แสงไฟสลัวจากเทียนส่องกระทบผิวกายขาวซีดและริมฝีปากที่แต้มด้วยสีแดงสดภายในห้องชุดหรูหราใจกลางเมืองที่เงียบสงบ ปีศาจผู้ซ่อนกายภายใต้คราบหญิงสาวทรงเสน่ห์กำลังเฝ้ารอเหยื่อรายใหม่ด้วยความใจเย็น
คืนนี้เป้าหมายของเธอคือชายหนุ่มนักธุรกิจผู้มั่นใจในตัวเองสูงซึ่งตกหลุมพรางความงามอันเย้ายวนที่เธอจงใจโปรยปรายั้แ่เข้ามาในงานเลี้ยงสายตาคมที่แฝงไปด้วยความกระหายถูกซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มหวานหยด
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆตามนัดหมาย เธอเปิดประตูต้อนรับด้วยท่าทีอ่อนหวาน น้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน เอ่ยออกไปเพื่อกล่อมประสาทของเหยื่อให้เคลิบเคลิ้มเธอพาเขาเข้าสู่บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นของธูปหอม และไวน์รสเลิศที่เธอรินให้อย่างพิถีพิถัน
"ดื่มก่อนซิคะ... ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล"
เธอกระซิบข้างใบหูของเขาลมหายใจที่เย็นเฉียบราวกับสายลมหนาวถูกปะปนไปกับกลิ่นอายอันน่าหลงใหลจนชายหนุ่มแทบไม่ทันสังเกตถึงความผิดปกติ
ความใกล้ชิดที่เธอจงใจมอบให้กลายเป็เครื่องพันธนาการชั้นดีเธอใช้ััแ่เบาและคำพูดหวานซึ้ง ดึงดูดสติสัมปชัญญะของเขาให้หลุดลอยไปทีละน้อยทุกย่างก้าวของการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความเย้ายวนที่สะกดสายตา
เธอปลดเสื้อบนร่างกายออกทีละชิ้นเรือนร่างขาวนวลชวนให้ชายที่นอนอยู่บนเตียงหยุดนิ่งหญิงสาวคลานขึ้นมาใช้ร่างคร่อมชายหนุ่มก่อนจะใช้ลิ้นเลียไปทั่วร่างจนเขาเริ่มสั่นไหว เธอกดขาเขาลงไม่ให้ขยับ พร้อมกับเลื่อนร่างไปมาเสียงร้องครวญครางดังขึ้นทันทีที่เธอขยับ
“โอววววว ลาเบลล่า...คุณเยี่ยมมากจริงๆ”
แรงขย่มทำให้เตียงโยกไปมาเสียงดัง อารมณ์ชายหนุ่มเริ่มพลุ่งพล่านเขาพยายามยกตัวเธอขึ้นเพื่อเปลี่ยนเป็ฝ่ายรุก แต่เธอกลับกดเขาไว้จนแน่น
กระทั่งชายหนุ่มตกอยู่ในวังวนแห่งความเคลิบเคลิ้มยอมจำนนต่อเสน่ห์อันตรายโดยปราศจากการระแวดระวังตัว เมื่อเหยื่อหลับตาลงด้วยความไว้วางใจรอยยิ้มอันอบอุ่นบนใบหน้าของแวมไพร์สาวก็ค่อยๆจางหายไป เผยให้เห็นดวงตาสีแดงฉานในความมืดกับคมเขี้ยวที่พร้อมจะปลดปล่อยสัญชาตญาณนักล่าอันแท้จริงในค่ำคืนอันเงียบงันนี้
☾☼☽ ☾☼☽ ☾☼☽ ☾☼☽
ปี ค.ศ. 1780 ณ มหานครลอนเดอริชที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบและควันจากการเผาถ่านหินข่าวลือมากมายเื่ "โรคประหลาด"แพร่สะพัดไปตามตรอกซอกซอยอันมืดมิดของย่านชาเปรู เมื่อพบศพของชายหนุ่มและหญิงสาวในยามเช้าตามห้องพักหรูหราและตรอกลับสภาพศพแต่ละรายสร้างความตื่นตระหนกให้กับเ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนเป็อย่างมากเนื่องจากทุกร่างไร้ซึ่งร่องรอยการต่อสู้ไม่มีาแจากการถูกทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธใดๆ นอกจากรอยแผลเล็กจางๆสองจุดที่บริเวณลำคอ
รายงานชันสูตรพลิกศพจากแพทย์นิติเวชระบุตรงกันอย่างน่าสะพรึงกลัวว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจาก “การสูญเสียปริมาณเืในร่างกายจนหมดสิ้น"แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือภายในเส้นเืของเหยื่อกลับปรากฏร่องรอยของสารเคมีบางชนิดที่ออกฤทธิ์คล้ายยาสลบผสมผสานกับกลิ่นอายความเคลิบเคลิ้มที่ยังคงตกค้างอยู่ในระบบประสาทราวกับว่าพวกเขายินยอมพร้อมใจที่จะปลิดชีพตัวเองให้แก่ความมืดมิดโดยปราศจากการขัดขืน
หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นพากันพาดหัวตัวโตด้วยความหวาดกลัวขนานนามเหตุการณ์นี้ว่าฝันร้ายแห่งลอนเดอริชขณะที่เื้ัม่านราตรีอันหนาวเหน็บ สัตว์ร้ายยังคงใช้ชีวิตกลมกลืนไปกับสังคมของประเทศแลนด์กิชรอคอยเหยื่อรายต่อไปที่จะเดินเข้ามาติดกับความสง่าและความงามของเหล่าปีศาจที่เฉิดฉายอยู่ในโลกยามไร้แสงอาทิตย์
เมื่อย่างเข้าสู่่ปลายฤดูใบไม้ร่วงบรรยากาศอันหนาทึบของลอนเดอริชกลับยิ่งมืดมนและวังเวงกว่าทุกปีเสียงฝีเท้าและเสียงรถม้าที่เคยคึกคักตามท้องถนนยามค่ำคืนกลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว ไม่มีใครกล้าออกจากบ้านหลังตะวันตกดินบ้านเรือนทุกหลังต่างปิดประตูหลงกลอนอย่างแ่าพร้อมจุดเทียนไขส่องสว่างไว้ทุกมุมห้องราวกับ้าขับไล่ความมืดมิดที่คืบคลานเข้ามา
ความหวาดกลัวที่ปิดตายตัวเมืองนั้น ทำให้เหล่าปีศาจหนุ่มสาวและพวกพ้องตกอยู่ในภาวะยากลำบากในการหาอาหารเมื่อเหยื่อไม่ยอมเดินออกมาติดกับดังเคย สัญชาตญาณนักล่าอันดิบเถื่อนจึงต้องเผยตัวออกมาพวกมันเริ่มออกล่าเหยื่อด้วยความกระหายที่รุนแรงขึ้น บุกรุกเข้าสู่บ้านและลักพาตัวผู้คนที่ซ่อนตัวอยู่ความวุ่นวายและความโกลาหลแผ่ขยายไปทั่วทุกตรอกซอกซอย ทุกเช้าวันใหม่ชาวเมืองจะพบร่างไร้ชีวิตนอนเรียงรายตามมุมมืดพร้อมรอยแผลลึกลับที่ลำคอ
☾☼☽ ☾☼☽ ☾☼☽ ☾☼☽
ณ บ้านหลังเล็กๆ ชานเมือง เสียงเคาะประตูปลุกเพื่อเตรียมรับวันใหม่ดังขึ้นแต่กลับไร้เสียงตอบรับจากลูกสาวที่อยู่ด้านในผู้เป็พ่อจึงผลักประตูเข้าไปด้วยความสังหรณ์ใจบางอย่าง
ภายในห้องนอนอันเงียบสงบหน้าต่างบานใหญ่ที่ถูกปิดไว้ กลับเปิดออกผ้าม่านลูกไม้สีขาวพลิ้วไหวตามสายลมหนาวที่พัดโชยเข้ามา กลิ่นอายจางๆ ของสาวน้อยที่ยังฟุ้งในห้องราวกับเธอเพิ่งจะออกไปไม่ได้นานเตียงนอนยังคงความเรียบร้อย ไร้ซึ่งร่องรอยของการต่อสู้หรือรอยขีดข่วนใดๆ รวมถึงร่างของลูกสาววัยละอ่อนที่ควรนอนหลับใหลอยู่ความเย็นเยียบกดทับหัวใจของผู้เป็พ่อแม่จนแทบหยุดหายใจ ไม่มีร่องรอยการงัดแงะไม่มีรอยเท้าเปื้อนโคลนบนพื้นห้องมีเพียงความรู้สึกอันน่าสะพรึงกลัวที่เกาะกุมจิตใจว่าร่างอันไร้ชีวิตของเธอได้ถูกกลืนหายไปในความมืดมิดของราตรีอย่างไร้ร่องรอยทิ้งไว้แค่เพียงความลับอันดำมืดในเมืองลอนเดอริชที่ยังหาคำตอบไม่ได้
ท่ามกลางวิกฤตที่ไร้ทางออกความงดงามของวิทยาการในยุคนั้นไม่สามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นได้ชาวเมืองผู้สิ้นหวังจึงหันพึ่งพาความเชื่อและไสยศาสตร์ มีการรวมตัวกันจ้างหมอผี นักปราชญ์ท้องถิ่นและผู้ทำพิธีกรรมจากแดนไกล ให้มาประกอบพิธีขับไล่ภูตผีปีศาจสวดมนต์ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และโรยเกลือบริสุทธิ์รอบบ้าน แต่พิธีกรรมทั้งหลายเ่าั้กลับล้มเหลวไม่เป็ท่า ร่างของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆราวกับคำสาปแช่งที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ไม่มีมนุษย์คนใดล่วงรู้เลยว่าแท้จริงแล้วสิ่งมีชีวิตกระหายเืเหล่านี้คือใครหลบซ่อนตัวหรือปะปนอยู่ท่ามกลางพวกเขาอย่างไรนอกเสียจากเสียงซุบซิบบอกเล่าต่อกันในความมืดที่หวาดกลัวจนกระทั่งชื่ออันน่าสะพรึงกลัวถูกหยิบยกขึ้นมาขนานนามให้แก่ปีศาจผู้พรากชีวิตพวกเขายามราตรี...นามที่ก้องกังวานและฝังรากลึกในความทรงจำของผู้คนตราบจนปัจจุบันว่า"แวมไพร์"
♦°°°°°°°°°° ☾* °°°°°°°°°° ♦