ซากศิลาหักพังกลบฝังร่างลู่เหยียนจนมิด
กลิ่นคาวเืข้นและเศษฝุ่นละอองศิลาสีเทาร่วงกราว ฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วลานหน้าหอโอสถ ศิษย์ตระกูลลู่สายสาขานับสิบชีวิตยืนแข็งค้าง ั์ตาเบิกกว้างด้วยความสยดสยอง ไม่มีใครคาดคิดว่าขยะพิการที่เคยถูกเหยียดหยามจะซัดยอดอัจฉริยะผู้รวบรวมปราณขั้นที่สามจนกระดูกอกแหลกเหลวในหมัดเดียว
ลู่เฉินยืนหยัดนิ่งดั่งเสาหินทมิฬ ลมหายใจเข้าออกเป็จังหวะสม่ำเสมอ ลึกลงไปในไขกระดูกสันหลัง พลังปราณสีดำสายหนึ่งหมุนวน แผ่ซ่านไออุ่นเข้าเยียวยาเส้นชีพจรบิดเบี้ยวจนความเ็ปจางหาย
"เ้า... เ้าบังอาจทำร้ายลูกพี่ลู่เหยียน!" ศิษย์ติดตามสองคนที่เคยร่วมรังแกเขาะโเสียงสั่น ชักดาบออกจากฝัก ประกายโลหะสะท้อนแสงสุริยันวาววับ
ลู่เฉินสะบัดสายตาขวับ
แรงกดดันไร้รูปขุมหนึ่งแผ่พุ่ง ศิษย์ติดตามทั้งสองสะดุ้งเฮือก ก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ดาบในมือสั่นระริกจนเกิดเสียงกริกครืน พลังหมัดเมื่อครู่ของลู่เฉินยังติดตา พวกมันรู้ดีว่าหากพุ่งเข้าไป ย่อมไม่ต่างจากการเอาเนื้อไปส่งให้สากเหล็กบดขยี้
"พวกรนหาที่ตาย!"
เสียงคำรามทุ้มต่ำดั่งฟ้าร้องะเิขึ้นจากทิศทางประตูใหญ่ตระกูลลู่
เงาร่างสายหนึ่งพุ่งทะยานข้ามผ่านศีรษะผู้คนดั่งปักษาล่าเหยื่อ พลังปราณสีครามเข้มแผ่ซ่านกดทับลานศิลาจนศิษย์รอบข้างเข่าอ่อนล้มพับลงไปกับพื้น ร่างนั้นทิ้งตัวลงตรงหน้าป้ายหินที่หักพัง ฝุ่นดินกระจุยกระจายออกเป็วงกว้าง
ลู่กวง ผู้คุมกฎสายสาขา และเป็บิดาแท้ๆ ของลู่เหยียน มันอยู่ในระดับรวบรวมปราณขั้นที่หก
ลู่กวงตวัดมือซัดพลังปราณะเิเศษซากศิลาที่ทับร่างบุตรชายออกทันที มันก้มลงดูสภาพของลู่เหยียนที่นอนหายใจรวยริน ทรวงอกบุบยุบลงไปจนเห็นรอยกำปั้น ใบหน้าของคนเป็พ่อบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น เส้นเืบนขมวดคิ้วโปนพองจนแทบปริแตก
"เหยียนเอ๋อร์! ดวงใจของข้า!" ลู่กวงแผดเสียงลั่น สปริงตัวลุกขึ้นยืน ั์ตาแดงฉานดั่งอสูรร้าย จ้องเขม็งมาที่ลู่เฉิน "เ้าขยะสารเลว! บิดามันหายสาบสูญ ลูกมันกลับกลายเป็คนทรยศลอบกัดคนในตระกูล วันนี้หากข้าไม่เลาะกระดูกเ้าออกมาสับเป็หมื่นชิ้น อย่าเรียกข้าว่าลู่กวง!"
"ลอบกัดงั้นหรือ?" ลู่เฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้ายังคงเยือกเย็น "ลูกชายเ้าแย่งชิงทรัพยากรผู้อื่น ทุบตีผู้ดูแลหอโอสถจนปางตาย เ้าเป็ผู้คุมกฎกลับหลับตาข้างลืมตาข้าง ยามนี้ลูกเ้าพ่ายแพ้ เ้ากลับแล่นออกมาเห่าหอนทวงความยุติธรรม ช่างน่าสมเพชสิ้นดี"
"วาจาสามหาว! ตายซะ!"
ลู่กวงไม่รอช้า มันก้าวเท้าซ้ายสืบไปข้างหน้า รวบรวมปราณขั้นที่หกไว้ที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง บรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยวด้วยความร้อน ไอหมอกหนาทึบก่อตัวเป็รูปกรงเล็บพยัคฆ์ ลู่กวงพุ่งทะยานเข้าใส่ลู่เฉินด้วยความเร็วเหนือกว่าลู่เหยียนหลายเท่าตัว
วิชาประจำตระกูล: กรงเล็บพยัคฆ์คลั่ง
กรงเล็บลมปราณฉีกกระชากอากาศเกิดเสียงหวีดแหลมแสบแก้วหู พุ่งเป้าหมายเข้าที่ลำคอและหัวไหล่ของลู่เฉิน หวังหักกระดูกปะาในกระบวนท่าเดียว
ลู่เฉินั์ตาหดแคบลง ร่างกายอันไร้พลังปราณภายนอกทว่าอัดแน่นด้วยโครงสร้างกระดูกไผ่ดำาตอบสนองฉับพลัน เขาย่อเข่าลงต่ำ หลบเลี่ยงกรงเล็บแรกที่เฉียดปลายเส้นผมไปเพียงเส้นยาแดง กรงเล็บพยัคฆ์พลาดเป้า กระแทกเข้ากับเสาหินด้านหลังจนเสาแตกละเอียด ะเิออกเป็เศษศิลาปลิวว่อน
ปัง!
ลู่กวงไม่เปิดโอกาสให้หายใจ มันหมุนตัวตวัดกรงเล็บซ้ายเข้าใส่ซี่โครงของเด็กหนุ่มทันที
ลู่เฉินยกท่อนแขนขวาขึ้นรับขวาง
เคร้ง!
เสียงปะทะดังสนั่นปานโลหะหักโค่น กรงเล็บลมปราณจิกสับลงบนเนื้อหนังของลู่เฉิน ทว่ามันกลับไม่สามารถฉีกเนื้อของเขาได้ มีเพียงคราบรอยไหม้จางๆ และเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น กระดูกสันหลังของลู่เฉินลั่นทุ้มครืน พลังสะท้อนกลับจากโครงกระดูกอันแข็งแกร่งส่งผลให้ลู่กวงหน้าถอดสี มือซ้ายของมันชาหนึบจนแทบไร้ความรู้สึก
"กระดูกของเ้า...! มันเป็ไปได้อย่างไร!" ลู่กวงอุทานด้วยความตื่นตระหนก มันรู้สึกเหมือนกำลังตะปบลงบนแท่งเหล็กกล้าพันปี ไม่ใช่ร่างกายของมนุษย์ปุถุชน
"หมดเวลาของเ้าแล้ว"
ลู่เฉินเอ่ยเสียงเรียบ ก้าวเท้าขวาแทรกเข้ากลางระหว่างขาของลู่กวง บิดสะโพกส่งแรงจากส้นเท้าผ่านกระดูกสันหลังที่ตื่นรู้ ะเิพลังกายล้วนๆ ออกมาในลักษณะหมัดตรง กระแทกเข้าใส่ยอดอกของลู่กวงอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ
ตูม!
แรงอัดมหาศาลส่งผ่านกำปั้น ลู่กวงกระอักเืคำโต พลังปราณคุ้มกายขั้นที่หกแตกสลายทันที ร่างของมันไถลครูดถอยหลังไปไกลกว่าสิบก้าว พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าของมันแตกแขนงเป็รอยร้าวยาวตามทางที่ไถลไป
แต่มันยังเป็ถึงผู้คุมกฎ ประสบการณ์การต่อสู้โชกโชน ลู่กวงกัดฟันกรอด ฝืนกลืนก้อนเืลงคอ มันคว้ากระบี่เหล็กดำข้างเอวออกมา สะบัดฟาดเกิดคลื่นกระบี่สีครามสามสายพุ่งถล่มเข้าใส่ลู่เฉินปิดกั้นทางหนี
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ลู่เฉินไม่ถอยหนี แววตากร้าวะเิเพลิงโทสะ เขาเอี้ยวตัวหลบคลื่นกระบี่สองสายแรก คลื่นกระบี่ะเิศิลาลานหินข้างตัวแตกกระจาย ฝุ่นสีเทาฟุ้งตลบ คลื่นสายที่สามพุ่งตรงเข้าหน้าอก ลู่เฉินไขว้มือสองข้างะเิแรงกายบดบัง
บึ้ม!
แรงะเิอัดร่างลู่เฉินถอยหลังไปสามก้าว เสื้อผ้าส่วนบนฉีกขาดสะบั้น เผยให้เห็นแผ่นอกและแผ่นหลังผอมแห้ง ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนในลานหินต้องอ้าปากค้างจนใจสั่นสะท้าน คือแนวกระดูกสันหลังของลู่เฉินที่ส่องประกายแสงสีดำทมิฬจางๆ ลวดลายคล้ายข้อไม้ไผ่โบราณสลักลึกอยู่บนิั อัดแน่นด้วยกลิ่นอายกดดันอันเก่าแก่ดั่งสัตว์ร้ายยุคา
"นั่นมัน... มรดกสายเืแบบใดกัน!" ลู่กวงตาโตเท่าไข่ห่าน ความหวาดกลัวเริ่มเกาะกุมจิตใจ มันรู้แล้วว่าหากปล่อยให้เด็กหนุ่มคนนี้เติบโตต่อไป สายสาขาของพวกมันย่อมไม่มีที่ยืน
"ฆ่ามัน! ศิษย์ผู้ติดตามทั้งหมด บุกเข้าไปสับมันให้สิ้นชีพ!" ลู่กวงแผดเสียงสั่งการ พร้อมกับตัวเองที่พุ่งทะยานเข้าหาลู่เฉินอีกครั้ง กระบี่เหล็กดำในมือแทงออกดั่งอสรพิษหมายเอาชีวิต
ศิษย์ผู้ติดตามอีกสี่คนเห็นผู้คุมกฎลงมือสุดกำลัง จึงกัดฟันควงอาวุธพุ่งเข้าจู่โจมลู่เฉินจากทิศทางซ้ายขวาพร้อมกัน
การรุมล้อมสังหารระดับล้างโคตรเกิดขึ้นกลางลานหิน
ลู่เฉินเผชิญหน้ากับการโจมตีห้าทิศทางด้วยความสงบนิ่ง ประสาทััของกระดูกไผ่ดำาแผ่ซ่านรับรู้แรงสั่นะเืในอากาศ เขาขยับกายดั่งิญญาพราย ดาบเล่มแรกฟาดสับลงมา ลู่เฉินเอี้ยวตัวหลบ พลางกระแทกศอกซ้ายเข้าใส่ชายโครงของศิษย์คนนั้นอย่างจัง
กร๊อบ!
เสียงกระดูกซี่โครงหักสะบั้น ร่างนั้นปลิวว่อนไปกระแทกผนังหอโอสถจนยุบลงไป นอนแน่นิ่ง ทันใดนั้นกระบี่ของลู่กวงก็แทงตรงเข้ามาถึงคอหอย ลู่เฉินเบี่ยงศีรษะหลบ กระบี่กรีดผ่านแก้มเกิดรอยแผลบาง เืสีแดงสดไหลซึม ลู่เฉินไม่สนใจความเ็ป ยื่นมือขวาออกไปคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของลู่กวงที่ถือกระบี่
"ปล่อย!" ลู่กวงตวาด พยายามสะบัดออก
ลู่เฉินไม่ปล่อย ทว่าบีบข้อมือของลู่กวงจนกระดูกแตกละเอียด คมกระบี่เหล็กดำหลุดร่วงลงสู่พื้น ลู่เฉินใช้เท้าเตะเสยด้ามกระบี่ขึ้นมา คว้าจับกลางอากาศ แล้วสะบัดฟันขวางออกไปเป็วงกลมทันที
ฉั๊วะ!
ศิษย์ติดตามอีกสามคนที่พุ่งเข้ามาถูกคมกระบี่ฟาดฟันเข้าที่หน้าอก เืสดพุ่งกระฉูดดั่งน้ำพุ ร่างทั้งสามร่วงหล่นลงไปกองกับพื้น คร่ำครวญด้วยความทรมาน
ยามนี้เหลือเพียงลู่กวงที่ยืนประจันหน้า มือขวาหักพับผิดรูป ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเื มันมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง
"ลู่กวง... กฎของตระกูลลู่สายสาขา ยามนี้ข้าคือผู้กำหนด" ลู่เฉินเอ่ยเสียงต่ำ ก้าวเท้าเข้าประชิด รวบรวมพลังหมัดสุดท้าย ซัดเข้าใส่หน้าท้องของลู่กวงเต็มเหนี่ยว
ตูม!
ร่างของผู้คุมกฎสายสาขาลอยกระเด็นข้ามลานหิน พุ่งทะลุประตูใหญ่ของหอโอสถจนบานประตูไม้หนาพังทลาย หักเป็เศษไม้ปลิวว่อน ร่างของมันนอนจมกองเือยู่ภายในหอโอสถ สลบไสลไม่ได้สติ สภาพไม่ต่างจากบุตรชายของมัน
ลานหินหน้าหอโอสถกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านเศษซากปรักหักพัง กลิ่นฝุ่นควันศิลาและกลิ่นคาวเืคละคลุ้ง ศิษย์ที่เหลือรอดต่างก้มหน้ามองพื้น ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับเด็กหนุ่มผู้แกร่งกร้าวคนนี้
ลู่เฉินปล่อยกระบี่เหล็กดำในมือร่วงลงพื้น เสียงเคร้งดังสะท้อน เขาหันหลังกลับไปพยุงชายชราผู้ดูแลหอโอสถขึ้นมาอีกครั้ง สายตามุ่งมั่นทอดมองออกไปไกล
เขารู้ดีว่าการลงมือครั้งนี้ย่อมส่งผละเืไปถึงตระกูลลู่สายหลัก และผู้ที่จะมาเยือนคนต่อไป... ย่อมแข็งแกร่งกว่านี้ทวีคูณ แต่กระดูกไผ่ดำในร่างที่กำลังเดือดพล่าน บอกเขาว่าไม่มีสิ่งใดต้องหวาดกลัวอีกต่อไป