มีเสียงกระแทกดังขึ้นเมื่อเ้าแมวตัวใหญ่ะโลงจากเตียง เดินออกประตู จะลงบันไดไปยังชั้นล่าง แต่ก่อนที่จะลับตัวไป มันยังอุตส่าห์หันมามองเลย์นพร้อมกับส่งเสียงคล้ายจะร้องเรียกให้ตามไป ซึ่งทําให้เลย์นเกือบจะหัวเราะออกมาดัง ๆ
“ทําไม...นี่ฉันจะต้องตามแกไปด้วยงั้นเรอะ” เธอล้อมันด้วยความเอ็นดูยิ่งนัก
มีเสียงครางเบา ๆ ดังขึ้นลําคอของมันเหมือนจะเป็การรับรองคําพูดดังกล่าว จากนั้น มันก็เดินอย่างไม่รีบร้อนออกไป ซึ่งทําให้เลย์นต้องเดินตามมันออกไปด้วย เ้าแมวสีเหลืองหันกลับมามองอีกครั้งเหมือน้าความแน่ใจว่า เธอได้ตามมาแล้วก่อนที่มันจะเดินลงบันไดไป
เลย์นรู้สึกขบขันกับแมวที่ทําท่าทางเหมือนกับคนไม่มีผิด เธอเดินตามมันลงบันไดมาได้ครึ่งทางแล้ว ตอนที่ได้ยินเสียงพูดของผู้ชายคนหนึ่งดังมาจากห้องนั่งเล่น น้ำเสียงของเขาบอกความไม่พอใจอยู่มาก เลย์นรู้สึกแปลกใจที่ตัวเองคุ้นหูกับเสียงนั้นอยู่
“คุณทําอะไรนะ?” เสียงลึก ๆ นั้นดังขึ้นราวเสียงฟ้าร้อง
แมทตี้ตอบคําถามที่คาดคั้นด้วยน้ำเสียงที่บอกความใจเย็น และมีเหตุผลอยู่
“ฉันบอกว่าเมื่อตอนบ่ายวันนี้ ฉันได้จ้างผู้หญิงคนหนึ่งมาทํางาน...”
“ผู้หญิงงั้นเรอะ...ถามจริง ๆ เถอะ คุณบ้าไปแล้วหรือไง แมทตี้” เสียงห้วนห้าวของเขาจุดไฟแห่งความทรงจําให้คุโพลงขึ้น เสียงนี้คล้ายกับเสียงผู้ชายตัวใหญ่ ๆ หน้าตาน่าเกลียด คนที่เธอพบในตัวเมืองไม่มีผิด เลย์นถึงกับชะงักไปเมื่อนึกถึงความเป็ไปได้ นึกถึงว่าเขาได้แสดงความหยาบคายกับเธอแค่ไหน ตอนที่พบกันในเมืองนั่น “คุณก็รู้อยู่แก่ใจว่างานที่นี่มันเป็งานประเภทไหน และมีอะไรที่จะต้องรีบ ๆ ทําให้เสร็จบ้าง มันเป็งานที่ต้องใช้กําลังแรงกาย...”
“ฉันรู้” แมทตี้เอ่ยตัดบท “เพราะฉันเองก็เคยทํางานนี้มาด้วยตัวเองตั้งยี่สิบปีเข้านี่แล้ว เด็กคนนั้นยังสาวแล้วก็ท่าทางแข็งแรงด้วย ฉันคิดว่าเขาจะต้องช่วยงานเราได้แน่”
เสียงเงียบกันไปครู่ใหญ่ ๆ เลย์นมีความรู้สึกว่าตอนนี้ผู้ชายคนนั้นคงกําลังใช้ความพยายามสงบสติอารมณ์อยู่ เธอบังเกิดความไม่แน่ใจขึ้นมา ต่อสู้กับความคิดของตัวเองที่ว่า จะเดินลงบันไดต่อไปดี เพื่อที่จะปรากฏตัวให้เห็นกันเป็ที่ชัดเจนไปเลยดีหรือไม่ ก่อนที่จะถูกจับได้ว่ามายืนแอบฟังเขาพูดกันอยู่
“แล้วเขามาจากไร่ไหนล่ะ” คําถามดังกล่าวเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงที่สงบขึ้นกว่าเดิม แม้ว่าจะยังกร้าวกระด้างอยู่ “เป็คนงานที่เคยอยู่ในไร่ของเฟเบอร์หรือเปล่าพวกนั้นขี่ม้าเก่ง” จากน้ำเสียงของเขาบอกให้รู้ว่า ดูเหมือนเขาจะทําใจให้ยอมรับสถานการณ์ได้แล้ว แต่เลย์นคิดว่าเขายังไม่รู้เื่จริงทั้งหมดมากกว่า อาจจะเป็เพราะสัญชาตญาณกระมังที่ทําให้เลย์นต้องหลับตาลง เมื่อแมทตี้เอ่ยปากตอบคําถามเขา
“เปล่า ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดหรอก ผู้หญิงคนนี้เป็นักข่าวหนังสือพิมพ์จากโอมาฮ่า เขา้าที่จะมาหาประสบการณ์ และข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับการทํางานในไร่ปศุสัตว์ด้วยตัวเอง เพื่อที่จะ...”
“หมายความว่า...” คําพูดที่เหลือเหมือนจะถูกกล้ำกลืนลงไว้ก่อนที่เขาจะสามารถพูดต่อได้จนจบ จากนั้น... เขาก็พยายามพูดอีกครั้ง เพื่อที่จะแสดงความรู้สึกของตนเองออกมา แต่ก็ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ต่างไปกว่าเสียงคํารามเลย “แมทตี้...ที่จริงมันก็แย่มากอยู่แล้วนะ ที่คุณเอาเราผูกเข้าไว้กับผู้หญิงคนหนึ่ง แต่นี่ยังแถมเป็คนที่ไม่เคยมีความรู้อะไรเลยอีกด้วย ถามจริง ๆ เถอะว่าเพราะอะไรคุณถึงได้ทําอย่างนั้น คุณก็รู้อยู่ว่า เราไม่มีเวลาที่จะฝึกให้เขาทําอะไรขึ้นมาได้เลยในตอนนี้ และยิ่งถ้าเขาชินกับการทํางานแบบนั่งโต๊ะ เขาย่อมไม่สามารถทํางานหนักอย่างที่เรา้าได้เลยนะ”
“แล้วไงล่ะ ถ้างานนั้นมันหนักเกินไปสําหรับเขา เขาก็ลาออกไปเองภายในเวลาแค่สองวันเท่านั้น และถ้าเขาสามารถทําได้ นั่นก็แปลว่าเขาคือคนที่เรามองหาอยู่ แล้วฉันไม่เห็นว่ามันจะเสียหายตรงไหนเลย...ไม่ว่าจะเป็ฝ่ายไหนทั้งสิ้น นอกจากว่าตอนแรก ๆ มันอาจจะมีเื่ยุ่ง ๆ บ้างนิดหน่อยเท่านั้น” แมทตี้พูดอย่างให้เหตุผล
“ห่ะ...” เขาคํารามออกมา “ในที่สุด คุณก็จัดการไปคนเดียวจนเสร็จ ที่จริงแล้วผมอยากจะให้คุณปรึกษากับผมเสียก่อนที่คุณจะรับผู้หญิงคนนี้เข้ามาทํางาน”
แม้น้ำเสียงที่คํารามออกมาจะบอกถึงความไม่พอใจ แต่คําพูดประโยคนั้นก็เหมือนจะยอมรับกับความจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งทําให้ดูเหมือนว่ามันถึงเวลาแล้วที่เลย์นจะเดินเข้าไปในห้องนั้นได้ รองเท้าบู๊ทส้นสูงที่เธอสวมแทบจะไม่ก่อให้เกิดเสียงขึ้นมาเลย เมื่อเดินไปตามพื้นที่ปูได้ด้วยพรม
ขณะที่เธอเดินอ้อมไปยังประตูห้องบันไดที่เปิดอยู่ สายตาก็เหลือบมองไปทางผู้ชายคนที่ยืนอยู่ในห้องโดยอัตโนมัติ ครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่เธอเห็นเขาอยู่ในเสื้อคลุม สําหรับฤดูหนาวตัวใหญ่ ที่ไม่ได้กลัดกระดุมเลยแม้แต่เม็ดเดียว มือทั้งสองข้างเท้าสะเอวอยู่ แต่กระนั้น เขาก็เป็คนร่างใหญ่ไหล่กว้าง แทบจะไม่มีไขมันอยู่บนแผงอกหรือตรงหน้าท้องเลย กางเกงยีนสีซีดแนบอยู่กับสะโพกและต้นขาที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อความสูงสง่าใหญ่โตของเรือนร่างนั้นข่มผู้ที่พบเห็นอย่างน่าเกรงขาม
หมวกปีกกว้างสีน้ำตาลเข้มหลุบอยู่เหนือหน้าผาก ดูเหมือนเขาจะสวมมันในลักษณะนี้อยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะอําพรางใบหน้าที่กร้าวกระด้างราวไร้ความรู้สึกไว้ ขณะที่เขาเงยหน้าขึ้นนั้น คางเชิดออกมาเล็กน้อย แสงไฟที่สาดส่องลงมาจากเพดานห้อง จึงส่องต้องให้เห็นใบหน้าซึ่งประกอบด้วยโหนกแก้มสูงเด่น ขณะนี้ ความสนใจทั้งหมดของเขามุ่งอยู่ที่แมทตี้ ยังไม่ทันเห็นการปรากฏตัวของเลย์น
เลย์นก้าวเข้าไปในห้องนั่งเล่นนั้น
“เฮลโล...”
แม้ว่าเขาจะไม่ได้หันหน้ามามอง แต่เธอก็สังเกตเห็นหางตาที่ปลายมาท่าทางที่แข็งขืนไปนั้นบอกให้รู้ว่า เขาจําเธอได้อย่างแน่นอน ซึ่งการแสดงความรู้สึกออกมาในครั้งนี้ก็มีเพียงแค่นั้น ความรู้สึกทั้งมวลถูกลบเลือนหายไปจากใบหน้าที่กร้านกร้าว บอกความเป็ผู้ชายเต็มตัว
“อ้อ...เข้ามาสิเลย์น” แมทตี้แสดงท่าทางให้เห็นอย่างชัดเจนว่า หล่อนจะต้องทําหน้าที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้ แก้ไขสถานการณ์แบบตรงไปตรงมาของหล่อน “ฉันขอแนะนําให้เธอรู้จักกับหุ้นส่วนของฉัน ครีด ดอว์สัน” หล่อนรออยู่จนกระทั่งเมื่อเลย์นเข้ามาถึงตัวแล้วจึงแนะนําชื่อเต็มของหล่อนออกมาว่า “นี่คือเลย์น แม็คโดนัลด์”
“คุณอีกแล้วสินะ” เขาทักด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความรู้สึกและสีหน้าเฉยเมย
“ใช่ค่ะ ฉันเอง” เลย์นรู้สึกดีใจอยู่ที่เธอไม่ได้ยื่นมือออกไปให้เขาัั ทั้งนี้เพราะมีความรู้สึกว่า เขาคงจะไม่สนใจที่จะแสดงความรู้สึกฉันมิตรกับเธอเป็แน่ เจตนาของเขาสร้างความพิศวงให้กับเธออยู่ไม่น้อย เพราะเลย์นนึกไม่ออกเอาเลยจริง ๆ ว่า เธอได้ทําอะไรลงไปที่ทําให้เขาไม่ชอบหน้าเธอถึงขนาดนี้ และเขาก็แสดงให้เธอเห็นอย่างโจ่งแจ้งว่า เขาไม่ได้มีความสนใจในตัวเธอเลยแม้แต่น้อย
“อ้าว...นี่คุณสองคนเคยพบกันมาแล้วหรือนี่” ดวงตาของแมทตี้คมปลาบขึ้นทันทีเมื่อเอ่ยถามขึ้น
“ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ...เราเพียงแต่เดินชนกันเข้าตั้งสองครั้งเมื่อตอนที่ฉันอยู่ในเมือง” คําอธิบายประโยคนั้นไม่ได้มีความหมายหรือความตั้งใจที่จะฉีกหน้าเขา เธอเพียงแต่คิดว่าควรจะเล่าให้แมทตี้ฟังตามตรงดีกว่า แต่เธอเห็นริมฝีปากของเขาเหยียดออกมาด้วยความไม่พอใจ ซึ่งสร้างความหงุดหงิดให้เกิดขึ้นกับเลย์น ที่เขาพยายามทําให้เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็ฝ่ายผิดอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น เธอจึงยื่นมือออกไปข้างหน้า พร้อมกับกล่าวว่า
“สวัสดีค่ะ คุณดอว์สัน”
ดูเหมือนจะมีอาการลังเลเกิดขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะละมือลงจากเอว... และยื่นมือใหญ่โตขึ้นออกมาแตะมือเธอหน่อยหนึ่งอย่างเสียไม่ได้จริง ๆ แต่ทว่า พลังอํานาจของมันยังปรากฏอยู่ต่อไปอีกนาน
“คุณแม็คโดนัลด์” ัันั้นสิ้นสุดลงในทันทีที่มันเริ่มต้นขึ้น และแล้ว เธอก็ตกเป็เป้าของสายตาคมปลาบคู่นั้น “ผมคิดว่าคุณกําลังทําอะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับการสืบสาวราวเื่เกี่ยวกับครอบครัวของคุณเสียอีก ก็เห็นคุณบอกกับโดโรธีที่สํานักงานหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นวันก่อนอย่างนั้นไม่ใช่หรือ”
มันเป็คําถามที่ท้าทาย และไม่ตรงกับเื่ที่เธอเล่าให้แมทตี้ฟังแม้แต่น้อย เลย์นรู้ว่าจะด้วยประการใดก็ตาม เธอจะต้องให้คําอธิบายอย่างเป็ที่น่าเชื่อถือ กับเหตุผลอย่างน้อยก็ประการหนึ่ง ที่ทําให้เธอเดินทางมา แซนด์ ฮิลล์ในครั้งนี้ แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยไปอีกสักพันปี แมทตี้อาจจะไม่มีโอกาสล่วงรู้เลยก็ได้ ว่าเธอคือลูกสาวที่แท้จริง...จะอย่างไรก็ตาม สําหรับเวลานี้เลย์นไม่้าให้มีสิ่งอื่นใดมาเปลี่ยนความคิดของเธอให้เป็ไปในทํานองนั้น
“เื่นั้นมันไม่ใช่เื่ที่ตรงต่อความเป็จริงเสียทีเดียวหรอกค่ะ คือตอนที่น้าฉันเขารู้ว่าฉันจะมาที่นี่ ก็ขอร้องให้ฉันช่วยตรวจสอบจากแหล่งต่าง ๆ ที่พอจะหาข้อมูลเกี่ยวกับญาติทางสามีคนหนึ่งที่บังเอิญรู้จักแต่ชื่อ แต่ทว่าไม่เคยพบกันมาก่อนเลย” เลย์นตอบลิ้นระรัวอันเป็ลักษณะนิสัยที่เกิดขึ้นในทุกครั้งที่เธอพูดปด “น้าฉันเขาตั้งใจที่จะทําต้นไม้จําลองมีกิ่งก้านเป็ชื่อบุคคลในสกุลเพื่อเป็ของขวัญวันเกิดให้กับสามี แต่บังเอิญมีบางคนที่เขาไม่รู้ว่าเกิดจากญาติคนไหน หรือวันที่เท่าไหร่อะไรทํานองนั้น ฉันก็เลยสัญญากับเขาว่าจะช่วยดูให้ว่าพอจะค้นหาหลักฐานอะไรได้บ้างหรือเปล่า เื่มันก็เท่านั้น อีกประการหนึ่ง ฉันก็ไม่ได้ใช้เวลามากมายอะไรที่จะค้นหารายละเอียดจากข้อมูลเก่า ๆ เลยนี่คะ”