┏━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━┓
เื่นี้หยกจะลงให้ทุกคนอ่านฟรีจนจบเลยน้า
หากลงครบ 50% แล้วหยกจะทำการติดเหรียญในครึ่งแรก
ส่วนครึ่งหลังหยกก็จะลงให้อ่านฟรีต่อจนจบไปเลยจ้า
และเมื่อลงจนจบแล้วหยกจะทำการติดเหรียญทั้งหมดในทันที
เพราะงั้นทุกคนอย่าลืม กดหัวใจ กับ กดเพิ่มเข้าชั้น เอาไว้กันด้วยน้า
┗━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━┛
“ปิด” วายุอ่านออกเสียงตามป้ายที่ถูกแขวนเอาไว้พร้อมกับหันไปมองหน้าคุณเฉินของเขาที่กำลังดูเหมือนคนไม่พอใจหลังจากที่เขาพูดจบ แต่ทว่าก็เพียงแค่ไม่กี่วิเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นสักพักเ้านายของเขาก็ยิ้มออกมาหลังจากที่สายตาไปหยุดลงตรงช่องว่างที่สามารถมองเข้าไปเห็นภายในร้านได้
“ไปเดินเล่นรอ” ด้วยความสงสัยวายุจึงเดินเข้าไปใกล้คุณเฉินเพื่ออยากจะมองเข้าไปในร้านเช่นกัน แต่ว่าดูเหมือนทุกอย่างที่คิดเอาไว้จะถูกคนด้านข้างขัดขวางก่อนที่วายุเขาจะทันมองเห็นด้านใน แถมยังออกคำสั่งไล่ให้เขาออกไปอีก
“ไม่ได้หรอกครับ เกิดคุณเฉินมีปัญหาขึ้นมาใครจะคอยช่วยครับถ้าไม่มีผมอยู่ด้วยแบบนี้” วายุก็ยังดึงดันที่จะขยับเข้าไปมองให้ได้ แต่ดูเหมือนเฉินก็ยังคงขัดขวางอยู่เหมือนเดิม
“อย่าให้ผมพูดซ้ำ!” จนในที่สุดด้วยความทนไม่ไหวเฉินเลยขึ้นเสียงใส่คนตรงหน้า จนวายุมีสีหน้าใกลัวเป็อย่างมากแทน วายุใเป็อย่างมากเพราะนานทีปีหนจะเห็นเ้านายของตนเป็แบบนี้
ส่ายป่าน Talk
“ฮือ ๆ พี่ป่านอะแกล้งตูน!” ฉันรีบสารภาพบาปออกไปเพื่อหวังจะให้น้องมันหยุดร้องไห้ แต่ไหงกลับกลายเป็ร้องหนักกว่าเดิมแทนล่ะเนี่ยแถมยังโวยวายอีก
“โอเค ๆ พี่ขอโทษนะตูน หยุดร้องไห้เถอะน่า” ฉันเป็ลูกคนเดียวและเกิดมาในครอบครัวที่ค่อนข้างแข็งแกร่งจึงทำให้ฉันไม่เก่งเื่ปลอบใจหรือพูดให้กำลังใจใครเลยสักนิด เพราะงั้นสถานการณ์ตรงหน้าจึงเป็งานหยาบสำหรับฉันมาก
แกร๊ก~
“ขอโทษนะครับ” ดูเหมือนคนตรงหน้าของฉันจะหยุดร้องไห้ทันทีที่มีเสียงคนเปิดประตูและเอ่ยพูดขึ้น แถมน้องมันยังรีบเช็ดหน้าเช็ดตาจนฉันเห็นแววตาที่กำลังทอประกายแสง เด็กที่ร้องไห้ขี้มูกโป่งคนเมื่อกี้ได้หายไปไหนแล้วนะ?
“พี่ปะ...พี่ป่าน ๆ!!!” ตูนรีบเขย่ามือของฉันอย่างแรงตามด้วยการทำหน้าทำตาให้ฉันรีบหันไปมองลูกค้าที่พึ่งเข้าร้านมา ทั้งที่ร้านก็ขึ้นป้ายอยู่ว่าปิดก็ยังจะเปิดเข้ามาอีก และเพราะฉันยืนหันหลังให้กับทางเข้าอยู่ในตอนที่เดินไปหาวิธีจะปลอบใจน้อง ก็เลยทำให้ฉันต้องหมุนตัวหันไปมองช้ากว่าน้องมัน
“!” ฉันอ้าปากค้างแล้วรีบหันหน้ากลับมามองที่ตูนพร้อมกับรีบทำหน้าทำตาให้น้องมันไปรับลูกค้าเดี๋ยวนี้
“เอ่อ...สวัสดีค่ะ ตอนนี้ร้านปิดอยู่นะคะ” แม้นางจะงงกับท่าทางของฉันก็ตาม แต่ดูเหมือนจะไม่ได้งงไปเกือบทุกอย่าง ดีที่นางพอเข้าใจอยู่บ้างว่าฉัน้าให้ทำอะไร
ฉันไม่รู้ว่าตูนใเื่อะไร แต่สำหรับฉันคือใมากที่เห็นว่าลูกค้าที่ว่าคือนายเฉิน! ดีแค่ไหนที่วันนี้ฉันแต่งตัวต่างจากเดิมมากแบบพลิกหน้ามือเป็หลังมือ จากสาวแซ่บแต่งตัวแฟชั่นจ๋ากลับกลายมาเป็ยายแม่ชีแต่งชุดธรรมดาบ้าน ๆ พร้อมกับหน้าไร้เครื่องสำอาง อีกทั้งผมเผ้าก็ไม่ได้จัดทรง ตอนนี้หวังภาวนาแค่ว่าให้เขาจำไม่ได้ ช่วยจำไม่ได้ทีเถิด เพี้ยง!~
“แต่ทางร้านนัดให้ผมมารับของที่สั่งเอาไว้ในเวลานี้นะครับ รบกวนช่วยเช็กดูให้ผมทีว่าผมไม่ได้เข้าใจผิดไปเองฝ่ายเดียว” เอาละ ฉันขอกระดึ๊บไปเนียน ๆ ก่อนแล้วกันระหว่างนี้ก็ให้น้องตูนจัดการไปก่อน น่าจะไม่เป็ปัญหาใหญ่อะไรมากมาย
“สักครู่นะคะ” ตูนรีบเดินไปที่เคาน์เตอร์เพื่อจะเช็กอย่างที่เฉินบอก แต่ถ้าจะให้ฉันเดินออกไปเฉย ๆ ก็คงน่าสงสัย เพราะร้านขึ้นป้ายว่าปิดหากจะมีลูกค้าเพิ่มมาก่อนหน้าเขาน่าจะไม่เนียน
ถ้าอย่างนั้นก็คงมีแต่วิธีนี้แล้วที่จะเนียนมากที่สุด ก็ทำเป็เหมือนมาส่งข้าวให้น้องสาวในที่ทำงานก็จบละ
“ทีหลังก็อย่าลืมอีกเข้าใจไหม งั้นพี่ไปก่อนนะ ป่านนี้แม่คงบ่นยาวแล้ว” ฉันรีบแสดงละครกับน้องตูนซึ่งเป็การแสดงที่ไม่ได้เตี๊ยมกันมาก่อนน้องมันเลยมีสีหน้าที่งงงวยมาก
“อะไร ขอ-”
“ขอโทษด้วยนะ พอดีเอาข้าวมาส่งให้น้องสาวมันเลยปิดร้านเอาไว้ อย่าพึ่งไปว่าอะไรมันเลยนะคะ” ก่อนที่น้องตูนมันจะพูดอะไรไปมากกว่าเดิม ฉันก็รีบหมุนตัวไปที่ทางออกแล้วก้มหน้าลงให้ปรอยผมตกลงมาบังเอาไว้ จากนั้นระหว่างที่กำลังเดินผ่านเขาฉันก็ไม่ลืมที่จะพูดบางอย่างที่เป็คำอธิบาย เผื่อน้องตูนจะได้ไม่โดนต่อว่าหากน้องมันเช็กแล้วว่าทางร้านมีนัดส่งของกับลูกค้าในเวลาดังกล่าวตามที่เขาแจ้งออกมาจริง
“ผมไม่กล้าต่อว่าพนักงานของร้านแฟนตัวเองหรอกนะครับ” สิ้นประโยคของเขา ฉันก็เงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ใเป็อย่างมากโดยไร้ซึ่งความกลัวที่เขาจะจำได้ในก่อนหน้านี้ไปหมด
“หา! แฟนของพี่ป่านเหรอ!” นางอุทานเสียงดังพร้อมชี้นิ้วและจ้องมองมาที่ฉัน ยายตูนเอ๊ย! แกเสริมทัพได้ตรงจังหวะเสียจริง พูดตอนไหนไม่พูด มาพูดตอนที่เขายังไม่เอ่ยเลยว่าใครเป็เ้าของ แต่น้องตูนของฉันดันเฉลยไปเสร็จสรรพแล้ว
“…” แล้วดูหมอนี่มันทำหน้าสิ ทำเหมือนกับว่ากำลังสนุกอยู่อย่างไรอย่างนั้น
“ตูน!” ฉันรีบหันไปมองน้องทันทีที่นางพูดจบ แต่นางก็ทำหน้าแค่ว่าอะไรของพี่กลับมาเพียงเท่านั้น
จบแล้ว...จบแล้วชีวิตของฉัน!
“แฟนทั้งคนทำไมผมจะจำไม่ได้” เขากระซิบพูดลงที่ข้างหูของฉัน มันใกล้ชิดมากจนฉันััได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนของเขาที่กำลังหายใจออกในจังหวะที่อีกฝ่ายพูดจบประโยคพอดี
“อ่า...นัดไว้จริงด้วย ลืมซะสนิทเลย!” แต่แล้วเสียงของตูนก็มาดึงสติของฉันเอาไว้ ทำให้ฉันผลักเขาออกไปอย่างรวดเร็ว
“โธ่ แล้วก่อนหน้านี้พี่ก็ไม่พูดอะไรเลยนะพี่ป่าน ตูนก็ว่าอยู่ ทำไม้...ทำไมวันนี้ถึงได้เข้าร้านมาในรอบหลายอาทิตย์...เพราะแบบนี้นี่เอง” ตูนยกมือสองข้างขึ้นมาแล้วใช้นิ้วชี้ของทั้งสองมือมาแตะแนบชิดกันให้เป็คู่ จากนั้นเธอก็อมยิ้มคล้ายกับคนกำลังเขิน
ฉันทำได้แค่ยืนเม้มปากแน่นที่ตูนเอาแต่พูดไม่หยุดแถมยังเฉลยต่อจนฉันอยากเดินหนีออกไปจากตรงนี้เหลือเกินติดแค่ไม่สามารถทำได้ เพราะผู้ชายคนนี้เขาได้มารับรู้ความลับสุดยอดในชีวิตของฉันเข้าให้แล้ว แถมยังมีการมายืนเงียบยิ้มหน้าบานเหมือนรอฟังคนของฉันพูดความจริงออกมาให้เขาได้ฟังต่อไปเรื่อย ๆ แบบนี้อีก โธ่~ ยายตูนเอ๊ย แกก็หยุดพูดได้แล้วน่า!
♡⃛ ─────────────────── ♡⃛
ฝากกดติดตามกันด้วยน๊า : เพจ Sunisayok
(https://www.facebook.com/sunisayok310540/)
♡⃛ ─────────────────── ♡⃛