“นี่มันเื่อะไรกัน?”
เย่เทียนรู้สึกสับสนเขาคิดว่านี่อาจจะเป็อาการภาพหลอนที่เกิดจากการเดินทางข้ามเวลา เย่เทียนส่ายหัวอยู่ครู่หนึ่งแต่สุดท้ายเขาก็มั่นใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ได้เกิดจากภาพหลอน
ข้อมูลที่แสดงบนจอประสาทตาตอนนี้มันคือเื่จริง
“หรือนี่อาจเป็พร์ที่ซ่อนอยู่ของเรา!”
เย่เทียนครุ่นคิดด้วยความสับสน
ในตอนนี้เย่หยูอายุเพียง 13 ปีเท่านั้นและยังไม่ถึงวัยของการบ่มเพาะแต่พร์ในการบ่มเพาะของเธอนั้นเริ่มั้แ่วินาทีที่เธอเกิดมามันเป็เื่ปกติที่เย่หยูจะมีพร์ในการบ่มเพาะแต่ที่แปลกก็คือพร์ด้านน้ำแข็งมันเป็พร์พิเศษนอกเหนือจากพร์ในการบ่มเพาะ
ซึ่งมันพบได้ยากมาก ทันทีที่มันตื่นขึ้นในอนาคตเธอจะสามารถต่อกรกับคู่ต่อสู้และเอาชนะคู่ต่อสู้ในระดับเดียวกันได้อย่างง่ายดายรวมไปถึงมีโอกาสเป็ไปได้สูงที่เธอจะสามารถต่อสู้ข้ามระดับได้
“ก็เคยได้ยินมาบ้างว่าหลังจากกลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์แล้วจะสามารถดูดซับพลังลมปราณได้พร์อื่นๆ ที่ซ่อนอยู่ก็จะค่อยๆ ตื่นขึ้น แต่คนที่มีพร์ด้านอื่นๆมีจำนวนน้อยเกินไปไม่คิดเลยว่าน้องสาวของเราจะมีพร์ด้านน้ำแข็งที่หายากยิ่งอยู่ด้วย”
“หรือว่าพร์ของเราคือการแอบดูพร์ของคนอื่น?”
เย่เทียนเกาหัวขณะที่รู้สึกว่าพร์ของตนนั้นต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
เขาอยากจะลงมือทดสอบมันจริงๆ
แต่ทันใดนั้น เมื่อเขาัักับร่างของน้องสาว ข้อความบางอย่างก็ปรากฏขึ้น
“คุณ้าคัดลอกพร์ในการบ่มเพาะหรือไม่”
เย่เทียนพบว่าพร์ในการบ่มเพาะบนภาพเสมือนจริงที่ปรากฏขึ้นนั้นเขาสามารถคัดลอกมันได้
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือเขาสามารถคัดลอกพร์ในการบ่มเพาะระดับรองของเย่หยูได้
เพราะพร์น้ำแข็งของเธอยังไม่ตื่นขึ้นเราจึงไม่สามารถคัดลอกได้อย่างนั้นหรือ?
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกนี้ เย่เทียนย่อมปฏิเสธโดยไม่ลังเล
แม้ว่าพร์ระดับรองจะดีกว่าพร์ระดับอ่อนแอของเขาแต่มันก็ยังเป็ขยะอยู่ดี ต่อให้คัดลอกไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร
หลังจากน้องสาวของเขาออกไปแล้ว เย่เทียนก็กลับเข้าไปในห้องพร้อมปิดประตูจากนั้นเขาเริ่มตรวจสอบพร์ของตนในทันที
“เราสามารถมองเห็นพร์ของเย่หยูได้งั้นก็น่าจะสามารถมองพร์ของตัวเองได้เช่นกัน” เย่เทียนครุ่นคิดกับตัวเอง
โดยไม่ลังเลเขาจึงมุ่งความสนใจไปที่ร่างกายตนเองทันที
ทันใดนั้นจอประสาทตาของเขาปรากฏสถานะความสามารถอย่างรวดเร็ว
[มนุษย์ : เย่เทียน
พร์ในการบ่มเพาะ : อ่อนแอ]
สถานะของพร์ก็ปกติดีนี่แสดงให้เห็นว่าเขานั้นไม่ได้มีพร์ซ่อนเร้นอื่นๆนอกเหนือจากพร์การบ่มเพาะที่อ่อนแอ หากจะพูดให้ถูกพร์ระดับนี้คือสวะที่มีความสามารถดีกว่าคนธรรมดาที่ไม่มีพร์ใดๆเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“ดูเหมือนว่าพอจะเข้าใจสถานการณ์เบื้องต้นเล็กน้อยแล้ว ความสามารถพิลึกเมื่อครู่น่าจะเป็พร์ที่ตรวจสอบไม่ได้เป็ไปได้ว่ามันติดตัวมาในขณะที่เราข้ามเวลา มันน่าพิศวงจริงๆพร์นี้ควรจะเรียกว่าพร์ในการคัดลอกเพราะดูเหมือนว่าจะมีความสามารถในการคัดลอกพร์ของคนอื่นได้ส่วนมันจะครอบคลุมจนถึงขั้นสามารถประสานกับพร์ของเราได้ไหมนั้นจำเป็ต้องลองทดสอบดูก่อนอีกอย่างการที่จะสามารถคัดลอกพร์ของคนอื่นมีเงื่อนไขคือจำเป็ต้องััตัวของเป้าหมายซึ่งมันเป็เื่ที่ค่อนข้างยุ่งยากอยู่พอสมควร!”
เมื่อเข้าใจเื่นี้แล้วเย่เทียนก็วางแผนที่จะคัดลอกพร์ในการบ่มเพาะของอัจฉริยะบางคนเพื่อที่จะยกระดับพร์ระดับอ่อนแอของเขา
หากไม่สามารถกลายเป็นักรบได้ในอนาคตชีวิตของเขาคงจะต้องเผชิญกับชะตากรรมที่น่าอนาจ
พ่อแม่ของเย่เทียนตายด้วยน้ำมือของสัตว์อสูรไปเมื่อหนึ่งปีก่อนตอนนี้ครอบครัวนี้จึงมีเพียงเขาและน้องสาวเท่านั้น นี่เป็เื่ปกติของหลายๆครอบครัว เนื่องจากในยุคนี้การจะมีชีวิตรอดในแต่ละวันนั้นเป็เื่ที่ยากมากในทุกๆ วินาทีจะต้องมีคนตาย ไม่รู้ว่ามีกี่ครอบครัวแล้วที่ถูกทำลาย
สถานที่ที่เย่เทียนอยู่ในตอนนี้คือฐานขนาดเล็ก มีชื่อว่าฐานหลินไห่มีประชากรทั้งหมด 300,000 คน ในจำนวนนี้นั้นมีนักรบอยู่เพียง1,000 คน เท่านั้นและผู้ที่เป็นักรบเหล่านี้ล้วนมีสิทธิพิเศษเหนือคนธรรมดา
พ่อแม่เย่เทียนที่ตายไปก็เป็นักรบเช่นกันแต่น่าเสียดายที่พวกท่านต้องจบชีวิตลงในตอนที่ออกไปทำภารกิจในป่าแต่ถึงแม้ว่าพวกเขาจะตายไปแล้ว ฐานนี้ก็ได้มอบผลประโยชน์บางอย่างให้แก่ครอบครัวเขาอย่างเช่น เขาได้รับเงินเพียงพอที่จะใช้ชีวิตจนกว่าอายุจะครบ 15 ปีเพื่อรับประกันว่าชีวิตของเขาจะสามารถดำเนินต่อไปได้แม้ว่าพ่อกับแม่ของเขาจะจากไป
แต่เมื่ออายุเกิน 15 ปีแล้วทางฐานจะไม่จ่ายเงินให้อีกต่อไปมีเพียงน้องสาวเขาเท่านั้นที่ยังคงได้รับเงินช่วยเหลือในส่วนนี้อยู่แต่จำนวนเงินแค่นี้ก็เพียงพอต่อการใช้ชีวิตของคนคนเดียวเท่านั้น
พวกเขาทั้งสองยังเด็ก และไม่มีทางหาเงินเองได้ทั้งเขาเเละเย่หยูจึงตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนก่อนกำหนดเพื่อเก็บเงินส่วนที่เหลือไว้
ที่ฐานหลินไห่ ตราบใดที่อายุ 9 ขวบก็สามารถเข้าเรียนในชั้นเรียนได้จนถึงอายุ 15 ปีส่วนโรงเรียนมัธยมต้นก่อนวันสิ้นโลกไม่มีในยุคนี้
ชั้นเรียนเ่าั้จัดการสอนแต่เพียงภาษาจีน คณิตศาสตร์ และความรู้ต่างๆเกี่ยวกับสัตว์อสูร เขาและเย่หยูเรียนกันมามากพอแล้วการออกจากโรงเรียนจึงไม่ส่งผลกระทบอะไรมากมายนัก
“ถึงพ่อแม่จะทิ้งมรดกไว้แต่มันก็ไม่ได้มากมายอะไรอาจจะเพียงพอให้ใช้ชีวิตต่อไปได้อีกแค่ 2 ปีหากเราไม่สามารถเป็นักรบได้ เราก็คงต้องหางานอย่างอื่นทำ”
งาน?
มันเป็ไปไม่ได้มันเป็ไปไม่ได้เลยที่จะทำงานจิปาถะแล้วจะอยู่รอดในโลกใบนี้
การเป็นักรบเป็ทางออกเดียวเท่านั้นในยุคนี้!
เย่เทียนถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
“ตอนนี้ฉันต้องออกไปข้างนอกก่อน! เผื่อจะมีโอกาสทดสอบความสามารถ!”
หลังจากเย่เทียนตัดสินใจแล้ว เขาพูดคุยกับน้องสาวอีกเล็กน้อยจากนั้นก็ออกจากบ้านไปเพียงลำพัง
บนถนน
ผู้คนสัญจรไปมามากมาย ส่วนใหญ่เป็คนธรรมดา อีกส่วนหนึ่งเป็ผู้ฝึกยุทธ์ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เป็นักรบ
ผู้ฝึกตนบนท้องถนนจะปลดปล่อยแรงกดดันอันทรงพลังออกมาหากคนธรรมดาเข้าใกล้พวกเขา คนเ่าั้จะรู้สึกอึดอัดและหายใจติดขัด
“เอาละ ลองทดสอบดูซักหน่อย”
พร์ระดับรอง!
พร์ระดับรอง!
พร์ที่อ่อนแอ!
พร์ระดับรอง!
………
“พร์พวกนี้ใช้ไม่ได้เลย”
เย่เทียนเดินสํารวจรอบๆ และพบว่าคนส่วนใหญ่มีเพียงพร์ระดับอ่อนแอหรือพร์ระดับรองเท่านั้นเขาไม่เห็นแม้แต่คนที่มีพร์ระดับเริ่มต้นเลยด้วยซ้ำ
“ดูเหมือนว่าพร์ระดับเริ่มต้นก็ดีมากแล้วสำหรับฐานหลินไห่นี้!”
เย่เทียนขมวดคิ้ว
เมื่อเขาลองไตร่ตรองคิดดู ฐานหลินไห่เป็เพียงแค่ฐานขนาดเล็กได้ยินว่าคนที่แข็งแกร่งที่สุดของที่นี่เป็เพียงนักรบที่ยิ่งใหญ่เท่านั้นผู้ที่มีพร์ชั้นรองส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับผู้ฝึกวรยุทธ์ขั้นต้นส่วนผู้ที่มีพร์ระดับเริ่มต้นส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับจอมยุทธ์คนเหล่านี้มีความหวังเล็กน้อยที่จะได้กลายเป็นักรบชั้นยอดส่วนคนที่มีพร์ระดับกลางจะต้องกลายเป็นักรบชั้นยอดได้อย่างแน่นอนและมีความเป็ไปได้สูงที่จะไปถึงระดับนักรบผู้ยิ่งใหญ่
นักรบระดับสูงในฐานหลินไห่นั้นอายุมากแล้วเขาน่าจะมีพร์ระดับกลางเท่านั้น
“พร์ระดับกลาง อย่างน้อยต้องหาคนที่มีพร์ระดับกลางเพื่อคัดลอกเราไม่มีทางที่จะสามารถเข้าใกล้นักรบเ่าั้ได้ มิฉะนั้นหากััพวกเขาบางทีพวกเขาอาจจะฆ่าเราก็ได้ แม้ว่าผู้ฝึกตนจะทำการสังหารคนธรรมดาพวกเขาก็แค่ถูกลงโทษด้วยการจ่ายเงินบางส่วนเท่านั้น โดยเฉพาะคนไร้ภูมิหลังอย่างเราไม่มีทางที่ใครจะมาเหลียวแลดังนั้นเราไม่สามารถเสี่ยงไปคัดลอกพร์ของนักรบเ่าั้ได้!”
“ในฐานแห่งนี้มีคนอยู่ 300,000 คนพร์ในการคัดลอกของเราสามารถตรวจสอบพร์ของคนอื่นได้ภายในระยะ 3 เมตรเท่านั้น ระยะนี้สั้นเกินไป หาก้าตรวจสอบพร์ของทุกคนมันจะเสียเวลาอย่างมากวิธีที่ดีที่สุดคือการหาสถานที่ที่ผู้ฝึกตนจำนวนมากรวมตัวกันจากนั้นค่อยตรวจสอบว่าพร์ของพวกเขาเป็อย่างไรตราบใดที่เราได้พบเจอกับผู้ที่มีพร์ระดับกลางหรือสูงกว่านั้นเราค่อยทำการคัดลอกมันฉันไม่เชื่อหรอกว่าฐานหลินไห่จะไม่มีคนที่มีพร์ระดับปานกลางอยู่เลย”
ผู้ฝึกยุทธ์ส่วนใหญ่จะเข้าร่วมฝึกฝนในสถาบันใหญ่ๆ ของฐานซึ่งฐานหลินไห่แบ่งออกเป็ 5 แห่ง ขอเพียงมีอายุครบ 15 ปีก็สามารถเข้าเรียนได้ นอกจากสถาบันที่ 1ที่มีเกณฑ์กำหนดการรับอยู่ที่ผู้มีพร์ระดับเริ่มต้นแล้ว สถาบันอื่นๆก็ไม่มีข้อกำหนดใดๆ เพียงจ่ายเงินเล็กน้อยก็สามารถเข้าเรียนได้
“เดิมทีฉัน้าคัดลอกพร์ระดับเริ่มต้นแล้วเข้าสถาบันที่ 1 แต่มาคิดๆ ดูแล้วถึงเราจะมีพร์ระดับเริ่มต้นก็ไม่ควรจะไปสถาบันที่ 1 เพราะสถาบันที่ 1 นั้นมีการทดสอบพร์หากมีคนล่วงรู้ว่าเรานั้นสามารถพัฒนาพร์ให้สูงขึ้นได้คงหนีไม่พ้นการถูกจับมาทดลองอย่างแน่นอน”
เย่เทียนคิดกับตัวเองอย่างจนปัญญา
ตอนนี้เขาทำได้เพียงแค่เลือกสถาบันที่เหลือแทน
เพราะมีเพียงการเข้าร่วมสถาบันต่างๆ เท่านั้นเขาถึงจะได้เรียนทักษะการฝึกฝนในรูปแบบต่างๆเพื่อฝึกฝนดูดซับลมปราณขัดเกลาร่างกายให้มีพลังถึงพันจินเขาจึงจะสามารถก้าวขึ้นเป็ผู้ฝึกยุทธ์ได้