ตอนที่ผมเจอกับคิมชอนซูครั้งแรก ตอนนั้นเขาอยู่ ม.6
อายุสิบเก้า แต่ว่าสิ่งที่เขาทำไม่เหมือนคนที่อายุสิบเก้าทำ
“เฮ้ย เธอ แล้วก็เธอ ตามมา”
“พะ...พี่คะ”
“ทำไรอยู่ ยังไม่รีบตามมาอีก”
“…...”
“นี่ ฉันไม่ใช่คนเดียวที่ชอบทำเื่อย่างว่า พวกนั้นมันหาเงินมาให้มีปัญหาอะไรนักหนา”
“มะ...ไม่มีเงินก็ไม่เป็ไรค่ะ ไม่ทำไม่ได้เหรอคะ”
“แกยังไม่รู้อีกเหรอว่าโลกมันเปลี่ยนไปขนาดไหนแล้ว เพราะไม่มีเงินไงพ่อแม่แกถึงเอามาทิ้งไว้ที่นี่ ไม่มีเงินก็ไม่เป็ไร?อยากเป็เหมือนพ่อแม่แกหรือไง”
“ฮึก ฮือ...”
“ทำไมมันเื่เยอะจังวะอีนี่ฉันไม่สนหรอกนะว่าแก้าเงินไหม แต่ฉัน้า อย่าให้พูดซ้ำ ตามมา”
ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าพวกพี่โดนพวกมันลากไปทำอะไร แต่ว่าเวลาผ่านไปไม่นานผมก็ได้รู้ว่ามันเอาพวกเธอไปขายตัว ตามคำที่พวกพี่ ๆ บอกมันเอาเด็กผู้หญิงในบ้านเด็กกำพร้าไปขายตัวแลกกับเงินมาั้แ่ก่อนเข้ามัธยมปลายแล้ว
เผลอ ๆ มันเลวกว่าพ่อมันอีก อย่างน้อย ผู้อำนวยการก็ทำเลวเพื่อความสนุกของตัวเองไม่ได้พาเด็กไปขายตัวและที่แน่ ๆ มันไม่ได้จบแค่นั้น ให้พวกเด็กผู้หญิงไปขายตัว ส่วนเด็กผู้ชายก็โดนใช้งานไม่ต่างจากทาส
“เฮ้ย เอาไป”
“พะ...พะ...พี่ นี่มันมีดนี่ครับ”
“เออ เอาไปแทงหลังไอ้แก่นั่นซิ มันไปแจ้งตำรวจว่าพวกเราสูบบุหรี่ถ้ามันมาพูดต่อหน้า ฉันฉีกปากแม่งไปแล้ว แต่นี่ดันไปแจ้งลับหลังเราก็ไปแทงหลังแม่งบ้าง”
“แต่พี่...ถ้าเขาตายผมจะทำไงล่ะครับ”
“มันไม่ตายหรอก ในหนังก็มีให้เห็น มันต้องแทงจากข้างหน้าถึงจะตายเคยเห็นแทงจากหลังแล้วตายบ้างไหมล่ะ”
“แต่ว่า พี่ครับ...ผมไม่ทำ...”
“ไม่เป็ไรหรอกน่า ที่พี่เรียกให้แกมาทำ เพราะแกมีกฎหมายคุ้มครองเด็กอยู่ไง”
“กฎหมายคุ้มครองเด็กเหรอครับ”
“เออ ถึงแกจะทำผิดยังไงก็ไม่ต้องเข้าคุก เพราะฉะนั้นทำตามที่พี่สั่งก็พอเข้าใจไหม”
“......”
“ไม่ทำเหรอ กลัวมันตาย? ถ้างั้นเอาอย่างนี้ แกยืนหันหลังไว้เดี๋ยวจะให้ลองจากประสบการณ์ตรงว่าแทงข้างหลังแม่งจะตายหรือไม่ตายเฮ้ย ไอ้เด็กเบอร์ 2 มาแทงไอ้นี่ซิ”
“…..!”
“ที่นี่มีเด็กเยอะแยะ เบอร์ 1 ต้องทำให้ดี เบอร์ 2จะได้ทำถูกไง ทำให้ดีล่ะ หืม?”
ผมอาจจะยังเด็กมากเลยไม่โดนบังคับให้ไปทำอะไรแบบนั้น แต่ว่าพวกพี่ ๆที่อายุประมาณ 11ถึง 13 ปี ทุกคนต่างโดนบังคับให้ทำสิ่งผิดกฎหมายทั้งนั้นพวกเขาเป็ทาส เป็ของเล่นของคิมชอนซู
“อึนชิล”
พอได้ยินที่คิมชอนซูเรียก มาดามก็วิ่งออกไปคล้องแขนเขา
“คะ ท่านประธานมาแล้วเหรอคะ”
“เตรียมห้องเบอร์ 1 ไว้แล้วใช่ไหม”
“แน่นอนสิคะ เตรียมให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ให้เด็ก ๆ เข้าไปรอเลยไหมคะ”
“ไม่ต้อง วันนี้ไม่ต้องให้ใครเข้าไป ถ้าลูกพี่เขามา พาเข้าห้องเลย”
“อุ๊ย ดูเครียดนะคะ”
“อืม ถ้าฉันไม่ได้เรียกก็อย่าเข้ามา”
“ได้ค่ะ จะบอกเด็ก ๆ ให้นะคะ”
“มาเรียล่ะ”
ได้ยินชื่อมาเรีย ผมก็หูผึ่งทันทีเพราะนั่นเป็ชื่อในวงการของฮันซอลอา
“เห็นว่าไม่ค่อยสบายเลยไม่ได้มาทำงานค่ะ”
“อะไรนะ ฉันบอกให้ใช้งานมันหนัก ๆ ไง ป่วยเลยไม่มางั้นเหรอ เธอนี่มันไม่ได้เื่...”
คิมชอนซูหยุดพูดไปแล้วหันมามองผมชั่วครู่ กระแอมเบา ๆ
“ลูกค้ารออยู่ อึนชิลเธอไปทำงานต่อไป”
“ไม่นะคะ ลูกค้ากำลังกลับแล้วค่ะ พี่คนที่มาใหม่ไว้เจอกันนะจ๊ะ”
“หืม? สมัครเข้าใหม่เหรอ”
คิมชอนซูแกะมือที่มาดามคล้องไว้แล้วเดินเข้ามาหาผม
“ผมไม่ยักรู้ว่าคุณเป็เมมเบอร์ใหม่เลยเผลอพูดไม่ดีไป ยินดีต้อนรับนะครับ ผมคิมชอนซูประธานโกลด์บาร์ครับ”
“ไม่เป็ไรครับ”
ผมยื่นมือไปจับมือกับเขา
“หืม? หน้าคุ้นจังเลยนะครับ...หรือพวกเราเคยเจอกันมาก่อน?”
“ไม่รู้สิครับ แต่ผมเพิ่งเคยเห็นคุณนะครับ”
“แปลกจัง ผมว่าผมเคยเจอคุณที่ไหนนะ ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับชื่ออะไรเหรอครับ”
“ยอมซอกฮุนครับ”
“ยอมซอกฮุน ยอมซอกฮุน...”
คิมชอนซูทำท่าครุ่นคิด แล้วส่งยิ้มตามมารยาทมาให้ผม
“โอ้ ต้องขอโทษด้วยครับ ผมคงเข้าใจผิดไป”
“ไม่เป็ไรครับ”
“ไม่เลยครับ อึนชิล คุณลูกค้าท่านนี้เป็เมมเบอร์ระดับไหน”
มาดามตอบพร้อมกับยิ้มออกมา
“โกลด์ค่ะ”
“โกลด์? หมายความว่าคนที่แนะนำมาเป็ระดับแพลตตินัมสินะ?”
“ค่ะ”
“ถ้างั้น อัปเกรดระดับของลูกค้าคนนี้ให้เป็แพลตตินัมที”
“ได้เลยค่ะ ฮิ ๆ”
คราวนี้คิมชอนซูโค้งศีรษะให้ผมอย่างสุภาพ
“หวังว่าอันนี้จะสามารถทดแทนความผิดเมื่อครู่ได้นะครับ ขอบคุณที่มาโกลด์บาร์ครับ”
“ครับ...”
“ถ้างั้นขอตัวนะครับ”
ผมยืนมองคิมชอนซูที่หันหลังกลับเข้าไปในห้อง
“ถ้าคนอื่นมาเห็น คงนึกว่าเป็นักธุรกิจที่เชื่อถือได้เลยนะเนี่ย”
น่าเสียดาย
ตอนนี้ไม่มีโอกาสให้จัดการเลย
ห้องเบอร์1
เป็ห้องที่หรูหราและใหญ่ที่สุดในโกลด์บาร์ และต้องเป็ระดับ VVIP เท่านั้นถึงจะสามารถใช้ห้องนี้ได้
คิมชอนซูลุกขึ้นโค้งคำนับให้แก่ชายวัยกลางคนทั้งสามคน
“มาแล้วเหรอครับ ลูกพี่”
“อืม ชอนซู คงได้ยินข่าวมาบ้างแล้ว แต่ฉันอยากได้ที่เงียบ ๆ เลยมาที่นี่น่ะ”
ชายรูปร่างสมส่วนที่เดินเข้ามาในห้องเป็คนแรกนั่งลงบนเก้าอี้ตรงกลางและอีกสองคนที่เหลือจับจองตรงที่นั่งข้างๆ
“ไม่เป็ไรเลยครับ ผมปล่อยห้องนี้ว่างไว้เพื่อลูกพี่เสมอครับ”
“ไอ้นี่ ฉันรู้หรอกน่าว่าห้องซิงเกิ้ลราคาเท่าไหร่ มาพูดว่าปล่อยวงปล่อยว่างอะไรเล่า”
“จริงนะครับ ลูกพี่”
“ชิลซัง”
“ครับลูกพี่”
“ตอนออกไปเอานี่ไปจัดการด้วย”
“ครับ”
ชายที่นั่งฝั่งซ้ายมือของเขาใช้สองมือรับบัตรเครดิตมา
“ไม่ต้องก็ได้ครับ...”
“เถอะน่า ฉันจองห้องสำหรับเื่ส่วนตัว รับไว้เถอะ”
“อย่างนั้นก็ได้ครับลูกพี่”
“ยืนอยู่ทำไม ทุกคนนั่งลงสิ”
“ครับ”
คังชินแจคือ อันดับ 2 ของแก๊งัดำ
ถึงจะมีระดับบอสอยู่อีกแต่เขาเป็หนึ่งในสองคนที่ทรงพลังของแก๊งัดำ
“จองมัน”
“ครับ”
คนที่นั่งอยู่ทางด้านขวามือหยิบแท็บเล็ตออกมายื่นให้ชายคนนั้น ที่หน้าจอเป็รูปอุบัติเหตุทางรถยนต์สีหน้าของคังชินแจบิดเบี้ยวเมื่อเห็นสิ่งนั้น
“แม่งเอ๊ย กำลังจะทำหน้าที่เป็พ่อคนสักหน่อย...”
คนที่ประสบอุบัติเหตุในรูปนั้นคือ ลูกชายของเขา คังฮยอนซองเป็ลูกชายแท้ ๆ ที่เขาแอบซ่อนไว้ไม่ให้ใครรู้นอกจากคนที่สนิทกับเขา ลูกชายที่ไม่สามารถแม้แต่จะเอาชื่อเข้าทะเบียนบ้านเป็เื่ที่เ็ปสำหรับเขามาก ตอนนี้ลูกชายของเขาเสียชีวิตแล้ว
“สืบมาว่าไงบ้าง”
“ไม่ต่างจากที่ตำรวจสอบสวนเลยครับ ระหว่างที่ฮยอนซองขับรถกลับบ้านจากสนามฝึกตีกอล์ฟก็ชนกับรั้วกั้นข้างทางอย่างแรงจนตกหน้าผาครับ”
“เมาไหม”
“ตรวจไม่พบแอลกอฮอล์ในเืครับ”
“ถ้างั้นง่วงแล้วขับ?”
“ไม่ครับ เช็กแบล็กบ็อกดูแล้ว สาเหตุน่าจะเกิดจากรถเสียครับ”
“แบล็กบ็อกซ์มันเป็ยังไง ทำไมถึงบอกว่ารถเสีย”
“กดปุ่มเล่นภาพถัดไปเลยครับ คำสุดท้ายที่ฮยอนซองพูดได้ถูกบันทึกไว้ครับ”
ทันทีที่หน้าจอปรากฏก็มีเสียงออกมา
“เฮ้ย ทะ...ทำไมเป็แบบนี้! โครมมม!”
เป็เหตุการณ์ที่ไม่ได้ตัดต่อ ถึงจะเป็แค่คำสั้น ๆแต่ทุกคนต่างผงกศีรษะเห็นด้วย
“ดูจากรอยลื่นบนถนน เบรกก็ไม่ได้มีปัญหาครับ”
“ถ้างั้นพวงมาลัยล่ะ”
“ผมก็คิดแบบนั้นเลยให้ช่างไปตรวจสอบดูทั้งคืนก็ไม่ใช่ครับ”
“แน่ใจนะ? ไม่ใช่ว่าเพราะรถพังไปแล้วยืนยันไม่ได้ เลยเดากันมั่วๆ”
“ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตรงที่เกิดเหตุแล้วครับ ไม่มีร่องรอยว่าพวงมาลัยเสียเลยครับถ้าพวงมาลัยบังคับไม่ได้ก็ต้องเกิดความเสียหายมากกว่านี้ครับ”
คังชินแจรินเหล้าลงแก้วแล้วยกดื่มรวดเดียว
“เฮ้อ ไม่ใช่ทั้งเบรก ทั้งพวงมาลัย หรือฮยอนซองแอบเล่นยาอย่างงั้นรึ”
หากเมายา อาจจะหลอนว่าพวงมาลัยขยับไม่ได้ สำหรับตอนนี้ยังไม่มีวิธีอื่นที่จะอธิบายสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุได้
“ไม่พบยาบนรถครับ”
“ยาอันสุดท้ายที่เหลืออาจจะถูกใช้ไปแล้วก็ได้”
“ถ้าเล่นยาจริง ไม่มีทางที่จะเตรียมได้เร็วขนาดนั้นครับ”
“ไม่พบสารเสพติดในร่างกายเลยเหรอ”
“ถ้าเล่นยาจริง ต้องออกฤทธิ์ภายในไม่กี่ชั่วโมงครับลูกพี่ก็บอกเขาตลอดว่าห้ามเล่นยานี่ครับ”
“เฮ้อ...”
เขาดูเหมือนจะระงับอารมณ์โกรธไว้ ผู้ชายที่อยู่ด้านซ้ายมือ ชเวชิลซังจึงเอ่ยปากว่า
“ลูกพี่ครับ ให้ผมไปเล่นงานคนขายยาไหมครับ”
“เออ เอาเลย ไปหามาว่าไอ้หน้าไหนมันกล้าขายยาให้ฮยอนซองทั้งไอ้พวกที่รู้และไม่รู้ว่าเป็ลูกชายฉัน”
“เข้าใจแล้วครับ”
คังชินแจสะดุดตากับบางอย่าง เขาชี้ไปที่รูปแล้วพูดว่า
“จองมัน รถคันนั้นมันอะไรน่ะ ทำไมถึงอยู่ข้างรถฮยอนซองล่ะ”
“ผมเองก็ข้องใจเลยไปตรวจสอบมาครับ เหมือนว่าจะมีเื่ทะเลาะกับคุณผู้ชายครับ”
“ทะเลาะ?”
“ครับ เห็นว่ามีปากเสียงกันที่สนามฝึกตีกอล์ฟ แล้วพอคนนั้นออกไปคุณผู้ชายเลยตามไปแก้แค้นหลังจากนั้นก็เกิดอุบัติเหตุครับ”
“อืม...”
พอได้ฟังคำอธิบายเพิ่มเติมก็ยิ่งมั่นใจว่ามีการเสพยา เพื่อจะระงับอารมณ์โกรธเลยเสพยาแล้วระหว่างที่ขับรถไปแก้แค้น ยาเริ่มออกฤทธิ์ พอสันนิษฐานแบบนี้ยิ่งทำให้เขาคิดได้ว่าเ้าของรถคันนั้นต้องเป็สาเหตุการเสียชีวิตของลูกชายเขาแน่
“เ้าของรถคันนี้เป็ใคร”
“เป็โปรกอล์ฟครับ ผมลองตรวจสอบข้อมูลของเขามาแล้วดูที่ไฟล์สุดท้ายได้เลยครับ”
คังชินแจเลื่อนปลายนิ้วัับนจอมาหยุดอยู่ที่ไฟล์สุดท้ายเขานำมือมาลูบคางทำท่าครุ่นคิด
“ยอมซอกฮุน...”
คิมชอนซูที่นั่งอยู่เฉย ๆ ถึงกับเงยหน้าขึ้นมาหลังจากได้ยินชื่อเมื่อครู่
“ลูกพี่ เมื่อสักครู่บอกว่าชื่ออะไรนะครับ”
“หืม? ชื่อยอมซอกฮุน ทำไม รู้จักหรือ”
“เขาเพิ่งออกไปเมื่อกี้นี้เองครับ”
“อะไรนะ”
“ระ...รอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมออกไปดูให้ว่าเขายังอยู่ไหม”
“รีบไปเลย ชิลซัง แกเองก็ไปด้วย ถ้ามันขัดขืนก็จัดการแล้วลากมันมาให้ได้”
“ได้ครับลูกพี่”
หลังจากที่สองคนนั้นออกจากห้องไป คังชินแจยกยิ้มหยิบแก้วขึ้นมาดื่ม
“โลกแคบจริง อยู่ที่นี่อย่างนั้นหรือ”
เขารู้สึกถึงความเชื่อมโยงบางอย่าง
บางทีอาจจะเป็เื่ไม่ดีก็ได้
เขาคิดว่ามีความเป็ไปได้สูงว่าผู้ชายคนนั้นมีส่วนทำให้ลูกชายของเขาเสียชีวิต
คิมชอนซูออกมาจากห้องแล้วมองไปรอบๆ
“ท่านประธาน เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ”
“ไอ้คนเมื่อกี้ ไอ้โปรกอลฟ์ไปแล้วเหรอ”
“ค่ะ ไปแล้วค่ะ”
“แม่งเอ๊ย ไปเปิดกล้องวงจรปิดด้านนอกดูเดี๋ยวนี้”
พนักงานที่เคาน์เตอร์ก็รีบเปลี่ยนหน้าจอกล้องวงจรปิด จากกล้องตัวด้านในเป็ด้านนอกกล้องฉายภาพบริเวณด้านหน้าและด้านหลัง ซ้ายและขวา บริเวณรอบโกลด์บาร์และที่จอดรถ ไม่ว่าจะเป็ตรงไหนก็ไม่เห็นยอมซอกฮุน
“แม่งเอ๊ย มันไปแล้ว”
เขาถอนหายใจ ชเวชิลซังจึงตบเบา ๆ ที่ไหล่ของเขา
“ช่างมัน วันนี้ไม่ใช่วันของเรา”
“ครับ...”
ชเวชิลซังหยิบบัตรออกมาจากเสื้อของเขาแล้วยื่นให้
“อ่ะ ไหน ๆ ก็ออกมาแล้ว รูดเลย”
“โอ๊ย ไม่ต้องก็ได้ครับ”
“เอาไป รีบ ๆ รูดเข้า ลูกพี่เขารออยู่”
“ครับ”
คิมชอนซูยื่นบัตรให้พนักงานที่เคาน์เตอร์ แล้วเอ่ยถามชเวชิลซัง
“ว่าแต่ว่า พี่ครับ เมื่อกี้ที่บอกว่าจะไปเล่นงานพวกที่ขายยา”
“เออ ทำไม”
“ถ้าจะไปจัดการ ช่วยบอกล่วงหน้าได้ไหมครับ ผมจะได้เตรียมทางอื่นเผื่อไว้ของจะได้ไม่ขาดครับ”
“ที่นี่ก็ขายนี่หว่า”
“ครับ ๆ”
ชเวชิลซังมองด้วยสายตาเ็าก่อนจะถามว่า
“ฮยอนซองก็มาเล่นยาที่นี่เหรอ”