บทที่ 72 ร้อนใจ
“กันต์ แกรู้จักบ้านของน้องวัสสาไหม” เมื่อได้ยินคำถามของเพื่อนร่วมอุดมการณ์ กันต์ก็อดที่จะเลิกคิ้วเป็นเชิงถามเพื่อความมั่นใจไม่ได้ว่าอีกฝ่ายคิดแบบนี้จริงๆหรือไม่
ทางพีรพลนั้นย่อมต้องมีแผนของเขา เขารู้ว่าจู่ๆการที่เขาจะไปบ้านของเด็กน้อยนั้นมันดูแปลกประหลาดจนเกินไป อีกอย่างทางนั้นก็มีพ่อเสือที่เฝ้าถ้ำอยู่ไม่ห่าง หากบุกเข้าไปมีแต่จะทำให้ตนเองเดือดร้อน กระนั้น....ตอนนี้พวกเขากำลังร่วมงานกันอยู่ไม่ใช่หรือ? มันย่อมไม่ใช่เรื่องยากขนาดนั้นที่จะหาข้ออ้างในการเข้าหา
อย่างน้อยๆ ไอ้ข้ออ้างที่เขาเคยใช้อย่างพวกเรื่องอินเนอร์ของการแสดง การเข้าใจตัวละคร เรื่องพวกนี้ยังเป็นข้ออ้างที่เข้าใจได้อยู่ คาดว่าผู้เขียนบทเองก็คงอยากให้นิยายของตนเองนั้นสมบูรณ์แบบไม่ต่างกัน
ทว่าพีรพลกับกันต์นั้นไม่ใช่คนระดับเดียวกัน หาไม่แล้ว...ชีวิตก่อน ปลายฝนคงไม่ตกหลุมอย่างโง่งมอย่างนั้นหรอก
“แน่ใจหรอว่าอยากแจ้นไปหาน่ะ ถ้าทำแบบนั้นก็ดูไร้ค่าเกินไปหน่อยไหม” กันต์ไขว้ขาอย่างสบายๆในตอนที่พูด คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อยอย่างไม่ค่อยชอบใจกับความคิดของพีรพลที่เป็นแบบนั้น คราแรกเขานั้นคิดจะร่วมงานกับอีกฝ่ายเพราะเห็นว่ายังมีหัวคิดบ้าง แถมเรื่องที่ผ่านๆมาก็เอาตัวรอดได้เสมอ ใครจะคิดว่าพอถึงตอนนี้...อีกฝ่ายกลับดูไม่ได้เรื่องเสียแล้วในสายตาของเขา
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความคิดของพีรพลนั้นเปลี่ยนไปต่างหาก เมื่อเจอคนที่ตรงใจทุกอย่าง รวมไปถึงความกดดันของอารมณ์ที่อยากได้อยากครอบครองนั้นทำให้เขาไม่ได้มีความข่มกลั้นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
เรื่องนี้เป็นเพราะปลายฝนนั้นสามารถเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่ทำให้พีรพลเป็นเช่นนี้ได้ หากไม่เพราะแบบนี้ พีรพลก็คงไม่กลายเป็นเหมือนคนโง่แบบนี้
“แล้วจะให้ทำยังไง” ความหงุดหงิดของพีรพลไม่ได้น้อยลงไป เขาเดินงุ่นง่านตรงหน้าของกันต์ ยิ่งเห็นอีกฝ่ายใจเย็นมากเท่าไร ตัวเขานั้นก็ยิ่งหงุดหงิดในหัวใจมากขึ้นไปอีก
ก็นะ กันต์ไม่ได้เดือดร้อนอะไรนี่ การที่อีกฝ่ายมาช่วยเขาก็ดูจะไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลย สำหรับพีรพลนั้นเขาก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะเชื่อคำพูดของกันต์ทุกอย่าง ก่อนหน้านี้ที่อีกฝ่ายพูดทำนองว่าอยากให้วัสสาเลิกกับประธานอย่างคุณเหมันต์ ทำทีเหมือนว่าอยากจะเข้าไปแทรกกลาง ทำให้เขาเชื่อว่ากันต์ก็มีใจให้คุณเหมันต์เหมือนที่เขามีใจให้วัสสา
อย่างไรก็ตาม พีรพลย่อมมีเส้นสายของตนเอง ท้ายที่สุดแล้วเขาจึงได้รู้ความลับที่ดำมืดของอีกฝ่าย คนๆนี้รักพี่ชายต่างมารดาของตนเอง แม้ว่าจะมีเหตุการณ์คล้ายๆกับวัสสาและเหมันต์ ทว่าคนเป็นพี่ชายกลับไม่ได้เล่นด้วย แถมยังดูเหมือนจะเกลียดชังมากกว่าด้วยซ้ำไป
ดูเหมือนว่าการที่กันต์อยากร่วมมือกับเขา ก็เป็นแค่แผนการเพื่อความสะใจของตนเองเท่านั้น หากไม่สำเร็จก็ไม่ได้เสียหายอะไรเลย
ดังนั้นพีรพลจึงไม่ชอบที่จะรอเหมือนคนโง่ หรือทำอะไรตามใจอีกฝ่ายไปเสียทุกอย่าง เขาเองก็ยังเชื่อว่าตัวเองนั่นแหละที่จะพึ่งพาได้มากที่สุด
“ไม่จำเป็นต้องร้อนใจอะไรขนาดนั้น ถ้าปลายฝนเป็นแฟนคลับของนายจริงๆ อีกฝ่ายควรจะต้องร้อนใจมากกว่า” กันต์แสยะยิ้มอย่างร้ายกาจ เขาเตรียมแผนต่อไปทันที
ไม่ช้าไม่เร็ว ภายในวันเดียวกันนั้น ข่าวที่ว่าพีรพลถูกหามเข้าโรงพยาบาลเพราะอุบัติเหตุในการเข้าฉาก เศษกระจกกระเด็นมาที่แขนของเขาจนเลือดไหลไม่หยุด กลายเป็นข่าวดังอีกข่าวหนึ่ง ทางกองถ่ายนั้นแม้ว่าจะมีเหตุการณ์ที่ทำให้ภาพลักษณ์ของทีมงานดูแย่ ทว่าฝ่ายประชาสัมพันธ์กลับเห็นว่ามันเป็นเรื่องดีเสียอีก
พวกเขาจึงได้ประโคมข่าวว่าพระเอกของเรื่องนั้นทุ่มเทในการทำงานมาก แม้ว่าพวกเขาจะใช้กระจกปลอมได้ แต่ด้วยสปิริตของนักแสดง อีกฝ่ายต้องการให้สมจริงก็เลยเล่นกับของจริงแทน
ซึ่งมันเป็นที่แน่นอนว่าไอ้สปิริตอะไรนั่นมันไม่มีอยู่จริง ก็แค่พวกเขาต้องการประหยัดงบเอาไปใช้กับส่วนอื่นๆ ทั้งที่งบประมาณมีมากมาย ทว่าไอ้เรื่อง “เงินทอน” ก็มีปัญหาทุกวงการ บางครั้งที่หลับตาข้างหนึ่งได้ก็ต้องปล่อยกันไป ยิ่งกับเหมันต์นั้นไม่ได้สนใจเงินเล็กน้อยขนาดนี้ ขอแค่ซีรีย์ของน้องชายออกมาดีก็พอ
ไม่สิ
ขอแค่แผนของน้องสำเร็จก็พอ แค่ได้เห็นเจ้าตัวน้อยของเขามีความสุขก็คุ้มค่าแล้ว เงินร้อยล้านไม่ได้นับเป็นอะไรสำหรับเขาเลย
ขณะที่กำลังเป็นข่าวดังในตอนนี้ สื่อโซเชียลมากมายต่างก็ให้ความสนใจ แต่ที่ดูจะคึกคักมากเป็นพิเศษก็ที่เพจ 2 เพจอย่างเพจแฟนคลับอันดับหนึ่งที่แชร์ข่าวแล้วมีคนเข้ามาคอมเม้นท์อวยพรให้ศิลปินหายเร็วๆ กับอีกเพจที่เป็นคู่จิ้นของ พี-ฝน นั่นแหละ พวกเขาต่างก็เฝ้ารอให้มีรูปว่าปลายฝนไปเยี่ยมคนป่วยเพื่อที่จะได้ตีกระแสความฟินในครั้งนี้
ที่โรงพยาบาล
คนเจ็บนอนดูเวลาอย่างไม่สบอารมณ์นัก ตอนนี้ก็ผ่านไปมากกว่า 1 ชั่วโมงแล้วตั้งแต่ที่เขาได้รับบาดเจ็บ คาดว่าข่าวน่าจะออกไปทั่วถึงแล้ว แต่ทำไมคนที่เขาอยากจะให้รีบวิ่งมาหากลับไม่ปรากฏตัวเลย
“ขอโทรศัพท์หน่อย” พีรพลเอ่ยบอกคนเฝ้าที่ตอนนี้เหลืออยู่คนเดียวแล้วอย่างกันต์ เนื่องจากเป็นแผนที่กันต์คิดขึ้นมา ดังนั้นเขาจึงอยู่รอดูด้วยตาตนเอง รวมไปถึงจะได้เก็บภาพความรักที่หวานชื่นนี้ไปลงเพจ
เมื่อพีรพลร้องขอ กันต์ก็ชักสีหน้าเล็กน้อยอย่างรำคาญใจ เขารู้ว่าอีกฝ่ายลงทุนเสียสละร่างกายที่ล้ำค่าไปเสี่ยงอันตรายย่อมมีความคาดหวังอยู่มาก และหากมันไม่สำเร็จ คนที่จะถูกต่อว่าก็ยังเป็นเขาที่เสนอแผนการนี้ไป
ทางกันต์เองได้เห็นแล้วว่าปลายฝนนั้นรู้ข่าวนี้ ยังมีการแชร์ข่าวและอวยพรขอให้หายเร็วๆเพื่อที่จะได้สร้างผลงานให้แฟนๆได้รับชม ทว่าการที่อีกฝ่ายรับรู้แล้วแต่ไม่มานั้น ดูแย่ยิ่งกว่าการที่ทางนั้นยังไม่เห็นข่าวเสียอีก
พีรพลรับเอามือถือของตนเองไปเปิดด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด หลังจากที่ได้เห็น แม้ว่าจะดีใจที่อีกฝ่ายแชร์ข่าวของตนเองไปที่เพจ ทว่าตัวคนแชร์กลับไม่ปรากฏตัวแบบนี้หมายความว่ายังไง
ก่อนหน้านี้ที่เขาทักอีกฝ่ายไป ทางนั้นก็ไม่ตอบกลับด้วยไมตรีอะไรเลย แบบนี้ยังจะให้เขาใจเย็นอยู่ได้ยังไง
“มีเบอร์ของน้องวัสสาไหม” พีรพลกัดริมฝีปาก ด้วยร่างกายแบบนี้ ข่าวที่ออกไปแบบนี้ จะให้เขาไปหาอีกฝ่ายตามแผนเดิมก็ไม่ได้แล้ว พอเป็นแบบนี้แล้วน่าหงุดหงิดใจจริงๆ
“ไม่มี มีแต่เบอร์ผู้ช่วยของคุณเหมันต์” กันต์บอกออกไปตามความจริง นี่ยิ่งเพิ่มความหัวเสียให้พีรพลมากขึ้นไปอีก
แต่ยังไม่ทันที่สองคนผู้ร่วมแผนการจะได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ ประตูก็ถูกเปิดออกอย่างเร็ว ร่างท้วมของผู้ช่วยผู้กำกับรีบเดินเข้ามา ในมือนั้นยังถือโทรศัพท์แนบหูไว้
เห็นท่าทางารีบร้อนของอีกฝ่าย พีรพลก็ลอบมองไปที่กันต์เชิงคำถาม แต่เมื่ออีกฝ่ายส่ายหน้า เขาก็เลยมองไปยังผู้ช่วยผู้กำกับแทนเพื่อรอดูว่าอีกฝ่ายกลับมาเยี่ยมเขาอีกครั้งหลังจากที่ออกไปแล้วทำไม
“บี น้องปลายฝนจะคุยด้วย” เสียงของหญิงร่างท้วมดังขึ้นพร้อมกับอาการเหนื่อยหอบ แต่คำพูดของเจ้าหล่อนนั้นกลับทำให้คนที่กำลังอยากจะอาละวาดรู้สึกเหมือนได้ขึ้นรถไฟตีลังกาแล้วร่อนลงพื้นอย่างปลอดภัย
หัวใจของคนที่มีอารมณ์ขุ่นมัวในตอนนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ชนิดที่ว่าหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความดีใจด้วยซ้ำไป
“น้องวัสสา” พีรพลรีบรับโทรศัพท์มา เอ่ยตอบกลับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนแรงและออดอ้อนเล็กน้อย
“ครับ เป็นยังไงบ้างแล้วครับ” ปลายฝนเองก็เล่นละครเก่งไม่ต่างกัน แม้ว่าตอนนี้เขากำลังนั่งกินฝรั่งสดๆจากสวนออแกนิกที่พี่ๆแม่บ้านไปซื้อมาอย่างสบายใจ ทว่าน้ำเสียงของเขานั้นก็ดูร้อนรนเล็กน้อยเหมือนกัน
ได้ยินคนมีน้ำเสียงแบบนี้ พีรพลก็รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาแล้ว
“ก็ยังเจ็บมากอยู่เลย ตอนนี้ก็พันผ้าแล้วทั้งแขน” ชายหนุ่มแสดงความอ่อนแอเพื่อเรียกคะแนนสงสารจากปลายสาย เสียงใสของเด็กน้อยเงียบไปจนทำให้พีรพลนึกอยากจะถามว่าอีกฝ่ายคิดว่ายังไง และอยากจะถามไปตรงๆว่าเป็นห่วงเขาไหม
ทว่าปลายฝนก็เอ่ยขึ้นมาหลังจากเงียบไปเสียก่อน
“ขอโทษนะครับ” พูดจบก็ปล่อยให้คนคิดไปเองอีกพักใหญ่ๆว่าคำพูดของเขาหมายถึงอะไร
“ขอโทษที่ทำให้ลำบากนะครับ ครั้งต่อไปคุณพีรพลไม่ต้องทำขนาดนี้แล้วนะครับ เดี๋ยวผมหาปรับบทอันตรายพวกนี้ออกไป” ปลายฝนพูดอย่างสำนึกผิด น้ำเสียงของเขานั้นไม่อาจจะปกปิดความรู้สึกเอาไว้ได้เลย
พีรพลอมยิ้มกับความใส่ใจของอีกฝ่าย จากที่ตอนแรกเขารู้สึกไม่พอใจที่อีกฝ่ายไม่มาปรากฏตัวเหมือนที่วางแผนเอาไว้ ทว่าตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว
เด็กน้อยคงรู้สึกผิดมากๆอยู่สินะ ถึงกับร้องไห้ที่ทำให้เขาเจ็บตัวเลยหรือเปล่า
กันต์มองรอยยิ้มที่ออกมาโดยไม่รู้ตัวของพีรพล คิ้วของเขาขมวดแน่นด้วยความรู้สึกไม่ชอบใจแปลกๆ อันที่จริงเขาชอบที่จะให้ปลายฝนกลายเป็นของเล่นของพีรพล กลายเป็นตัวตลกและเป็นคนร้ายกาจในสายตาของพี่แม็ก ทว่าทำไมตอนนี้เหมือนกับว่าพีรพลนั้นจะหลงรักอีกฝ่ายจริงๆเข้าแล้ว
ทำไมทุกคนจะต้องชอบมันจริงๆด้วย!
ตั้งแต่เขาเกิดมา ความรักแบบนี้ เขายังไม่เคยได้รับมันเลย แล้วทำไมเด็กคนนั้นจึงได้รับมันบ่อยครั้งแบบนี้ เขาไม่เข้าใจ
เมื่อมองดูคนที่กำลังยิ้มเล็กยิ้มน้อยเหมือนคนบ้า กันต์ก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายลืมแผนที่วางไว้สนิท เขาจึงได้แกล้งไอออกมาเรียกสติของอีกฝ่าย อย่างไรวันนี้ก็ต้องเรียกให้ปลายฝนออกมาที่โรงพยาบาลให้ได้ หากอีกฝ่ายมาวันอื่น มันก็ดูปกติเกินไป เพราะในฐานะของนักประพันธ์ การมาเยี่ยมเยียนนักแสดงที่ได้รับบาดเจ็บเพราะบทของเขาไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่ถ้าอีกฝ่ายร้อนรนจนมาวันนี้ มันก็จะทำให้มีมูลมากขึ้น
กันต์ต้องการรูปของอีกฝ่ายในวันนี้เท่านั้น!
พีรพลเองก็จำได้ถึงแผนการแล้ว เขาจึงเริ่มที่จะออดอ้อนปลายสายอีกครั้ง แม้จะรู้ว่าทางนั้นกำลังรู้สึกผิดและไม่กล้ามาเจอ ทว่าเขาเองก็อยากเจออีกฝ่าย และได้เห็นท่าทางของเด็กน้อยนั่นแล้วเหมือนกัน
โดยไม่รู้ตัว สายตาที่มักจับจ้องด้วยความรู้สึกอยากจะทำลายความรักของน้องวัสสากับเหมันต์นั้น ตอนนี้กลับเป็นความทรงจำที่เขาฝันถึงเสมอ ตัวเขากลับอยากที่จะไปนั่งแทนตำแหน่งของคุณเหมันต์จะแย่ อยากให้น้องมานั่งตักแล้วออดอ้อนเหมือนกับที่ทำกับอีกฝ่าย
จากที่เคยอยากจะทำร้ายให้ทั้งสองต้องเสียใจ กลายเป็นว่าตอนนี้เขาอยากจะได้รับความรักแบบนั้นขึ้นมาแทน
“น้องวัสสา ตอนนี้ยุ่งอยู่ไหม” เสียงแผ่วเบาของพีรพลแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอของเขาตอนนี้ หากแฟนคลับมาได้ยิน ร้อยทั้งร้อยต้องน้ำตาคลอแล้ว
“ครับ เพราะพี่ไม่อยู่ก็เลย....” ปลายฝนเงียบเสียงไปตอนท้าย พีรพลจึงคาดการณ์เองว่าสีหน้าของเด็กน้อยน่าจะไม่ดีเท่าไรนัก ดูเหมือนว่าความดีและการเอาใจใส่ของเขาจะทำให้อีกฝ่ายรับรู้ได้แล้วสินะว่าคนอย่างคุณเหมันต์น่ะให้ความรักเหมือนที่เขาให้ไม่ได้หรอก
“พี่ต้องขอโทษน้องวัสสาด้วยนะครับ เพราะพี่...การถ่ายทำก็เลยล่าช้าไป”
“ไม่เป็นไรครับ คุณพีรพลพักก่อนเถอะครับ” ปลายฝนรีบปฎิเสธอย่างร้อนรน ดูเหมือนไม่อยากให้พีรพลคิดอะไรไม่ดีกับตนเองแบบนั้น พีรพลจึงยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างมีความสุข
“ขอบคุณครับ แต่ว่าเรื่องแผล...ถ้าน้องวัสสาไม่ยุ่ง พี่อยากรบกวนให้มาหาหน่อยได้ไหมครับ พี่อยากให้ช่วยดูแผลที่เกิดขึ้น ไม่รู้ว่ามันจะทำให้การถ่ายทำมีปัญหาในตอนหลังหรือเปล่า พี่กลัวว่ามันจะไม่เข้ากับบทที่น้องวัสสาแต่งไว้น่ะครับ” พีรพลแสร้งเป็นคนบ้างาน กระทั่งบาดเจ็บอยู่ก็ยังกลัวว่างานจะออกมาไม่ดี
ผู้ช่วยผู้กำกับแอบเบ้ปากออกไปทีหนึ่ง
ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดทำอะไร เพียงแต่เธอไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเท่านั้น อย่างไรผู้กำกับก็เอ่ยเตือนไปแล้วหลายครั้ง หากไม่หยุดแล้วเกิดอะไรขึ้น พวกเธอก็ถือว่าทำดีที่สุดแล้วเท่านั้น
อีกอย่างตัวตนของพีรพลในวงการนั้นไม่ใช่ย่อย ทุกคนรู้หมดว่าสันดานของเขาเป็นอย่างไร อยู่ที่ว่าจะพูดมันออกมาหรือไม่ก็เท่านั้น
ส่วนสิ่งที่พีรพลพูดน่ะ....
สายตาของผู้ช่วยผู้กำกับสาวมองดูบาดแผลเล็กๆไม่กี่จุดแต่ร้องขอให้หมอทำแผลเสียใหญ่โต ไหนจะไอ้ที่บอกว่าจะทำให้งานเสียอะไรนั่น ถามหน่อยเถอะว่าที่กองไม่มีเครื่องสำอางปกปิดรอยแผลหรอ?
ไอ้รอยแผลที่เล็กกว่าหลุมสิวน่ะ ยังต้องกังวลเพื่ออะไรอีก?
แต่ถึงจะรู้แบบนั้น เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา อยากรู้จริงๆว่าคุณวัสสาที่น่ารักของพวกเธอจะหลงกลตื้นๆพวกนี้ของอีกฝ่ายรึเปล่า
ขณะที่ทุกคนในห้องพยาบาลกำลังรอคำตอบ
ปลายสายก็กำลังกินฝรั่งอย่างมีความสุข ที่เขาเงียบๆไปล้วนมาจากการปิดเสียงเพื่อที่จะเคี้ยวฝรั่งหวานกรอบในมือเท่านั้นเอง ไม่ได้ใช้ความคิดอะไรนักหรอก
อย่างไรก็รู้อยู่แล้วว่าแผนของพีรพลและกันต์นั้นคืออะไร หากเขาแจ้นไปหาก็เท่ากับฆ่าตัวตายแล้ว ยิ่งกับพี่ชายที่รักซึ่งน่าจะกำลังดูว่าเขากำลังทำอะไรรู้เรื่องว่าเขาแจ้นไปหาผู้ชายอื่นทั้งๆที่สัญญาไว้แล้วล่ะก็...ถ้าบ้านไม่แตกให้ตีก้นปลายฝนคนนี้ได้เลย
อีกอย่าง...ปลายฝนก็ไม่คิดจะทำให้ตัวเองมัวหมองด้วย ทำไมเขาต้องอยากได้ชื่อว่าเป็นคนสวมเขาให้พี่ที่แสนดีด้วยล่ะ? เขาอยากจะเล่นบทนางเอกน่ะ เข้าใจไหม?
นางเอกที่ทำทุกอย่างด้วยความซื่อสัตย์ แต่คนอื่นใจร้ายเสมอ ถึงกับกุเรื่องสร้างความเสียหายให้ตัวเอง
กระนั้น....นางเอกคนนี้ก็ยังรู้สึกสนุกมากๆที่ได้หยอกล้อกับคนป่วยทางจิตทั้งสองคน
..............................