Emperor of the Immortal God

    ตอนที่ 33 การปะทะกันของผู้มีอิทธิพล

    บรรยากาศภายในห้องสูทVIP เป็นไปด้วยความตึงเครียดโดยเฉพาะทางด้านของวันชัย ตัวมันเองไม่ใช่โง่เขลาการที่มีตำแหน่งเป็นถึงรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดไม่ได้มาเพราะโชคช่วยตำแหน่งของมันเป็นรองแค่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัดเท่านั้น

     

    วันชัยมองใบหน้าวัศพลเหมือนรู้สึกคุ้นเคยในหัวครุ่นคิดจนสมองแทบระเบิดว่าเคยเจอที่ใดกันแน่ ข้อมูลภายในแบบนี้ระดับต่ำกว่ามันล้วนไม่มีทางที่จะทราบแน่นอน

     

    “หรือว่า…”

     

    วันชัยยกโทรศัพท์มือถือขึ้นค้นหาในGoogle โดยพิมพ์คำว่า‘งานเลี้ยงปีใหม่จังหวัด’ เข้าไปที่ประมวลภาพต่าง ๆของงานจนไปสะดุดกับรูปหมู่รูปหนึ่ง

     

    “กะ แก แกคือ…”

     

    “ไออ้วนแกนี่ไฮเทคไม่เบารู้จักค้นหาใน google ด้วย”

     

    วัศพลเย้ยหยันชายร่างอ้วนตรงหน้าใบหน้าของวันชัยขณะนี้ซีดเซียวเป็นอย่างยิ่ง มันรีบคุกเข้าลงตาหน้าวัศพล

     

    “ผมขอโทษครับผมไม่รู้ว่าคุณคือลูกของรองผู้ว่าอัสดง แล้วก็คุณ…”

     

    วันชัยหันหน้าไปมองทัดดนัยสลับกับจอภาพในโทรศัพท์ไปมาอยู่หลายครั้งผลลัพธ์ของการดูทำให้มันปล่อยโทรศัพท์หลุดมืออย่างไม่รู้ตัว

     

    “ละลูกรองผู้ว่าพิสิษฐ์”

     

     

    คราวนี้ตัวมันถึงคราวซวยแน่แล้วไปมีเรื่องกับลูกชายของรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน แค่นั้นยังไม่พอสองในสามคนที่กำลังมีเรื่องกับมันอยู่ เป็นลูกของรองผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งคู่

     

    วัศพลเป็นลูกคนเล็กของอัสดง รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ฐานะทางบ้านร่ำรวยทรงอิทธิพลจากธุรกิจของครอบครัวที่เป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่

     

    ส่วนทัดดนัยเป็นลูกชายคนเดียวของพิสิษฐ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเช่นกันฐานะทางบ้านไม่แพ้วัศพลครอบครัวทำธุรกิจเจ้าของเต็นท์รถมือสองขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดน่าน

     

    ทั้งวัศพลและทัดดนัยนั้นสนิทสนมคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็กเนื่องจากพ่อของทั้งสองคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เป็นปลัดอำเภอโชคชะตาพาให้ทั้งสองคนมาเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดเดียวกันอีกส่งผลให้วัศพลและทัดดนัยกลายเป็นเพื่อนรักกันอย่างช่วยไม่ได้

     

    “ผมขอโทษครับ”

     

    วันชัยแม้จะมีตำแหน่งใหญ่โตแต่ก็เป็นเพียงนักการเมืองส่วนท้องถิ่นซึ่งต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของส่วนกลางอย่างผู้ว่าราชการจังหวัดและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่านมันเองรู้กิตติศัพท์มาหนาหูว่ารองผู้ว่าทั้งสองคนรักลูกชายเพียงใด

     

    จริงอยู่มันสามารถที่จะสั่งลูกน้องมันให้กระทืบทำร้าย เด็กทั้งสามคนตรงหน้าได้ แล้วผลลัพธ์ที่ตามมาเล่าแม้แต่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ที่เป็นลูกพี่มันยังต้องเข้าพบรองผู้ว่าด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน แล้วกับมันที่เป็นแค่รองนายกฯไม่ต้องหมอบกราบเชียวหรือ

     

    “โทษฐานมารบกวนเวลาความสุขของเราแกจ่ายเงินให้ด้วยหละ”

     

    “ดะ ได้ครับ”

     

    วัศพลยักไหล่หมดอารมณ์ในการรับประทานอาหารและสังสรรค์พยักหน้าให้กับเพื่อนทั้งสองคนตนเดินออกมาจากห้องเพื่อขึ้นรถกลับบ้านทันที

     

    “เสียอารมณ์หวะกำลังสนุก ๆ เลย”

     

    “เออกำลังได้ที่เลย ไปดื่มต่อที่ห้องปะ”

     

    ทั้งสามคนกลับมาที่หอพักอีกครั้งหนึ่งพร้อมกลับมาสังสรรค์กันต่อตอนนี้ไตรภพรู้แล้วว่าเพื่อนทั้งสองคนของตนนั้นเป็นลูกของรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเลยทีเดียว

     

    “เดี๋ยวฉันไปเอาเสื้อผ้าก่อนนะพรุ่งนี้ไม่มีชุดใส่แล้ว”

     

    ไตรภพพูดขึ้นมาเหมือนนึกได้ว่ายังไม่ได้ขนข้าวของมาที่หอแห่งนี้พรุ่งนี้เป็นวันอังคารซึ่งต้องเรียนตามปกติด้วย

     

    “เดี๋ยวฉันไปส่ง”

     

    “เมาขนาดนี้แกจะพาไตรภพไปเอาเสื้อผ้าหรือพาไปตายวะ”

     

    ทัดดนัยปรามวัศพลซึ่งกำลังหน้าแดงเมาแอ๋ไม่แพ้กับตนมันมองไตรภพที่ยังคงมีใบหน้าปกติ ไม่มีอาการมึนเมาแม้แต่นิดเดียว

     

    “ทำไมกินตั้งเยอะไม่เมาวะเพื่อน”

     

    “พวกนายคออ่อนมากกว่ามั้ง”

     

    ไตรภพยิ้มมองรูมเมทตัวเขาเองเป็นถึงผู้บ่มเพาะ แม้จะดื่มเหล้าเข้าไปมากมายแค่ไหนฤทธิ์ของสุราก็ไม่อาจจะทำให้เมามายได้

     

    “งั้นนายเอากุญแจรถฉันไปขนของแล้วกัน”

     

    วัศพลโยนกุญแจให้ไตรภพสองดอกเป็นกุญแจ BMW และ CIVIC ไตรภพวางกุญแจ BMWไว้ที่โต๊ะรีบเดินออกจากห้องเพื่อขับรถกลับไปที่บ้าน

     

    เวลา 21.00 น. ไตรภพขับรถมาที่จอดรถข้างบ้านเห็นชายชุดดำยืนขวางอยู่ทางเข้า พร้อมกับเดินมาเคาะกระจก ชายหนุ่มจึงเปิดกระจกออก

     

    “สวัสดีครับ ร้านอาหารปิดแล้วนะครับ”

     

    ชายคนนั้นส่องไฟฉายเข้ามาในรถของไตรภพสำรวจรถทั้งยังมีชายอีกคนหนึ่งที่พึ่งมาทีหลังเข้ามาเดินรอบรถไตรภพเหมือนไม่ไว้วางใจ

     

    “ผมพักอาศัยที่บ้านหลังนี้”

     

    “!!!”

     

    ชายทั้งสองคนหันหน้าเข้าหากันมันหยิบเอารูปในโทรศัพท์มือถือมาเทียบกับหน้าของไตรภพก่อนที่จะตกใจจนเดินถอยหลังไปหลายก้าว

     

     

    “บะ บอสครับ”

     

    ทั้งสองคนเมื่อได้สติแล้วรีบโค้งตัวให้กับไตรภพ ทั้งยังรีบแนะนำตัวเองทันทีพวกมันได้รับการกำชับจากจักรภพมาเป็นอย่างดีว่าให้ทำหน้าที่อย่าขาดตกบกพร่องใด ๆ

     

    “เข้าใจแล้วกลางวันพวกนายทั้งห้าคนช่วยงานที่ร้าน ส่วนกลางคืนสลับกันเฝ้ายามยังไงก็ขอบใจพวกนายทุกคน ไว้ฉันจะบอกจักรภพให้เพิ่มเงินเดือนให้”

     

    ทั้งสองคนโค้งตัวอยู่ไม่กล้าที่จะเงยหน้าออกมาพวกมันถือเป็นมือดีที่สุดในแก๊งเชิ้ตดำจึงรู้ความเป็นมาของแก๊งเป็นอย่างดีรวมถึงข่าวคราวการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในแก๊งด้วย

     

    ชายตรงหน้าของมันแม้จะมีใบหน้าหล่อเหลารูปร่างไม่แข็งแกร่งกำยำ แต่จากคำบอกเล่าของจักรภพและปรีชารวมถึงความแข็งแกร่งต่าง ๆ ถูกบรรยายออกมาให้พวกมันรับรู้ทั้งหมดเมื่อได้ฟังแล้วพวกมันได้แต่อ้าปากค้างถึงวีรกรรมของบอสใหม่

     

    ฆ่าแก๊งเชิ้ตดำชุดคุ้มกันคฤหาสน์ล้มปรีชายอดฝีมือที่เก่งที่สุดในแก๊งทั้งยังทำให้จักรภพผู้ทรงอิทธิพลอันดับหนึ่งในโลกใต้ดินของจังหวัดต้องศิโรราบ !!!

     

    ไตรภพเดินเข้ามาในบ้านด้านล่างไม่มีใครอยู่จึงเดินขึ้นไปชั้นสองซึ่งเป็นห้องนั่งเล่น เห็นช่อผกา กานติมาและมะลิกำลังดูโทรทัศน์อยู่ ทั้งสามหันมามองไตรภพเป็นตาเดียว

     

    “พี่ชาย”

     

    เป็นเด็กหญิงตัวน้อยวิ่งเข้ามากอดไตรภพชายหนุ่มอุ้มร่างของมะลิ เดินไปนั่งบนโซฟาเห็นกานติมาและช่อผกามีใบหน้าซีดเซียวเหมือนกับอ่อนล้ามานาน

     

    “แม่นึกว่าลูกจะไม่กลับบ้านเสียอีก”

     

    “ผมยังไม่ได้เอาของไปเลยครับแม่นี่ว่าจะกลับมาเอาของ แล้วที่ร้านเป็นยังไงบ้างครับ ?”

     

    “ยุ่งมากเอาไม่ทันเลย ตั้งแต่เปิดร้านยันปิดร้าน จนแม่อยากจะรับคนเพิ่มสักสิบคน”

     

    ช่อผกาเล่าสถานการณ์วันเปิดร้านให้ชายหนุ่มฟังไตรภพรับฟังคำบ่นของช่อผกา พลางเอ่ยปลอบใจผู้เป็นแม่

     

    “ฉันอ่านไลน์นายแล้วนะสรุปว่านายรับคนมาทำงานใช่ไหม หามาจากไหนกัน ไม่เหมือนกับเด็กเสิร์ฟหรือคนโบกรถทั่วไปเลย ฉันว่าเหมือนพวกตำรวจ ทหารมากกว่า”

     

    กานติมาเอ่ยถามไตรภพเธอเองได้อ่านไลน์ของชายหนุ่มแล้วในตอนเช้าแต่เมื่อมีชายทั้งห้าคนสวมใส่ชุดสีดำเหมือนกัน เดินมาหาเธอเพื่อเข้าทำงานตามคำสั่งของไตรภพเป็นจังหวะที่ร้านได้ปิดลงแล้วจึงมีการแบ่งหน้าที่กันไปโดยให้ทั้งสามคนช่วยเสิร์ฟอาหารส่วนอีกสองคนคอยต้อนรับลูกค้าและโบกรถ

     

    “ช่างเถอะหาคนมาช่วยก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ แล้วกำไรดีไหม ?”

     

    “ดีมาก ๆเลยหละ หักต้นทุนทุกอย่างแล้วเหลือกำไรเกือบสองหมื่นบาท”

     

    กานติมาเอ่ยอย่างตื่นเต้นเพราะเธอมีหน้าที่คอยจัดการเรื่องเงิน ทั้งยังวางระบบร้านกำไรต่อวันขนาดนี้ยังมากกว่าเงินเดือนตอนเป็นข้าราชการกรมป่าไม้ของเธอเสียอีก

     

    “ฉันแยกเงินเดือนออกตามตำแหน่งอย่างชัดเจนแล้วนะคุณป้า ตำแหน่งแม่ครัว เดือนละ 30,000 บาทฉัน ตำแหน่งผู้จัดการร้าน เดือนละ 20,000 บาท ส่วนพนักงานที่นายส่งมาช่วยฉันจะให้พวกเขาเดือนละ 15,000 บาทกำไรที่เหลือนอกจากนี้ในแต่ละเดือนจะเก็บเป็นเงินของคุณป้า”

     

    “น้อยเกินไปถ้าได้ต่อวันหนึ่งหมื่นบาทขนาดนี้ เดือนหนึ่งจะตกเดือนละสามแสนบาทจ่ายเงินเดือนพนักงานรวมกันยังแค่แสนกว่าบาทเอง เธอเพิ่มเงินให้ตำแหน่งละ 5,000 บาทแล้วกัน”

     

    ไตรภพรับฟังกานติมาอธิบายเรื่องการจัดการร้านพยักหน้าด้วยความพึงพอใจในความเชี่ยวชาญด้านการจัดการของหญิงสาวตรงหน้าทั้งยังเสนอให้เพิ่มเงินเดือนอีกต่างหาก

     

    “ไม่เยอะเกินไปหรอลูก”

     

    ช่อผกาเอ่ยถามไตรภพอย่างกังวลเงินเดือนที่ช่อผกาเสนอในตำแหน่งของชายทั้งห้าคน เธอไม่มีอะไรคัดค้านแต่ตำแหน่งของเธอที่ได้เงินเดือน 30,000 บาท มันเยอะจนเกินไป แต่กานติมาก็ยังยืนยันโครงสร้างนี้

     

    “ไม่เยอะหรอกครับแม่ร้านขายดี คนเยอะขนาดนี้ ทุกคนก็ต้องการขวัญกำลังใจในการทำงานทั้งนั้น”

     

    “แล้วมะลิหละคะไม่เห็นได้เลย”

     

    เด็กสาวเอ่ยถามอย่างสงสัยเบ้ปากถามไตรภพอย่างยิ้มแย้ม จนกานติมาต้องตีเธอเบา ๆด้วยความหมั่นไส้ในตัวน้องสาว

     

    “หนูยังเป็นเด็กอยู่เลยนะมะลิ”

     

    “หนูก็อยากมีเงินเก็บเอาไว้ช่วยคุณแม่พี่กาน แล้วก็พี่ชายด้วยไงคะ”

     

    มะลิตอบคำถามด้วยความไร้เดียงสาจนผู้ใหญ่ทั้งสามคนอดจะเอ็นดูไม่ได้ แย้มยิ้มมองเด็กสาวตรงหน้าอย่างรักใคร่

     

    ไตรภพเก็บข้าวของเสื้อผ้าที่จำเป็น ร่ำลาทุกคน ก่อนที่จะขับรถออกจากบ้านกลับไปที่หอพักขนเสื้อผ้าขึ้นไปในห้องชั้น 9

     

    สภาพในห้องตอนนี้วัศพลและทัดดนัยได้เมาจนหลับคาโซฟาเรียบร้อยแล้วไตรภพได้แต่ถอนหายใจ ลากทั้งสองคนไปนอนบนเตียงนอนคู่กันส่วนตนเองเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้ในห้องนอน

     

    “เฮ้อเห็นทีจะต้องบ่มเพาะพลังแล้วหลังจากเข้าสู่ผู้บ่มเพาะแล้วก็ไม่มีความก้าวหน้าอะไรเลย”

     

    การบ่มเพาะเลื่อนระดับลมปราณนั้นต้องอาศัยสมุนไพรในการทะลวงไปในระดับต่างๆ ซึ่งสมุนไพรที่ต้องการล้วนสามารถซื้อได้ทั่วไปในท้องตลาด จะมีแต่ ‘โสมหิมะ’ ซึ่งหาได้ยากและมีราคาสูงเป็นตัวยาสำคัญในการเลื่อนขั้นของลมปราณชนชั้นสีม่วงนี้

     

    เมื่อได้วัตถุดิบมากเพียงพอที่จะปรุงยาแล้วด้วยความเป็นอัจฉริยะของไตรภพสามารถทะลวงขั้นของลมปราณได้จนถึงระดับสิบในชั่วข้ามคืนแต่ก็ติดปัญหาที่สำคัญอีกประการ

     

    ‘ภาชนะรองรับ’ เมื่อถึงระดับสิบของการบ่มเพาะในแต่ละชนชั้นของพลังลมปราณแล้วการจะทะลวงไปสู่ชนชั้นใหม่ต้องมีภาชนะศักดิ์สิทธิ์เป็นตัวกลางรองรับพลังลมปราณเพื่อก้าวข้ามพลังลมปราณเดิม

     

    ในโลกเบื้องบนล้วนมีทรัพยากรในการทะลวงพลังมากมายมันในฐานะศิษย์ของจักรพรรดินีเทพ จึงไม่ต้องดิ้นรนในการตามหาภาชนะรองรับใด ๆเพราะผู้เป็นอาจารย์ได้สรรหาให้ทั้งหมด มีหน้าที่เพียงแค่กลืนในสิ่งที่อาจารย์เป็นผู้เคี้ยวให้เท่านั้น

     

    “แล้วจะไปหาภาชนะรองรับที่เป็นภาชนะศักดิ์สิทธิ์ได้จากที่ไหนกันเฮ้อ”

     

    ในโลกนี้แม้จะมีสมุนไพรหายากที่โลกเบื้องบนไม่มีแต่เรื่องภาชนะรองรับที่มีกลิ่นอายโบราณของความศักดิ์สิทธิ์กลับขาดแคลนแม้ไตรภพจะพยายามค้นหาในอินเตอร์เน็ตแค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถพบเบาะแสใด ๆได้เพราะมีกฎหมายคุ้มครองวัตถุโบราณ

     

    อีกอย่างหนึ่งคือบางสินค้าที่โพสขายในโลกออนไลน์ไตรภพก็ไม่สามารถสัมผัสกลิ่นอายความศักดิ์สิทธิ์ใด ๆ ได้หากไม่เห็นสินค้าจริง

     

    “ดูเหมือนเสาร์อาทิตย์นี้ต้องไปที่บริษัทขายโสมหิมะในจังหวัดเชียงใหม่เสียแล้ว”

     

    ไตรภพครุ่นคิดถึงสิ่งที่พลตรีมนูญได้แนะนำบริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รวบรวมสมุนไพรต่าง ๆ ไว้โดยเป็นบริษัทด้านสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ

     

     

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องEmperor of the Immortal God ที่คุณอ่าน