ตอนที่ 3 ไข่ไก่ 4 ฟองเป็เหตุ
“แม่คะ วันนี้หนูหายดีแล้ว หนูจะออกไปเก็บผักป่าแลกแต้มนะคะ”
“แม่ว่าหลินหลินพักอีกสักวันเถอะนะ หนูยังไม่แข็งแรงพอ อย่าเพิ่งออกไปทำงานเลย ถ้าเกิดไข้กลับมาอีกจะทำยังไง”
“เหอะจะสำออยอะไรกันนักหนา รู้จักกินก็ต้องรู้จักทำงานบ้าง บ้านสามชักจะเกินไปแล้ว พักมาตั้งหลายวันแล้ว ควรจะออกไปทำงานได้แล้ว”
ป้าสะใภ้ใหญ่พูดออกมาด้วยสายตาที่จ้องเขม็งมาทางแม่ของเธอราวกับโกรธแค้นอะไรมา
“นั่นสิ ถ้าหากไม่ช่วยกันทำงานแล้วบ้านเราจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าเทอมให้กับหลานๆ ที่ไปเรียนกัน พวกเธอต้องคิดถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมด้วยนะ หากพวกเขาเรียนจบมาก็จะได้ไปทำงานดีๆ เพื่อหาเงินกลับมาช่วยเหลือและเลี้ยงดูพวกเรา อย่าเป็คนเห็นแก่ตัวกันให้มากนัก”
สะใภ้รองก็พูดขึ้นมาอีก ด้วยกลัวว่าคนบ้านสามจะหาเื่เอาเปรียบเธออีก แค่พัก3วันก็เอาเปรียบพวกเธอมากพอแล้ว
“มีแต่พวกไร้ประโยชน์ คิดว่าจะนอนอยู่นอนกิน โดยไม่ทำงานทำการกันหรือยังไง ในเมื่อหายดีแล้วก็รีบไปทำงานซะ อย่าได้หาเื่อู้ ถ้าฉันรู้ว่าพวกเธออู้งานอีกละก็ ฉันจะตีให้หลังลายเลย” ย่าซู
นี่มันอะไรกันนี่ เธอก็บอกอยู่ว่าเธอจะไปทำงานแล้ว อะไรกันแต่ละคน คนหนึ่งร้องคนหนึ่งรับ ช่างเข้าขากันดีเหลือเกินทั้งย่าทั้งลูกสะใภ้ที่รักทั้งสองคน มู่หลินก็ได้แต่คิดในใจถึงความลำเอียงของคุณย่าซู
เมื่อกินข้าวเช้าเสร็จเรียบร้อย คนที่ต้องไปเรียนก็สะพายกระเป๋าเพื่อเดินทางออกจากบ้านไปเรียน ส่วนคนที่ต้องไปทำงานที่คอมมูนก็เตรียมตัวออกจากบ้านเช่นเดียวกัน
มู่หลินเดินออกจากบ้านพร้ะกร้าสานใบใหญ่แบกไว้ด้านหลัง ตะกร้าใบใหญ่มากจนบังเธอมิดเลยทีเดียว มองดูแล้วเหมือนตะกร้าลอยได้ยังไงอย่างนั้นเลย
มู่หลินเดินไปทางคอมมูนที่พวกผู้ใหญ่ทำงานกัน เพราะเธอไม่เคยเห็นการทำงานในคอมมูนมาก่อน จึงอยากจะเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งว่าจะเป็อย่างไร แต่เธอไม่เข้าไปใกล้หรอกนะเธอจะยืนดูอยู่ห่างๆ
เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณหวูดเริ่มทำงาน ทุกคนก็เดินลงแปลงนาเพื่อปลูกข้าวกันอย่างพร้อมเพียง เพราะใครทำงานช้าก็จะถูกลดแต้มลงนั่นเอง
เมื่อได้เห็นกับตาตนเองแล้ว เธอก็เดินขึ้นูเาเพื่อเก็บผักป่าไปแลกแต้ม จากความทรงจำเดิมของเธอ เด็กน้อยคนนี้จะหาผักป่าไปแลกแต้มได้เพียงวันละ 2-3 แต้มเพียงเท่านั้น หากวันไหนมีผักมากหน่อยก็จะได้ถึง 3 แต้มด้วยกัน ผักที่เก็บไปแลกแต้มนั้นทางกองพลน้อยก็จะนำไปเป็อาหารหมูนั่นเอง
เมื่อเก็บผักป่าได้ 1 ตะกร้าใหญ่แล้ว จึงได้แบกตะกร้าไปทางสำนักงานกองพลน้อยเพื่อไปส่งผักนั่นเอง เธอตัวเล็กมากหรือตะกร้าใบใหญ่เกินไป เธอถึงได้แทบลากตะกร้าอย่างทุลักทะเลขนาดนี้ เมื่อแบกไปใช้เวลาเกือบ 2 เค่อ ก็มาถึงสำนักงานกองพลน้อยก็เดินไปตามทางตามความทรงจำเดิมตัวเองทันที
“อ้าวหลินหลิน ไม่สบายหายแล้วเหรอ ได้ยินข่าวว่าป่วยหนักมากเลยใช่ไหม”
“หนูหายดีแล้วค่ะลุงจาง ก็เลยไปหาเก็บผักป่ามาแลกแต้ม คุณลุงมาชั่งผักป่าให้หนูด้วยนะคะ”
“ได้ๆ ลุงจะรีบไป เธอจะได้กลับไปกินข้าวเที่ยงทัน นี่ก็ใกล้จะได้เวลาแล้ว”
“ขอบคุณค่ะลุงจาง”
“เมื่อนำผักป่ามาแลกแต้มเสร็จเรียบร้อย เธอถึงได้รู้ว่าผักที่เธอเก็บมาตลอดทั้งเช้าและแบกมาอย่างลำบากนั้นได้แต้มเพียงแค่ 1 แต้มเท่านั้น
“เฮ้อ...... ฉันจะรอดจากระบบคอมมูนได้ยังไงเนี่ย”
เมื่อเห็นว่าเหลือเวลาอีกอยู่ประมาณ 30นาที ก่อนจะได้เวลาพักกลางวันของทางคอมมูน มู่หลินก็เดินขึ้นไปบนเขาอีกครั้ง เพื่อเก็บผักกลับไปทำอาหารที่บ้าน
เพราะตอนที่เก็บผักป่าอยู่นั้นเธอก็มองเห็นผักหวานป่าที่เคยกินเมื่อชาติที่แล้วซึ่งอร่อยมากแต่ผู้คนที่นี่กลับเดินผ่านไปอย่างไม่สนใจใยดีมันเลย ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าคนที่นี่ไม่รู้จักว่ามันกินได้
“ดีล่ ะฉันจะเก็บพวกแกไปเยอะๆ เลย เอาไปผัดกับไข่ก็คงจะอร่อยเหาะ คงต้องเอาไข่ออกมาจากในมิติซัก 4 ฟองก็แล้วกัน เอาไว้บอกว่าเก็บไข่ได้บนูเา พวกเขาคงไม่สงสัยเราหรอก เพราะในภูขามีไก่ป่าเยอะแยะ”
เมื่อได้ผักตามที่้าแล้ว มู่หลินก็นำใส่ตะกร้าพร้อมไข่ไก่ที่นำออกมาจากในมิติอีก 4 ฟองเดินกลับบ้าน
“แม่คะ หนูกลับมาแล้วค่ะ กำลังทำกับข้าวอยู่เหรอคะ หนูเก็บผักมาให้ทำอาหารด้วยค่ะ”
เมื่อมู่หลินพูดจบก็ได้เอาผักหวานป่าออกจากตะกร้า ส่งให้กับแม่ของเธอพร้อมไข่อีก 4 ฟอง
“ผักนี้กินไม่ได้นะลูก หนูเอาไปให้หมูเถอะ”
“กินได้นะคะแม่ อร่อยด้วย แม่ผัดกับไข่ได้เลยค่ะ หนูเห็นป้าที่ขึ้นเขาไปเก็บผักด้วยกันแกเก็บผักนี้กลับบ้านเยอะแยะเลยนะคะ แล้วหนูก็ถามแกด้วยว่ามันกินได้ไหม แกบอกว่าอร่อยมากเลยค่ะ หนูก็เลยได้เก็บกลับมาทำอาหารที่บ้านด้วย แม่ลองทำสักครั้งนะคะถ้าไม่อร่อยวันต่อไปหนูจะไม่เก็บมาอีกแล้ว”
“ทำอะไรกันอยู่ เมื่อไหร่อาหารจะเสร็จ คนอื่นเขาทำงานมาเหนื่อยๆ ้ากินอาหารแล้วจะได้พักผ่อน แต่พวกแกยังทำอาหารไม่เสร็จอีกเหรอ แล้วนี่เอาไข่มาจากไหนตั้ง 4 ฟอง ใครใช้ให้พวกแกใช้จ่ายสิ้นเปลืองแบบนี้ฮะ”
“เราไม่ได้ซื้อมาค่ะคุณแม่ เป็หลินหลินที่เก็บมาได้จากบนูเา เพื่อที่จะเอามาผัดใส่ผักเธอจะให้ฉันผัดผักป่าใส่ไข่ให้ทุกคนได้กินกันค่ะ”
“เก็บมาทำไมแค่ 4 ฟอง ทำไมไม่รู้จักหามาเพิ่มให้มันเยอะกว่านี้หะ ไร้ประโยชน์จริงๆ”
“ได้มาตั้ง 4 ฟองก็ดีแล้วนี่คะคุณย่า หนูหารอบๆ แถวนั้นแล้ว มีไข่แค่ 4 ฟองนี้เท่านั้นเองค่ะ”
“ไม่ใช่พวกแกเอาไปแอบเก็บไว้กินแค่ครอบครัวของพวกแกหรอกนะ ไปเอาออกมาให้หมดเลย ครอบครัวเรามีอะไรก็ต้องแบ่งปันกัน ไม่ใช่มีอะไรแล้วเก็บไว้กินเพียงคนเดียว เขาเรียกว่าพวกเห็นแก่ตัวเข้าใจไหม”
อะไรเนี่ย เอาไข่ออกมาให้กินฟรีก็ยังเกิดเื่ขนาดนี้เลยเหรอ ย่าคนนี้ของเธอชอบหาเื่ครอบครัวเธอเกินไปแล้ว ต่อไปคงไม่ต้องเอาอะไรออกมาให้กินอีกแล้ว เธอก็กะว่าจะได้มีไข่มาทำอาหารเพื่อบำรุงพ่อแม่ของเธอและพี่ใหญ่ของเธอ แต่กลับทำให้ย่าคนนี้หาเื่ด่าเธอและครอบครัวไปซะได้
เฮ้อออ ต่อไปอย่าหวังเลยจะได้กินอาหารของเธออีก ปล่อยให้กินผักต้มกับข้าวต้มที่มีเม็ดข้าวอยู่แค่ไม่กี่เม็ดก็แล้วกัน
“ไม่มีอีกแล้วค่ะคุณย่า หนูเก็บได้แค่ 4 ฟองจริงๆ ถ้าย่าไม่เชื่อหนูอย่าไปค้นในห้องของพวกเราสิคะ”
“อย่ามาท้าฉันนะ เถียงคำให้ตกฟากจริงๆ มันน่าตบปากสักทีสองที ถ้ามีแค่ 4 ฟองก็แล้วไป ผัดผักใส่ไข่แค่ 2 ฟองก็พอ ส่วนอีก 2 ฟอง เก็บเอาไว้ทำอาหารตอนเย็นจะได้บำรุงหลานๆ ที่ไปเรียนด้วยความเหน็ดเหนื่อย”
เรียนหนังสือจะเหน็ดเหนื่อยอะไรกันนักหนา อะไรๆ ก็เก็บไว้บำรุงหลานๆ ที่เรียนอยู่คนทำงานแทบตายกลับไม่ได้กิน แต่นั่นย่อมไม่รวมน้องเล็กของเธอด้วยแน่นอน เพราะน้องเล็กของเธอไม่เคยจะได้กินส่วนแบ่งเ่าั้เลยสักครั้ง คงจะหมายถึงแค่หลานๆ ที่เป็ลูกของลุงใหญ่และลุงรองแน่ๆ เห็นแก่ตัวเกินไปแล้วจริงๆ