เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    คัดเลือกตัวแทนสำนัก


    ตอนที่ 83


    คัดเลือกตัวแทนสำนัก


     


                    ในที่สุดก็ถึงวันทดสอบคัดเลือกตัวแทนสำนักมังกรฟ้า ลานกว้างใจกลางสำนักเนืองแน่นไปด้วยศิษย์ของสำนักมังกรฟ้าตั้งแต่ต้นยามเบ้า ในวันนี้ผู้ที่นั่งเป็นประธานย่อมเป็นใครไปไม่ได้นอกจากประมุขของสำนักมังกรฟ้าซือไฉ แต่ที่แปลกออกไปคือที่ด้านข้างของเก้าอี้มังกรของซือไฉยังมีเก้าอี้อีกตัวที่ตั้งอยู่เสมอกัน ซึ่งผู้ที่นั่งอยู่เป็นบุคคลแปกลหน้าสำหรับศิษย์ของสำนักมังกรฟ้า เพราะว่าผู้ที่นั่งอยู่นั้นคือประมุขของสำนักมังกรดิน สำนักที่แข่งขันแย่งอันดับรองสุดท้ายของการประลองเก้ามังกรเคียงคู่กันกับสำนักมังกรฟ้าตลอดมา


     


                    "สำนักของเจ้านี่ดูวุ่นวายไร้ระเบียบไม่เปลี่ยนเลยนะ"อู่ซานเจ้าสำนักมังกรดินเอ่ยขึ้นก่อน


     


                    "สำนักใดจะเงียบเหงาเท่าสำนักท่านกันละอู่ซาน ได้ข่าวว่ามีศิษย์เพียงแค่สามร้อยกว่าคนเท่านั้นเองมิใช่รึ"


     


                    "หึ" อู่ซานพ่นลมออกจากจมูก "สำนักข้าเน้นที่คุณภาพมิใช่ปริมาณเช่นสำนักอื่น" คำสำนักอื่นที่พ่นออกมาของอู่ซานจงใจหันรอยยิ้มเย้ยหยันเข้าใส่ซือไฉ


     


                    "คุณภาพ อาใช่สิครั้งที่แล้วดูเหมือนว่าสำนักเราจะได้ที่แปดใช่มั้ย ท่านรองประมุขโจว"


     


                    โจวอู่เว่ยที่สีหน้าสดใสเปล่งปลั่งเพราะหลังจากที่มันใช้โอสถผลัดกระดูกขับสิ่งตกค้างออกจากร่างไปแล้ว ตอนนี้มันเพียงเร่งฝึกฝนเก็บตัวอีกสามเดือนหกเดือนเพื่อดูดซับพลังของโอสถหยินหยางเทียนฟง ก็จะสามารถทะลวงคอขวดของการฝึกตนที่ติดอยู่หลายสิบปี ผ่านเข้าสู่ขอบขั้นของลมปราณแรกธรรมชาติขั้นปลายได้ "ใช่แล้วขอรับท่านประมุข สำนักเราได้ที่แปดขอรับ"


     


                    "แสดงว่าเราไม่ได้ที่สุดท้ายสินะ"


     


                    "หุบปากของเจ้าไปซะ ข้าอยากจะดูการประลองอันอ่อนด้อยของพวกเจ้าในปีนี้แล้ว" เมื่อถูกจี้ใจดำอู่ซานก็โผล่หางสุนัขออกมาจนได้ "ห้าปีก่อนศิษย์เอกคนสำคัญของข้าปิดด่านฝึกตน ตอนนี้เวลาล่วงมาถึงห้าปีแล้วแม้อายุของมันจะล่วงเข้าสู่วัยยี่สิบปีแต่ก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ แล้วเจ้าจะได้รู้ว่าสำนักมังกรดินของข้านั้นแข็งแกร่งขนาดไหน"


     


                    "ดี ๆ ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าศิษย์โปรดที่เจ้าคุยนักคุยหนามาตลอดหลายปี จะไปได้ไกลขนาดไหนกัน" ซือไฉเอ่ยพร้อมอมยิ้มก่อนจะผายมือไปที่เวทีประลองเบื้องล่างซึ่งการประลองในรอบแรกกำลังจะเริ่มขึ้น


    .


    .


                    แม้การประลองคัดเลือกจะแจ้งว่าทุกคนมีสิทธิ์เข้าร่วม แต่โดยหลักก็เป็นการประลองของศิษย์ที่อยู่ในอันดับต่ำกว่า 200 ของสำนัก ดังนั้นจึงมีผู้ที่สมัครเข้าร่วมประลองเพียงแค่สองร้อยกว่าคน และด้วยการจับคู่การประลองโดยใช้ศิษย์ที่มีลำดับดีกว่าเป็นตัวตั้งและเลือกจับคู่ต่อสู้ในระดับต่ำมาประกบคู่ทำให้ในรอบแรกไม่มีการพลิกล็อคแม้แต่คู่เดียว


     


                    ในรอบที่สองซึ่งเหลือผู้ประลองเพียงร้อยกว่าคนก็ยังคงใช้รูปแบบการประลองเช่นเดียวกับในรอบแรกอีกครั้ง ซึ่งผลก็ออกมาไม่ต่างจากในรอบแรกมากนัก และไม่มีการประลองที่ผิดจากที่ผู้คนคาดคิดมากนัก


     


                    จนเมื่อการประลองเข้าสู่รอบที่สามการประลองถึงได้เปลี่ยนเป็นการจับสลากประกบคู่ โดยในรอบนี้จะกำหนดให้มีผู้ผ่านเข้าไปทั้งสิ้น 32 คนทำให้มีผู้ที่เข้าร่วมบางคนนั้นโชคดีได้สิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปโดยไม่ต้องออกแรง


     


                    ในรอบที่สามนี้เสวี่ยหมิงได้พบกับคู่ต่อสู้ในอันดับห้าสิบสองของสำนัก และเพียงแค่หมัดเดียวเสวี่ยหมิงก็ซัดจนคู่ต่อสู้กระเด็นตกเวทีและผ่านเข้ารอบไปอย่างง่ายดาย ซึ่งก็คงเอกลักษณ์เดิมที่เสวี่ยหมิงจะใช้การโจมตีเพียงครั้งเดียวเพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ของตัวเองตลอดมา


     


                    ในรอบที่สี่เสวี่ยหมิงนั้นถูกประกบคู่กับดาวรุ่งประจำปีลี่ฝาง แน่นอนว่าในครั้งนี้ลี่ฝางเป็นฝ่ายขอถอนตัวด้วยสีหน้าสุดรันทด ซึ่งในรอบนี้จื่อฮุยที่เพิ่งจะทะลวงผ่านระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 5 ได้ ก็โชคร้ายพ่ายแพ้ให้กับก้านลู่อันดับหนึ่งของสำนักไปภายในไม่กี่กระบวนท่า แม้จะพ่ายแพ้แต่จื่อฮุยกลับไม่ได้เศร้าเสียใจเลยแต่น้อยเพราะการเข้าสู่รอบ 32 คนแถมพ่ายแพ้ต่ออันดับหนึ่งของสำนักก็เกินกว่าเป้าหมายที่จื่อฮุยคาดหวังเอาไว้แล้ว


     


                    รอบสิบหกคนสุดท้ายเสวี่ยหมิงต้องเผชิญกับศิษย์หลักอันดับ 10 ของสำนักนาม...หลินมู่ ซึ่งผู้คนต่าง


    คาดหวังว่าหลินมู่ซึ่งมีระดับการฝึกตนสูงกว่าเสวี่ยหมิงหนึ่งขั้น จะเป็นคู่ต่อสู้คนแรกที่ดับความอหังการใช้เพียงหมัดเดียวสยบคู่ต่อสู้ตลอดมาขอเสวี่ยหมิงลงได้ แต่แล้วผู้ชมส่วนใหญ่ต่างก็ต้องอ้าปากค้างไปตามกันเพราะแม้แต่หลินมู่ก็ไม่พ้นหนึ่งหมัดของเสวี่ยหมิง และล่วงตกเวทีไปโดยที่ยังไม่ได้ออกกระบวนท่าแม้แต่ครั้งเดียว


                   


     


                    รอบต่อมาคือรอบแปดคนสุดท้ายซึ่งหากผู้ใดสามารถผ่านเข้ารอบนี้ไปได้ก็เท่ากับเป็นการการันตีว่าจะได้เป็นตัวแทนของสำนักมังกรฟ้าในทันที ซึ่งผู้ที่แพ้ในรอบนี้ทั้ง 4 คนจะได้ไปตัดสินประลองหาผู้ชนะอีก 1 คนเพื่อให้ครบตามจำนวนตัวแทนทั้ง 5 ของสำนักมังกรฟ้า โดยทั้งแปดคนที่เหลือประกอบไปด้วยอันดับหนึ่งถึงหกของสำนักอยู่กันครบ ส่วนผู้ที่หลุดเข้ามาอีก 2 คนหนึ่งก็คือเสวี่ยหมิงม้ามืดประจำปี ส่วนอีกคนเป็นอันดับสิบห้าซึ่งโชคดีในการประคู่ตลอดมา


     


                    ก่อนจะถึงการประลองในรอบแปดคนสุดท้าย ประมุขซือไฉก็ประกาศย้ำถึงของรางวัลที่ผู้ชนะจะได้รับอีกรอบ ซึ่งในครั้งนี้ประมุขซือไฉยังประกาศเพิ่มเติมว่า...ในปีนี้เป็นปีที่ดีของเมืองหยกม่วง ที่มีเซียนโอสถลึกลับปรากฏตัวขึ้น ดังนั้นผู้ที่เข้ารอบทั้งแปดคนทั้งหมดจะได้รับโอสถกระตุ้นปราณสมบูรณ์แบบทุกคน แต่จะมากน้อยตามแต่ลำดับที่ทำได้ แม้ผู้คนส่วนมากจะฮือฮากับของรางวัลที่เพิ่มเข้ามา แต่โจวอู่เว่ยที่นั่งอยู่เบื้องหลังซือไฉกลับถอนหายใจ ก่อนจะใช้สายตาจับจ้องไปที่เสวี่ยหมิงซึ่งยืนอมยิ้มอยู่ข้าง ๆ จื่อฮุยด้วยความกังวลใจ เพราะหากเรื่องราวตัวตนที่แท้จริงของเสวี่ยหมิงซึ่งมีฐานะที่สองคือเซียนโอสถอี้เฟยถูกเปิดเผยออกไผ ชีวิตของเสวี่ยหมิงลูกศิษย์คนสำคัญของมันต้องผมกับเรื่องยุ่งยากเป็นแน่แท้


     


                    ..."เสวี่ยหมิง"โจวอู่เว่ยส่งเสียงเรียกทางลมปราณ


     


                    ..."ขอรับท่านอาจารย์"


     


                    ..."รอบหน้าหากเจ้าชนะก็จะได้สิทธิ์ในการเป็นตัวแทนแล้ว ส่วนของรางวัลที่ได้เพิ่มเติมนั่นก็..."


     


                    ..."ข้าเข้าใจความหมายของท่านอาจารย์ครับ ข้าเองก็ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าเมื่อได้เป็นตัวแทนแล้วจะยอมแพ้ในรอบถัดไปไม่ขอเป็นที่หนึ่งของการแข่งขัน"


     


                    ..."ดี ในเมื่อเจ้าคิดเช่นเดียวกับอาจารย์ อาจารย์ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลมากความอีก เพราะภายในด่านกักมังกรนั้น เป็นสถานที่พิเศษเฉพาะซึ่งไม่อาจแทรกแซงจากโลกภายนอกได้ ดังนั้นหากจะมีศิษย์ถูกทำร้ายหรือตกตายไปย่อมไม่อาจจับมือใครดมได้ การเก็บงำประกายในตอนที่เจ้ายังไม่พร้อมจึงเป็นสิ่งจำเป็น"


     


                    ..."ขอบคุณท่านอาจารย์ที่ตักเตือนขอรับ"



    คล้ายกับเรื่องเนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน