่นคง ภายใต้การขัดเกลาของแก่นแท้แห่งไฟ รากฐานของเขาได้มาถึงขีดจำกัดของกลั่นลมปราณขั้นหนึ่งแล้ว กระทั่งััได้ถึงธรณีประตูของ กลั่นลมปราณขั้นสอง ลางๆ
หลินเยี่ยนลืมตา ััถึงพลังที่เปี่ยมล้นในกาย ตัวเขาในยามนี้แม้เป็เพียงกลั่นลมปราณขั้นหนึ่ง แต่พลังการต่อสู้ที่แท้จริงเกรงว่าจะเทียบเท่าผู้ฝึก กลั่นลมปราณขั้นสาม แล้ว
“ดูนั่น มีเงาคน!”
“เป็มัน! หลินเยี่ยนอยู่ทางนั้น!”
“อย่าให้มันหนีไปได้!”
หลินเยี่ยนเงยหน้าเห็นเงาร่างเจ็ดแปดสายกำลังร่อนลงจากยอดผาอย่างรวดเร็ว คนเ่าั้ล้วนเป็ผู้ดูแลนอกสำนัก ระดับ กลั่นลมปราณ วิชาร่างกายคล่องแคล่ว ไม่นานก็ตามลงมาถึง
“มาเร็วจริงนะ”
หลินเยี่ยนไม่ได้ตื่นตระหนก กลับยกยิ้มเย็นที่มุมปาก
ประจวบเหมาะ เขาอยากลองทดสอบพลังในตอนนี้ดูพอดี
ไม่กี่อึดใจผู้ดูแลคนแรกก็แตะพื้น เป็ชายวัยกลางคนอายุสามสิบกว่า ตบะ กลั่นลมปราณขั้นสาม ที่เอวเหน็บกระบี่ยาวเล่มหนึ่ง
“ไอ้ลูกสวะ ยอมให้จับซะดีๆ!”
ผู้ดูแลผู้นั้นตวาดเสียงกร้าว “สังหารผู้าุโปรุงยา โทษเ้าสมควรตายหมื่นครั้ง!”
หลินเยี่ยนมองเขา ั์ตาสีทองแดงฉายแววเย้ยหยัน
“สมควรตายหมื่นครั้ง? แล้วเ้ารู้หรือไม่ว่าเซียวอวิ๋นเทียนทำอะไรลงไป?”
“หุบปาก!” ผู้ดูแลโกรธจัด “าุโเซียวเปี่ยมคุณธรรมบารมี จะให้เ้าใส่ร้ายได้อย่างไร!”
“เปี่ยมคุณธรรมบารมี?”
หลินเยี่ยนหัวเราะ หัวเราะอย่างเยือกเย็นผิดปกติ
“มันปรุงยามนุษย์ ใช้คนเป็ๆ ปรุงยา นี่หรือคือเปี่ยมคุณธรรมบารมีในปากพวกเ้า?”
สีหน้าผู้ดูแลเปลี่ยนไป แต่ไม่นานก็กลับมาเ็า “ใส่ร้ายไม่มีหลักฐาน! ต่อให้าุโเซียวมีความผิดจริง ก็ควรให้สำนักเป็ผู้ตัดสิน มีสิทธิ์อะไรให้ศิษย์นอกอย่างเ้าลงมือ?”
“ข้าเข้าใจแล้ว”
หลินเยี่ยนพยักหน้า “พวกเ้ารู้ว่ามันปรุงยามนุษย์ แต่พวกเ้าไม่สน เพราะคนที่ตายเป็แค่คนธรรมดา เป็แค่ศิษย์นอกไร้ภูมิหลังอย่างข้า”
“ขอเพียงทำให้สำนักชิงอวิ๋นแกร่งขึ้น ขอเพียงสร้างอัจฉริยะออกมาได้มากขึ้น จะใช้วิธีการใดก็ช่างหัวมัน”
“นี่หรือคือวิถีธรรมะที่พวกเ้าว่างั้นรึ?”
ผู้ดูแลถูกตอกจนพูดไม่ออก ด้วยความอับอายจึงกลายเป็โทสะ ชักกระบี่ยาวออกมา
“เลิกพูดมาก! จับมันมาให้ข้า!”
ประกายกระบี่วูบวาบ กระบี่ยาวแทงเข้าใส่ลำคอหลินเยี่ยน กระบี่นี้ทั้งเร็วและแรง เห็นชัดว่ามุ่งหมายเอาชีวิต
แต่ในสายตา เนตรเพลิง ของหลินเยี่ยน วิถีของกระบี่นี้ชัดเจนยิ่งนัก
เขามองเห็นมุมของปลายกระบี่ คาดเดาการเปลี่ยนแปลงของเพลงกระบี่ได้ กระทั่งมองเห็นจุดอ่อนในยามที่ผู้ดูแลผู้นั้นเดินลมปราณ
“ช้าเกินไป”
หลินเยี่ยนขยับกายวูบ หลบคมกระบี่ได้อย่างง่ายดาย พร้อมกันนั้นก็ฟาดฝ่ามือใส่ข้อมือผู้ดูแล
เพียะ!
พลังฝ่ามือะเิออก ผู้ดูแลร้องโหยหวน ข้อมือถูกกระแทกหัก กระบี่ยาวหลุดมือปลิวออกไป
ยังไม่ทันที่เขาจะตั้งตัว หลินเยี่ยนก็ประชิดตัว ซัดหมัดเข้าใส่หน้าอก
ตูม!
ผู้ดูแลระดับกลั่นลมปราณขั้นสามปลิวกระเด็นราวว่าวสายป่านขาด กระแทกผนังหิน กระอักเืคำโต สลบเหมือดคาที่
“ศิษย์พี่หลิว!”
ผู้ดูแลคนอื่นๆ ตามมาถึงพอดี เห็นเพื่อนร่วมสำนักถูกจัดการในพริบตา ต่างพากันหน้าถอดสี
“มันเป็ขอบเขตกลั่นลมปราณแล้ว!”
“รุมมัน! อย่าให้โอกาสมัน!”
ผู้ดูแลเจ็ดคนลงมือพร้อมกัน บ้างใช้วิชากระบี่ บ้างซัดยันต์ บ้างรวมพลังปราณเป็ลูกไฟ
ชั่วขณะนั้น การโจมตีนานาชนิดถาโถมลงมาราวพายุฝน
หลินเยี่ยนยืนนิ่ง ั์ตาสีทองแดงกวาดมองการโจมตีแต่ละอย่างด้วยความสงบเยือกเย็น
เนตรเพลิงทำให้เขามองทะลุวิถีการโจมตีทุกชนิด
กายทองแดงกระดูกเหล็กทำให้เขาไม่หวั่นเกรงความเสียหายส่วนใหญ่
กายาเตาหลอมทำให้เขามีภูมิคุ้มกันต่อเปลวไฟ
และตอนนี้เขายังมีวิชาคาถา
“เผาผลาญความว่างเปล่า!”
หลินเยี่ยนผลักสองมือออกไป ลำแสงเพลิงขนาดใหญ่พุ่งออกมาพร้อมเสียงกัมปนาท
ที่ที่ลำแสงเพลิงพาดผ่าน อากาศถูกเผาไหม้จนบิดเบี้ยว วิชาคาถาที่พุ่งเข้ามาเ่าั้เปราะบางยิ่งนักเมื่ออยู่ต่อหน้าลำแสงเพลิง ถูกกลืนกินไปในพริบตา
ลำแสงเพลิงพุ่งต่อไป กลืนกินผู้ดูแลสองคนเข้าไปพร้อมกัน
“อ๊าก——”
เสียงกรีดร้องดังขึ้น สองคนนั้นถูกเผาจนกลายเป็คบเพลิงมนุษย์ ดิ้นรนล้มลงกับพื้น
ห้าคนที่เหลือหน้าซีดเผือด
“นี่มันวิชาอะไรกัน...ทำไมอานุภาพรุนแรงขนาดนี้...”
“มันเพิ่งจะแค่กลั่นลมปราณขั้นหนึ่งชัดๆ...”
สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ เปลวไฟของหลินเยี่ยนหาใช่วิชาธรรมดาไม่ มันเป็เปลวไฟที่ผ่านการเสริมพลังจาก แก่นแท้แห่งไฟ ผสานพลังไฟพิกลสี่ชนิด
อานุภาพเหนือล้ำผู้ฝึกตนระดับเดียวกันไปไกลโข
“อัคคีไหล!”
หลินเยี่ยนลงมืออีกครั้ง ใช้ออกด้วยท่าที่สอง
เส้นอัคคีนับไม่ถ้วนพุ่งออกจากมือเขา หนาแน่นดั่งสายฝน ปิดตายพื้นที่หลบหนีทุกทิศทาง
ผู้ดูแลทั้งห้าพยายามหลบหลีกสุดชีวิต แต่เส้นอัคคีมากเกินไปและถี่ยิบ ไม่นานก็มีสามคนถูกโจมตี ไฟลุกท่วมตัว
สองคนสุดท้ายสติแตกในที่สุด
“ปีศาจ! มันคือปีศาจ!”
“หนีเร็ว!”
ทั้งสองหันหลังวิ่งหนี
แต่หลินเยี่ยนจะปล่อยให้พวกเขาหนีไปได้อย่างไร?
“ะเิเพลิง!”
เขาใช้ออกด้วยท่าที่สาม ลูกไฟลูกหนึ่งะเิออกตรงกลางระหว่างทั้งสองคน
ตูม!
เปลวเพลิงกลืนกินพวกเขา จุดไฟเผาต้นไม้รอบข้างจนลุกโชน เมื่อแสงไฟจางลงทั้งสองก็นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ไม่รู้เป็ตายร้ายดี
หลินเยี่ยนเดินไปที่ร่างของผู้ดูแลที่ล้มลง
ในจำนวนนั้นยังมีสามคนที่รอดชีวิต แม้าเ็สาหัสแต่ยังไม่ตายในทันที
เขานั่งยองๆ ค้นถุงสมบัติของพวกเขา
ได้หินิญญามาอีกห้าสิบกว่าก้อน ยานับสิบขวด ยังมีคัมภีร์วิชาและยันต์อีกจำนวนหนึ่ง
“ได้ของมาไม่น้อย”
หลินเยี่ยนเก็บของเรียบร้อยแล้ว มองไปที่ผู้ดูแลสามคนที่ยังหายใจรวยริน
คนหนึ่งในนั้นฝืนลืมตาขึ้น เห็นหลินเยี่ยนแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“ขอ...ขอร้อง...”
หลินเยี่ยนส่ายหน้า
“ตอนพวกเ้าไล่ฆ่าข้าเคยคิดจะละเว้นชีวิตข้าบ้างหรือไม่?”
เขายกมือขึ้น เปลวไฟสามสายพุ่งออกไปปลิดชีพพวกเขา
หลินเยี่ยนไม่ใช่นักบุญและไม่มีความเมตตามากขนาดนั้น
คนพวกนี้จะฆ่าเขา เขาก็ฆ่ากลับไป
ง่ายๆ แค่นี้เอง
หลินเยี่ยนหันหลังเตรียมจะไปจากที่นี่
แต่ในทันใดนั้น กลิ่นอายอันทรงพลังสายหนึ่งก็กดทับลงมาจากฟากฟ้า
ตูม!
เงาร่างหนึ่งร่อนลงพื้น แรงกดดันมหาศาลปกคลุมทั่วลำธารหุบเขาทันที
ผู้มาคือชายชราสวมชุดคลุมาุโสำนักชิงอวิ๋น ผมหนวดขาวโพลน สายตาคมกริบดั่งกระบี่
เขาคือ าุโคุมกฎแห่งสำนักชิงอวิ๋น อวิ๋นเทียนจี
ตบะ สร้างฐานขั้นแปด
รูม่านตาหลินเยี่ยนหดเกร็ง
ศัตรูที่แข็งแกร่งของจริงมาแล้ว