บิชาม่อน

    เทศกาลลอยโคมอาบไฟแห่งเอเธน่า2

             ร่างบางหมุนตัวไปตามจังหวังของดนตรีท้วงทำนองของเพลงที่น่าขนลุกอย่าง the fifth element นั้นตัดกันกับจังหวะการร่ายรำของผู้คน เธอย่อตัวพร้อมใช้มือแตะที่หน้าผากเป็นการเคารพกองไฟขาเรียวเริ่มยกย่างช้าๆตามจังหวะและค่อยๆเเตะพื้นก่อนที่จะเริ่มย่ำไปมาแล้วหมุนตัวไปมาการก้วเท้าสลับเร็วและการเคลื่นไหวที่น่าฉงนนันทำเอาเซรอสแปลกใจ            เซรอสมองทุกย่างก้าวของรีเซ่เธอไม่ใช่คนที่ไม่มีพรสวรรค์อย่างที่ปากว่า แต่เพียงแค่เธอไม่ชอบมันก็เท่านั้น ทุกการเคลื่อนไหวและย่างก้าวนั้นเต็มไปด้ยความพริ้วไหว ไม่ได้ดูอ่อนนโยนแต่พริ้วไหวดังเปลวเพลิงและก็โอนอ่อนดั่งต้นหญ้าลู่ลมในเวลาเดียวกัน          ความสุขสนานบนลานนั้นเรียกเสียงหัวเราะเเละความครืนเคร้งให้แกเมืองเอเธน่าได้ไม่น้อย บาโรมองภาพตรงหน้าอย่างอ่อนโยน เขาไม่ได้เห็นหลานสาวของเขาสนุกแบบนี้มานานมากแล้ว โดยปกติรีเซ่จะมีแต่สีหน้าอมทุกข์เสมอเวลาอยู่ที่เอเธอน่า แต่เมือไปอยู่ที่บิชาม่อนนเลโอก็มักจะเขียนเรื่องราวต่างๆมาเล่าให้เขาฟังเสมอ รีเซ่ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น และดูจะมากขึ้นเป็นพิเศษเมื่อยู่กับพ่อหนุ่มตรงหน้าของเธอ          เลโอเหลือบมองผู้เป็นพ่อที่กำลังยิ้มอย่างอารมณ์ดี แต่จู่ๆบาโรก็หันมาหาเขา          “เห็นหนุ่มสาวมีความสุขฉันละอยากจะรีบสละบัลลังค์เสียจริง อยากไปเต้นรำกับเขาบ้าง เมื่อไหร่แกจะรับตำแหน่งซักที ตบแต่งกันให้เรียบร้อยแล้วขึ้นครองบัลลังค์แทนฉันเลยก็ได้นะ ฉันไม่ว่าอะไร”           บาโรเน้นคำว่า ตบแต่ง เหมือนจงใจแกล้ง แล้วดูท่าว่าจะสำเร็จเสียด้วยเมื่อลูกข้าของเขาแสดงสีหน้าที่กลืนไม่เข้าคลายไม่ออกแบบบอกไม่ถูกใส่เขาเสียเต็มประสา ส่วนแม่นางฟ้าน้อยนั้นก็กุมหน้างุดๆไม่เงยขึ้นมาเลย          สนุกดี          คนหนึ่งก็ปากแข็งอีกคนก็ขี้อาย          โอ้ยมันส์!!
              เมื่อเพลงบรรเลงจบรีเซ่ก็หมุนตัวเเล้วม้วนย่อกายลงมาโดยที่ขาไขว่กันเป็นการเคารพกองไฟอย่างสวยงาม พลันมือหนาก็คว้าเข้าที่ร่างบางเเล้วดึงให้เธอหมุนตัวเข้ามาหา คนตัวเล็กกว่าชนกับอกกว้างอย่างจัง          “อะไรของนายเนี้ย”           รีเซ่ถามพร้อมกับเอามือจับที่จมูกของตัวเองไปด้วย ดูเหมือนจมูกเธอจะชนเข้าเต็มๆกับอกเขา          “ไปจากตรงนี้กันมันดึกแล้ว”          เซรอสไม่พูดเปล่าเขาจูงมือรีเซ่ฝ่าฝูงคนออกไปแทบจะทันที โดยท้งไว้เพียงสายตาที่ดูจะเสียดายจากเหล่าหนุ่มน้อยใหญ่ ไม่ทันให้ใครเข้ามาก็ล่อก็ติดเธอด้วยซ้ำ          ใครจจะเปิดโอกาศให้          ฝันไปเถอะ          “เซรอส..ไปไหนต่อ”          รีเซ่เริ่มถามทั้งๆที่เธอยังถูกจูงอยู่แบบนั้นแต่เขาก็ไม่ตอบเธอเลยสักคำ สองข้างทางที่เขาและเธออยู่ขณะนี้เป็นชายป่าที่ก่อนจะเข้าบ้านกลางน้ำ และดูเหมือนว่ารีเซ่จะคิดอะไรได้เธอจึงหัวเราะนัวขึ้นมา หัวเราะทั้งๆที่ถูกเขาจูงนั้นละ แต่เสียงหัวเราะของเธอก็กลับทำให้เขายิ่งอารมณ์เสีย          “นี้อย่าบอกนะว่านาย หึง”          ซึ่งดูเหมือนว่าจะตรงจุด เพราะเซรอสหันมามองเธอด้วยสีหน้าที่สุดแสนจะหงุดหงิด          “หรือไม่ควรละมีแต่หนุ่มๆมองตาเป็นมัน ถ้าไม่เข้าไปดึงมาก่อนคงมีคนมาขายขนมจีบกันเป็นขบวน”          “กลายเป็นคนขี้หวงตั้งแต่เมื่อไหร่” รีเซ่แซว          “ที่ต้องหวงเพราะฉันมีแค่เธอคนเดียว”           รีเซ่หน้าแดงก่ำกับคำตอบของคนขี้หวง เเต่ก็พยามทำเป็นขำกลบเกลือน          “รีบกลับบ้านกันเถอะน่าดึกแล้วฉันเริ่มงวงเเล้ว”           รีเซ่ชวนเซรอสกลับเเต่ดูเหมือนท่าว่ากลายเป็นว่าตอนนี้เธอเหมือนจะเสียเปรียบเซรอสไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อร่างสูงดึงคนตัวเล็กเข้ามาให้ใกล้มากขึ้น          “อย่าคิดว่าจะมาเอาเปรียบกันอีกเชียว”รีเซ่ดุพร้อมใบหน้าที่แดงก่ำ          “ถ้าไม่ให้เอาเปรียบว่าที่ชายาของรัฐไฟล์จะให้ไปเอาเปรียบสาวที่ไหนฮึ”          เซรอสเฉยคางคนตัวเล็กกว่าขึ้นพร้อมกับจุมพิษลงที่ริมฝีปากเรียวอย่างแผ่วเบาและเนินนานทุกการสัมผัสนั้นเต็มปด้วยความห่วงแหนถนุถนอมและลึกซึ้ง มือหนารั้งเอวบางกระชับเข้ามาใกล้เข้าไปอีกพร้อมกับก่อนที่จะเอนลงไปที่ซอกคอ รีเซ่ถึงกับสะดุ้งแล้วเริ่มดิ้นยุกยิก เมื่อถอดริมฝีปากออกคนตัวเล็กกว่าก็เอาอกเขาซุกเป็นการซ่อนดวงหน้าที่แดงระเรื่อ          “ไอ้บ้า คนชอบเอาเปรียบ” รีเซ่ด่าเขาให้ทั้งๆที่หน้ายังคงแดงไม่หาย           “ให้ทำแบบนี้กับคนอื่นฉันไม่ทำหรอก”          “ใช่แน่หรอ” รีเซ่เริ่มแซะ           “ก็แล้วเเต่จะเชื่อ” เซรอสยักไหล่อย่างอารมณ์ดี          “งั้นจะเชื่อก็แล้วกัน..นี้เซรอส” อยู่รีเซ่ก็เรียกเขาพร้อมกักมือให้เข้ามาใกล้ๆ          “ว่าไง”          “ขอ…ขอขี่หลังหน่อย”          “ห๊ะ?”          “น๊าาา…ง่วงแล้วอะ ขี่หลังหน่อยไม่อยากเดินเเล้ว”           เซรอสงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของเธอแต่ก็ยอมย่อตัวลงเพื่อให้คนตัวเล็กกว่าขี่หลังแต่โดยดี          เซรอสหัวเราะเล็กน้อย รีเซ่ซุกหน้าลงที่หลังของเขาและดูเหมือนว่าพอซุกไปได้ไม่นานก็เหมือนจะใกล้หลับเต็มทน          เอาเเต่ใจเป็นที่หนึ่ง          หลับก็ง่ายอย่างกับเด็ก          เสียงระเมอเล็กๆแผ่เบาที่เขาได้ยินก็ทำให้เซรอสยิ้มไม่น้อย           ‘อย่าแบบนี้กับใครน๊าา..เขาหวงของเขา’           “แด่เธอผู้เดียว”          เซรอสตอบเพียงเสียงเบาๆแค่นั้น ก่อนจะค่อยๆเดินพาร่างเล็กที่เข้าสู่ห้วงนินทำเดินเข้าไปในตัวปราสาทเพื่อมุ่งหน้าไปยังบ้านกลางน้ำขอบรีเซ่ซึ่งตอนนี้กลายเป็นจุดรวมพลของพวกเขาไปแล้ว           เซรอสมองไปยังที่มาของเสียงสนทนาอย่างครื้นเครงตรงหน้า เลโอกับเพื่อนๆกำลังนั่งล้อมวงกันพูดคุยและมีเครื่องดื่มและของกินมากมายอยู่บนโต้ะ บ่งบอกได้ว่าพวกเขาคงก้งกันหลายยกแล้ว และดูเหมือนจะมีเพียงยูนะที่ดื่มแต่น้ำผลไม้ เพราะพอเดเรสจะเทเหล้าให้ เลโอก็ฟาดมือเพื่อนตัวเองดังเพี้ยะจนเซรอสอดขำไม่ได้           “ไง” เซรอสเองทัก          เลโอหันมามองพร้อมกับมองแม่ตัวดีที่หลับอยู่หลังเพื่อนหนุ่มอย่างเอ็นดู          “มันหมดฤทธิ์แล้วรึไง”          “เที่ยวมากนะ ขากลับก็ไม่ยอมเดินจะขี่คอกลับ”          “เนี้ยละนิสัยมันเหนื่อยแล้วงี่เง่าชอบขอขี่หลัง แกพามันไปนอนก่อนเเล้วกัน ละก็ลงมาคุยกันเพราะต้องวางแผนการเดินทางของวันพรุ่งนี้ เราจะถึงเส้นทางสุดท้ายคือแกแล้ว”          “โอเค เดี๋ยวฉันลงมา”            เซรอสบอกพร้อมกับแบกคนตัวเล็กขึ้นไปนอนบนห้อง เขาพาร่างเล็กไปนอนที่เตียงพร้อมกับจูบลงบนหน้าผากมนเบาๆหนึ่งที แต่มือเล็กยังคงกำเสิ้อเขาไว้แน่น เสื้อแสงของเธอก็ดูจะหลุดรุ้ยในตอนนี้           เธอแจะรู้ไหมว่าการที่เป็นแบบนี้บ่อยๆเขาต้องอดทนมากแค่ไหนที่จะห้ามใจตัวเอง          “ฝันดีนะ”          เซรอสค่อยๆดึงมือเขาออกก่อนที่จะจะมือเล็กมาจูบที่หลังฝ่ามือแล้วเดินจากไปก่อนที่จะค่อยๆปิดประตูลงช้าๆ