ั้แ่เหตุการณ์วันนั้น พ่อปู่ก็ไม่เคยปรากฏให้ผมเจออีกเลย ผมเริ่มกังวลเื่ที่วันหนึ่งผมจะต้องจากป่าแห่งนี้ไป
วันนี้ก็เหมือนวันปกติของผมอีกวัน ผมออกมาใช้ชีวิตปกติของผมในป่า แต่ที่น่าแปลกคือวันนี้ ป่าเงียบมาก ไม่มีเสียงลมพัด เสียงสัตว์ป่า แม้เสียงนกก็ไม่มี ผมััได้ถึงความผิดปกติ
ผมนึกได้ว่าพ่อปู่เคยบอกว่าเวลาที่เกิดเื่ร้ายแรง เหล่าจิติญญาในธรรมชาติจะบันดาลให้ป่าปิด (ป่าปิดคือการที่สัตว์ต่างๆ จะไม่ปรากฏตัวออกมา ป่าทั้งป่าจะเงียบเพื่อป้องกันการคุกคามที่จะเกิดกับสัตว์ป่า)
และวันนี้ก็เป็ครั้งแรกที่ผมััได้ถึงการปิดป่า ผมทำตัวไม่ถูก หลังจากเก็บผลไม้ป่า ก็กลับมาที่กระท่อม
ผมไม่มีอะไรจะทำก็เลยเอาดินเหนียวมาปั้น วันนี้ผมปั้นเป็รูปเสือ เพราะตอนนี้ิญญาของแม่เสือ นอนเป็เพื่อนผมอยู่ในกระท่อม
ั้แ่วันที่เธอตาย เธอก็วนเวียนอยู่ใกล้ๆ ผมตลอด เธอไม่สามารถทำอะไรได้เพราะเธอไม่มีกายหยาบ
เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ ตอนนี้พระอาทิตย์ตกดิน คืนนี้เป็คืนเดือนมืด ป่าทั้งป่ามีแสงเพียงจากตะเกียงที่แขวนอยู่หน้ากระท่อมของผมเท่านั้น
ตลอดเวลาที่อยู่คนเดียวในป่า ผมไม่เคยกลัวเลยสักครั้ง แต่วันนี้ต่างออกไป เพราะทุกอย่างเงียบ เงียบจนผมได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง
“เมี๊ยววว” เสียงแรกที่ผมได้ยินในวันนี้ คือเสียงแมว ผมนึกดีใจคิดว่าเป็เสียงแมวป่า เดาว่าสัตว์ป่าคงกลับมากันแล้ว ผมจึงเดินออกมาก็เจอแมวสีดำตัวหนึ่ง แต่เป็แมวที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ขนสีดำสนิทของมันฟูฟ่องทวนมาด้านหน้า ดวงตาสีแดงเื ตัวใหญ่พอๆ กับรถยนต์ ที่น่าใคือเมื่อแสงจากตะเกียงส่องมากระทบที่แมวดำ แต่มันกลับไม่มีเงา
มาถึงตรงนี้ผมก็พอจะเดาได้แล้วว่านี่มันไม่ใช่แมวป่าปกติ มันน่าจะเป็อสุรกายอะไรสักอย่าง และช่างโชคร้ายที่ผมก็ไม่มีความรู้ด้านนี้ ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตอนนี้ผมจะทำยังไงดี
เ้าแมวผีนั่นะโเข้ามาตะครุบ มันคงเห็นผมเป็หนูสินะ พุ่งมาพร้อมกางกรงเล็บ แต่ผมก็ะโถอยออกมาทัน แม่เสือะโลงมาขวาง เธอยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างผมกับเ้าแมวดำ เธอคำรามเสียงดังสนั่น หลังจากนั้นก็พุ่งเข้าใส่เ้าแมว
แต่.... ร่างของเธอทะลุไป
ตอนนี้ผมพยายามคิดว่าจะทำยังไงดี เหล่าสัตว์ก็ไม่อยู่ แม่เสือก็ไม่มีกายหยาบ สิ่งเดียวผมคิดได้คือ 'วิ่ง' ผมวิ่งหนีอย่างสุดกำลัง แต่แน่นอนครับ ว่าแรงคนจะไปสู้แรงแมวที่ตัวเท่ารถยนต์ได้ยังไง มันพุ่งมาจากทางด้านหลัง ผมพยายามเบี่ยงตัวหลบกรงเล็บของมัน แต่ก็ไม่พ้น ตอนนี้แขนผมเือาบไหลเป็ทาง ความรู้สึกเ็ปแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย
แม่เสือพยายามช่วย หลายครั้งที่เธอพุ่งใส่เ้าแมวแต่ก็ทะลุผ่านไป เ้าแมวค่อยๆ เดินเข้ามา แววตาสีแดงเืของมันทำให้ผมไม่กล้าแม้แต่จะขยับ
ในขณะที่ผมกำลังจะกลายเป็อาหารของแมวผี ผมก็ได้ยินเสียงคนพูดว่า
“ไม่เคยเจอ ผีล้วง ที่ตัวใหญ่ขนาดนี้เลยแฮะ” ผมหันไปทางต้นเสียง ภาพที่เห็นคือชายวัยรุ่น ใส่ชุดสูทสีดำรองเท้าหนัง (คนบ้าอะไรใส่สูทเข้าป่า) ผมสีดำแสกกลาง
ชายคนนั้นวิ่งเข้ามาะโเตะไปที่หน้าเ้าแมว ถ้าผมไม่เห็นกับตาคงไม่เชื่อ มนุษย์ตัวเล็กๆ คนหนึ่งเตะ แมวั์ที่ตัวโตกว่าเสือโคร่งกระเด็น
ชายคนนั้นเดินมาหาผม ผมที่อยู่ในอาการใพยายามถอยหลัง จนตอนนี้หลังของผมติดกับบันไดขึ้นกระท่อม
“ไม่ต้องกลัว ชั้นมาช่วยนาย” ชายคนนั้นพูดพร้อมกับหยิบขวดเล็กๆ ออกมา มันเป็เหมือนหลอดทดลองวิทยาศาสตร์ ยาวประมาณนิ้วชี้ได้ ในนั้นมีน้ำใสๆ
ชายคนนั้นเอาน้ำเทใส่แผลของผม น่าใที่ความรู้สึกเ็ปน้อยลง และเืก็ค่อยๆ หยุดไหล ชายคนนั้นยิ้มแล้วบอกว่า “รอตรงนี้ก่อน ขอไปจับแมวก่อน” หลังจากนั้นชายคนนั้นก็วิ่งกลับไปหาเ้าแมว
เ้าแมวที่ตอนนี้ลุกขึ้นมาอยู่ในท่าพร้อมโจมตี มันย่อตัวลงเล็กน้อย จ้องชายคนนั้นอย่างมีสมาธิ แล้วมันก็พุ่งเข้าใส่ ชายคนนั้นะโหลบแบบสบายๆ เ้าแมวดูหงุดหงิดที่จับเหยื่อไม่ได้เสียที มันร้องคำรามพร้อมไล่ตะครุบอย่างต่อเนื่อง แต่ชายคนนั้นกลับหลบได้แบบสบายๆ ทุกครั้ง ราวกับว่าตอนนี้ตั้งใจจะโชว์ว่าตัวเองเร็วแค่ไหน
หลังจากเกมไล่จับหนูดำเนินมาได้สักพัก ชายคนนั้นก็พูดว่า “จะเอาจริงแล้วนะ”
เขาหยิบมีดสั้นออกมา ใบมีดสะท้อนแสงตะเกียงแวววาว ผมสังเกตเห็นมีอักขระแปลกๆ ที่ใบมีดเต็มไปหมด
เ้าแมวทำเช่นเดิม คือพุ่งเข้าตะครุบ แต่คราวนี้ชายคนนั้นหลบและะโขึ้นไปขี่บนหลัง เขาเอามีดแทงไปที่คอเ้าแมว แมวดำร้องอย่างเ็ป แล้วแน่นิ่งไป ตัวของเ้าแมวค่อยมีควันลอยออกมา แล้วก็ค่อยๆ สลายกลายเป็ฝุ่นผงไป
ผมที่รู้สึกโล่งใจหลังจากที่เห็นแมวผีกลายเป็ฝุ่นไปแล้ว ลุกขึ้นแล้วเดินไปหาชายคนนั้น อยู่ๆ ชายคนนั้นก็ล้มทั้งยืน ผมใมากรีบวิ่งไปประคอง แต่ยังไม่ทันจะยกชายคนนั้นขึ้นผมก็ต้องผลักเขาล้มลงไป เพราะมีตะขาบตัวใหญ่กำลังกัดที่คอของเขา
หลังจากที่เขาล้มลง ตะขาบก็วิ่งมาทางผม ผมรู้ได้เลยว่ามันกำลังเล็งผมเป็รายต่อไป แต่ผมไม่กลัวหรอก ผมโตมาในป่า แค่ตะขาบตัวเท่าฝ่ามือ
ผมหันไปหยิบหินก้อนใหญ่ที่อยู่บนพื้น เอาหินฟาดลงไปที่หัว ตะขาบดิ้นไปดิ้นมาแล้วควันก็ค่อยๆ ลอยขึ้น สลายไปเหมือนเ้าแมวดำ
ผมรีบวิ่งไปดูชายคนนั้นตอนนี้เขาขยับตัวไม่ได้ แผลที่ตะขาบกัดค่อยๆกลายเป็สีม่วง เขาพยายามพูดว่ากระเป๋าเสื้อ พอผมจับที่กระเป๋าเสื้อ จึงรู้ว่ามีขวดที่คล้ายหลอดทดลองวิทยาศาสตร์อีกอันหนึ่ง
ผมเอาน้ำในนั้นเทใส่แผลที่ตะขาบกัด แผลดูดีขึ้น จากที่เป็รอยเขี้ยวเนื้อรอบๆ เป็สีม่วงปนดำ ตอนนี้เนื้อกลับมาเป็สีปกติ แต่รอยกัดยังอยู่ สีหน้าของเขาดูดีขึ้น ผมประคองเขาไปนั่งตรงบันไดหน้าบ้าน แต่ทุกอย่างยังไม่จบเมื่อมีเสียงดังขึ้น
“หอมเหลือเกิน” เสียงนี้ทำให้ผมขนลุก มันเป็เสียงที่ผมเคยได้ยินเมื่อตอน 10 ขวบ เสียงผีที่มาพรากชีวิตของพ่อและแม่ของผมไป