"องค์หญิงปลายยามเหม่า*แล้ว ตื่นบรรทมหรือยังเพคะ" นางได้ยินเสียงปลุกหน้าประตูเหลียนซิ่งอิงยกตัวเองนั่งหลังตรงอย่างรวดเร็ว วันนี้นางมีนัดกับท่านหญิงน้อยหลิวอี้หรือเหลียนหลิวอี้ ญาติผู้น้องจากจวนจวิ้นอ๋องเหตุใดจึงตื่นสายเช่นนี้เล่า ป่านนี้ท่านหญิงน้อยไม่บ่นจนบรรพบุรุษของข้าหูชาไปแล้วหรือ เอ้ะ! แต่บรรพบุรุษของข้ากับนางก็สายเดียวกันนี่น่า เหลียนซิ่วอิงคิดอย่างตลกขบขัน ก่อนที่เท้าคู่งามจะแตะถูกพื้นเหมือนนางจะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า นางถูกกักบริเวณอยู่แต่ในตำหนัก คิดถึงตรงนี้เหลียนซิ่วอิงล้มตัวลงไปนอนบนแท่นบรรทมอย่างรุนแรง เหม่อมองไปรอบๆตำหนักอย่างหดหู่ นางจะเฉาตายก่อนพ้นโทษหรือไม่
"ไม่ตื่น ข้าไม่อยากตื่นข้าจะนอนต่อพวกเ้าอย่าได้มารบกวนข้าเชียว" นางเอ่ยตอบอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟันในตำหนักฉางเฉินแห่งนี้จะต้องมีหนอนบ่อนไส้เป็แน่แท้ ไม่อย่างนั้นเสด็จพ่อจะรู้ได้อย่างไรว่านางออกไปเที่ยวเล่นในยามวิกาล ในเมื่อเหล่าองครักษ์เงาของวังหลวงถูกนางติดสินบนไปหมดแล้วหรือว่า! นางโดนหักหลัง!
"หากเ้ายังไม่ตื่นแม่จะสั่งกักบริเวณเ้าเพิ่มไปอีกหนึ่งเดือนดีหรือไม่องค์หญิงเหลียนซิ่วอิง" ทันทีที่นางได้ยินเสียงเย็นนี้จบก็ถลาวิ่งไปเปิดประตูอย่างไม่สำรวมกิริยา เมื่อนางเห็นฉางหวงกุ้ยเฟยพระมารดาแท้ๆของนางยืนหน้าทมึงอยู่หน้าประตู หน้าสวยของนางก็หดลงเหลือเพียงสองชุ่น*
ฉางจางจิ้งเมื่อเห็นหน้างดงามของบุตรีเพียงคนเดียวของนางได้แต่ส่ายหน้าอย่างปลดปลง ถึงใบหน้าจะงดงามถึงเพียงใดแต่การที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยอย่างนี้ทำให้นางรู้สึกขายหน้าต่อนางกำนัลไม่น้อย ไหนจะคาบเขม่าดำๆบนหน้าผากนั่นอีก ฉางจางจิ้งอยากจะจับบุตรีมาตีให้แรงยิ่งหนัก
"เสด็จพ่อของเ้าบอกแม่หมดแล้ว เื่ที่เ้าออกไปเล่นสนุกจนไม่รู้เวลาล่ำเวลา" ฉางจางจิ้งเอ่ยเสียงเรียบเพื่อให้เหลียนซิ่งอิงรู้ว่ารอบนี้นางโกรธจริงๆ เหลียนซิ่วอิงเป็องค์หญิงเพียงองค์เดียวของราชวงศ์ ทำให้ตอนเด็กนางมีเพียงพวกพี่ชายที่เป็เพื่อนเล่น นางโดนตามใจจนเคยตัวั้แ่แบเบาะจนตอนนี้อายุ 18 ชันษาเข้าไปแล้ว ก็ยังไม่มีทีท่าว่าพวกพี่ชายจะหยุดตามใจ แม้แต่พระโอรสองค์เล็กของฮ่องเต้กับหม่าเสียนเฟยอายุเพียง 12 ชันษายังไม่ได้รับการตามใจถึงเพียงนี้
นางเคยให้พวกคุณหนูตระกูลใหญ่เข้าวังมาเล่าเรียนและเป็เพื่อเล่นให้กับองค์หญิงแต่ดูเหมือนจะไม่เป็ผล ครั้งหนึ่งนางแอบตามพวกพี่ชายไปล่าสัตว์ในป่าโดยที่ไม่มีใครรู้เห็น ในวังวุ่นวายกันยิ่งหนักเมื่อองค์หญิงหายไปเหล่านางกำนัลขันทีของตำหนักฉางเฉินได้แต่หมอบแทบเท้าอยู่หน้าพระพักต์ฮ่องเต้ ไม่นานองครักษ์ขององค์ชายใหญ่กลับมารายงานว่าพบองค์หญิงน้อยหลบอยู่ในกล่องเสบียงเป็เหตุให้การล่าสัตว์ครานั้นต้องหยุดลงอย่างกระทันหันและรีบเดินทางกลับวังโดยไว เหลียนซิ่วอิงถูกคาดคั้นอย่างหนักกับการกระทำในครั้งนั้น นางเพียงให้เหตุผลหน้าซื่อตาใสว่า 'ก็คุณหนูเ่าั้ทาปากแดงนี่เพคะ แถมยังผลัดแป้งหนายิ่งกว่าขนมเปาจื่อที่เสด็จแม่ทำให้ลูกกินเสียอีก' เมื่อนางได้ยินคำตอบของบุตรีแทบจะเป็ลมล้มพับไป
เหล่าข้าราชบริพาลถูกสั่งโบยโทษฐานละเลยหน้าที่กันถ้วนหน้า แต่เมื่อเห็นพระพักต์ขององค์หญิงและนัยตาหงส์ที่ฉายแววความรู้สึกผิดคลอไปด้วยน้ำตา พวกขันทีและนางกำนัลก็แย่งกันรับโทษโบยกันอย่างไม่เกี่ยงงอน
"เสด็จพ่อไปฟ้องเสด็จแม่แต่เช้าเลยหรือเพคะ"
"เสด็จพ่อของเ้าไม่ได้ไปฟ้องแม่ เพียงแต่ไประบายพฤติกรรมเยี่ยงบุรุษของเ้าให้แม่ฟังเท่านั้น" เหลียนซิ่วอิงได้แต่เบ้หน้าด้วยความไม่ชอบใจ เสด็จพ่อนะเสด็จพ่อน่าจะเก็บไว้เป็ความลับเสียหน่อยอย่างนี้นางจะต้องโดนเสด็จแม่หวงกุ้ยเฟยจับไปทำโทษเพิ่มเป็แน่ แต่มีหรือนางจะยอม นางจะต้องวิ่งไปฟ้องเสด็จย่าไทเฮาให้จนได้! "เอาล่ะๆ ข้าจะไม่ลงโทษเ้าเพิ่มเพียงแต่ต่อไปนี้จงทำตัวดีๆ พวกเ้าก็เหมือนกันถ้าข้ารู้ว่าใครให้ความช่วยเหลือองค์หญิงเหลียนซิ่วอิงอีกข้าจะสั่งลงโทษไม่ไว้หน้าผู้ใดทั้งนั้น"
หลังจากที่ฉางหวงกุ้ยเฟยเสด็จกลับตำหนักเหลียนซิ่วอิงรีบวิ่งไปที่ห้องหนังสือประจำตำหนัก นางกำลังเขียนจดหมายเพื่อส่งให้คนผู้หนึ่ง