"ทางไหนก็ได้...ที่ไม่มีพวกมัน!"
เสียงของคาอินเด็ดขาดและหนักแน่น แต่การวิ่งของเขาไม่ได้ไร้ทิศทางอย่างที่คำพูดแสดงออก ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่ำลงบนผืนป่ายามค่ำคืนนั้นมีเป้าหมายที่ชัดเจนอยู่ในใจ เขากำลังมุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง...สถานที่ที่เขาเตรียมไว้สำหรับวันแบบนี้โดยเฉพาะ
แวมไพร์ที่ใช้ชีวิตยืนยาวผ่านยุคสมัยมานับศตวรรษ ย่อมเรียนรู้ที่จะไม่ประมาท "บ้าน" ที่เขาอาศัยอยู่นั้นเป็เพียงหนึ่งในที่พักพิงมากมายที่เขาสร้างเครือข่ายไว้ทั่วทุกมุมของดินแดนนี้ และหนึ่งในเซฟเฮาส์ที่ใกล้ที่สุด...ก็อยู่ไม่ไกลจากชายขอบของป่าแห่งนี้เอง
"ตามข้ามา! อีกไม่ไกลแล้ว!" คาอินะโบอกอิซาเบลล่าที่วิ่งตามหลังมาอย่างทุลักทุเล าแที่หลังทำให้เธอเคลื่อนไหวได้ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
"พูดง่ายนี่...เ้าคนแบกสาวน้อย!" เธอสวนกลับอย่างหงุดหงิด แต่ก็ยังกัดฟันเร่งฝีเท้าตามไปไม่ลดละ
เสียงไล่ล่าของพวกเอลฟ์ยังคงตามมาติดๆ ราวกับเงา แต่คาอินไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกออกมา เขาวิ่งลัดเลาะไปตามเส้นทางที่ดูเหมือนจะรกทึบและไร้หนทาง แต่สำหรับเขาแล้ว มันคือเส้นทางที่คุ้นเคยเป็อย่างดี
ในที่สุด เขาก็พาทุกคนมาหยุดอยู่หน้าผาหินที่ดูเหมือนจะตันสนิท ไม่มีทางไปต่อได้อีก
"หมดทางแล้วรึไง?" อิซาเบลล่าถามอย่างหอบเหนื่อย
คาอินไม่ตอบ แต่เขาวางร่างของเอลาร่าลงอย่างแ่เบา ก่อนจะเดินเข้าไปประชิดกำแพงหินนั้น เขาใช้มือลูบไปตามพื้นผิวที่เย็นเฉียบของมัน จนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่จุดหนึ่ง...จุดที่สลักสัญลักษณ์โบราณขนาดเล็กที่แทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเอาไว้
เขาใช้กรงเล็บแหลมคมของตัวเองกรีดลงบนฝ่ามือ เืสีแดงเข้มไหลซึมออกมา ก่อนที่เขาจะประทับฝ่ามือที่ชุ่มเืนั้นลงบนสัญลักษณ์โบราณทันที
"Sanguis et umbra, aperi mihi portam." (โลหิตและเงา, จงเปิดประตูให้ข้า)
สิ้นเสียงร่ายเวทมนตร์ภาษาโบราณ สัญลักษณ์นั้นก็ส่องแสงสีเืจางๆ ขึ้นมา พร้อมกับเสียงครืดคราดของหินที่กำลังเคลื่อนตัว กำแพงหินที่เคยตันสนิท บัดนี้ได้แยกตัวออกจากกันอย่างช้าๆ เผยให้เห็นทางเข้าที่มืดสนิทและบันไดหินที่ทอดยาวลงไปสู่เบื้องล่าง
"เข้าไปเร็ว!" เขาหันไปสั่งอิซาเบลล่า
อิซาเบลล่าพยักหน้ารับและรีบเดินโซซัดโซเซเข้าไปเป็คนแรก คาอินหันกลับไปช้อนร่างของเอลาร่าขึ้นมาอีกครั้งและกำลังจะก้าวตามเข้าไป แต่แล้วลูกธนูดอกหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศมาปักเข้าที่ไหล่ของเขาอย่างจัง!
"อึ่ก!"
เขากัดฟันแน่นและหันกลับไปมอง ร่างของลอเรียนและพวกเอลฟ์กลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่ชายป่า พวกมันตามมาทันจนได้
"คิดว่าจะหนีพ้นรึ!" ลอเรียนะโอย่างเกรี้ยวกราด
คาอินแสยะยิ้มอย่างเ็า "ช้าไปแล้ว...เ้าหนู"
เขาไม่รอช้า รีบก้าวถอยหลังเข้าไปในอุโมงค์ลับ และใช้มืออีกข้างกระแทกเข้าไปที่ผนังหินด้านในอย่างแรง กำแพงหินเริ่มเคลื่อนตัวปิดกลับเข้าที่เดิมอย่างรวดเร็ว ลอเรียนพยายามจะยิงธนูสกัดไว้ แต่ก็ทำได้เพียงมองภาพประตูหินที่ปิดสนิทลงต่อหน้าต่อตา ทิ้งให้พวกเขาอยู่กับความมืดและความพ่ายแพ้อีกครั้ง
ภายในอุโมงค์มืดสนิทและเงียบสงัด มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งสามเท่านั้น คาอินยืนพิงกำแพงหินอย่างอ่อนแรง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดสภาพ าแใหม่ที่หัวไหล่และาแเก่านับไม่ถ้วนทั่วร่างกายกำลังส่งความเ็ปแล่นไปทั่วร่าง
"ท่านลุง!" เอลาร่าที่เริ่มได้สติกลับคืนมาเต็มที่แล้ว ร้องขึ้นด้วยความใเมื่อเห็นลูกธนูที่ปักคาไหล่ของเขาอยู่ เธอรีบเข้าไปประคองเขาไว้ทันที
"ข้า...ไม่เป็ไร" เขาพูดเสียงแ่ แต่ใบหน้าที่ซีดเผือดนั้นโกหกไม่ได้
"อย่าขยับนะคะ!" เธอบอกเสียงสั่น ก่อนจะรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี จับไปที่ก้านธนูนั้นแน่น "หนูจะดึงมันออก...ทนหน่อยนะคะ!"
"เดี๋ยว! ยัยหนู!" อิซาเบลล่าที่นั่งพักอยู่ร้องห้าม แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
เอลาร่าออกแรงดึงลูกธนูนั้นออกมาในคราวเดียว!
"อ๊ากกก!"
คาอินคำรามออกมาด้วยความเ็ปสุดขีด เืสีแดงเข้มพุ่งทะลักออกมาจากปากแผลราวกับเขื่อนแตก เอลาร่าเบิกตากว้างด้วยความใ เธอไม่คิดว่าเืจะออกมามากขนาดนี้
"ขะ...ขอโทษค่ะ! หนู...หนูไม่รู้..." เธอน้ำตาคลอด้วยความรู้สึกผิดและทำอะไรไม่ถูก
อิซาเบลล่าสบถออกมาเบาๆ ก่อนจะรีบเข้าไปดูอาการ "บ้าจริง...หัวธนูมันอาบเวทมนตร์สกัดการฟื้นตัวไว้...แผลแบบนี้มันไม่ยอมปิดง่ายๆ หรอก"
"แล้ว...แล้วต้องทำยังไงคะ" เอลาร่าถามอย่างร้อนรน
อิซาเบลล่ามองไปที่คาอินที่เริ่มหายใจรวยรินลงทุกที ก่อนจะหันมามองเอลาร่าด้วยสายตาจริงจัง "มีทางเดียว...เขา้าเื...เืที่บริสุทธิ์และเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต...เพื่อไปต่อต้านเวทมนตร์นั่น"
"เื..." เอลาร่าทวนคำ ก่อนจะเข้าใจความหมายในทันที "ใช้เืของหนูได้ไหม!?"
"เืของเ้า...?" อิซาเบลล่าเลิกคิ้ว "เืลูกครึ่งของเ้ามันพิเศษก็จริง...แต่มันก็อันตรายเกินไปสำหรับเขาในตอนนี้ พลังของเอลฟ์กับแวมไพร์มันขัดแย้งกัน...ถ้าให้เขาดื่มตอนนี้...อาจจะยิ่งทำให้อาการแย่ลง"
"แล้วจะทำยังไงดี! ท่านลุงกำลังจะ..." เอลาร่าพูดต่อไม่ออกเมื่อเห็นว่าเปลือกตาของคาอินเริ่มจะปิดลง
อิซาเบลล่ามองหน้าคนทั้งสองสลับกันไปมา ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างแรง "ให้ตายสิ...ทำไมข้าต้องมาเจอเื่แบบนี้ด้วยนะ"
เธอตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว "ใช้เืของข้า"
"แต่คุณก็าเ็อยู่..."
"แผลข้ามันแค่แผลภายนอก...ไม่ได้โดนเวทมนตร์ประหลาดๆ แบบนั้น" อิซาเบลล่าพูดจบก็ไม่รอช้า เธอใช้กรงเล็บของตัวเองกรีดลงบนข้อมือ ก่อนจะยื่นไปจ่อที่ปากของคาอิน "ดื่มซะ...คาอิน...ถือซะว่า...ข้าใช้หนี้ที่เ้าเคยช่วยข้าไว้เมื่อนานมาแล้ว"
คาอินที่สติเลือนรางเต็มที ได้กลิ่นเืที่หอมหวานและคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด สัญชาตญาณดิบของเขาเข้าครอบงำทุกสิ่ง เขางับเข้าที่ข้อมือของอิซาเบลล่าและเริ่มดูดเืของเธออย่างหิวกระหาย
เอลาร่ามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เธอรู้สึกขอบคุณอิซาเบลล่าที่ช่วยชีวิตท่านลุงของเธอไว้ แต่ในขณะเดียวกัน...เธอก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาในใจอย่างไม่มีสาเหตุเมื่อเห็นภาพความใกล้ชิดนั้น...ภาพของชายที่เธอเริ่มรู้สึกผูกพัน...กำลังดื่มเืจากผู้หญิงคนอื่น
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของคาอินก็เริ่มมีสีเืกลับคืนมา าแที่ไหล่หยุดไหลและเริ่มสมานตัวอย่างช้าๆ เขาค่อยๆ คลายปากออกจากข้อมือของอิซาเบลล่าและผล็อยหลับไปเพราะความอ่อนเพลีย
อิซาเบลล่าทรุดลงนั่งข้างๆ เขา ใบหน้าของเธซีดลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดจากการเสียเื
"เขา...เขาไม่เป็ไรแล้วใช่ไหมคะ" เอลาร่าถามเสียงแ่
"อืม...แค่ต้องพักอีกสักหน่อย" อิซาเบลล่าตอบ "ตอนนี้...เราควรจะลงไปข้างล่างกันได้แล้ว"
เธอพยุงตัวเองลุกขึ้นและเดินนำลงไปตามบันไดหิน เอลาร่ามองใบหน้าที่หลับใหลของคาอินอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินตามอิซาเบลล่าไป
ปลายทางของบันไดคือห้องโถงขนาดใหญ่ที่น่าทึ่ง มันคือคฤหาสน์ใต้ดินที่ถูกสร้างขึ้นอย่างหรูหราและโอ่อ่า มีเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงที่ถูกคลุมด้วยผ้าสีขาวไว้ทุกชิ้น มีแม้กระทั่งห้องสมุดและห้องเก็บไวน์ขนาดใหญ่ ทุกอย่างบ่งบอกถึงรสนิยมและความมั่งคั่งของเ้าของได้เป็อย่างดี
"นี่คือ...บ้านของท่านลุงเหรอคะ" เอลาร่าถามอย่างทึ่งๆ
"น่าจะเรียกว่า...หนึ่งในรังของเขาน่ะสิ" อิซาเบลล่าตอบพลางเดินสำรวจไปรอบๆ "ดูเหมือนว่าเราจะปลอดภัยไปอีกพักใหญ่ๆ เลยล่ะ...ที่นี่มีทุกอย่างครบ...อาหาร...น้ำ...แล้วก็..."
สายตาของเธอไปหยุดอยู่ที่ห้องนอนใหญ่ห้องหนึ่งที่มีเตียงขนาดคิงไซส์ตั้งอยู่กลางห้อง
"...ที่สำหรับพักผ่อน" เธอยิ้มอย่างมีเลศนัย
ตอนนี้...เมื่อการไล่ล่าได้สิ้นสุดลง และพวกเขาได้มาอยู่รวมกันในสถานที่ปิดตายที่ปลอดภัยแห่งนี้...บรรยากาศที่เคยตึงเครียดจากการต่อสู้ก็ได้แปรเปลี่ยนไป ความอ่อนล้า, าแ, และอารมณ์ความรู้สึกที่ถูกกดไว้...กำลังจะเริ่มต้นบทบาทของมันอย่างแท้จริง การต่อสู้ภายนอกอาจจะจบลงแล้ว...แต่การต่อสู้ภายในใจของคนทั้งสาม...เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น