มินตราตื่นขึ้นในเช้าวันใหม่ด้วยหัวใจที่ยังว้าวุ่นจากเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา การทำงานใกล้ชิดกับคริสเตียนเริ่มสร้างแรงกดดันที่เธอไม่เคยเจอมาก่อน ความเป็เ้านายที่ทั้งเข้มงวดและคาดเดาไม่ได้ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกลากเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และอันตราย
เธอสวมชุดนักศึกษาเหมือนทุกวัน เสื้อเชิ้ตขาวสะอาด กระโปรงพีทสีดำคลุมเข่า รองเท้าคัทชูที่เริ่มมีร่องรอยการใช้งาน แต่ยังดูเรียบร้อยพอที่จะผ่านการสังเกตของเ้านายที่เอาแต่จับผิด เธอหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กใส่กระเป๋า ก่อนจะออกเดินทางโดยไม่แตะมื้อเช้าเลยสักนิด
เมื่อมาถึงออฟฟิศ เธอเริ่มต้นวันใหม่ด้วยงานที่กองอยู่บนโต๊ะ ในขณะที่มินตรากำลังตรวจดูเอกสาร จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของบริษัทที่ตั้งอยู่บนโต๊ะด้านหน้าของเธอก็ดังขึ้น
เธอเอื้อมมือไปกดปุ่มสีเขียวที่มีไฟสถานะแสดงอยู่ ก่อนที่เสียงเข้มงวดอันคุ้นเคยจะดังออกมาจากปลายสาย
“เข้ามาหาผมที่ห้อง”
เสียงของคริสเตียนเข้มขรึมและสั้นกระชับ
มินตรากลืนน้ำลาย หัวใจเต้นแรงขณะลุกขึ้นจากเก้าอี้
เธอสูดลมหายใจลึกก่อนจะเดินไปที่ประตูห้องทำงานของเขา ประตูไม้บานใหญ่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังเข้าสู่ดินแดนของคนที่ทรงอำนาจ
เธอเคาะเบาๆ ก่อนผลักประตูเข้าไป และได้พบว่าคริสเตียนยืนอยู่หน้ากระจก ใส่เนกไทสีกรมท่าด้วยท่าทางสง่างาม เขาหันมามองเธอเพียงแวบเดียว ก่อนจะกลับไปสนใจเงาของเขาที่อยู่ในกระจก
“วันนี้คุณต้องติดตามผมไปประชุมนอกสถานที่”
เสียงของเขาดังขึ้นโดยไม่หันมามอง
“ค่ะ...”
มินตราตอบสั้นๆ พยายามทำตัวให้ดูนิ่งที่สุด
“อย่าลืมว่าหน้าที่ของคุณคือบันทึกทุกอย่างให้ครบถ้วน ผม้าให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ”
เขาเดินเข้ามาใกล้ จ้องมองเธอด้วยสายตาคมที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
มินตราเงยหน้าขึ้นมองใบหน้านั้น หัวใจเธอเต้นแรง เมื่อเห็นกรอบหน้าชัดเจนของCEOหนุ่มในระยะใกล้ เธอตอบกลับด้วยการพยักหน้าเพียงเล็กน้อย แล้วรีบขอตัวออกไปเพื่อเตรียมตัว
…
ในห้องประชุมใหญ่ของตึกสูงแห่งหนึ่ง
การตกแต่งภายในห้องเป็แบบคลาสสิก มีโต๊ะไม้ยาวและเก้าอี้หนังทำให้บรรยากาศดูหรูหราแต่น่าอึดอัด มินตรานั่งอยู่ที่มุมห้อง ใกล้กับคริสเตียน เธอเปิดสมุดโน้ตและเตรียมจดทุกคำพูดของการประชุม
ไม่นานประตูห้องก็เปิดออก เสียงรองเท้าหนังดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของแอนโทนี่ลอว์เรนซ์ คู่แข่งทางธุรกิจของคริสเตียน ร่างสูงโปร่งในชุดสูทดูสะดุดตา แอนโทนี่เดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางที่มั่นใจ รอยยิ้มที่แฝงความเ้าเล่ห์ของเขาดึงดูดสายตาทุกคนในห้อง
เขามองไปรอบๆ ก่อนที่สายตาจะหยุดที่ร่างของมินตรา
ดวงตาคมของแอนโทนี่จ้องมาที่เธอราวกับพยายามสำรวจบางสิ่ง มินตรารู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากสายตานั้น เธอพยายามหลบสายตา แต่รอยยิ้มที่มุมปากของเขาทำให้เธอยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ
“ดูเหมือนนายจะได้ผู้ช่วยใหม่ที่ใกล้ชิดดีนะ”
แอนโทนี่พูดขึ้น พร้อมรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะเป็มิตร แต่แฝงความหมายลึกซึ้ง
คริสเตียนปรายตามองเขา
“ผมเลือกคนที่ไว้ใจได้ คุณไม่ต้องกังวล”
“ไว้ใจได้?น่าสนใจ…”
แอนโทนี่ตอบสั้นๆ แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องที่มินตรา
…
หลังการประชุมดีลงานสิ้นสุดลง มินตรากำลังเก็บเอกสารบนโต๊ะเพื่อเตรียมกลับไปที่ออฟฟิศ แต่ไม่ทันที่เธอจะก้าวออกจากห้องประชุม แอนโทนี่ก็เดินเข้ามาหาเธอ
“คุณดูเหมือนจะทำงานหนักเกินไปนะ”
เสียงของเขาดังขึ้นใกล้ๆ
มินตราเงยหน้ามองเขาด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ
“ฉันแค่ทำหน้าที่ของผู้ช่วยที่ดีเท่านั้น…”
“หน้าที่ของคุณคงสำคัญมาก จนทำให้เ้านายของคุณไว้ใจคุณได้ขนาดนี้” เขาพูดพร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนไม่มีพิษภัย
มินตราเริ่มรู้สึกว่าคำพูดของเขาไม่ได้เป็แค่คำชมธรรมดา ก่อนที่เขาจะพูดอะไรต่อ เสียงเข้มของคริสเตียนพลันดังขึ้นจากด้านหน้าประตู
“โทนี่! นายไม่ควรเสียเวลากับพนักงานของฉัน”
แอนโทนี่หันไปมองเขาด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“ฉันก็แค่ชื่นชมความขยันของเธอ…ก็เท่านั้น”
คริสเตียนเดินเข้ามายืนข้างมินตรา สายตาคมของเขาจ้องมองแอนโทนี่ราวกับ้าเตือนบางอย่าง
“อย่ายุ่งกับเธอ!”
แอนโทนี่ยักไหล่อย่างสบายๆ พร้อมส่งเสียงหัวเราะ ต่อจากนั้น นักธุรกิจหนุ่มทั้งสองก็ถกเถียงกันในเื่ธุรกิจ
บรรยากาศภายในห้องประชุมเริ่มอึดอัดมากขึ้นทุกวินาทีมินตราจึงรีบเก็บเอกสารและเดินตามคริสเตียนไปที่ลิฟต์ส่วนตัว เพื่อลงไปด้านล่าง
หัวใจของเธอยังเต้นระรัวจากสถานการณ์ในห้องประชุมที่ผ่านมา เธอพยายามสูดลมหายใจลึกเพื่อสงบใจ แต่บรรยากาศในลิฟต์โดยสารที่เงียบจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง กลับทำให้ทุกอย่างยิ่งดูตึงเครียดขึ้นไปอีก
ทั้งสองยังคงเงียบจนเสียงเครื่องยนต์เื้ัฟังชัดเจน มินตรายืนห่างจากคริสเตียนในมุมหนึ่ง พยายามเก็บตัวให้เล็กที่สุด เธอจ้องมองตัวเลขบนจอที่เลื่อนขึ้นทีละชั้น หัวใจเต้นแรงจากทั้งความอึดอัดและความใกล้ชิดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เธอเหลือบมองคริสเตียนที่ยืนอยู่ข้างๆ ใบหน้าคมคายของเขานิ่งขรึม เส้นสายของกรามที่เห็นชัดเจนเหมือนจะสะท้อนถึงความเ็าอย่างสมบูรณ์ แต่สายตาที่ทอดมองตัวเลขนั้นกลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนเขาอยู่ใกล้มากเกินไป
มินตรากลืนลมหายใจ พยายามหาคำพูดอะไรบางอย่างมาเติมเต็มความเงียบ
“แอนโทนี่...เขาเป็คนยังไง…คะ?”
คำถามที่หลุดออกมาเป็สิ่งแรกที่เธอนึกได้ แต่ทันทีที่เธอเอ่ยออกไป เธอรู้สึกได้ถึงสายตาคมกริบที่หันมาจ้อง เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเงยหน้าสบตาร่างสูงของคริสเตียน
“เธอคิดถึงหมอนั่นอยู่เหรอ?”
คริสเตียนถามเสียงต่ำและเรียบ แต่กลับแฝงความเข้มข้นจนเธอเหมือนถูกสะกด ดวงตาสีเทาของเขาเข้มขึ้นราวกับพยายามอ่านทุกความคิดในหัวของเธอ
มินตรารีบส่ายหน้า
“เปล่า…เปล่าค่ะ ฉันไม่ได้หมายถึงแบบนั้น”
หลังคำปฏิเสธของเธอ ทันใดนั้นนั้นคริสเตียนก็ก้าวเข้ามาเพียงก้าวเดียว แต่โลกทั้งใบของเธอกลับเหมือนถูกบีบจนแทบหายใจไม่ออก เงาของเขาทาบทับจนร่างเล็กของเธอดูเหมือนจมหายไปในความใหญ่โตของเขา
“คุณสนใจหมอนั่น?”
น้ำเสียงเ็าของเขาฟังดูหนักแน่น แต่ข้างในกลับซ่อนบางสิ่งที่มินตราไม่เข้าใจ
“ไม่ค่ะ! ฉันก็แค่...”
เธอรีบปฏิเสธ ดวงตาเบิกกว้าง พยายามหาถ้อยคำแก้ตัวแต่กลับพูดอะไรไม่ออก
คริสเตียนโน้มตัวเข้ามาใกล้จนเธอรู้สึกถึงลมหายใจของเขาที่รินรดข้างแก้ม ลมหายใจที่อบอุ่นอย่างน่าประหลาด แต่กลับทำให้เธอเหมือนถูกตรึงแน่นอยู่กับที่
“จำไว้...”
เสียงกระซิบของเขาทำให้เธอเหมือนถูกดึงดูดเข้าสู่แรงหมุนวนที่ไม่มีวันหลุดพ้น
“คุณไม่มีสิทธิ์สนใจใคร...”
นิ้วมือเรียวยาวของเขาแตะลงที่ริมฝีปากของเธอเบาๆ ทว่าอ่อนโยนจนหัวใจของเธอเต้นรัว ความรู้สึกอุ่นจากนิ้วของเขาส่งผ่านจนเธอตัวแข็งทื่อ ร่างกายของเธอไม่ฟังคำสั่งใดๆ
“...นอกจากผม”
แม้ประโยคขาด่ไปแต่มินตราก็ปะติดปะต่อมันได้ เธอใจเต้นแรงพร้อมกับงุนงงว่าทำไมเ้านายของเธอถึงพูดอะไรแบบนี้ออกมา
ดวงตาสีเทาของเขาจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ มินตรารู้สึกเหมือนถูกสะกดจนไม่สามารถหลบหนีได้ เธอพยายามเบือนหน้าหนี แต่ความใกล้ชิดของเขากลับทำให้ทุกอย่างยิ่งตึงเครียด
ลิฟต์ที่เคยกว้างใหญ่กลับรู้สึกเล็กลงทันที เธอกลืนน้ำลาย พยายามเรียกสติกลับคืนมา แต่สายตาของเขาที่ทอดมองเธอนั้นเต็มไปด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้เธอเหมือนลืมวิธีหายใจ
“คุณเข้าใจไหมว่าผมหมายถึงอะไร?”
คำพูดของเขาไม่ได้ดัง แต่กลับก้องกังวานในหัวของเธอ
มินตราอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก่อนที่คำพูดจะหลุดออกมา เสียง ติ๊ง ของลิฟต์ก็ดังขึ้น ประตูเปิดออกอย่างกะทันหัน
มินตรารีบเบี่ยงตัวออก เธอรีบก้าวออกจากห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ด้วยหัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก คริสเตียนเดินตามออกมา สีหน้าของเขากลับมาเรียบเฉยเหมือนเดิม แต่สายตาที่มองเธออยู่เต็มไปด้วยความหมายที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะตีความ
มินตราก้มหน้าลง รีบเดินต่อไปข้างหน้า แต่เธอรู้ดีว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นในลิฟต์เมื่อครู่ ไม่ได้จางหายไปง่ายๆ มันยังคงชัดเจน และกำลังสั่นคลอนหัวใจของเธออย่างรุนแรง
คริสเตียนยังคงเดินตามร่างเล็กด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่สายตาที่ทอดมองเธอนั้นกลับเต็มไปด้วยความนัยที่ทำให้มินตราไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมอง ราวกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในลิฟต์เมื่อครู่นี้ เป็ความลับที่เธอไม่มีวันลืม...และไม่มีวันหลุดพ้นจากมันได้ง่ายๆ
เมื่อกลับมาถึงโต๊ะทำงาน มินตราก็พบข้อความใหม่ในโทรศัพท์ของเธอ
“พรุ่งนี้ 9 โมงเช้า เข้าประชุมกับผม อย่าสาย!”