บทที่ 3
เริ่มต้นการค้าขาย (3)
ภาพด้านหน้าของเด็กน้อยมันคือชุมชนเล็กๆที่ตั้งอยู่บริเวณด้านนอกกำแพงเมืองอู่หนาน สถานที่แห่งนี้ถ้าเปรียบได้ดังยุคสมัยที่นางจากมามันก็เปรียบเหมือนกับสลัม(ชุมชนแออัด)
บ้านหลังเก่าๆมากมายที่ทรุดโทรมไม่ต่างจากบ้านที่นางอยู่ตั้งประดับอยู่ในจุดต่างๆอย่างไม่เป็ระเบียบราวกับว่าคิดจะตั้งตรงไหนก็ตั้งมันเลยทำให้ดูแล้วขัดหูขัดตาไปหมด
เด็กน้อยจูเฟยที่เพิ่งก้าวเท้าออกมาจากบ้านของนาง ก็เริ่มกวาดสายตามองรอบๆอย่างละเอียดภาพนี้นางก็เคยเห็นผ่านตามาจากภายในความทรงจำของิ่จูเฟยที่เป็เ้าของร่างนี้แล้ว
นี่เป็ชุมชนเล็กๆที่ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองอู่หนาน ผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็ผู้ที่มีฐานะยากจนจนไม่สามารถเข้าไปอยู่ภายในกำแพงเมืองได้
ิ่อวี้เฟยเคยเป็อนุของขุนนางหลี่ที่เป็ขุนนางผู้ทรงอำนาจภายในเมืองหลวงของแคว้นหลิว บัดนี้โดนเนรเทศมาอยู่เมืองบ้านนอกเช่นนี้กลับได้อยู่เพียงบ้านที่ตั้งอยู่ในสลัมนอกเมืองเมื่อคิดแล้วจูเฟยเองก็กำหมัดแน่นใบหน้าฉายความเจ็บใจออกมา
แม้ว่าขุนนางหลี่ผู้นั้นจะเป็บิดาผู้ให้กำเนิดแต่ว่านางเองก็ไม่ได้คิดเช่นนั้นเลยสักนิด แม้ว่าเื่ทั้งหมดจะไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวของนางเองแต่ภาพทั้งหมดที่เห็นมันก็ราวกับความทรงจำที่ทิ่มแทงจิตใจ
สายตาที่เย้ยหยันรอยยิ้มที่เย้ยหยันคำพูดที่แสนจะดูถูก ถ้าวันนึงนางสามารถตั้งตัวได้นางสาบานว่านางจะกลับไปเหยียบย่ำตระกูลหลี่
เด็กน้อยที่ใบหน้าบัดนี้ฉายปณิธานอันแรงกล้าก็ได้เริ่มเดินสำรวจภายในสลัมเล็กๆที่ตั้งอยู่นอกเมืองก่อนเป็อันดับแรก พื้นที่บริเวณนี้แม้จะไม่แออัดมากนักแต่ว่าการเป็อยู่ของเหล่าผู้คนก็เต็มไปด้วยความยากลำบาก
บริเวณจุดนี้มันอยู่ห่างจากเมืองอู่หนานไม่มากนักจูเฟยนางคิดว่าตนเองสามารถเดินเท้าไปได้อย่างง่ายดาย
เพราะว่าประตูเมืองอู่หนานอยู่ห่างจากจุดนี้เป็ระยะทางเพียงแค่ประมาณ 500 เมตรในยุคของนางเท่านั้น
จูเฟยเดินสำรวจรอบๆสลัมแห่งนี้จนทั่วมันก็ใช้เวลานานนักกว่านางจะสามารถเดินสำรวจรอบๆจนหมด มันทำให้นางรู้สึกไม่ถูกใจกับร่างกายนี้เลยขาก็สั้นก้าวสองถึงสามครั้งเทียบเท่ากับคนปกติก้าวหนึ่งครั้ง
กระนั้นจูเฟยในร่างเด็กน้อยนางก็ไม่ลดละความพยายามได้แต่อดทนอดกลั้นกับร่างกายที่ตนเองเป็อยู่ตอนนี้ ได้แต่บอกในใจว่าเอาเถอะเด็กน้อยร่างกายนี้ก็ต้องเติบโตและขาของนางก็ยาวขึ้นเหมือนกับผู้อื่นในสักวัน
เด็กน้อยที่สวมใส่อาภรณ์เก่าๆใช้ทางเดินลากยาวที่มุ่งตรงเข้าไปสู่ประตูเมืองอู่หนาน เดินด้วยขาที่สั้นกว่าผู้อื่นมันทำให้จูเฟยใช้เวลาอยู่นานกว่าจะเดินทางไปถึง
การที่นางกล้าเดินบนถนนเส้นนี้มันก็เพราะว่ามันเป็ถนนเส้นหลักที่มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาอยู่ตลอดเวลาและก็ไม่มีป่าลึกอยู่ข้างทางเลยปลอดภัยสำหรับเด็กเช่นนาง
เมื่อรวมระยะเวลาที่ใช้ในการสำรวจชุมชนเล็กๆที่เป็ที่อยู่อาศัยของนางและกว่าจะเดินทางไปถึงเมืองอู่หนานก็กินเวลาไปถึงครึ่งวัน
ยามเที่ยงวันดวงอาทิตย์ลอยเด่นอยู่กลางศีรษะเป็ประกายทอแสงสว่างไสวลงมาด้านล่าง มันไม่ได้เพียงแค่ให้ความสว่างไสวเท่านั้นแต่ว่ามันยังเเผ่ซ่านความร้อนระอุลงมาปกคลุมใต้ผืนฟ้าด้วย
จูเฟยที่หมั่นเพียรพยายามเดินมาถึงประตูเมืองทั่วทั้งร่างกายของนางก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ไม่คิดเลยว่าการที่จะมาอยู่ในร่างของเด็กน้อยมันจะลำบากเช่นนี้ เพราะว่าถ้าเป็ร่างของนางในชาติก่อนด้วยระยะเพียงแค่นี้คงจะไม่ต้องเดินมาถึงด้วยความเหนื่อยหอบเช่นนี้
แต่เมื่อเดินมาถึงก็กวาดสายตาของตนเองมองเมืองที่อยู่ด้านหน้าเพื่อสำรวจอย่างรวดเร็ว กำแพงเมืองหินสูงใหญ่ตั้งตระหง่านราวกับกำแพง์ ด้านหน้าของนางมันคือประตูทางเข้าขนาดใหญ่ที่มียามเฝ้าประตูเมืองยืนอยู่ประมาณ 3-4 คน
เมืองอู่หนานแห่งนี้เป็เมืองเล็กๆที่อยู่ในชนบทเพราะเช่นนั้นทั้งการเฝ้าระวังของเมืองและการเป็อยู่มันเลยไม่ได้เคร่งเครียดเหมือนกับภายในเมืองหลวง
ภาพภายในเมืองหลวงนางก็เคยจำได้ผ่านความทรงจำของิ่จูเฟยในวัยเด็ก แต่ว่าการที่ได้มาอยู่ที่เมืองแห่งนี้มันก็มีดีอย่างหนึ่ง
เด็กหญิงวัยประมาณ 6 ปีพากายของตนเองเดินผ่านเข้าประตูเมืองอย่างรวดเร็วโดยไม่มีทหารผู้ใดสังเกตหรือว่าไถ่ถามนางเลยสักนิด คงเป็เพราะว่านางเคยเดินมาที่เมืองแห่งนี้กับมารดาอยู่หลายครั้งเหล่าทหารเลยจำหน้าตาได้
จูเฟยเดินเข้าไปภายในเมืองอู่หนานเมืองแห่งนี้เป็เมืองชนบทเล็กๆแต่ที่นางบอกว่ามันดีอย่างหนึ่งก็คือมันเป็เมืองที่มีการค้าทางน้ำตัดผ่านกลางเมือง เหมาะสมจะให้นางตั้งรากฐานที่แห่งนี้เพื่อทำให้ชีวิตมั่นคงมากขึ้น
ทั่วทั้งเมืองประดับไปด้วยถนนเพียงแค่ไม่กี่เส้นแต่ว่าเพราะว่าเป็เมืองค้าขายที่เป็ศูนย์กลางของเมืองค้าขายทางน้ำมันเลยมีของต่างๆครบครันและผู้คนมากมายก็เดินอยู่ภายในเมืองอย่างพลุ่งพล่าน
นางที่อยู่ในร่างของเด็กตัวเล็กๆก็ใช้ร่างกายในการเดินเบียดเสียดกันไปบนถนนที่มีแต่ผู้คน ระหว่างที่เดินด้วยสัญชาตญาณของแม่ค้าออนไลน์ที่เป็อาชีพของนางเมื่อชีวิตก่อนดวงตาและหูก็พยายามสำรวจรอบกายอย่างรวดเร็ว
เพราะว่าเมืองแห่งนี้เป็เมืองค้าขายไม่ว่าเดินไปที่ใดก็มีแต่ของค้าขายจนเต็มไปหมด เดินสำรวจราคาของต่างๆมากมายและขอเก็บรายละเอียดอย่างไม่ให้ขาดตกอยู่สักพักเด็กน้อยก็เริ่มเมื่อยขาจึงมานั่งพักที่ริมทางแห่งหนึ่ง
บริเวณจุดนี้มันเป็ทางด้านหลังของเมืองแล้วเพราะเช่นนั้นผู้คนที่สัญจรอยู่บนถนนเลยไม่ได้พลุ่งพล่านเท่ากับบริเวณถนนเส้นหลักของเมือง เด็กน้อยที่นั่งอยู่ข้างทางที่มีโขดหินเล็กๆเป็ที่นั่งแก้ขัด ก็ยกมือขึ้นมาท้าวคางของตนเองก่อนจะใช้ดวงตากลมโตมองคนที่เดินผ่านไปผ่านมา
ผู้คนที่สวมใส่อาภรณ์ของคนจีนโบราณเดินผ่านหน้านางไปมาราวกับรถบนถนนที่เคยวิ่งผ่านหน้านางเมื่อชีวิตก่อน
ตอนนี้มันมีสิ่งหนึ่งที่เด็กน้อยอยากได้มากนั่นก็คือกระดาษและปากกา นางอยากจะจดทุกอย่างที่นางได้รู้มาในวันนี้เพื่อเก็บไว้เป็ข้อมูลในการค้าขาย
เมื่อชีวิตก่อนอาชีพของนางเป็แม่ค้าในชีวิตนี้ก็มองอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากอาชีพนี้ ตอนแรกการที่ถูกพามาที่โลกยุคนี้จะบอกว่า์กลั่นแกล้งก็ไม่ผิด แต่ดูเหมือนว่ามันจะมีพร 1 อย่างที่์ให้ติดตัวนางมานั่นคือการได้มาอยู่ในเมืองที่เต็มไปด้วยการค้าขายเช่นนี้
เมื่อเมืองนี้เป็เมืองจุดศูนย์กลางในการค้าขายทางน้ำและการค้าขายในด้านอื่นๆนั้นก็ย่อมแปลว่าต้องมีผู้ซื้อรอซื้ออยู่มากมายอย่างแน่นอน
เด็กน้อยวัย 6 ปีที่นั่งอยู่ริมทางตอนนี้นางกำลังครุ่นคิดอยู่อย่างหนึ่งนั่นคือเื่เงินลงทุน การที่จะเป็แม่ค้าได้ก็ต้องมีเงินลงทุนก่อนเป็อันดับแรก
นี่เป็สิ่งเดียวที่นางกำลังขาดอยู่ หลังจากที่ได้เดินสำรวจตลาดมาทั้งวันแล้วมันก็ทำให้นางรู้ได้เลยว่าการค้าขายในยุคนี้มันไม่ใช่เื่ยากอย่างที่คิดเมื่อเทียบกับยุคที่นางจากมา ในยุคที่นางจากมาการแข่งขันมันสูงมากแต่นางก็ยังเอาชนะมันได้และกลายเป็แม่ค้าออนไลน์ระดับเบอร์ต้น
ในเมื่อยุคก่อนเอาชนะได้แล้วเหตุใดยุคนี้นางจะทำไม่ได้ 5 ปีจูเฟยตั้งเป้าหมายของนางไว้ว่า 5 ปีธุรกิจทั้งหมดของนางจะรุ่งเรืองและชีวิตของนางจะดีกว่านี้
แต่ก่อนอื่นนางก็ต้องหาเงินทุนก่อน เมื่อมองแล้วการซื้อขายก็ต้องมีเงินทุนแต่ว่านางมีเงินติดกระเป๋าอยู่ตอนนี้เพียงแค่ 10 อีแปะเท่านั้น จะเพิ่งหวังเงินที่มารดาให้เป็ค่าขนมทุกวันวันละ 5 อีแปะ แล้วเก็บออมเป็เวลานานมันก็ใช้เวลานานเกินไปกว่าที่จะได้เงินทุนมาลงทุนกับอันใดสักอย่าง
เด็กน้อยที่แต่งด้วยอาภรณ์ที่ทรุดโทรมที่นั่งคิดบางอย่างอยู่ริมทาง ระหว่างที่นั่งคิดดวงตากลมโตก็กวาดมองไปรอบๆด้วยเช่นกัน กวาดมองไปกวาดมองมาก็เจอเข้ากับบางอย่าง
ดวงตาของจูเฟยพบเห็นร้านผักเล็กๆที่ตั้งอยู่ริมทาง โดยจุดสังเกตของร้านผักร้านนั้นมันคือมีท่านใดผู้หนึ่งที่น่าจะมีวัยประมาณเลข 6 ย่างเข้าเลข 7 ที่มีผมทั้งหัวขาวโพลนกำลังนั่งขายผักอยู่ผู้เดียว
ท่านย่ายผู้นั้นเป็ท่านยายร่างกายผอมแห้งดูแล้วน่าจะป่วยหนักจากสาเหตุอะไรสักอย่าง อีกทั้งใบหน้าก็เศร้าหมอง เมื่อจูเฟยปรายสายตาลงไปมองที่แผงผักตรงหน้าของนางก็รู้ได้ทันทีว่าเื่ที่กำลังปั่นทอจิตใจของท่านยายผู้นั้นอยู่นั่นคือผักตรงหน้าไม่สามารถขายได้เลย
เมื่อเห็นเช่นนั้นเด็กน้อยก็พยักหน้าขึ้นลงดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างราวกับว่านึกคิดบางอย่างออก
เด็กน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูรีบเร่งพากายของตนเองลุกขึ้นไปแล้วใช้ขาสั้นๆของนางรีบวิ่งเข้าไปหาร้านผักนั้นด้วยท่าทางรีบเร่งมองแล้วก็น่าเอ็นดูยิ่งนัก มันราวกับว่าเด็กน้อยที่ได้เจอของเล่นชิ้นใหม่
เท้าทั้งสองข้างของจูเฟยหยุดลงตรงหน้าแผงผักเล็กๆที่ตั้งหลบมุมอยู่ริมถนน ดวงตากลมโตที่ประดับอยู่บนใบหน้าที่ฉายความจริงจังได้กวาดตามองผักที่อยู่ตรงหน้า
เมื่อกวาดสายตามองเพื่อยืนยันบางอย่างอยู่สักพัก ใบหน้าน่ารักน่าเอ็นดูที่กำลังฉายความจริงจังก็พยักหน้าขึ้นลงพร้อมกลับมุมปากเล็กๆทั้งสองข้างที่ฉีกยิ้มออกมา
“ นี่แหละ!!! นี่แหละ!!! ที่ข้า้า ” จูเฟยนางพูดออกมาด้วยเสียงเล็กๆพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจราวกับว่าภายในหัวในน้อยของนางบังเกิดความคิดดีๆขึ้นมาได้แล้ว
ปฏิกิริยาและท่าทางของนางไม่ถามหญิงชราด้านหน้าที่เป็เ้าของแผงผักเล็กๆนี้เลยสักนิดจนตอนนี้ท่านยายผู้นั้นมองเด็กน้อยที่อยู่ด้านหน้าแผงผักด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
จบตอน