ท่ามกลางหุบเขาที่แอบซ่อนตัวลึกเข้าไปในแนวเทือกเขาใหญ่อันสลับซับซ้อนกั้นขวางเส้นทางสัญจรระหว่างเมืองหลวงกับเมืองรอบนอกเอาไว้ ถือเป็แนวป้องกันที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของดินแดนที่ติดกับเขตแดนของป่าอสูรทมิฬ
กองขบวนคาราวานกองหนึ่งกำลังมุ่งหน้าไปตามทางอย่างเงียบเชียบปราศจากเสียงพูดคุยใดใดแม้แต่เสียงลมหายใจยังคล้ายถูกบังคับให้แ่เบาอย่างที่สุดบรรยากาศนี้ชวนให้ผู้คนรู้สึกอึดอัดไม่น้อย
เทียนฟางขณะนี้กำลังมองไปยังเกวียนจำนวนหลายสิบคันที่เต็มไปด้วยคนเจ็บอย่างสนอกสนใจไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนที่นอนอยู่ต่างเป็ชาวบ้านสามัญชนคนธรรมดาที่ถูก “สังหาร”ไปก่อนหน้านี้
หัวหน้าของกลุ่มกองโจรอย่างวู่ฮัวดูจะรับรู้ถึงความสงสัยของเทียนฟางได้ไม่ยากมันจึงชักม้าเข้ามาเลียบเคียงกับเกวียนที่เทียนฟางนั่งอยู่ ก่อนจะเอ่ยถามไปว่า
“ท่านคงสงสัยเื่คนเจ็บใช่หรือไม่”เทียนฟางพยักหน้ารับอย่างไม่คิดปิดบัง
“ใช่แล้วก่อนหน้าเห็นได้ชัดว่าพวกมันตายไปแล้วจริงๆ เหตุใดตอนนี้กลับยังมีชีวิตอยู่อีกอย่างคนเหล่านี้ต่างก็เป็คนธรรมดาไม่สามารถอำพรางหรือใช้วิชาแกล้งตายเพื่อตบตาได้ถึงแม้ข้าจะไม่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียด แต่ตอนนั้นก็มั่นใจว่า พวกมันล้วนตกตายเื่หากนี้เกิดขึ้นกับคนเพียงคนเดียวข้ายังพอทำใจยอมรับว่าอาจมีเื่บังเอิญเช่นนั้นอยู่จริง แต่นี่กลับมีคนนับร้อยที่เป็เช่นนั้นข้าขบคิดเท่าใดก็ล้วนไม่เข้าใจ”
วู่ฮัวไม่ได้แสดงท่าทีดูแคลนหรือแปลกใจกับอาการของเทียนฟางแต่อย่างใดสีหน้าของมันหลังฟังจบยังบ่งบอกถึงความเข้าอกเข้าใจอยู่ไม่น้อย
“ไม่แปลกที่ท่านจะคิดเช่นนั้นเพราะพวกข้าเองเมื่อครั้งที่ใช้ “ยาผูกิญญาหลอน”ครั้งแรกก็ต่างล้วนประหลาดใจเช่นนี้ ทั้งยังตื่นตระหนกกว่าท่านมากนัก”
ชื่อของ“ยาผูกิญญาหลอน” สะกิดความสนใจของเทียนฟางในทันที“ตัวยาอันใดกันถึงประหลาดเช่นนี้” เทียนฟางเอ่ยถามออกไป
“ข้าไม่ทราบรายละเอียดของมันมากนักรู้แต่เพียงว่า ยาตัวนี้เป็ยาพิษชนิดหนึ่ง ที่มีฤทธิ์กล่อมประสาททำให้คนที่ถูกพิษอยู่ในลักษณะจำศีล และยังออกฤทธิ์ยับยั้งความเชื่อมโยงระหว่างิญญาและกายเนื้ออีกด้วย”
“เช่นนั้นก็ไม่ต่างจากตกตายท่านก็รู้ดีว่ามนุษย์เราประกอบไปด้วยกายเนื้อและดวงิญญาผูกพันกันและกันยิ่งกว่าความสัมพันธ์ใดใดบนโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่จะเหนี่ยวแน่นไปกว่าดวงิญญากับร่างกายของคนเราแล้ว”
วู่ฮัวยังคงพยักหน้าเห็นด้วยพลางพูดต่อไปว่า “ถูกต้อง มันเป็เช่นที่ท่านพูด หากดวงิญญากับร่างกายแยกขาดจากกันได้ง่ายดายเช่นนั้นของอย่างสัญญาิญญาจะมีคุณค่าความหมายอันใดข้าจะยินยอมอยู่ใต้ร่มเงาของสำนักคุ้มกันโสมมอย่างพวกประกายดาราไปเพื่อสิ่งใด”วู่ฮัวถอนหายใจหลังจากพูดจบ น้ำเสียงก่อนหน้านี้ล้วนเต็มไปด้วยความคับข้องใจเทียนฟางแม้สงสัยแต่ก็มิได้ซักถามในเื่ราวเ่าั้แต่อย่างใด
“แล้วเพราะเหตุใดคนตายเ่าั้ถึงฟื้นขึ้นมาอย่างที่เห็นกันนี้”
“นั้นเพราะการแยกิญญาออกจากร่างที่มีชีวิตอยู่นั้นยากเย็นจนเกินไปแต่หากไม่สนใจว่าหลังจากแยกิญญาออกมาแล้วพวกมันจะเป็หรือตายก็เป็อีกเื่หนึ่งอย่างที่ท่านรู้เพราะการแยกิญญาออกจากร่างนั้นลำบากไม่น้อย แต่หากเป็เพียงชั่วคราวอาจพอมีหนทางอยู่บ้าง!”
“แยกิญญาให้ออกจากร่างเพียงชั่วคราว!”
“ใช่แล้วยาผูกิญญาหลอนจะทำให้ร่างกายอยู่ในสภาพจำศีลและแยกดวงิญญาให้ออกจากร่างชั่วคราว แต่เื่นี้ก็มีอันตรายไม่น้อยเพราะหลังจากได้รับพิษไปแล้วภายนะยะเวลาครึ่งชั่วยาม จะต้องได้รับยากแก้พิษโดยทันทีและที่สำคัญปริมาณของยาแก้พิษต้องเท่ากับพิษที่ได้รับ และยิ่งกว่านั้น ทั้งยังต้องใช้โลหิตของผู้ใช้พิษเป็ส่วนผสมอีกด้วย”
“ยาประหลาดที่อันตรายจนเกินไป”เทียนฟางพึมพำออกมา ก่อนจะทำท่าคิดทบทวนบางอย่างแต่ก่อนที่มันจะได้เอ่ยปากถามวู่ฮัวทัศนียภาพเบื้องหน้าก็ดึงดูดความสนใจของมันไปจนหมดสิ้น
วู่ฮั่วที่เห็นว่ากองคาราวานของมันมาถึงที่หมายในระยะสายตาแล้ว ก็ได้ขอตัวลาเทียนฟางไปนำขบวนที่ด้านหน้าในทันที เทียนฟางจึได้แต่ปล่อยผ่านไปก่อน เพราะตัวมันเองก็ไม่ได้รีบร้อนอันใด
ภาพทิวทัศน์เบื้องหน้าของมันน่าสนใจยิ่งสิ่งที่มันมองเห็นในตอนนี้คือเส้นทางสัญจรสายหนึ่งที่ทอดยาวไปสู่หมู่บ้านที่มองเห็นอยู่ลิบๆสองฝากฝั่งเต็มไปด้วยทุ่งนาเขียวขจีเรียงซ้อนกันขึ้นไปตามเนินเขาทำให้มันมีลักษณะที่ไม่ต่างจากบันได ชาวนาหลายคนที่กำลังใช้เคียวเกี่ยวกำจัดวัชพืชอยู่ตามจุดต่าง ๆ ของทุ่งนา พวกมันพอมองเห็นขบวนคาราวานก็ต่างพากันโบกไม้โบกมือทักทายโดยเฉพาะวู่ฮัวที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาเป็ที่เคารพมากเพียงใดซึ่งมองได้จากท่าทีของชาวนาที่ต่างพากันโค้งคำนับให้เขาอย่างอ่อนน้อมยามเมื่อวู่ฮัวควบม้าผ่านไปในสายตาของชาวนาเ่าั้
ภาพการต้อนรับอย่างอบอุ่นและดินแดนที่ดูสงบสุขนี้ดูจะขัดกับภาพจินตนาการที่เทียนฟางคิดไว้อยู่หลายส่วนสร้างความประทับใจให้กับเทียนฟางอยู่ไม่น้อย รอยยิ้มปรากฏอยู่ที่มุมปากของเทียนฟาง
“ที่นี่ดูน่าสนใจกว่าที่คิดไว้จริงๆเห็นทีคงมีเื่ที่ข้าต้องทำเพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน!”