บทที่ 34 ธนูเพลิงศักดิ์สิทธิ์ (รีไรต์)
เมื่อครู่เขาได้ยินเสียงปืนและเสียงกรีดร้องอย่างชัดเจน แต่ทำไมลั่วฉิงเทียนถึงไม่เป็อะไรแล้วพี่ใหญ่ยังหายไปไหนก็ไม่รู้
ส่วนชายอีกสี่คนที่เหลืออยู่ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป พี่ใหญ่ของพวกเขากำลังกินอยู่อย่างสุขสบาย พวกเขาไม่้าทนหนาวอยู่ข้างนอกอีกแล้ว
พวกเขาี้เีที่จะซ่อนตัวอีกต่อไป จึงพุ่งเข้าไปในบ้านของลั่วฉิงเทียนพร้อมกัน
ประตูถูกเปิดออกหานซั่วตาไวเห็นศพคนหลายคนในห้องนั่งเล่น ในเวลานี้ใจของเขาตื่นตระหนกมาก เขาลืมที่จะตามหาลั่วฉิงเทียน รีบหันหลังแล้ววิ่งลงไปชั้นล่าง
ลั่วฉิงเทียนมองคนสี่คนที่อยู่ตรงหน้าด้วยความโกรธ
ชักดาบออกมา ฟันทีละคนจนกว่าจะหมด
เมื่อฆ่าคนเสร็จแล้วและ้าจะไล่ตามหานซั่ว ก็ไม่เห็นใครอยู่ที่ประตูแล้ว
ในเวลานี้ทั้งห้องเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเื ลั่วฉิงเทียนเดินไปที่วิทยุสื่อสารแล้วเปิดออก
“ขึ้นมา!”
เหอเสี่ยวกับเสิ่นอวิ๋นหราน ไม่ได้คิดอะไรมากพวกเขากระโจนเข้ามาในห้องทันทีที่เปิดประตู เมื่อเห็นศพในห้องรวมถึงต้าไป๋ร่างกายของพวกเขาก็รู้สึกเย็นะเืขึ้นมา
“ทำความสะอาด! หลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้ว พวกเธอเอาหม้อเนื้อวัวนั่นไปได้เลย!”
ลั่วฉิงเทียน พูดพลางสวมเสื้อผ้าขึ้นไปชั้นบน เตรียมตัวไปอาบน้ำ ต้าไป๋ จ้องมองไปที่ศพเ่าั้ทันทีที่ลั่วฉิงเทียนขึ้นไปชั้นบน
ในขณะที่มันทำท่ากำลังจะกินศพของผู้มีพลังวิเศษ ลั่วฉิงเทียน ก็มองลงมาจากชั้นสอง
“ต้าไป๋ ถ้าแกกล้ากินคน สามวันนี้แกก็ไม่ต้องกินอะไรทั้งนั้นแหละ!”
ต้าไป๋อ้าปากจะงับเข้าไปคำใหญ่แต่พอได้ยินลั่วฉิงเทียนพูดดักขึ้น มันก็รีบหุบปาก คาบชามข้าวของมันไปไว้ข้าง ๆ แล้วก้มหน้าก้มตากินอาหารของมันต่อไป
ลั่วฉิงเทียน เห็นต้าไป๋ไปกินเนื้อวัวแล้ว เธอจึงเดินกลับไปที่ห้อง
เธอเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำอย่างดี เมื่อออกมาเหอเสี่ยวและเสิ่นอวิ๋นหราน ก็ทำความสะอาดห้องนั่งเล่นเสร็จแล้ว
รอยเืและร่องรอยการต่อสู้ก็ถูกทั้งคู่เช็ดออกไป ศพน่าจะถูกลากออกไปทิ้งแล้ว
เมื่อมองดูห้องนั่งเล่นที่สะอาดสะอ้าน คิ้วของ ลั่วฉิงเทียน ก็ค่อย ๆ คลายออก
หลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้ว พวกเขาทั้งสองก็ยืนนิ่งอยู่ในห้องนั่งเล่น ลั่วฉิงเทียนยังไม่ออกมาพวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะนั่งลง
ทันทีที่ ลั่วฉิงเทียนออกมาเหอเสี่ยวก็รีบชี้ไปที่พื้นที่สะอาดแล้วพูดว่า
“พี่สาว พวกเราทำความสะอาดเสร็จแล้ว!”
ลั่วฉิงเทียน พยักหน้า
“เอาหม้อนั้นไปทิ้งด้วย แล้วก็ชามบนโต๊ะด้วย เอาไปหมดเลย!”
ของสองสิ่งนี้หัวหน้าคนนั้นเคยััมัน ลั่วฉิงเทียน จะไม่แตะต้องมันอีก
เมื่อเสิ่นอวิ๋นหรานกับเหอเสี่ยวได้ยินลั่วฉิงเทียนพูดเช่นนั้น พวกเขาทั้งสองก็รีบยกหม้อขึ้นมาอย่างตื่นเต้น แน่นอนว่าพวกเขาไม่ลืมที่จะเอาชามและตะเกียบไปด้วย
“เอ่อ พี่สาว ยังมีอะไรให้พวกเราทำอีกไหมครับ?”
ลั่วฉิงเทียน ชี้ไปที่ประตู
“ไม่มีอะไรแล้ว พวกเธอไปได้แล้ว”
เมื่อทั้งสองได้ยินดังนั้น ก็ไม่กล้าพูดอะไรต่อ รีบถือหม้อข้าวออกไปทันที
ลั่วฉิงเทียนเดินไปที่หน้าต่าง จ้องมองลงไปข้างล่างเป็เวลานาน แต่ก็ไม่เห็นเงาของหานซั่วและหลิวซือฉี
“ครั้งนี้ถือว่าพวกแกโชคดี รอบหน้าพวกแกตายแน่!”
หลังจากพูดจบลั่วฉิงเทียนก็ลากต้าไป๋ที่กำลังกินข้าวอยู่ กลับเข้าไปในพื้นที่ เธอต้องหาธนูที่ได้รับเป็รางวัลให้เจอ
เมื่อกลับมาถึงพื้นที่มิติ ลั่วฉิงเทียนก็เปิดแถบทักษะของเธอแล้วตรวจสอบดูอย่างละเอียด ระดับบนแถบทักษะแสดงให้เห็นว่าเป็ระดับห้าจริง ๆ
แต่เธอก็ยังหาธนูที่เป็รางวัลไม่พบ แม้จะใช้พลังจิตค้นหาทั่วพื้นที่แล้วก็ตาม
“บ้าจริง ไม่ได้บอกเหรอว่ามีอาวุธเป็รางวัล? ไม่ใช่ว่าจะให้ฉันยื่นมือออกไปแล้วร่ายเวทเรียกออกมาหรอกนะ!”
ลั่วฉิงเทียนสบถพลางทำท่าทางยิงธนู ทันใดนั้น ธนูสีแดงก็ปรากฏขึ้นในมือของเธอ
ลั่วฉิงเทียนจ้องมองธนูสีแดงที่ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันด้วยความตกตะลึง
“นี่คือธนูเพลิงศักดิ์สิทธิ์?” ลั่วฉิงเทียน แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ธนูเพลิงศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้ช่างดูสง่างาม คันธนูเป็สีแดงสด
ส่วนล่างของคันธนูมีวงกลมนูนออกมาเปล่งประกายดุจเปลวเพลิง เส้นโค้งของธนูดูพลิ้วไหว ขณะที่สายธนูถูกขึงตึงเปล่งประกายสีทองจาง ๆ
ลั่วฉิงเทียนเอื้อมมือไปััสายธนูเบา ๆ
ทันใดนั้นลูกธนูเพลิงสามดอกก็ปรากฏขึ้น พุ่งตรงไปยังเบื้องหน้า
เมื่อเห็นดังนั้นลั่วฉิงเทียนก็รู้สึกดีใจอย่างที่สุด
“ในเมื่อมีธนูนี้แล้ว ต่อไปนี้ฉันก็ไม่จำเป็ต้องเตรียมลูกธนูอีกต่อไป” ลั่วฉิงเทียน คิดพลางเล็งไปยังเบื้องหน้า จากนั้นก็น้าวสายธนูจนสุดแล้วปล่อยลูกธนูออกไป
ลูกธนูเพลิงทั้งสามดอกพุ่งแหวกอากาศด้วยเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
เมื่อลูกธนูตกลงสู่พื้นดินที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งพันเมตร ก็เกิดะเิเล็ก ๆ ขึ้น
พลังทำลายล้างของมันช่างรุนแรงกว่าเดิมมาก
ลั่วฉิงเทียน มองดูธนูเพลิงอัคคีในมือด้วยความหลงใหลพลางทดลองเก็บธนูเข้าไป
ธนูไฟนั่นหายวับไปในพริบตา เธอลองเรียกมันอีกครั้ง ธนูไฟก็ปรากฏขึ้นมาอีก วนเวียนอยู่แบบนี้หลายครั้ง
ลั่วฉิงเทียน จึงพอใจแล้วจึงออกจากมิติ
หานซั่ววิ่งหอบลงมาจากชั้นบนตอนที่กำลังจะก้าวออกจากชานพัก ลมหนาวก็พัดมา หานซั่วที่กำลังจะก้าวขาออกไปก็ชะงักไว้
ที่ด้านหลังหลิวซือฉีก็วิ่งตามลงมา
“หานซั่วนายวิ่งทำไม? ปกติลั่วฉิงเทียนชอบนายที่สุด ถ้านายยอมเสียสละความบริสุทธิ์สักหน่อยฉันไม่เชื่อหรอกว่าลั่วฉิงเทียนจะไม่ติดกับ ดูพี่ใหญ่กับคนอื่น ๆ พวกเขาเข้าไปกินข้าวกันหมดแล้ว ส่วนนายนี่สิกลัวจนหนีเลย!”
หานซั่วมองหลิวซือฉีด้วยสายตาแบบมองคนโง่ แล้วพูดว่า
“เธอคิดว่าพี่ใหญ่พวกเขาเข้าไปกินข้าวจริง ๆ เหรอ?”
หลิวซือฉีเหลือบมอง หานซั่ว
“ก็แล้วทำไมจะไม่ใช่ละ ข้างในมีตั้งเก้าคนถึงลั่วฉิงเทียนจะเก่งแค่ไหน เธอก็ฆ่าคนมากมายขนาดนั้นในคราวเดียวไม่ได้หรอก ฟังฉันเถอะตอนนี้ยังมีของกินอยู่ รีบกลับไปกัน! ต่อให้ไม่มีของกิน ก็อย่าลืมนะ บ้านของลั่วฉิงเทียนน่ะมีไฟฟ้า”
ตอนนี้ หานซั่ว ไม่อยากสนใจคนโง่ตรงหน้าแม้แต่น้อย
หลิวซือฉี เห็นหานซั่วไม่สนใจตนเองจึงจะพูดต่อ
“ตุบ!” เสียงของหนักตกลงพื้นดังมาจากนอกประตู ตามมาด้วยเสียงดังต่อเนื่องกันสามครั้ง
“ตุบ ตุบ ตุบ!”
หานซั่วและหลิวซือฉีไม่ทะเลาะกันอีกต่อไป ทั้งสองคนยื่นหัวออกไปจากทางเดินอย่างระมัดระวัง
ของหนักอีกชิ้นตกลงมา ตรงหน้าทั้งสองคนพอดี
ครั้งนี้ทั้งคู่มองเห็นสิ่งที่ถูกโยนลงมาอย่างชัดเจน
“พะ…พี่ใหญ่ แล้วก็เ้าพวกนั้น?” หานซั่วชี้ไปที่ศพตรงหน้า ปากสั่นเทา
สิ่งที่ถูกโยนลงมาคือกลุ่มคนที่เข้าไปในบ้านของลั่วฉิงเทียน หลิวซือฉีตอนนี้กลัวจนเป็ลมไปแล้ว
“พวกเขาตายได้ยังไง?”
“ฉันบอกแล้วไงว่าลั่วฉิงเทียนน่ะมีปัญหา ทำไมเธอยังไม่เข้าใจอีกถ้าเมื่อกี้พวกเราเข้าไป ตอนนี้คนที่ตายก็คือพวกเรา!”
ในตอนนี้คนทั้งคู่ไม่เหลือความกล้าที่จะขึ้นไปบนตึกอีกแล้ว เพื่อที่จะหนีห่างจากลั่วฉิงเทียนพวกเขาทั้งสองคนจึงรีบวิ่งออกมาจากชั้นล่างสุดแล้วตรงไปยังตึกหมายเลขสามที่อยู่ด้านหลังทันที
“คนที่อยู่ในตึกหมายเลขหนึ่งตายกันหมดแล้ว พวกเราคงไม่ได้อะไรไปหรอก”
“ถ้าอย่างนั้นถ้าอยากมีชีวิตรอด พวกเราก็คงต้องไปเสี่ยงโอกาสที่ตึกหมายเลขสาม”
หลังจากที่เหอเสี่ยวและเสิ่นอวิ๋นหรานกลับมาพร้อมกับหม้อและชาม พวกเขาก็รีบต้มน้ำทันที
ลั่วฉิงเทียนให้ข้าวสวยมาหนึ่งหม้อ เนื้อตุ๋นมะเขือเทศหนึ่งหม้อ พร้อมกับชามและตะเกียบอย่างละคู่
ทั้งสองคนไม่ได้ตั้งใจจะกินข้าวหมดในคราวเดียว พวกเขาจึงเอาข้าวสวยแช่น้ำร้อนไว้ ก่อนจะกินพร้อมกับเนื้อตุ๋นมะเขือเทศ
ในตอนนี้อากาศหนาวมาก แบบนี้พวกเขาน่าจะเก็บเอาไว้กินได้อีกสามสี่มื้อเลยทีเดียว