เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่4 ตอนที่ 97 : มังกรหยก หยกก๊าหว่า

            โดยไม่มีทางเลือกหยางเฉินรู้สึกเหมือนถูกลากไปยังคอร์ทเทนนิส เขาถามโม่เชี่ยนนีอย่างเบื่อหน่ายว่า

            "ถ้าคุณอยากไปก็ไปเลยผมจะไปออกกำลังกายที่อื่น ผมไม่ได้เป็นสมาชิกวีไอพีซะหน่อย เกรงว่ามันจะไม่เหมาะสม"

            โม่เชี่ยนนีมองหยางเฉินกล่าวด้วยเสียงอันเบา

            "อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่านายคิดอะไรอยู่นายจะไปแอบมองสาวๆ ที่สระว่ายน้ำใช่มั้ยล่ะ จะบอกอะไรให้นะว่าที่นี่เป็นแหล่งรวมตัวของบรรดาบุคคลระดับสูงในฐานะสมาชิกแผนกพีอาร์ของบริษัทอวี้เหล่ย นายควรจะทำความรู้จักกับบุคคลเหล่านั้นระดับความสัมพันธ์เป็นกุญแจแห่งความสำเร็จนายต้องเชื่อฟังคำแนะนำของหัวหน้ารู้มั้ย"

            "ผมแค่คนส่งอาหารเช้างานที่แล้วของผมก็เป็นแค่คนขายแพะย่าง ผมรู้สึกว่าเรื่องพวกนั้นมันค่อนข้างห่างไกลจากผมนะครับ"

            "ไม่ไกลสักหน่อยคอร์ทเทนนิสอยู่ข้างหน้านี่เอง"

            "..."

            ความยิ่งใหญ่ของศูนย์กีฬาแห่งนี้นั้นเกินความคาดหมายของหยางเฉินไปมาก ทันทีที่เข้ามาในสนามเทนนิสหยางเฉินรู้สึกราวกับว่าได้เข้ามาในสนามบอลเพราะว่าเทนนิสไม่ค่อยเป็นที่นิยมในประเทศจีนสักเท่าไหร่ทำให้ยากนักที่จะเห็นใครเสียสละพื้นที่เพื่อสร้างสนามเทนนิสใหญ่ขนาดนี้

            ภายในสนามเทนนิสมีผู้คนอยู่คับคั่งทั้งยังมีหญิงสาวที่งดงามกำลังกวัดแกว่งไม้เทนนิสอยู่ และเมื่อพวกเธอหวดไม้เทนนิสทันใดนั้นเหล่าชายก็ส่งเสียงเชียร์ด้วยความฮึกเหิมทันที ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าพวกเขาเหล่านั้นมองลูกเทนนิสหรือมองลูกอะไรกันแน่

            พวกเขาเดินตามถังหว่านเข้าไปในคอร์ทเทนนิสอันหนึ่งที่มีความหรูหรามากกว่าที่อื่นนอกเหนือจากอัฒจันทร์ที่มีที่นั่งพักผ่อน และมีพนักงานคอยให้บริการเครื่องดื่มแล้วยังมีเสียงเพลงดังขึ้นเบาๆ อยู่ทางด้านหลังอีกด้วย

            ภายในโซนนี้มีชายหญิงจำนวนหนึ่งกำลังพูดคุยกันมีเพียงหญิงสาวอ่อนวัยสองคนกำลังเล่นเทนนิสกันอยู่ที่คอร์ทตามการวิเคราะห์ของโค้ชหยาง หญิงสาวเหล่านั้นล้วนเป็นมือสมัครเล่นแม้ทั้งคู่จะมีวงสวิงที่สวยงามและรูปร่างก็สมส่วนน่าสนใจ แต่เพียงแค่ลูกเสิร์ฟช้าๆพวกเธอก็ไม่สามารถรับกันได้แล้ว

            "บอสถังมาแล้วเหรอครับพวกเรากำลังรออยู่เลย" ชายรูปหล่อคนหนึ่งพูดขึ้นทักทายด้วยรอยยิ้ม

            "ฉันไม่คิดว่าบอสซู๋เองก็อยู่ที่นี่ด้วยหายากนะคะเนี่ย" ถังหว่านโบกมือ

            "ถ้าบอสถังไม่ได้มาที่นี่คงน่าเบื่อแย่" ชายวัยกลางคนที่มีพุงอันใหญ่โตพูดขึ้น

            "บอสเช่านี่ชอบพูดตลกอยู่เรื่อยพวกเรามาที่นี่เพื่อสนุกกับการเล่นเทนนิส หาแตกต่างไม่เมื่อฉันมาหรือไม่มา"

            "อย่าพูดอย่างนั้นสิคะถ้าเจ้าบ้านไม่มาพวกเราก็ขาดหัวใจสำคัญไปน่ะสิคะ"สาวสวยคนหนึ่งกล่าวเสริม

            พวกเขาเหล่านี้ต่างพูดจาทักทายกันอย่างอบอุ่นแต่ในสิบประโยคคงมีเพียงหนึ่งประโยคเท่านั้นที่เป็นความจริง

            โม่เชี่ยนนีและหยางเฉินยืนอยู่ด้านหลังของถังหว่าน โม่เชี่ยนนีค่อนข้างมีชื่อเสียงในโลกธุรกิจเมื่อพวกเขาเห็นเธอพวกเขาจึงรีบเข้ามาทักทายในทันที

            "ไม่นึกว่าคุณโม่ก็มาด้วยไม่เจอกันนานเลยนะครับ คุณโม่ยังสวยเหมือนเดิมเลย"ชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนนักวิชาการพูดขึ้นด้วยท่าทางจริงใจ

            "บอสหวงปากหวานจังนะคะบอสถังชวนฉันมาที่นี่น่ะค่ะ เชี่ยนนีแค่มาเล่นสนุกเท่านั้นเอง"

            หลังจากนั้นก็มีคนจำนวนมากเข้ามาพูดคุยกับโม่เชี่ยนนีผู้งดงามอีกทั้งยังเป็นมิตร พวกเขามองข้ามหยางเฉินไปโดยสิ้นเชิง ชนชั้นเหล่านี้ค่อนข้างโหดร้ายพวกเขาสามารถวิเคราะห์ตัวตนของหยางเฉินได้อย่างง่ายดายดูจากการที่หยางเฉินเดินตามโม่เชี่ยนนีมา พวกเขาก็วิเคราะห์ได้ว่าหยางเฉินคงเป็นผู้ช่วย หรือเป็นไปได้ว่าอาจเป็นกิ๊กลับๆ ของโม่เชี่ยนนีอย่างที่เห็นกันทั่วไปในวงการธุรกิจ

            แต่นี่ก็เป็นเหตุให้หยางเฉินรู้สึกโล่งสบายเขาหลบไปนั่งอยู่ในมุมหนึ่งนั่งมองผู้หญิงสองคนสนทนากับกลุ่มคนที่เขาไม่รู้จัก

            "คุณโม่ครับผมได้ยินว่าบอสหลินไม่สบายจนต้องนอนพักอยู่ที่โรงพยาบาลนั่นเรื่องจริงหรือเปล่าครับ"

            โม่เชี่ยนนีตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มสดใส

            "ใช่ค่ะแต่บอสหลินของพวกเราจะกลับมาทำงานในอาทิตย์หน้าแล้ว"

            "อย่างนี้ก็เป็นข่าวดีสิครับเมื่อไม่นานมานี้ผมยังเห็นเธอขึ้นปกนิตยสารสิบอันดับแรกของซีอีโอผู้มีเสน่ห์ที่สุดอยู่เลย"

            เมื่อหลินรั่วซีถูกพูดถึงเหล่าชายต่างๆ ก็รีบประจบประแจงขึ้นทันที บางคนยังมีท่าทีของความปรารถนาอีกด้วย

            หยางเฉินแอบหัวเราะอยู่เงียบๆถ้าหากหลินรั่วซีมีนิสัยเย็นชาน้อยกว่านี้สักเล็กน้อยล่ะก็มันอาจเป็นอย่างที่ทุกคนกล่าวชมก็ได้

            เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มเลยเถิดแล้วถังหว่านก็พูดขึ้นว่า

            "ทุกคนต่างมาที่นี่เพื่อเล่นเทนนิสฉันว่าเราพักเรื่องงานไว้ก่อนดีมั้ยคะ ฉันคิดว่าทุกคนคงอยากวอร์มอัพกันก่อน"

            "ฮ่าๆ"

            "ให้พี่หลิวขึ้นไปโชว์สักท่าสองท่าก็แล้วกันใครอยากจะเป็นคู่มือให้พี่บ้างล่ะ" ชายวัยกลางคนยิ้มกว้างพลางเดินไปหยิบไม้เทนนิสขึ้นมา

            "ฉันเองค่ะ"หญิงสาวรูปร่างอวบคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเธอมีผิวพรรณที่ขาวผ่องเห็นได้ชัดว่าผ่านการดูแลมาอย่างดีเยี่ยม

            "ออมมือให้ด้วยนะคะฉันเพิ่งคลอดไปเมื่อเดือนที่แล้ว ร่างกายของฉันยังไม่สมบูรณ์ดีเลย"

            "แน่นอนๆ"

            หยางเฉินมองก้นที่อวบอิ่มขณะที่เธอเหวี่ยงวงสวิงเธอเล่นไปด้วยพูดคุยไปด้วยราวกับกำลังโปรยเสน่ห์อยู่

            การวอร์มอัพเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นทันใดนั้นเองคนกลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามาที่คอร์ทผู้นำเป็นชายคนหนึ่งที่สวมใส่แว่นกันแดด เสื้อโปโลสีชมพู ผิวขาวผ่องใสรูปร่างของเขาไม่สูงไม่เตี้ย แต่กลับมีกลิ่นอายที่ผู้ชายไม่มีมันทำให้เขาคล้ายผู้หญิงมีเสน่ห์

            ชายคนนี้มาพร้อมกับลูกน้องอีกสามคนที่ช่วยถืออุปกรณ์กีฬาและอีกสี่คนในชุดสูทเต็มยศถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงกลางวันก็ตามแต่พวกเขาก็ไม่ลดการป้องกันลงเลยแม้แต่น้อยพวกเขาต่างมองไปรอบๆ คอยระแวดระวังอะไรบางอย่าง

            การปรากฏตัวของคนกลุ่มนี้ได้รับความสนใจจากทุกคนอย่างมากแต่การแสดงออกของทุกคนนั้นแตกต่างจากคราวของถังหว่าน ถึงแม้ใบหน้าพวกเขาจะยิ้มแย้มแต่สายตากลับแสดงความหวาดกลัวออกมา

            "ฉันไม่คิดว่าคุณชายโจวก็มาที่นี่ด้วยความสง่างามของคุณช่างเจิดจ้าซะเหลือเกิน" ในฐานะเจ้าบ้านถังหว่านเป็นคนแรกที่กล่าวคำทักทาย

            ชายหนุ่มแซ่โจวถอดแว่นกันแดดออกเผยให้เห็นดวงตาคู่งามเขาจับมือถังหว่านขึ้น เมื่อถังหว่านเห็นดังนั้นแล้ว เธอรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็ว

            "บอสถังพูดเกินไปแล้วผมโจวตงเฉิงใช้ชื่อเสียงของพ่อทำให้สามารถรู้จักทุกคนที่นี่ ผมดีใจมากจริงๆที่ทุกคนไม่ได้เกลียดผม"

            หยางเฉินเลิกคิ้วขึ้นทันทีที่ได้ยินคำว่า'โจวตงเฉิง'เขารีบดึงแขนโม่เชี่ยนนี แล้วกระซิบถามว่า

            "โจวตงเฉิงคนนี้ใช่โจวตงเฉิงจากตงซิ่งกรุ๊ปหรือเปล่า"

            โม่เชี่ยนนีได้ยินดังนั้นก็มองหยางเฉินด้วยสายตาแปลกประหลาด

            "ไม่นึกว่านายก็รู้จักตงซิ่งกรุ๊ปด้วยดูเหมือนนายจะไม่ได้แย่ไปซะทีเดียว ถูกต้อง เขาคือลูกชายคนเดียวของโจวกวางเหนียนฉันแนะนำให้นายอยู่ห่างเขาเข้าไว้ ไม่งั้นล่ะก็มันอาจเป็นอันตรายกับนายได้"

            "อันตราย?เขาดูเป็นคนสุภาพนะ" หยางเฉินไม่คิดว่าศัตรูของเฉียงเวยจะเป็นชายหนุ่มสำอางผู้นี้

            โม่เชี่ยนนีทำหน้าเหยเกเล็กน้อยเขาพูดกับหยางเฉินด้วยเสียงแผ่วเบา

            "อันตรายที่ฉันหมายถึงคือเขาไม่ได้ชอบผู้หญิงต่างหาก"

            ถ้าเขาไม่ได้ชอบผู้หญิงแล้วเขาจะชอบใคร

            แน่นอนว่าต้องเป็นผู้ชาย!!!

            ที่หยางเฉินตัวสั่นสะท้านไม่ใช่ว่าโจวตงเฉิงผู้นี้ไม่ต้องการผู้หญิงระดับท็อปอย่างถังหว่านแต่เพราะว่าเขาไม่ชอบเข้าไปพูดคุยกับผู้หญิง

            โม่เชี่ยนนีเห็นหยางเฉินมีสีหน้าดั่งกินซากหนูเข้าไปเธอหัวเราะคิกคักก่อนกระซิบว่า

            "นายจะกลัวอะไรหน้าอย่างนายเขาคงไม่แม้แต่จะสนใจหรอก"

            หยางเฉินไม่ได้ฟังโม่เชี่ยนนีเพราะเขากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ เขาคิดถึงวันที่เฉินป๋อเคยบอกว่าเขาถูกเรียกตัวโดยชายคนหนึ่ง และชายคนนั้นก็แซ่โจวทั้งยังสามารถบังคับแก๊งขนาดเล็กอย่างแก๊งของกัวซีเหิงได้อีกดูเหมือนว่าคนแซ่โจวคนนั้นจะเป็น โจวตงเฉิง!!!

            คิดถึงตรงนี้หยางเฉินก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้มากขึ้น

            หลังจากโจวตงเฉิงพูดคุยกับพวกบุคคลระดับสูงเขาก็สังเกตเห็นหยางเฉิน และส่งรอยยิ้ม 'น่ารัก'มาให้เขา

            เป็นเวลาไม่นานนักภายใต้ริมฝีปากบางและใบหน้าสีขาวอมชมพู เขาก็เดินเข้าไปหาหยางเฉินจนน้ำหอมของผู้หญิงฟุ้งกระจายไปทั่ว พร้อมนั่งลงข้างๆ หยางเฉิน

            ถึงแม้ว่าหยางเฉินจะเจอผู้ชายแบบนี้มามากมายสมัยตอนอยู่ต่างประเทศแต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนมานั่งข้างๆ เขาแบบนี้

            "สวัสดีครับผมขอนั่งตรงนี้ได้มั้ยครับ"

            "คุณนั่งไปแล้วคุณยังจะถามทำไมอีกล่ะครับ"

            "ผมถามเพราะผมอยากทราบความเห็นของคุณน่ะครับ"

            "งั้นผมสามารถไม่อนุญาตให้คุณนั่งตรงนี้ได้มั้ยละ"

            "คุณไม่สามารถทำแบบนั้นได้ครับ"โจวตงเฉิงตอบตรงไปตรงมา

            เมื่อมองคนแปลกหน้าสองคนคุยกันคล้ายกับรู้จักกันมานาน

            โม่เชี่ยนนีก็อ้าปากค้างและไม่สามารถพูดคำใดๆ ออกมาได้ชั่วขณะเธอเพิ่งบอกว่าโจวตงเฉิงคงไม่สนใจในตัวหยางเฉิน แต่ไม่คิดว่าจะกลับเป็นตรงกันข้ามหลังจากเห็นสีหน้าของหยางเฉินแล้ว นั่นทำให้เธอเกือบกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่

            การสนทนาของทั้งสองไม่ได้เบาแน่นอนว่าคนรอบข้างต่างได้ยิน

            ขณะนั้นเองโจวตงเฉิงก็เอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ

            "ขอทราบชื่อคุณได้มั้ยครับผมชื่อโจวตงเฉิง เป็นรองประทานตงซิ่งกรุ๊ป"

            แกล้งซื่ออย่างนั้นเหรอ?

            "ผมแซ่หยางชื่อซีจิ้ว หยางซีจิ้ว เป็นผู้ชายคนเดียวในแผนกประชาสัมพันธ์ของบริษัทอวี้เหล่ยอันที่จริงมีผู้ชายอยู่สองคนในแผนกครับ..." (ซีจิ้วล้อเลียนจากหนังล้อเลียนมังกรหยกที่ชื่อว่า มังกรหยก หยกก๊าหว่า)

    คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน