บทที่ 12.ในกองถ่าย…
โรงแรมแกรนด์โอเชี่ยน โรงแรมดังระดับห้าดาวที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมชายฝั่งเซี่ยเหมิน เปรียบเสมือนอัญมณีเม็ดงามที่ประดับอยู่บนมงกุฎของเมือง
รถแท็กซี่สองคันแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าล็อบบี้อันหรูหรา พนักงานต้อนรับในชุดสูทเนี้ยบกุลีกุจอเดินเข้ามาเปิดประตู ด้วยความคาดหวังว่าจะได้ต้อนรับเศรษฐีน้ำมันหรือเซเลบริตี้ชื่อดัง
แต่ทว่า…
คนที่ก้าวลงมาคนแรกคือชายหนุ่มสวมเสื้อยืดสีดำธรรมดาๆ กับกางเกงยีนส์ที่ผ่านการซักมานับร้อยครั้งจนสีซีด ตามมาด้วยขบวนหญิงสาวทั้งหกคน ที่ขนข้าวของพะรุงพะรังราวกับคณะผู้อพยพที่หน้าตาดีผิดปกติ
เหม่ยน่าเฟยเดินนำหน้ามาด้วยท่าทางนางพญาแม้จะถือถุงเสื้อผ้าใบใหญ่ ตามมาด้วยจ้าวลี่ลี่และอันรุ่ยเซี่ยที่ช่วยกันแบกขาตั้งไฟ ซูเสี่ยวเิที่กอดกระเป๋าใส่พร็อพแน่นราวกับกลัวใครจะมาแย่งสมบัติไป
ส่วนเฉินหยู่ซินเดินปิดท้ายด้วยท่าทีเ็า มือข้างหนึ่งลากกระเป๋าเดินทาง ส่วนอีกข้างถือแก้วกาแฟเย็นราคาถูก แต่ท่วงท่ากลับดูเหมือนนางแบบที่กำลังเดินบนรันเวย์สนามบิน
และสุดท้าย... หลี่ฉิงโรว เลขาสาวที่หน้าซีดเผือด มือสั่นระริกขณะกำใบเสร็จรับเงิน
“ท่านประธานคะ...” หลี่ฉิงโรวกระซิบเสียงเครียด เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผม
“ค่าห้องสวีทคืนละสามพันแปดร้อยหยวน... เราจ่ายไปแล้วจริงๆ ใช่ไหมคะ? ฉันกลัวว่ารูดบัตรแล้วมันจะร้องเตือนว่า 'วงเงินของคุณไม่เพียงพอ' กลางล็อบบี้น่ะค่ะ”
“จ่ายไปแล้ว” ไป๋ฉีอันพูดก่อนที่จะจัดเสื้อให้เข้าที่ “เดินยืดอกเข้าไว้ฉิงโรว วันนี้เราไม่ได้มาขอทาน แต่เรามาทำงานศิลปะ”
“ศิลปะ...” เหม่ยน่าเฟยพึมพำ พลางขยับแว่นกันแดดอันใหญ่ “หวังว่าศิลปะของคุณจะไม่ใช่การให้ฉันใส่ชุดว่ายน้ำแล้วลงไปดิ้นพราดๆ ในอ่างจากุซซี่นะ”
“คิดมากไปแล้ว” ไป๋ฉีอันสวนกลับทันควัน “ขึ้นไปข้างบนเถอะ เวลามีค่าเท่ากับเงินทอง... ซึ่งเงินที่ว่าก็คือเงินค่าห้องที่ฉันเพิ่งจ่ายไปนั่นแหละ”
…
ห้องรอยัลสวีท ชั้นที่ 28 ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก ภาพวิวทะเลแบบพาโนรามาก็กระแทกตาจนสาวๆ เผลออุทานออกมา
ซูเสี่ยวเิรีบวิ่งไปที่มินิบาร์ พลิกดูราคาเม็ดมะม่วงหิมพานต์กระป๋องเล็กจิ๋ว แล้ววางลงอย่างรวดเร็วราวกับจับของร้อน
“กระป๋องละ 60 หยวน! นี่มันปล้นกันชัดๆ!” เธอหันมาฟ้องเพื่อนๆ
“เลิกตื่นเต้นกับของแพงได้แล้ว”
ไป๋ฉีอันวางกระเป๋าลงบนโซฟาหนังแท้ บรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนไปทันที “เรามีเวลาเช็กเอาท์ตอนเที่ยงพรุ่งนี้ แต่แสงที่ฉัน้า... มีแค่ 30 นาทีต่อจากนี้เท่านั้น”
เขาเริ่มแจกแจงงานด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ฉิงโรว เคลียร์พื้นที่ตรงระเบียง ย้ายเก้าอี้ออกไปให้หมด”
“รุ่ยเซี่ย ลี่ลี่ ช่วยกันจัดไฟด้วย เอาโคมไฟที่เราขนมาวางตามจุดที่ฉันมาร์กไว้... อย่าให้สายไฟพันกันนะ”
“เสี่ยวเิ เตรียม 'เื' ปลอมเอาไว้ให้พร้อม เทใส่แก้วไวน์ เช็กสีให้ดี อย่าให้มันดูเหมือนน้ำหวานเฮลซ์บลูบอย”
“เฉินหยู่ซิน...” เขาหันไปหาสาวมาดเท่ที่ยืนกอดอกอยู่ “คุณมีเซนส์เื่แฟชั่นดีที่สุด ไปช่วยเหม่ยน่าเฟยแต่งตัว เช็กหน้าผมให้ออกมาดูดีที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“รับทราบ” เฉินหยู่ซินตอบสั้นๆ ก่อนจะหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเดินนำเหม่ยน่าเฟยเข้าไปในห้องนอน
เมื่อทุกคนแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง ไป๋ฉีอันก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่เขาเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาในความเงียบ
‘ระบบ... ใช้งานไอเทม [ดวงตาโปรดิวเซอร์อัจฉริยะ] กับ [ออร่านางพญา]’
[รับทราบ... กำลังเปิดใช้งานไอเทม...]
ในเสี้ยววินาทีนั้น โลกในสายตาของไป๋ฉีอันก็เปลี่ยนไป
เม็ดฝุ่นที่ลอยคว้างในอากาศ องศาการตกกระทบของเงาบนพื้นพรม ทิศทางของลมทะเลที่พัดผ่านผ้าม่าน... ข้อมูลมหาศาลไหลเข้าสู่สมองของเขา และถูกประมวลผลเป็ภาพสตอรี่บอร์ดที่สมบูรณ์แบบ
“ไฟดวงที่สอง...” ไป๋ฉีอันพูดขึ้นโดยไม่หันไปมอง “ลี่ลี่ ขยับไปทางขวาอีก 3 เิเ... ไม่สิ 3.5 เิเ องศานั้นมันจะทำให้เกิดเงาที่จมูก”
“คะ? ท... ท่านประธานรู้ได้ไงคะว่ามันเบี้ยว หนูยังไม่ได้เปิดไฟเลยนะ” จ้าวลี่ลี่สะดุ้งโหยง
“สัญชาตญาณ” เขาตอบเรียบๆ “ทำตามที่บอก”
สิบนาทีต่อมา ประตูห้องนอนเปิดออก
เฉินหยู่ซินเดินออกมาก่อน สีหน้าเรียบเฉยของเธอดูจะพอใจเล็กน้อย เธอผายมือไปด้านหลังเหมือนกำลังเปิดตัวผลงานชิ้นเอก
เหม่ยน่าเฟยก้าวออกมา… เธอสวมชุดราตรีสายเดี่ยวสีแดงเบอร์กันดีที่ขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่น เนื้อผ้าซาตินลู่ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายอย่างยั่วยวน ผมลอนใหญ่ถูกจัดทรงให้ดูยุ่งนิดๆ อย่างตั้งใจโดยฝีมือของเฉินหยู่ซิน ทำให้เธอดูเหมือนเพิ่งผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนมา
“เป็ไงคะ?” เหม่ยน่าเฟยหมุนตัว “พอจะเป็ราชินีได้หรือยั...”
คำพูดของเธอขาดห้วงไป เมื่อไป๋ฉีอันดีดนิ้วส่งไอเทม [ออร่านางพญา] เข้าใส่ตัวเธอ
บรรยากาศรอบตัวของเหม่ยน่าเฟยเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน จากพริตตี้สาวสวยที่ดูมั่นใจแบบโฉ่งฉ่าง กลายเป็สตรีผู้สูงศักดิ์ที่แผ่กลิ่นอายเ็าและกดดันออกมา ดวงตาคู่สวยหรี่ลง ริมฝีปากเม้มแน่นขึ้น
ซูเสี่ยวเิที่กำลังเทน้ำแดงใส่แก้วไวน์ถึงกับมือสั่นจนเกือบทำหก
“พี่เหม่ย... ดู... ดูเหมือนไม่ใช่พี่เหม่ยเลย” อันรุ่ยเซี่ยกระซิบเกาะแขนจ้าวลี่ลี่แน่น
เฉินหยู่ซินเลิกคิ้วสูง มองผลงานตัวเองสลับกับท่าทีของเพื่อนสาว “อืมน่าสนใจดี...”
ไป๋ฉีอันพยักหน้าพอใจ “ดี... ทุกคนประจำที่!”
เขาเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่เสียบกับกิมบอลกันสั่นอันเล็กๆ นี่คืออาวุธเดียวที่เขามี แต่ในสายตาเขาตอนนี้ มันคือกล้องถ่ายหนังระดับ IMAX
[ภารกิจย่อย: เทคเดียวผ่าน]
[เงื่อนไข: ถ่ายทำฉาก 'ดื่มด่ำความเ็ป' ให้ผ่านในเทคเดียว โดยไม่มีข้อผิดพลาด]
[รางวัล: เครื่องดื่มชูกำลังสูตรพิเศษ (ฟื้นฟูความเหนื่อยล้า 100%) x 1 แพ็ค]
“ฟังนะ...”
น้ำเสียงของไป๋ฉีอันเรียบง่ายและทรงพลังจนทุกคนในห้องหยุดหายใจ
“ฉากนี้ไม่มีบทพูด... เหม่ยน่าเฟย คุณยืนพิงระเบียง มองออกไปที่ทะเล... ในมือถือแก้วไวน์... ไม่ใช่ไวน์ธรรมดา แต่มันคือ ‘เื’ ของคนรักที่คุณเพิ่งฆ่าไป”
“ฆ่า... คนรัก?” เหม่ยน่าเฟยทวนคำ แววตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อยจากการอินกับบทที่รวดเร็วผิดปกติ
“ใช่... คุณรักเขา แต่คุณหิว... ความขัดแย้งนี้แหละที่ฉัน้า” ไป๋ฉีอันสั่ง “จิบมัน... แล้วก็ยิ้ม... ยิ้มให้เศร้าที่สุดแต่ก็อร่อยที่สุดในเวลาเดียวกันไปด้วย”
เขาหันไปสั่งทีมงานจำเป็ทีละคน
“ลี่ลี่ ถือแผ่นสะท้อนแสง ด้านซ้าย... รุ่ยเซี่ยถือด้านขวา... อย่าวอกแวก”
“ฉิงโรว เตรียมพัดลมเป่าผมให้กับเธอในจังหวะที่สาม... ลมต้องเบาเหมือนเสียงกระซิบ”
“หยู่ซิน... คุณยืนหลังมอนิเตอร์กับผม คอยดูความเรียบร้อยของชุด ถ้ามีอะไรหลุดเฟรมแม้แต่มิลเดียว บอกผมทันที”
“รับทราบ” เฉินหยู่ซินขยับเข้ามายืนข้างเขา สายตาจ้องไปที่หน้าจอโทรศัพท์อย่างจับผิด
“เสี่ยวเิ... ดูต้นทางหน้าประตู อย่าให้ใครเข้ามา”
“5... 4... 3... 2... แอ็กชัน!”
สิ้นเสียงคำสั่ง ทั่วทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงคลื่นกระทบฝั่งแ่เบา
กล้องในมือไป๋ฉีอันเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวล เขาไม่ได้แค่ถ่าย แต่เขากำลังเคลื่อนไหว ไปพร้อมกับนักแสดง
เหม่ยน่าเฟยยืนนิ่งอยู่ที่ระเบียง แสงสีส้มยามเย็นอาบไล้แผ่นหลังเนียนละเอียด เธอค่อยๆ ยกแก้วไวน์ขึ้นจรดริมฝีปาก... เมื่อทักษะ [ออร่านางพญา] ผสานกับ [การยั่วยวน] ของเธอ มันก็ะเิพลังทำลายล้างออกมา
เธอจิบของเหลวสีแดงช้าๆ... ลำคอระหงขยับขึ้นลง เธอหลับตาพริ้ม ลิ้มรสชาติที่ขมปร่า
“หันมา...” ไป๋ฉีอันกระซิบ
เหม่ยน่าเฟยค่อยๆ หันกลับมา... ดวงตาของเธอแดงระเรื่อ มันคือสายตาของนักล่าที่โศกเศร้า
“ยิ้ม...”
มุมปากของเธอยกขึ้นช้าๆ... เป็รอยยิ้มที่งดงามจนน่าขนลุก หยดเืสีแดงไหลย้อยลงมาที่มุมปาก ตัดกับผิวขาวซีด
หลี่ฉิงโรวเกือบลืมกดเปิดพัดลม แต่สายตาพิฆาตของไป๋ฉีอันที่ตวัดมามองแวบเดียว ทำให้เธอรีบกดปุ่มทันที เส้นผมของเหม่ยน่าเฟยปลิวไสวอย่างเป็ธรรมชาติ
“ชุดโอเค” เฉินหยู่ซินกระซิบข้างหูไป๋ฉีอัน “องค์ประกอบภาพ... สมบูรณ์แบบ”
ไป๋ฉีอันค่อยๆ เคลื่อนกล้องเข้าไปใกล้ใบหน้าของเหม่ยน่าเฟย จนเกือบชิด... เก็บทุกรายละเอียดรูขุมขน เก็บแววตาที่สะท้อนภาพของเขา
วินาทีนั้น... เวลาเหมือนหยุดหมุน
“...คัต!”
เสียงสั่งการของเขาดังก้อง ผ่าความเงียบกลางอากาศ
ไป๋ฉีอันลดกล้องลง แต่ดวงตาของเขายังคงวาวโรจน์ด้วยประกายแห่งการวิเคราะห์ เส้นกริดและค่าแสงยังคงวิ่งวนอยู่ในจอประสาทตาไม่หยุดหย่อน
แม้จะสั่งหยุดถ่ายไปแล้ว แต่สมองของเขายังคงประมวลผลภาพตรงหน้าแบบเรียลไทม์
ส่วนเหม่ยน่าเฟย... เธอยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม ไขว่ห้างด้วยท่วงท่าสง่างามราวกับกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ทองคำ
[ออร่านางพญา] ที่ยังมีผลอยู่ทำให้แม้แต่ตอนพักกอง เธอก็ยังดูสูงส่งจนคนไม่กล้าเข้าใกล้
“พ... พี่เหม่ย...” อันรุ่ยเซี่ยเดินเข้าไปหาอย่างกล้าๆ กลัวๆ “เมื่อกี้... พี่น่ากลัวมาก... แต่ก็สวยมากจนหนูอยากจะร้องไห้เลย”
เหม่ยน่าเฟยปรายตามองอันรุ่ยเซี่ย แววตายังคงความเ็าแบบราชินี ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่ทรงพลัง
“เก็บน้ำตาของเธอไว้ร้องในฉากเถอะ... ตอนนี้สิ่งที่ฉัน้าไม่ใช่คำชม แต่เป็กระดาษทิชชู่”
“ค... ค่ะ!” อันรุ่ยเซี่ยรีบกุลีกุจอหยิบกระดาษทิชชู่ส่งให้แทบไม่ทัน
เฉินหยู่ซินยืนกอดอกมองเพื่อนสาวด้วยความทึ่ง “ยอมรับเลยนะ... วันนี้เธอสวยจนน่าหมั่นไส้จริงๆ ขนาดสั่งคัตแล้วออร่ายังไม่หายไปเลยแฮะ”
“ท่านประธานคะ!” ซูเสี่ยวเิวิ่งหน้าตื่นมาจากหน้าประตู พร้อมชูมือถือ “สุดยอดไปเลยค่ะ! เมื่อกี้ฉันแอบถ่ายคลิปเื้ัเอาไว้ด้วย พี่เหม่ยดูดีมาก! เอาไปลงที่ช่องใหม่ของฉันได้ไหมคะ!”
ไป๋ฉีอันหันไปมองซูเสี่ยวเิ สายตาของเขาเผลอวิเคราะห์การจัดวางองค์ประกอบของเธอโดยอัตโนมัติ
“มุมกล้องต่ำไป 5 องศา แสงไฟเพดานตกกระทบหน้าผากทำให้เกิดเงาสะท้อน... แต่ก็โอเค อนุญาต” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงวิเคราะห์เจาะลึกจนซูเสี่ยวเิทำหน้าเหวอ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก…
เสียงเคาะประตูขัดจังหวะ ซูเสี่ยวเิรีบวิ่งไปเปิดประตู พบกับพนักงานรูมเซอร์วิสที่เข็นรถอาหารเข้ามา
พนักงานหนุ่มก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มการค้า แต่ทันทีที่เขาเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มนั้นก็แข็งค้าง…
ภาพที่เขาเห็นคือ หญิงสาวในชุดราตรีสีแดงเืนก ที่นั่งไขว่ห้างอยู่กลางห้อง แผ่รังสีอำมหิตและความสูงส่งออกมาจนเขาไม่กล้าสบตา และชายหนุ่มอีกคนที่จ้องมองมาที่รถเข็นอาหารด้วยสายตาคมกริบราวกับเครื่องสแกนเนอร์อัจฉริยะ
“ข... ขอประทานโทษครับ!” พนักงานหนุ่มเสียงสั่น ขาสั่นพั่บๆ โดยไม่รู้ตัว “ผมไม่ทราบว่า... มีระดับ VVIP หรือซูเปอร์สตาร์มาพักที่นี่! ผ... ผมจะรีบวางอาหารแล้วออกไปเดี๋ยวนี้ครับ!”
เขารีบวางจานข้าวผัด 6 จาน และสปาเก็ตตี้ 1 จาน ลงบนโต๊ะด้วยความรวดเร็วปานนินจา มือไม้สั่นจนช้อนกระทบจานเสียงดัง กริก!
“ขออภัยครับ!” เขาหน้าซีดเผือดเมื่อได้ยินเสียงช้อนกระทบจาน กลัวจะโดน "ราชินี" ตรงหน้าสั่งปะา ก่อนจะรีบโค้งคำนับไป๋ฉีอันแทบจะหัวติดพื้น แล้วถอยฉากหนีตายออกไปจากห้องทันที
ปัง…
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องครู่หนึ่ง ก่อนที่จ้าวลี่ลี่จะหลุดขำออกมาเป็คนแรก
“ฮ่าๆๆๆ! ดูหน้าเขาเมื่อกี้สิ!” จ้าวลี่ลี่หัวเราะจนตัวงอ “เขาคงนึกว่าพี่เหม่ยเป็เ้าหญิงจากประเทศไหนสักแห่งแน่ๆ!”
“ช่วยไม่ได้” เหม่ยน่าเฟยยักไหล่ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะอาหาร ท่าทางการเดินของเธอยังคงเหมือนนางแบบบนแคทวอล์ก “ก็คนมันสวย... จะให้ทำตัวเหมือนชาวบ้านร้านตลาดได้ยังไง”
เธอทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะ หยิบส้อมขึ้นมาด้วยท่วงท่าสง่างาม แล้วจิ้มข้าวผัดเข้าปาก…
“อืม...” เธอเคี้ยวช้าๆ หลับตาพริ้ม “รสชาติ... พอใช้ได้ สมกับเป็ครัวของสามัญชน”
“กินข้าวผัดยังไงให้เหมือนกินเสต็กวากิว...” หลี่ฉิงโรวส่ายหัวยิ้มๆ พลางแจกช้อนให้คนอื่นๆ
ไป๋ฉีอันเดินมานั่งที่หัวโต๊ะ เขามองจานข้าวผัดตรงหน้า แต่สิ่งทีเขาเห็นไม่ใช่แค่ข้าวผัด
[วิเคราะห์วัตถุ: ข้าวผัดหยางโจว]
[ความสุกของข้าว: 92% (เหมาะสม)]
[ส่วนผสม: ข้าว 60%, ไข่ 20%, ถั่วลันเตา 15%, แฮมเกรดต่ำ 5%]
[แสง: แสงตกกระทบเม็ดข้าวทำให้ดูมัเลื่อมเกินจริง ค่าความมันเงา +15%]
“ให้ตายสิ...” ไป๋ฉีอันพึมพำกับตัวเอง ยกมือนวดขมับ “ขืนมองแบบนี้ต่อไป ข้าวคงจืดชืดหมด”
เขาเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาในใจทันที
‘ระบบ... พักการใช้งาน [ดวงตาโปรดิวเซอร์อัจฉริยะ] ชั่วคราว’
[รับทราบ: พักการใช้งานไอเทม [ดวงตาโปรดิวเซอร์อัจฉริยะ]]
[เวลาที่ใช้ไป: 45 นาที]
[เวลาคงเหลือ: 23 ชั่วโมง 15 นาที]
[หมายเหตุ: สามารถเปิดใช้งานต่อได้ทุกเมื่อ]
เส้นกริดและข้อมูลยิบย่อยหายวูบไปจากสายตา โลกกลับมาเป็ปกติ ข้าวผัดก็กลายเป็แค่ข้าวผัดธรรมดาที่น่ากิน ไป๋ฉีอันถอนหายใจด้วยความโล่งอก
‘แล้วของเหม่ยน่าเฟยล่ะ? ยัยนี่ดูน่ารำคาญชะมัด’
‘ระบบ... พักการใช้งาน [ออร่านางพญา] ของเหม่ยน่าเฟยด้วย’
[คำเตือน: ไม่สามารถควบคุมสถานะบัฟของเป้าหมายอื่นได้ ไอเทมจะหมดฤทธิ์เมื่อครบเวลาเท่านั้น]
[เวลาที่ใช้ไปของเป้าหมาย: 45 นาที]
[เวลาคงเหลือ: 15 นาที]
“เวร...” ไป๋ฉีอันสบถเบาๆ
เขาเงยหน้ามองเหม่ยน่าเฟยที่กำลังใช้มีดสเต็ก ที่ไปหามาจากไหนไม่รู้ บรรจงหั่นแฮมชิ้นเล็กๆ ในข้าวผัดอย่างพิถีพิถันราวกับกำลังผ่าตัดหัวใจ
“ท่านประธานบ่นอะไรเหรอคะ?” ซูเสี่ยวเิถามทั้งที่แก้มตุ่ย “ข้าวผัดนี่อร่อยมากเลยนะคะ! สมกับราคา 300 หยวน... ถึงจะแพงไปหน่อยก็เถอะ”
“เปล่า... กินเถอะ” ไป๋ฉีอันตักข้าวเข้าปาก “กินตุนเอาแรงไว้ซะ พรุ่งนี้เช้า... เราจะไปถ่ายกันต่อที่ชายหาด”
เขามองดูสาวๆ ทั้ง 6 คนที่กำลังกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย ท่ามกลางบรรยากาศที่แปลกประหลาด... คนหนึ่งกินเหมือนราชินีผู้สูงศักดิ์ที่เหลือเวลาครองบัลลังก์อีกแค่ 15 นาที ส่วนคนอื่นๆ ก็กินไปเมาท์ไปอย่างสนุกสนาน
อย่างน้อย... คืนนี้เขาก็ไม่ต้องนอนดูเพดานโรงแรมแบบ 4K แล้วล่ะนะ
ไป๋ฉีอันยิ้มมุมปาก ตักข้าวผัดคำโตเข้าปากอย่างสบายใจ