ทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 136 ศักดิ์ต่ำกว่าหลานเสียอีก

            เมื่อได้ยินดังนั้นซูต้าไฉก็แสดงสีหน้าไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน เขาเบ้ปากและพึมพำอย่างขุ่นเคือง"ยายแก่นั่น..."

            เขาเอาแต่พึมพำด่าว่าอยู่ตรงนั้นความคับแค้นในใจของเขามีมากมายเหลือคณา

            แม้ว่าซูไท่ไท่จะแสดงท่าทีปกป้องดูแลครอบครัวบ้านใหญ่ของพวกเขามาโดยตลอดทว่านางมักจะวางตนเองไว้ในฐานะผู้นำของครอบครัว แม้ว่าจะเอ็นดูหลานชายเหล่านี้ทว่าก็มิได้เกรงใจที่จะใช้งานพวกเขา

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อในบ้านหาเนื้อมากินได้ยาก ครอบครัวทั่วไปมักจะยกเนื้อให้ผู้ชายกินหรือไม่ก็ให้บุรุษที่มีลำดับศักดิ์ต่ำที่สุดในตระกูลกินทว่าซูไท่ไท่กลับเห็นแก่ตัว กินเสียเองเกือบครึ่ง

            ยิ่งไปกว่านั้นในมือนางยังกุมเงินทองส่วนใหญ่ของตระกูลซูไว้แม้ว่าในมือของพวกเขาจะมีเงินส่วนตัวอยู่บ้าง แต่เมื่อรวมกันแล้วเกรงว่าจะมิได้เท่าเศษเงินในมือของซูไท่ไท่ดังนั้นแต่ก่อนไม่ว่าจะไม่พอใจสักเพียงใด พวกเขาก็ทำได้เพียงอดทน นานวันเข้าความคับข้องใจที่เก็บงำไว้ ก็แปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง

            ยกตัวอย่างเช่นครั้งนี้ก่อนที่ซูไท่ไท่จะเข้าเมือง นางกำมือทุบอกรับประกันอย่างมั่นเหมาะว่าไม่กี่วันก็จะรับพวกเขาเข้าไปอยู่ในเมืองเพื่อเสวยสุขด้วยกันแต่นี่ก็ผ่านมาครึ่งเดือนแล้ว ยังไม่มีข่าวคราวใดๆ

            พวกเขาเคยคิดว่าบางทีซูไท่ไท่อาจจะหาพวกบ้านรองไม่เจอหรือพวกบ้านรองคงจะไม่มีเงินมากพอจ่ายค่าเดินทางเข้าเมืองแต่บัดนี้เมื่อได้เห็นคนทั้งสาม ซูต้าไฉจึงตระหนักว่าเรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้เลย

            เมืองอวิ๋นเฉิงมิได้เล็กทว่าต่อให้ใหญ่โตเพียงใด ในเมืองก็มีสถานที่เพียงเท่านี้ หากคิดจะหาคนจริงๆจะหาไม่เจอได้อย่างไร?

            ด้วยอำนาจที่ซูไท่ไท่เคยใช้บงการบ้านรองหากนางออกคำสั่งเด็ดขาด คนทั้งสามของบ้านรอง จะยังกล้าทะนงตนเช่นเมื่อกี้ได้หรือ?

            เมื่อคิดว่าตอนนี้ซูไท่ไท่อาจจะกำลังกินดีอยู่ดีในเมืองพวกเขากลับต้องก้มหน้าก้มตาทำงานหนักทุกวัน แม้แต่ค่าอาหารของตนก็ยังหาไม่พอเขาก็ไม่อาจระงับความคับข้องใจในใจได้เลย

            หากซูไท่ไท่จากไปและเมตตาเหลือเงินทองไว้ให้บ้าง พวกเขาคงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพน่าสังเวชเช่นนี้!

            ซูต้าไฉหารู้ไม่ว่าซูไท่ไท่ที่ตนคิดว่ากำลังกินดีอยู่ดีนั้นในขณะนี้กำลังนอนอยู่ในคุกที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่า ข้างๆมีข้าวบูดครึ่งชามวางอยู่ บนชามบิ่นที่สกปรกจนมองไม่เห็นสีเดิมนั้นมีแมลงวันหลายตัวบินวนเวียนอยู่ไม่ยอมจากไป

            ซูไท่ไท่ไร้เรี่ยวแรงที่จะยกแขนขึ้นโบกปัดไปมาเห็นว่าพวกแมลงตัวเล็กๆ เหล่านั้นไล่ก็ไม่ไป จึงตัดใจยอมแพ้

            ดวงตาที่ไร้ประกายของซูไท่ไท่ปรือลงมองผนังสีดำทะมึนด้วยสายตาเหม่อลอย ใบหน้าของนางว่างเปล่าดุจซากศพปราศจากความรู้สึกใดๆ

            ในทันใดนั้นเสียงด่าทอของคนคุมก็ดังขึ้นอีกครั้งที่ทางเดินของห้องขัง!

            ในที่สุดสีหน้าว่างเปล่าของซูไท่ไท่ก็แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยร่างของนางสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมได้ ด้วยสัญชาตญาณ นางจึงขยับกายชิดกำแพง

            ครู่หนึ่งนางค่อยๆ ผ่อนคลายลง บนใบหน้าที่เหี่ยวย่น และแห้งกร้านค่อยๆแต้มไปด้วยความเคียดแค้น

            หากมิใช่เพราะพวกบ้านรองละก็นางจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร?

            คุกแห่งนี้มิใช่สถานที่ที่คนจะอยู่ได้เมื่อคิดถึงความทรมานที่ได้รับที่นี่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาซูไท่ไท่ก็พลันสั่นเทิ้มอีกครา ในดวงตาที่ขุ่นมัวปรากฏความหวาดกลัวขึ้นมา

            ยิ่งอยู่ในคุกแห่งนี้นานเท่าไรความเคียดแค้นของนางกลับมิได้รุนแรงเท่าแต่ก่อนสิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความเสียใจที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า

            นางถึงขั้นคิดว่าหากตอนนั้นตนเองมิได้ติดตามคนของท่านหลงเข้ามาในเมืองตอนนี้นางก็คงอยู่กับครอบครัวบ้านใหญ่เป็นอย่างดีมิใช่หรือ?

            แม้จะไม่สามารถหากินให้อิ่มท้องได้ทุกมื้อทุกวันก็ทำได้เพียงอาศัยผักป่าประทังชีวิต แต่ถึงกระนั้นก็ยังดีกว่าตอนนี้อย่างน้อยก็มีคนคอยปรนนิบัติ หากมีสิ่งใดไม่พอใจ ก็สามารถด่าทอสะใภ้และหลานชายได้พวกเขาไม่มีวันกล้าต่อปากต่อคำกับนาง

            ไยเล่าเมื่ออยู่ที่นี่นางกลับต่ำต้อยยิ่งกว่าหลานชายเสียอีก!

            หากซูไท่ไท่รู้ความจริงว่าความหวังเดียวที่ค้ำจุนให้นางทนอยู่ในคุกแห่งนี้ได้ที่แท้ก็เป็นเพียงภาพลวงตาอันว่างเปล่าละก็ไม่แน่ใจว่านางจะทนกับความจริงนี้ได้หรือไม่ไม่แน่ว่านางอาจจะสิ้นหวังจนคิดสั้นจบชีวิตในคุกก็เป็นได้

            ความน่าเวทนาของซูไท่ไท่ยิ่งห่างไกลจากความยากแค้นของบ้านใหญ่ตระกูลซูและตอนนี้พวกซูอี้หว่านกลับอารมณ์ดีเป็นที่สุด

            สองวันนี้กำลังเตรียมงานเปิดร้านอาหารพร้อมกันนั้นซูอี้หว่านก็ไม่อาจละเลยกิจการในสถานพยาบาลได้เรียกได้ว่ายุ่งเหมือนลูกข่าง หมุนติ้วๆ ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

            โชคดีที่ในสถานพยาบาลมีท่านหมอเฉียนอยู่ในฐานะที่เป็นหมอหลวงที่ฮ่องเต้โปรดปรานที่สุดในวังฝีมือการแพทย์ของเขาย่อมเก่งกาจอย่างยิ่ง

            อย่างน้อยที่สุดอาการป่วยส่วนใหญ่เหล่านี้ เมื่อไปถึงมือเขาก็ไม่มีความยากลำบากอะไรเลยนี่จึงทำให้ซูอี้หว่านไม่ต้องกังวลมากนัก

            เพื่อที่ตนเองจะได้ไม่กลายเป็นหัวหน้าคนครัวประจำร้านอาหารในอนาคตสองวันนี้ซูอี้หว่านจึงเร่งฝึกฝีมือการทำอาหารของเด็กสาวทั้งสองคน

            การฝึกฝนคนให้เป็นยอดฝีมือในชั่วพริบตาย่อมเป็นไปไม่ได้ ทว่าโชคดีที่สาวใช้ทั้งสองมีพรสวรรค์ในการทำอาหารแถมยังมีประสบการณ์จากร้านอาหารเช้า บัดนี้เมื่อได้ฝึกฝนพวกนางก็เรียนรู้ได้อย่างว่องไว ไหวพริบปฏิภาณก็ยอดเยี่ยม

            ซูอี้หว่านคาดคะเนว่าไม่เกินหนึ่งสองเดือน เด็กสาวทั้งสองคนนี้น่าจะสามารถแบกรับงานในครัวได้ถึงตอนนั้นค่อยหาพ่อครัวฝีมือดีที่ไว้ใจได้มาสักคนสองคน นางก็จะได้พักผ่อนเสียที

            แม้ว่านางจะสนใจอาหารการกินเป็นอย่างมากแต่หากจะต้องอยู่ในครัวตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ทำอาหารไม่หยุดหย่อนเกรงว่านางก็จะรู้สึกเบื่อหน่ายเช่นกัน

            และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคนที่จะเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งได้ ต้องมีวิสัยทัศน์กว้างไกลหากยังคงทำทุกอย่างเองทั้งหมด แล้วจะขึ้นเป็นผู้นำได้อย่างไร?

            ช่วงเวลาที่วุ่นวายมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัวก็มาถึงวันเปิดร้านอาหารแล้ว

            เนื่องจากในช่วงหลายวันนี้มีการประชาสัมพันธ์ที่แผงขายอาหารเช้ามาไม่น้อยประกอบกับคำบอกเล่าปากต่อปากของชาวบ้านตอนนี้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของชาวเมืองอวิ๋นเฉิงต่างก็รู้เรื่องที่ตระกูลซูกำลังจะเปิดร้านอาหาร

            เพื่อดึงดูดลูกค้าและเพื่อทำให้บรรยากาศการเปิดร้านดูยิ่งใหญ่ซูอี้โจวถึงกับเชิญคณะเชิดสิงโตในเมืองมาแสดง หนึ่งคือเพื่อดึงดูดผู้คนสองคือเพื่อความเป็นสิริมงคล ขอให้กิจการรุ่งเรืองเฟื่องฟู

            ชาวบ้านแต่ไหนแต่ไรมาก็ชอบดูเรื่องสนุกสนานเป็นที่สุดเดิมทีก็อยากรู้ว่าการเปิดร้านอาหารนี้เป็นอย่างไรยิ่งได้ยินว่ามีการแสดงเชิดสิงโต ก็ยิ่งอดรนทนไม่ได้ ตราบใดที่ไม่ยุ่งจนเกินไปต่างก็รีบเร่งเดินทางมาแต่เช้าตรู่ เพื่อที่จะได้เห็นบรรยากาศการเปิดร้านอาหารที่ยิ่งใหญ่ด้วยตาตนเอง

            เผื่อว่าตอนเปิดร้านจะมีของดีอะไรให้คว้าหากพวกเขามาช้าพลาดไป ก็คงเสียเปรียบอย่างมาก!

            คงมีชาวบ้านไม่น้อยที่คิดเช่นเดียวกันด้วยเหตุนี้ ร้านอาหารจึงเนืองแน่นไปด้วยผู้คนตั้งแต่เช้าตรู่กระทั่งซูอี้หว่านและพรรคพวกยังต้องเบียดเสียดกว่าจะแทรกตัวเข้าไปได้

            หากมิใช่เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าพวกเขาคือเจ้าของร้านอาหารแห่งนี้เกรงว่าไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็คงไม่มีใครยอมขยับเขยื้อนที่ยืนของตนเป็นแน่

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570