หลังจากนั้นทั้งสองก็ผละจากไปลับหายไปในความมืด เสียงพูดคุยยังแว่วมาเข้าหูอยู่อีกเป็ครู่และแล้วแบนเนอร์ก็เดินกลับมุ่งหน้าไปยังที่ตั้งของตัวบ้าน เมื่อถึงต้นพีคั่นเธอก็ยืนเอนหลังพิงอยู่กับลำต้นของมัน มองภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าอย่างใช้ความคิด
บ้านหลังนั้นตั้งเด่นอยู่ในท่ามกลางความสลัวของแสงจันทร์แสงจากตะเกียงน้ำมันที่จุดไว้สาดส่องออกมาทางช่องหน้าต่างเห็นเป็กรอบสี่เหลี่ยมสีทอง ก่อให้เกิดบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและพร้อมที่จะต้อนรับทุกคนให้เข้าไปอยู่อาศัยอย่างมีความสุข
เถามอร์นิ่ง กลอรี่แตกช่อพันพาดอยู่กับเสาทรงกลมทั้งหกต้นที่ตั้งอยู่สองฟากระเบียงเรือนซินเนียและเลิร์คสเปรย์ประดับร่องไม้ดอกด้วยลำต้นอ่อนสีเขียวของมันควันไฟยังกรุ่นขึ้นมาจากปล่องในครัว
มันเป็บ้านที่มีบรรยากาศอบอุ่นอย่างแท้จริงแทบไม่น่าเชื่อเลยว่ามันจะเพิ่งมีเื่เศร้าเกิดขึ้นและสร้างความหม่นหมองใจให้กับทุกคนที่พำนักอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้
ตอนที่รอสส์กับลีเดียเดินทางมาถึงที่นี่ใหม่ๆ ต้องอาศัยอยู่ในเกวียนมีหลังคาคลุมของโมเสส และเมื่อ อยู่ในฐานะที่พอจะทำได้รอสส์ก็สร้างบ้านแบบเพิงหมาแหงนขึ้นมาหลังหนึ่งโดยมีห้องครัวส่วนพักผ่อนอยู่อีกฟากหนึ่งของห้องนอนคั่นด้วยห้องโถงทางเดินที่เปิดโล่ง
มันเป็บ้านหลังเล็ก ๆที่สร้างขึ้นด้วยฝีมือหยาบ ๆ แต่ลีเดียไม่รังเกียจเลยแม้แต่น้อยเธอเข้าใจถึงความสำคัญของการสร้างฐานะดี ว่าอาชีพการทำมาหากินจะต้องมาก่อน
แบนเนอร์เกิดในเพิงหมาแหงนหลังนั้นจนเมื่ออายุสิบขวบบ้านหลังใหม่จึงได้สร้างขึ้นเป็บ้านหลังที่ได้รับการออกแบบสวยงามใหญ่โตกว่ามาตรฐานของเมืองนี้มากชั้นบนมีห้องนอนขนาดใหญ่ถึงสี่ห้อง แม้ว่าลีจะชอบออกไปนอนในเรือนแถวกับพวกโคบาลมากกว่าก็ตาม
ชั้นล่างมีทั้งห้องนั่งเล่นธรรมดาสำหรับสมาชิกในครอบครัวและห้องรับแขกอย่างเป็งานการ มีห้องรับประทานอาหารซึ่งแทบจะไม่ใคร่ได้ใช้เท่าไรนักเพราะทุกคนชอบจะนั่งรับประทานกันในห้องครัวที่กว้างขวางมากกว่าและทางด้านหลังที่ติดอยู่กับตัวบ้านคือห้องทำงานขนาดใหญ่ของรอสส์
ขณะนี้รอสส์กับลีเดียนั่งเคียงข้างกันอยู่บนเก้าอี้หวายเจคยืนอยู่ตรงมุมระเบียงพิงไหล่อยู่กับเสาทรงกลมเชอรูทที่คาบไว้สว่างวาบอยู่เป็ระยะ ๆแม้จะยืนอยู่ใต้ต้นไม้เช่นนี้แบนเนอร์ก็ยังได้กลิ่นหอมของยาเส้น
ท่าทางของเขาในยามนี้ช่างโดดเดี่ยวนักแยกตัวออกมาห่างจากสองสามีภรรยาที่นั่งอยู่ด้วยกันบนเก้าอี้หวาย
หยาดน้ำตาลามไหลลงเมื่อเห็นรอสส์รั้งศีรษะลีเดียให้ซบลงกับไหล่และประทับจูบลงบนเรือนผมของเธอแ่เบาลีเดียวางมืออยู่บนต้นขาของสามี
นั่นคือสิ่งที่เธอ้าเฝ้าถวิลหาความรักอันอบอุ่นเช่นนี้มาตลอดชีวิตมันเป็ภาพความรักความสงบสุขที่น่าประทับอย่างยิ่ง เพียงแต่ปรายตามองก็รู้ใจสามารถใช้แทนคำพูดได้โดยไม่จำเป็ต้องเอ่ยออกมา ยิ่งเห็นภาพนั้นความผิดหวังที่เกิดก่ออยู่ในใจก็ยิ่งเพิ่มอานุภาพรุนแรงขึ้น
ความสิ้นหวังได้ทำลายหัวใจลงอย่างยับเยินเธอก้าวออกจากโคนต้นไม้นั้นทันที ก้าวฉับ ๆ ขึ้นบันไดระเบียงอย่างรีบร้อนกล่าวคำกู๊ดไนท์โดยไม่รอฟังคำตอบ รีบรุดขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอน
เธอเดินไปยังกระเป๋าเดินทางที่จัดเตรียมไว้หยิบเสื้อนอนที่ได้รับการตัดเย็บด้วยฝีมือประณีตออกมามันเป็ชุดที่เธอจะต้องสวมใส่ในคืนแต่งงานโดยเฉพาะ ในยามนี้แบนเนอร์รู้สึกอยากลงโทษตัวเองอย่างที่สุด เธอเปลื้องชุดที่สวมใส่อยู่ออกและเอาชุดนอนวาบหวามใจชุดนี้สวมใส่แทน
และแล้วเธอก็ทอดกายลงบนเตียงด้วยความเปล่าเปลี่ยวหัวใจไม่เคยมีครั้งใดในชีวิตที่เธอจะเ็ปรวดร้าวเท่าครั้งนี้ อ้างว้างว้าเหว่ในหัวใจอย่างเหลือจะกล่าว
ค่ำคืนนี้ทุกคนล้วนแต่มีคนที่ตนรักอยู่ใกล้มา แลงสตัน ก็มีทั้งลูกและหลานมาอยู่ร่วมบ้านด้วย รอสส์กับลีเดียก็มีกันและกันลีกับมิคาห์นอนอยู่ด้วยกันในเรือนแถว แม้แต่แมรี่เนลล์ก็ยังมีหนังสือเป็เพื่อน
จะมีก็แต่เธอที่เป็เ้าสาวเท่านั้นที่ต้องนอนอยู่เพียงลำพัง...
เธอได้ยินเสียงพ่อกับแม่เดินขึ้นมาชั้นบนและเดินเลยไปยังห้องนอนส่วนตัวปิดประตูตามหลังลงหัวใจของแบนเนอร์ถูกบีบรัดจนปวดร้าว
มันไม่ยุติธรรมเลยที่เธอจะต้องถูกหลอกลวงถูกทรยศหักหลังเช่นนี้ ทำไมแกรดี้จึงมอบความรักให้แก่เธอเช่นที่พ่อมอบให้แก่แม่ไม่ได้มันมีกฎอะไรในโลกนี้หรือที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป
ร่างกายของเธอถวิลหาอาวรณ์สิ่งที่หัวใจได้ตระเตรียมไว้เพื่อค่ำคืนนี้อย่างรุนแรงเธอปรารถนาความอบอุ่นจากร่างกายของใครสักคนที่จะให้กับเธอได้ร่างกายของผู้ชาย...อ้อมแขนของผู้ชายที่จะโอบกอดเธอไว้ััเรือนร่างเธอด้วยความอ่อนโยนผู้ชายสักคนที่จะรักเธอได้มันเป็เสียงที่หัวใจดวงนี้เรียกร้องคร่ำครวญหาอยู่
เธอสลัดผ้าห่มที่คลุมร่างออกเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าต่าง สายลมอ่อนยามราตรีโชยชื่นบรรยากาศในยามนี้ช่างสวยสดงดงามเสียเหลือเกิน อาบอยู่ด้วยแสงสีเงินของพระจันทร์เสี้ยวหมู่ดาวพราวแสงราวกะพริบตาล้อเลียนเธออยู่กลิ่นดินกลิ่นหญ้าที่คละเคล้าอยู่ด้วยกลิ่นปุ๋ยอวลละไออยู่ในสายลมประสาททุกส่วนในเรือนกายสนองตอบต่อกลิ่นอายธรรมชาติที่เคยคุ้นอย่างเต็มที่
แล้วเธอก็มองเห็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นมองเห็นจุดสีแดงที่สว่างวาบขึ้นซิการ์ของเจค...และแล้วเธอก็เห็นเขาก้าวลงจากระเบียงเรือน เสียงสเปอร์ดังเบา ๆขณะที่เขาเดินตัดสนามไปยังโรงนาหลังเก่า ซึ่งผูกม้าตัวที่ได้รับาเ็ไว้ที่นั่น
เจค...
มิใช่เธอเพียงคนเดียวที่ต้องอยู่กับความเหงาเช่นนี้เจคเองก็เป็เช่นเธอ และเพิ่งจะในตอนนี้เองที่เธอเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่าเขาเป็เช่นนี้เสมอมา แม้จะอยู่ในท่ามกลางครอบครัวโคลแมน และแลงสตันก็ตามเจคจะแยกตัวอยู่ห่างจากผู้อื่น แม้เขาจะพูดคุย จะหัวเราะเช่นคนอื่นแต่เขาก็ยังเป็คนเหงา โดดเดี่ยวและเดียวดายอยู่นั่นเอง...
แบนเนอร์แน่ใจว่าเธอรู้ในเหตุผลว่าเพราะเหตุใดเขาจึงเป็เช่นนั้น และรู้สึกเห็นใจเขายิ่งนัก
เธอจับตามองตามร่างที่หายลับเข้าไปในโรงนาครู่ต่อมา แสงไฟจากตะเกียงก็สว่างขึ้นแสงนั้นลอดออกมาทางช่องหน้าต่างที่มีคราบฝุ่นจับอยู่
คืนนี้คือคืนวิวาห์ของเธอแต่เธอกลับเป็เ้าสาวผู้ถูกปฏิเสธต้องได้พบกับความอับอายขายหน้าอย่างที่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้พบมาก่อน เ้าสาวผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าประตูแห่งอนาคตอันสดใสแต่แล้วก็ต้องถูกเหยียดหยามให้ได้รับความอับอายต่อหน้าผู้คนทั้งเมือง...
ความมั่นใจตนเองและศักดิ์ศรีที่มีอยู่ควรจะได้รับการอภิบาลรักษา และมันจะต้องเป็ในคืนนี้ด้วยไม่เช่นนั้นแล้ว มันจะไม่มีวันกลับฟื้นคืนดีขึ้นมาได้อีกเธอปรารถนาที่จะได้ใครสักคนมากอดเธอไว้ให้เขาพร่ำบอกว่าเธอเป็เ้าสาวที่สวยที่สุด ให้เขายืนยันกับเธอ ว่าทุกสัดส่วนในเรือนกายนี้มิได้แตกต่างกว่าแวนด้าเบิร์น ตรงไหนเลย
แบนเนอร์ปรารถนาในความรักมิใช่ความรักที่พ่อแม่มอบให้และมิใช่ความรักที่เธอจะต้องเป็ฝ่ายหลงรักเพียงข้างเดียว...
เธอ้าได้รับความรักจากผู้ชายเป็การตอบแทนด้วยเช่นกัน
หัวใจของเธอเต้นระทึกสมองเต้นตุบด้วยความคิดที่มีรากอยู่ในนั้นราวเมล็ดพันธุ์ที่ถูกฝังลงไว้ในเนื้อดินอันอุดม และแตกกิ่งก้านสาขาออกไปทั่วไม่มีสิ่งใดที่จะมายับยั้งความเจริญเติบโตของความคิดนั้นได้
เธอผวาวิ่งกลับไปที่โต๊ะเครื่องแป้งสำรวจภาพสะท้อนของตนเองจากกระจกเงา พยายามมองด้วยสายตาของคนนอกว่าผู้ชายจะมองเห็นภาพลักษณ์ของเธออย่างไรผู้ชายคนที่โดดเดี่ยวเดียวดายคนนั้น ผู้ชายคนที่ขาดความรักเช่นเดียวกับเธอ
แบนเนอร์กระชากผ้าคลุมไหล่ขึ้นมาพันลงบอกตัวเองว่าเธอจะต้องทำตามความคิดก่อนจะเปลี่ยนใจ
ไม่มีใครได้ยินเสียงฝีเท้าตอนที่เธอย่องลงบันไดและเปิดประตูออกไปจากบ้าน...
โรงนาเก่าแห่งนั้นอบอวลอยู่ด้วยกลิ่นฟางกลิ่นสาบม้า กลิ่นเครื่องหนังที่คละเคล้ากันอยู่แบนเนอร์ชอบกลิ่นที่คุ้นจมูกเหล่านี้นักเธอสูดมันเข้าไว้เมื่อย่องเข้าไปภายในด้วยฝีเท้าเงียบกริบพร้อมกับดึงประตูปิดตามหลังลงความอบอุ่นที่ประสมประสานอยู่ด้วยกลิ่นสาบฉุนโอบล้อมเธอไว้ราวผ้าห่ม
บรรยากาศสงัดเงียบแต่กระนั้นก็มีความมีชีวิตจิตใจแฝงอยู่ แม่ม้าที่ใกล้จะตกลูกเต็มทีพักผ่อนอยู่ในคอกแบ่งของพวกมัน จิ้งหรีดกรีดร้องออกมาจากโพรงที่ซ่อนตัวอยู่
ถ้าจะว่าไปแล้วมันก็ไม่ใช่เื่ผิดปกติแต่อย่างใดที่เธอเดินเข้ามาในโรงนาในชุดนอนเพราะหลายครั้งที่เธอต้องลงมากลางดึกเมื่อแม่ม้าไม่อาจตกลูกได้ตามธรรมชาติแต่มันก็ไม่ใช่เื่ปกติธรรมดาเลยที่เธอจะลงมาอยู่ในนี้ในชุดนอน ขณะที่มีผู้ชายอีกคนหนึ่งอยู่ในสถานที่แห่งนี้ด้วยแม้ว่าเขาจะเป็ใครคนหนึ่งที่เธอคุ้นเคยมาั้แ่ลืมตาดูโลกก็ตาม
เมื่อยี่สิบสี่ชั่วโมงก่อนเหตุการณ์ที่กำลังเกิดอยู่ในขณะนี้เป็สิ่งที่มิได้ผ่านเข้ามาในความคิดเลยแม้แต่น้อยแต่เมื่อยี่สิบสี่ชั่วโมงก่อน เธอก็มิได้รับรู้อีกเช่นกันว่าโชคชะตาจะกำหนดให้ชีวิตของเธอต้องแปรผันอย่างน่าเ็ปเช่นนี้มันโหดร้ายเกินไปสำหรับผู้หญิงตัวเล็ก ๆคนหนึ่งที่จะต้องพบกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดดังกล่าว
ถึงอย่างไรเธอก็ได้ตัดสินใจลงไปแล้วเมื่อเธอมาไกลถึงขนาดนี้แล้ว จะไม่มีวันหันหลังกลับอีก
ฟางที่แข็งกรากทิ่มแทงอยู่กับฝ่าเท้าที่เปล่าเปลือยขณะเธอเดินเลยลึกเข้าไปยังคอกแบ่งสุดท้ายที่มีไฟแสงสว่างอยู่ตรงนั้นม้าทุกตัวต่างชินกับกลิ่นตัวของเธอมันจึงไม่ได้ส่งเสียงร้องเช่นทุกครั้งที่มีคนแปลกหน้าผ่านเข้ามา