Episode
| 9 |
ศึกชิงเมียที่เริ่มต้นขึ้น
บ้านเอกลักษณ์สกุล
“ว่าไงครับไอ้หนุ่มหล่อ.. ติดต่อพี่สาวได้หรือยัง? นี่พี่รอนานแล้วนะ เฮ้อ.. เวลาของพี่เนี่ยเป็เงินเป็ทองนะไอ้หนู เข้าใจไหม”
“อะเอ่อ.. ผมโทรตามพี่ขนมผิงแล้วครับ”
“แล้วเธอว่าไง?”
“พี่ขนมผิงบอกว่ากำลังจะกลับมาที่นี่ครับ”
พอได้ยินคำตอบที่ค่อนข้างพอใจก็ทำให้มาเฟียหนุ่มกระตุกยิ้ม เขาเบ้ปากเล็กน้อยพลางขยับเขยื้อนร่างกายช้าๆ ร่างหนาที่เคยนั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกเหลือบสายตามองไปโดยรอบ
ตอนนี้มีเพียงภาคภูมิที่เพิ่งกลับมาจากโรงเรียน ส่วนพ่อแม่ก็ออกไปทำธุระข้างนอกทั้งคู่ แม้จะเกษียณอายุงานแล้ว แต่พวกเขาก็ไม่ลืมที่จะสังสรรค์กับเพื่อนพ้อง
หากชายแปลกหน้าที่อ้างว่าเป็รุ่นพี่ของขนมผิงฆ่าภาคภูมิตายในบ้าน ก็คง..ไม่มีใครรู้ เพราะน้องชายใสซื่อคนนี้ดันเปิดประตูให้ผู้ชายอันตรายอย่างเขาเข้ามาเอง
“น้องชื่ออะไรนะ”
“เอ่อ ผม.. ผมชื่อภาคภูมิครับ หรือจะเรียกผมว่าภูมิเฉยๆก็ได้”
น้องชายเอ่ยพลางก็ยืนตัวเกร็งด้วยความหวาดกลัว เขาจ้องมองใบหน้าโเี้ของัสลับไปมากับลูกน้อง ซึ่งสภาพที่เหลือก็ไม่ต่างอะไรจากเ้านาย พวกเขามีหน้าตาโรคจิตกันทั้งแก๊ง
“น้องภูมิ.. หึๆ พี่ชื่อันะ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
ักระตุกยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนคำถามบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในหัวจะถูกเอ่ยออกมา
“พี่ขอถามอะไรหน่อยสิ”
“ครับพี่ั?”
“แฟนเก่าของขนมผิงน่ะ ที่ชื่อว่าไอ้วาโยนั่น ตอนนี้มันได้มายุ่งกับพี่สาวภูมิหรือเปล่า”
“วาโย.. อ..ไอ้พี่จัญไรนั่นน่ะเหรอครับ!? ที่หน้าตากวนส้นตีนหน่อยๆใช่ไหมครับ ถ้าเป็ไอ้นั่นน่ะมันไม่ได้มายุ่งกับพี่ผิงของผมแล้ว เพราะั้แ่ที่มันเลิกกับพี่สาวผม มันก็หายไปเลย”
ภาคภูมิอธิบายทุกอย่างด้วยสีหน้าจริงจัง เขายืนอยู่กลางห้องรับแขกด้วยท่าทีที่ไม่เกร็งเท่าเดิม สีหน้าของเขานั้นดูผ่อนคลายมากขึ้นอีกต่างหาก
“ดีมากภูมิ พี่ได้ยินแบบนี้แล้วก็สบายใจขึ้นมาหน่อย หึๆๆ”
“นี่แปลว่าพี่สุดหล่อแอบชอบพี่สาวของผมเหรอครับ”
ประโยคคำถามนี้ทำให้บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบ ลูกน้องทั้งหลายของัหันขวับมามองหน้ากันด้วยรอยยิ้ม เหมือนกับว่าพวกเขาก็อยากรู้คำตอบนี้มานานแล้ว
“ฮึ่ม.. ก็..”
แอ๊ดดดด
ตึกๆๆๆ!!!!
“ภูมิ!!! แฮ่กๆๆๆ ภูมิ!!! ภูมิอยู่ไหนน่ะ!!!”
ยังไม่ทันที่ความจริงจะเอ่ยออกมาจากปากของมาเฟียใหญ่ เสียงฝีเท้าดังๆก็โผล่พรวดเข้ามาภายในบ้าน ขนมผิงอยู่ในอาการวิตกกังวลเป็อย่างมาก เธอรีบวิ่งหน้าตั้งเข้ามากลางบ้านแล้วะโเรียกน้องชายด้วยความเป็ห่วง
“พี่ผิง!!”
“ภูมิ!”
พี่สาวคนสวยรีบวิ่งเข้าไปโอบกอดน้องชายแแ่ สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความโล่งใจที่เขาไม่เป็อะไร ซึ่งภาพนี้ก็ถูกจ้องมองโดยัที่นั่งอยู่ เขากระตุกยิ้มอย่างชอบใจในความรักที่ขนมผิงมีให้น้องชายคนเดียวของเธอ
ขนมผิงอุตส่าห์ละทิ้งงานการเพื่อกลับมาหาน้องชาย เธอโกหกสถาบันไปว่ามีเื่สำคัญของครอบครัวต้องรีบไปจัดการ ขนาดธาร์มที่อยากตามมาด้วยยังถูกปฏิเสธเลย
“ภูมิไม่เป็อะไรใช่ไหม!? มีใครทำอะไรภูมิหรือเปล่า บอกพี่มาเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“ม..ไม่สักหน่อยครับพี่ผิง”
“ใครจะไปกล้าทำอะไรน้องชายสุดที่รักของคุณขนมผิงได้ล่ะ ผมก็แค่แวะมาหาเฉยๆเอง”
เสียงทุ้มใหญ่ของัเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม จังหวะนั้นเองที่ขนมผิงรีบหันขวับไปมองทางเ้าของเสียง เธอก็เห็นว่ามีผู้ชายหน้าโหดนั่งอยู่กลางโซฟาในห้องรับแขก มีลูกน้องของเขายืนรายล้อมกันเหมือนอย่างเคย
“คุณั.. กึ่ด.. นี่คุณเข้ามาทำบ้าอะไรในบ้านฉันไม่ทราบคะ? ใครอนุญาตให้คุณเข้ามา”
“ก็น้องชายคุณไงครับ น้องภูมิเป็คนเปิดประตูให้ผมเข้ามาเองเลยนะ คุณจะโมโหขนาดนี้ทำไม”
คำอธิบายของัทำให้ขนมผิงหันกลับมามองน้องตัวเอง เธอเคยสั่งสอนน้องชายแล้วว่าอย่าเปิดประตูให้คนแปลกหน้า
“เฮ้อ.. ซุบซิบๆๆ ก็ผมต้องเปิดสิครับ พี่เขากับลูกน้องน่ากลัวมากเลยอะพี่ผิง ขืนผมไม่เปิดก็คงจะโดนปืนยิงอัดหัวแน่”
ภาคภูมิกระซิบบอกด้วยสีหน้าซังกะตาย เขาแกะตัวออกจากอ้อมกอดของพี่สาวแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ มาถึงจุดนี้ก็คงจะพอเดาได้แล้วว่าไอ้พี่หน้าโหดคนนี้คงจะตามจีบพี่สาวเขาแหงๆ
“คุณัมาทางไหนก็เชิญกลับไปทางนั้นเลยค่ะ บ้านฉันไม่ต้อนรับคุณ รีบออกไปก่อนที่ฉันจะแจ้งตำรวจเถอะนะคะ”
ขนมผิงเอ่ยเสียงแข็งกร้าว ท่าทีเย่อหยิ่งของเธอเดินตรงเข้ามาใกล้กับพ่อมาเฟียใหญ่ เธอใช้สายตาอำมหิตจ้องมองชายที่ยังไม่สะทกสะท้านอะไร ก่อนเสียงหัวเราะที่ทำให้ขนมผิงใจหล่นวูบจะดังออกมา
ัหยิบโทรศัพท์ขึ้นเพื่อกดอะไรบางอย่าง เพียงครู่เดียวเสียงต่อสายหาใครสักคนในแชทไลน์ก็ได้ดังขึ้น พร้อมกับหน้าจอที่เชื่อมต่อกล้องวิดีโอคอล..
“สวัสดีครับคุณพ่อ”
(อ้าว! สวัสดีั! แล้วนี่ถึงบ้านพ่อหรือยังน่ะ)
กึก
แต่สิ่งที่ทำให้ขนมผิงยืนตาค้างอยู่ในตอนนี้ก็คือเสียงของพ่อเธอ มันดังออกมาจากโทรศัพท์ในมือของั ก่อนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความทะเล้นจะหันหน้าจอมาทางเธอ
“นี่ไงครับคุณพ่อ ผมอยู่ที่บ้านคุณพ่อกับขนมผิง และก็.. ภาคภูมิแล้วครับ ทุกคนต้อนรับผมดีมากๆเลย หึๆๆ ผมชอบมากเลยครับ”
จนกระทั่งความจริงนี้เริ่มเด่นชัดทีละสัดส่วน จากความแปลกประหลาดใจของขนมผิงที่หันไปจ้องมองใบหน้าของน้องชาย เธอก็เบิกตาโพลงเมื่อได้ยินประโยคของพ่อ
(ดีแล้วั เอ้อ.. ยังไงก็เต็มที่เลยนะ พูดคุยอะไรกันให้เต็มที่ เพราะตอนนี้พ่อกับแม่กำลังมาปาร์ตี้กันที่บ้านเพื่อน ไหนพ่อขอคุยกับขนมผิงหน่อย)
“พ..พ่อ..”
พี่สาวของบ้านได้ยินดังนั้นจึงรีบวิ่งเข้าไปคว้าโทรศัพท์เข้ามาถือไว้ สีหน้าซีดเซียวจ้องมองไปยังพ่อแท้ๆที่ฉีกยิ้มกว้างบนจอ นี่มันเื่บ้าอะไรกันแน่!? พ่อของเธอรู้จักกับคุณัั้แ่เมื่อไหร่..
“นี่พ่อรู้จักกับคุณัั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย รีบอธิบายมาเดี๋ยวนี้เลยนะคะ” ขนมผิงรีบปาคำถามที่เธออยากรู้มากที่สุด
(ก็ต้องรู้จักสิ! พ่อของัเขาเป็เพื่อนของพ่อเอง ฮะฮ่าๆๆ เราสองคนรู้จักกันในงานไก่ชนประจำปี)
“ก..ไก่ชนประจำปี?”
(ใช่ ครอบครัวของัน่ะนามสกุลใหญ่มาก ไม่มีใครที่ไม่รู้จักเขาหรอกนะลูก อ้อ.. แล้วพ่อก็เพิ่งรู้มาด้วยว่าัเขาสนใจลูกอยู่)
“ว่าไงนะคะ!!”
(ไม่ต้องใหรอกลูก ฮ่าๆๆ เพราะตอนที่พ่อรู้พ่อก็ใเหมือนกันแหล๊ะ! อึ่ก..) = เสียงคนที่เริ่มเมาประมาณ 70%
คำอธิบายนั้นกลับทำให้ขนมผิงยืนตัวแข็งทื่อเป็หิน ใบหน้าสวยน่ารักเหวอไปชั่วขณะ แววตาของเธอเหลือบมองไปทางเ้าของโทรศัพท์ที่นั่งอมยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่
ขนมผิงก็รู้ว่าเขาสนใจในตัวเธอ แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะไปสารภาพกับพ่อของเธอแบบนี้ ให้ตายเถอะ!!
“ไหนพ่อบอกว่ายังไม่อยากให้หนูมีแฟนไงคะ ล..แล้วทำไม..”
(ก็ที่ผ่านมาแกยังเจอคนที่ไม่คู่ควรอยู่ไงล่ะ ถ้าเจอลูกเขยที่สมน้ำสมเนื้อ สามารถดูแลแกได้เนี่ย พ่อถึงจะยอมใจอ่อน ดูสิ! ัเขาก็ทั้งหล่อเหลา ฐานะทางบ้านก็ดี อ่อนโยน แถมยังใจดีอีกต่างหาก)
คำอธิบายนั้นก็ทำให้ขนมผิงหันไปเหลือบมองเ้าตัวในทันที ซึ่งในตอนนี้เสียงทุ้มใหญ่ของพ่อที่ดังออกมาจากลำโพงก็ทำให้ทุกคนได้ยิน ัที่นั่งเขินจนหน้าแดงก็เริ่มเก๊กหล่ออย่างพึงพอใจกับคำพูดนั้น
“นี่พ่อเมาแล้วใช่ไหมคะ ถึงได้พูดอะไรที่มันไม่ใช่ความจริงออกมา” เธอกัดฟันโดยที่จ้องมองัเขม็ง
ไอ้ประโยคที่ว่าอ่อนโยนแถมยังใจดี.. พ่อเธอคงมองผู้ชายผิดคน
(พ่อก็ดื่มไปนิดหน่อยน่ะ! ฮึ่ม.. แม่แกนู้น! ตอนนี้ยืนเต้นรำกับเพื่อนเหมือนจะไปแข่งโอลิมปิก หนักกว่าพ่ออีก)
คนเป็พ่อพูดพลางก็หันหน้าจอไปทางลานกว้างที่มีแม่ขนมผิงยืนอยู่กับเพื่อนสาว หญิงวัยกลางคนกำลังเต้นสะบัดหัวไปมาเหมือนคนขาดสติ ราวกับว่าตอนนี้กำลังอยู่ในการแข่งขันเต้นระดับโลก
“เฮ้อ.. สภาพพ่อกับแม่ไม่ต่างกันเลยค่ะ ยังจะว่ากันอีก”
(อะไรนะ?)
“เปล่าค่ะ” ขนมผิงรีบเอ่ยปฏิเสธอย่างละเหี่ยใจ เธอเมินหน้าหนีไปอีกทางราวกับไม่อยากจะเสวนากับคนเมา
(งั้นแค่นี้นะขนมผิง! ฝากบอกัด้วยว่าตามสบายเลย เพราะว่าคืนนี้พ่อกับแม่ไม่กลับบ้าน ก็กะว่าจะนอนที่บ้านเพื่อนแม่เลยน่ะ กินเหล้าเข้าไปแล้วขับรถมันไม่ดี)
“ห๊ะ!!!!”