ตอนที่ 4: ระยะห่างแห่งความตาย
"ศิษย์พี่เยี่ย... ท่านสอนข้าบ้างได้หรือไม่? ไอ้ท่าที่ทำให้คนตัวใหญ่ขนาดนั้นปลิวข้ามหัวไปได้น่ะ"
ต้าหมางกระซิบถามขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งหลบมุมกินหมั่นโถวเย็นชืดอยู่หลังอัฒจันทร์ ในมือของต้าหมางกำหมั่นโถวแน่น แววตาเต็มไปด้วยความศรัทธา
เยี่ยหลางเคี้ยวหมั่นโถวตุ้ยๆ ก่อนจะกลืนลงคออย่างยากลำบาก "ต้าหมางเอ๋ย วิชาของข้าน่ะ มันไม่เท่เหมือนกระบี่บินหรอกนะ มันคือวิชาของคนจนตรอก... คนที่มีแค่ร่างกายเป็อาวุธ"
เขาหยิบกิ่งไม้เล็กๆ ขึ้นมาวาดเส้นลงบนพื้นดินทราย "เ้าดูนี่... ผู้ฝึกกระบี่มีระยะสังหารอยู่ที่ 'สามเชียะ' (ประมาณ 1 เมตร) คือความยาวแขนบวกความยาวกระบี่ ในระยะนี้คือแดนปะา ใครก้าวเข้าไปก็หัวขาด"
เยี่ยหลางจิ้มกิ่งไม้ลงที่จุดศูนย์กลาง "แต่ถ้าเราผ่านระยะสามเชียะนี้เข้าไปได้... จนถึงระยะ 'แนบเนื้อ' กระบี่ที่ยาวเหยียดจะกลายเป็เกะกะทันที แรงฟันจะหายไปเพราะไม่มีพื้นที่เหวี่ยง... นั่นแหละคือแดนของข้า"
"แต่... จะผ่านเข้าไปได้ยังไงขอรับ? ขืนวิ่งทะเล่อทะล่าเข้าไปก็โดนแทงไส้ไหลพอดี" ต้าหมางถามอย่างสงสัย
เยี่ยหลางแสยะยิ้ม แววตาวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง "ก็ต้องทำให้มัน 'เสียจังหวะ' ไงล่ะ... คนเราน่ะ เวลาจะฟันกระบี่ จิตสมาธิจะไปรวมอยู่ที่ปลายกระบี่ ่วินาทีนั้นแหละที่ร่างกายจะเปราะบางที่สุด"
ทันใดนั้น เสียงระฆังก็ดังขึ้นอีกครั้ง เป็สัญญาณเรียกตัวนักสู้รอบต่อไป
"เอาล่ะ ไปลุยกันต่อ... หวังว่ารอบนี้คู่ต่อสู้จะไม่ใช่พวกบ้าพลังเหมือนกู่ซานนะ ข้าี้เีแบกน้ำหนักคน"
...
"คู่ที่ยี่สิบสาม... เยี่ยหลาง ปะทะ หลี่ชิง!"
เมื่อเยี่ยหลางก้าวขึ้นสู่ลานประลองอีกครั้ง บรรยากาศเปลี่ยนไปจากรอบแรก สายตาดูแคลนยังมีอยู่ แต่เริ่มมีความระแวดระวังเจือปน ผู้คนเริ่มสงสัยใน "โชค" ของเขา
คู่ต่อสู้ครั้งนี้คือ 'หลี่ชิง' ศิษย์สายในผู้ใช้กระบี่ยาว หลี่ชิงรูปร่างผอมเพรียว ท่าทางคล่องแคล่ว แตกต่างจากกู่ซานอย่างสิ้นเชิง เขาไม่พูดพล่ามทำเพลง ทันทีที่ขึ้นเวที เขาก็ชักกระบี่ "วายุคราม" ออกจากฝัก ปลายกระบี่สั่นระริก ส่งเสียงหวีดหวิวเบาๆ บ่งบอกถึงการอัดฉีดลมปราณธาตุลม
'งานหยาบแล้ว...' เยี่ยหลางคิดในใจ 'เ้านี่เป็สายความเร็ว แถมยังรักษาระยะห่าง... มันคงเห็นตัวอย่างจากกู่ซานแล้วแน่ๆ'
"ข้าไม่โง่เหมือนเ้าควายกู่ซานหรอกนะ เยี่ยหลาง" หลี่ชิงเอ่ยเสียงเรียบ "ข้าจะไม่ให้เ้าเข้าใกล้ตัวข้าแม้แต่ก้าวเดียว ข้าจะเฉือนเนื้อเ้าทีละชิ้นจากระยะไกล"
ฟุ่บ!
หลี่ชิงสะบัดข้อมือ ปราณกระบี่คมกริบพุ่งแหวกอากาศเป็เส้นตรง เฉียดแก้มของเยี่ยหลางไปจนเืซึม เยี่ยหลางะโถอยหลังทันที
"เฮ้! ใจเย็นสิพี่ชาย! ยังไม่ทันตั้งท่าเลย!"
หลี่ชิงไม่ฟังเสียง เขาใช้ก้าวเท้าที่รวดเร็ว (ย่างก้าววายุ) รักษาระยะห่าง 4-5 ก้าวเสมอ คอยตอดด้วยปลายกระบี่ทีละนิด ไม่ยอมให้เยี่ยหลางเข้าประชิดตัว เสื้อผ้าของเยี่ยหลางเริ่มขาดวิ่นเป็ริ้วๆ เืซึมออกมาตามแขนและขา
บนอัฒจันทร์ หลิวซืออินพยักหน้าเบาๆ "หลี่ชิงฉลาดมาก... ใช้ข้อได้เปรียบของระยะโจมตี (Range Advantage) กดดันจนเยี่ยหลางโงหัวไม่ขึ้น คราวนี้เ้าจะทำยังไง? จะแกล้งล้มก็ใช้ไม่ได้ผลกับคนที่ยืนห่างขนาดนั้น"
เยี่ยหลางหอบหายใจแฮกๆ เหงื่อไหลเข้าตาจนแสบ 'มันระวังตัวแจเลย... ไม่เปิดช่องว่างให้เข้าประชิด ถ้าขืนเป็แบบนี้ต่อไป ข้าคงโดนเฉือนจนเืหมดตัวแน่'
เขา้า 'จังหวะ' จังหวะเดียวที่จะดึงระยะจาก 'ไกล' ให้เป็ 'ศูนย์'
เยี่ยหลางทำท่าจะพุ่งเข้าไปตรงๆ หลี่ชิงแสยะยิ้ม "คิดจะแลกเืรึ? โง่เขลา!" เขาตั้งท่าแทงสวน (Thrust) เล็งไปที่หัวไหล่ของเยี่ยหลางเพื่อหยุดการเคลื่อนไหว
แต่ในวินาทีที่เยี่ยหลางจะพุ่งตัว... เขากลับ 'ถอดรองเท้า'
รองเท้าผ้าใบเก่าๆ ข้างซ้ายถูกขว้างออกไปสุดแรง ใส่หน้าของหลี่ชิง!
"อะไรวะ!?" หลี่ชิงใ สัญชาตญาณนักดาบสั่งให้เขาตวัดกระบี่ฟันสิ่งที่พุ่งเข้ามา ฉัวะ! รองเท้าผ้าขาดสะบั้นเป็สองท่อนกลางอากาศ
'นั่นแหละ... จังหวะที่จิตหลุดจากกระบี่!'
ชั่วพริบตาที่หลี่ชิงเสียสมาธิไปกับการฟันรองเท้า สายตาของเขาถูกบดบังด้วยเศษผ้า เยี่ยหลางไม่ได้พุ่งเข้ามาตรงๆ แต่เขาสไลด์ตัวราบไปกับพื้น (Tackle) พุ่งลอดใต้วิถีกระบี่เข้ามาเหมือนงูเลื้อย
ระยะห่างสามเชียะ... หายวับไปในพริบตา!
"เสร็จข้า!"
มือของเยี่ยหลางคว้าหมับเข้าที่ 'ข้อเท้า' ของหลี่ชิง ไม่ใช่การดึงกระชาก แต่เป็การใช้ท่อนแขนล็อกข้อเท้าไว้แน่น แล้วใช้ไหล่กระแทกเข้าที่หัวเข่าของอีกฝ่าย (Ankle Pick / Knee Bar Transition)
กร๊อบ!
"อ๊ากกกก!" หลี่ชิงร้องลั่นเมื่อหัวเข่าถูกบิดในทิศทางที่ไม่ควรจะเป็ ร่างของเขาทรุดฮวบลงพื้นทันทีเพราะขาข้างหนึ่งใช้การไม่ได้
แต่เยี่ยหลางยังไม่หยุด เขาไม่ได้ปล่อยให้หลี่ชิงมีโอกาสใช้กระบี่ฟันสวนขณะนอน เยี่ยหลางรีบปีนขึ้นคร่อมร่าง (Mount Position) อย่างรวดเร็ว ขาทั้งสองข้างหนีบเอวหลี่ชิงไว้แน่นเพื่อกันการดิ้นหนี มือซ้ายกดข้อมือที่ถือกระบี่ของหลี่ชิงกระแทกพื้น มือขวา... ง้างหมัดขึ้นสุดแขน
"ยอมแพ้ซะ! ไม่งั้นข้าจะทุบดั้งจมูกเ้าให้ยุบไปถึงสมอง!" เยี่ยหลางตะคอกเสียงเหี้ยมเกรียม รังสีอำมหิตพุ่งออกมาจนหลี่ชิงตัวสั่นงันงก
กระบี่วายุครามหลุดจากมือ... หลี่ชิง ที่นอนอยู่ใต้ร่างของเยี่ยหลาง ไร้ทางสู้โดยสิ้นเชิง ในระยะที่หน้าห่างกันแค่คืบ กระบี่ยาวไม่มีความหมาย มีแต่หมัดลุ่นๆ ที่จ่อหน้าอยู่เท่านั้น
"ยะ... ยอม! ข้ายอมแล้ว!" หลี่ชิงะโเสียงสั่น
เยี่ยหลางชะงักหมัดที่ห่างจากปลายจมูกคู่ต่อสู้เพียงนิ้วเดียว เขาค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ รังสีอำมหิตจางหายไป เปลี่ยนกลับเป็รอยยิ้มโง่ๆ อีกครั้ง
"แหะๆ... ขอบคุณที่ออมมือนะศิษย์พี่" เยี่ยหลางลุกขึ้น ปัดฝุ่นกางเกง แล้วเดินไปเก็บเศษรองเท้าที่ขาดวิ่นขึ้นมาดูด้วยความเสียดาย "โธ่เอ๊ย... รองเท้าคู่เก่งของข้า ขาดซะแล้ว แบบนี้ต้องให้ศิษย์พี่หลี่ชดใช้ค่าเสียหายนะขอรับ"
ผู้ชมทั่วลานประลองเงียบกริบอีกครั้ง ชัยชนะครั้งแรกอาจจะเรียกว่าฟลุ๊ค... แต่ครั้งที่สอง... ด้วยการปารองเท้าแล้วพุ่งเข้าล็อกข้อเท้า? มันคือวิชาบ้าบออะไรกัน? ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี แต่... ชนะ?
หลิวซืออินที่ยืนอยู่บนอัฒจันทร์กำหมัดแน่น "การปิดระยะ (Closing Distance) ด้วยการเบี่ยงเบนความสนใจ... และการต่อสู้ภาคพื้นดินที่ทำให้กระบี่ไร้ค่า... เยี่ยหลาง เ้าไปเรียนวิชาพวกนี้มาจากไหน?"
นางเริ่มรู้สึกได้ถึง 'อันตราย' บางอย่างจากชายหนุ่มคนนี้ อันตรายที่ไม่ได้มาจากพลังทำลายล้าง... แต่มาจาก 'ความเข้าใจในธรรมชาติของการฆ่า' ที่ลึกซึ้งกว่าใครๆ
"การประลองรอบต่อไป... จะคัดเลือกเหลือสิบคนสุดท้าย" เสียงประกาศดังขึ้น "และผู้ที่ผ่านเข้ารอบจะต้องจับฉลากเลือกอาวุธจากคลังศาสตรา!"
เยี่ยหลางที่กำลังเสียดายรองเท้าถึงกับชะงัก "หา? จับฉลากอาวุธ? แปลว่าข้าจะมือเปล่าไม่ได้แล้วงั้นรึ?"
นี่คือหายนะ สำหรับคนที่มี "มือ" เป็อาวุธที่ดีที่สุด... การถูกบังคับให้ถืออาวุธที่ใช้ไม่เป็ ก็ไม่ต่างอะไรกับการถูกมัดมือชก!