“นายอยู่โลกมากี่ปีแล้ว?” สมิธถามกรีนชิลด
“80 ปีได้มั้ง ข้าเองก็ไม่ค่อยแน่ใจ” กรีนชิลดตอบในขณะใช้มือทั้งสองแตกแขนงออกเป็เส้นเล็กเส้นน้อยเหมือนกับเถาวัลย์เพื่อใช้ในการเก็บเกี่ยวต้นมันฝรั่งแหวกดินที่มีไม่ต่ำกว่า 1,000 ผล
80 ปีถือว่ายังใหม่อยู่สำหรับตำนานเื่เล่าระดับโลก แม้ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติจะทำให้โลกได้รับรู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตเหนือจินตนาการอยู่จริงไม่ใช่แค่เื่เพ้อฝันอีกต่อไป แต่ความจริงแล้วหารู้ไม่ว่าโลกใบนี้เองก็มีสิ่งมีชีวิตเ่าั้อยู่นานแล้วแถมอยู่อาศัยร่วมกับมนุษย์มาไม่ต่ำกว่าหมื่นปี อย่างตำนานเยติก็มีอยู่จริงและมันไม่ใช่แค่ลิงั์เหมือนที่ทุกคนคิดเพราะลักษณะที่แท้จริงของเยติคือหนึ่งในเผ่าพันธุ์คนั์ หรือแม้แต่เนสซีผู้โด่งดังเองก็ไม่ใช่ไดโนเสาร์ผู้เหลือรอดหากแต่เป็ปีศาจทะเลสายพันธุ์หนึ่ง บนโลกใบนี้มีอะไรลึกลับอีกมากมายที่ยังไม่ถูกค้นพบ!
“นานเอาเื่! นายเคยได้ยินอาหารมนุษย์ที่เรียกว่า ‘เฟรนช์ฟรายส์’ หรือเปล่า” สมิธถามต่อ
“แน่นอน…ข้ารู้จักอาหารชนิดนี้ดีเลยเพราะมนุษย์อย่างพวกเ้าชอบทิ้งถุงหรือกล่องใส่อาหารชนิดนี้เต็มไปหมด ทิ้งมันทุกที่แม้แต่ในป่าก็ตาม” กรีนชิลดบ่นออกมาเพราะตัวมันเองก็เบื่อเหมือนกันในการทิ้งขยะไม่เป็ที่ของพวกมนุษย์
“ฮ่า ฮ่า เสียใจด้วยนะ เพราะฉันเองก็คิดจะทำเมนูนี้แหละให้นายได้กิน” สมิธถึงกับหัวเราะเมื่อได้ยินว่ากรีนชิลดไม่ชอบเฟรนช์ฟรายส์เมนูที่สมิธตั้งใจจะทำให้กรีนชิลดกินจนลืมการสังเคราะห์แสงไปเลย เป็เมนูที่เรียบง่ายแต่ความอร่อยของมันเกินกว่าคิดแน่นอน
“เ้าจะเอามันฝรั่งที่ดีเลิศและสวยงามเหล่านี้ไปทำของแบบนั้นรึ แหวะ!” กรีนชิลดแค่คิดก็อยากจะอ้วก
“นายอคติไง เดี๋ยวนายได้ลองนายก็จะรู้เอง”
ทั้งคู่ต่างพากันถกเถียงเื่อาหารจนกระทั้งในที่สุดมันฝรั่งแหวกดินไม่ต่ำกว่าพันต้นก็ถูกเก็บเกี่ยวเสร็จเส้นเป็ที่เรียบร้อย สมิธตัดสินใจขายไปครึ่งหนึ่งและเก็บอีกครึ่งหนึ่งไว้ต่อยอดทำอะไรบางอย่างที่สมิธคิดไว้แล้วว่าจะทำยังไงกับมันให้เกิดผลประโยชน์สูงที่สุด
“นายปลอกมันฝรั่งเป็ไหม?” หลังจากที่ทั้งคู่เก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จแล้วพวกเขามาต่อกันที่ห้องครัวเพื่อเตรียมตัวทำอาหารอย่างเฟรนฟรายและเพื่อเตรียมตัวก่อนจะเริ่มแผนการต่อไป
“เ้าถามข้าเผ่าพันธุ์ผู้ดำรงอยู่กับธรรมชาติมาชั่วชีวิตว่าปลอกมันฝรั่งเป็ไหมเนี้ยนะ?” กรีนชิลดพูดพร้อมกับจ้องไปที่หน้าของสมิธด้วยสีหน้าที่อีกฝ่ายรู้แน่นอนว่ามันหมายความว่าไง
“เออก็จริง!” มันก็จริงอย่างที่กรีนชิลดบอกสมิธไม่ทันได้นึกเลยคำพูดเมื่อกี้ คำพูดของเขาเมื้อกี้คงประมานถามปลาว่าว่ายน้ำเป็ไหมอะไรทำนองนั้นซึ่งเป็คำถามที่โง่มาก...
สมิธนำมันฝรั่งแหวกดินกว่า 100 ลูกออกมาปลอกเปลือกทั้งหมด เมื่อปลอกเปลือกเสร็จสมิธนำมันฝรั่งกว่า 90% แยกออกไปใส่ถังเก็บความเย็นที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง โดย 10% ที่เหลือสมิธจะนำมันมาทอดเพื่อใก้กรีนชิลดและคนในบ้านกิน
ในขณะที่สมิธกำลังรอให้น้ำมันที่เขาตั้งไว้เดือด สมิธหันมาหั่นมันฝรั่งให้เป็แท่งๆรอและหลังจากหั่นเสร็จสมิธเตรียมแป้งทอดกรอบธรรมทั่วไปไม่ปรุงแต่งอะไรเพิ่มเติม พร้อมกับนำมันฝรั่งที่หั่นเป็แท่งแล้วชุบแป้งเข้าไปทั้งหมด
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วสมิธจึงเริ่มทอดเฟรนช์ฟรายส์ด้วยมันฝรั่งแหวกดินพืชปริศนาที่ไม่รู้ว่ารสชาติจะออกมายังไงและมีคุณสมบัติแปลกประหลาดอะไร แม้สกิลการทำอาหารของสมิธจะค่อนข้างธรรมดาไปทางต่ำแต่พวกเื่ทอดของกินประเภทนี้สมิธทำได้สบายมาก
แต่ก่อนที่เฟรนช์ฟรายส์โดยมันฝรั่งแหวกดินจะเสร็จสมบูรณ์สมิธได้ทำการโรยเกลือเล็กน้อยให้เกลือคลุกเคล้ากับเฟรนช์ฟรายส์เขาหยิบหนึ่งชิ้นยื่นให้กรีนชิลดที่มีสีหน้าบอกชัดเจนว่าจะอ้วกข้าไม่สนใจแต่ด้วยสกิลปากของสมิธกรีนชิลดจึงจำใจยอมรับและกินมันแต่โดยดีส่วนทางสมิธเองไม่รอช้ายัดเฟรนช์ฟรายส์เข้าปากทั้งที่มันยังคงร้อนอยู่
“อืม!...” สมิธไม่ได้ส่งเสียงเพราะร้อนแต่สงเสียงเพราะ
“โคตรอร่อยเลยเว้ยยยยยยยยย”