ตอน รักร้อย ร้อยเล่ห์
ประกายสีท้องแตะแต้มขอบฟ้า นำแสงแรกแห่งอรุณรุ่งฉาดฉายบนผืนดิน มองเห็นบรรยากาศงดงามท่ามกลางความเขียวขจีของไร่กว้าง น้ำค้างพราวพร่างแตะแต้มยอดหญ้าและใบผัก ให้ความชุ่มฉ่ำจนคนที่ลงมือทำงานั้แ่ตอนตีสี่ เผลอถอนหายใจแรงๆ ใบหน้าสวยแหงนเงยมองท้องฟ้าที่เริ่มสว่าง ก่อนจะหันไปมองคนงานคนอื่นๆ ที่กำลังทำหน้าที่ของตัวเองอย่างแข็งขัน คนเก็บผักก็เก็บไป คนทำหน้าที่จัดวางใส่เข่งก็ทำงานของตนไป รถกระบะหลายคันทะยอยมารับผักสดใหม่ในเช้าตรู่วันนี้เหมือนเคยทำ ร่างเล็กๆ ของนวิยาถือสมุดเล่มหนึ่งคอยจดรายการของอย่าง
ขมักเขม่น กว่างานจะเสร็จก็เป็เวลาหกโมงเช้า รักร้อยหยุดพักหลังจากทำงานของตัวเองเสร็จเรียบร้อย ภาระกิจที่ได้รับมอบหมายคือการเป็คนเก็บผัก เ้าตัวถูกปลุกให้ลุกขึ้นั้แ่ตีสามกว่าๆ
“รีบล้างหน้าล้างขี้ตาซะ คนที่นี่เขาตื่นมาทำงานแต่เช้า ไม่ได้นอนกินบ้านกินเมืองเหมือนพวกคนกรุงหรอกนะ” เสียงเข้มๆ ของนายหนึ่ง หรือเอกดนู ชวนให้คนที่กำลังตาปรือเดินงัวเงียออกมาจากห้องนอนหงุดหงิดไม่น้อย
“คนในเมืองเขาก็ต้องตื่นเช้าเหมือนกันแหละ ไม่มีใครนอนจนแดดส่องก้นหรอกนะยะ” รักร้อยโต้กลับทั้งมึนๆ ฝืนกลั้นอาการง่วงหงาวหาวนอนของตนเองไว้สุดกำลัง ก่อนจะเดินโผเผไปจัดการธุระของตัวเองจนเสร็จ กลับออกมาเ้าของไร่ก็ส่งกาแฟแก้วใหญ่ควันกรุ่นให้
“อะ ดื่มซะจะได้ตาสว่าง”
รักร้อยรับถ้วยกาแฟมาดื่มอย่างไม่เกี่ยงงอน อย่างน้อยเขาก็มีน้ำใจชงมาให้ รสขมจัดกับกลิ่นหอมๆ ปลุกประสาทให้ตื่นได้อย่างชะงัดนัก คนที่ง่วงตาใสเมื่อดื่มหมดถ้วย
“ไม่ยักรู้ว่านายชงกาแฟอร่อย รู้ได้ไงว่าฉันชอบกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล” รักร้อยเอ่ยชม
เอกดนูมองถ้วยกาแฟเปล่าที่วางอยู่อย่างพอใจ เมื่อเห็นคนดื่มซดจนหมดแทบไม่เหลือติดก้นถ้วย เกิดมาเพิ่งเคยชงกาแฟเองเป็แก้วแรก ลืมใส่น้ำตาลใส่ครีม เ้าหล่อนยังอุตส่าห์ชมว่าอร่อย ริมฝีปากสีสดยกยิ้มอย่างเผลอไผล ก่อนจะหุบยิ้มเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ควรดีอกดีใจกับคำชมของยายตัวแสบ นี่อาจเป็คำพูดตามมารยาทไม่ใช่คำพูดจากใจ
“ไปทำงานกันเถอะ สายแล้วเดี๋ยวจะไม่ทัน” เอกดนูลุกขึ้นยืน ทำหน้าเคร่งขรึมเป็การเป็งานขึ้นมา “วันนี้ฉันจะให้เธอไปช่วยเก็บผัก งานไม่หนักไม่ต้องกลัว”
เ้าของไร่หนุ่มเดินนำคนงานคนใหม่ไปยังแปลงผัก เขาสั่งการให้เธอไปช่วยคนงานเก็บผักในแปลง งานเบาๆ ไม่ต้องแบกหามอย่างที่หญิงสาว้า เขาจัดให้เธอสมใจ
“พี่ร้อยคะ ไปทานข้าวเช้ากันเถอะค่ะ งานเสร็จแล้ว” หนูนาวางมือจากงานเมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี
“เมื่อวานนายหนึ่ง เอ่อ...พี่ชายของหนูนาเขาไปไหนเหรอ ทำไมไม่ทานข้าวเย็นกับเรา” รักร้อยเลียบๆ เคียงๆ ถามถึงเป้าหมาย
หนูนานิ่วหน้าทำท่าคิด ก่อนจะตอบว่า “พี่หนึ่งเดียวเขาไปหาเพื่อนน่ะค่ะ หนูนาเห็นกลับมาตอนสามทุ่ม พี่ร้อยไม่ต้องห่วงหรอกค่ะพี่หนึ่งเดียวของหนูนา เขาไม่เ้าชู้ ไม่ชอบเที่ยวกลางคืน ยังโสดสนิทไม่มีแฟน” คนเป็น้องการันตีความประพฤติของพี่ชาย พร้อมบอกสถานะเสร็จสรรพ
“พี่ว่าหนูนาเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ที่ว่าโสดน่ะน่าจะไม่ใช่แล้ว” รักร้อยยิ้มกร่อยๆ บุ้ยบ้ายให้น้องสาวเ้าของไร่ มองไปยังรถที่แล่นมาจอดหน้าโรงอาหาร
เอกดนูลงมาจากรถจิ๊บคันใหญ่ เขาเดินอ้อมมาอีกฝั่งเปิดประตูให้คนอยู่ด้านในลงมา ร่างเพรียวบางในชุดเดรสสีครีมก้าวลงมายืนเคียงร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่ม ใบหน้าหวานใสของหญิงสาวหันไปมองหน้าชายหนุ่ม ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายอ่อนหวานขณะสบตาเ้าของไร่หนุ่ม ทำเอาคนเห็นรู้สึกคันยิบๆ ในหัวใจขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ
“พี่ดาน่ะค่ะ เพื่อนของพี่หนึ่งเดียว” คนเป็น้องแจงสถานะของหญิงสาวข้างกายพี่ชาย มือนุ่มแตะหลังมือเรียวบางของพี่สาวคนใหม่ พร้อมกับยิ้มสดใส “พี่ดาเขาเป็เพื่อนกับพี่หนึ่งเดียว ค่ะ เพื่อนสนิทค่ะไม่ใช่แฟนหรอก”
รักร้อยมองกิริยาประคับประคองที่เอกดนูแสดงต่อเพื่อนสนิทแล้วยิ้มหยัน นึกรู้ทันเกมส์ของอีกฝ่าย
...เล่นแบบนี้เหรอได้เลย... จะจัดหนักให้สักชุด
“งานเรียบร้อยดีหรือเปล่าหนูนา”
เอกดนูเดินเข้ามาถามไถ่น้องสาว เขาโอบไหล่เพื่อนสาวพาเดินมาเผชิญหน้ากับเป้าหมาย ปากเอ่ยถามเื่งานกับน้องแต่สายตาจับจ้องใบหน้างามอย่างสังเกต แต่ต้องผิดหวังเมื่ออีกฝ่ายไม่มีอาการพิรุธใดใดปรากฏบนใบหน้าแม้เพียงน้อย รักร้อยทำหน้าเฉยสนิทหญิงสาวมองเขาผ่านๆ ก่อนจะหันไปมองคนงานคนอื่นๆ ที่ทะยอยกันเข้าไปในโรงอาหาร
“เป็ไงบ้างรักร้อย งานที่ฉันให้เธอทำหนักไปหรือเปล่า” เอกดนูหันมาชวนรักร้อยคุยบ้าง
“ไม่หนักหรอกค่ะ แค่เก็บผัก ชิลมากๆ ”
รักร้อยตอบคำถามด้วยท่าทีสบายๆ ปรายตามองหญิงสาวหน้าหวานที่อยู่ข้างกายเอกดนูนิดหนึ่ง แล้วแสร้งทำสีหน้าสงสัย เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้เปิดเกมส์ก่อน
“ลืมแนะนำ นี่รินลดาแฟนฉันเอง”
เอกดนูเริ่มแผนของตนเองทันที เขายิ้มเมื่อได้เห็นสีหน้าของรักร้อยเปลี่ยนไป เ้าหล่อนทำหน้าเหวอ ดวงตากลมโตคู่นั้นเบิกค้างอย่างที่คาดไว้ ปากเรียวบางสีกุหลาบสั่นระริกไม่ยักกะอ้าปากค้างอย่างที่อยากเห็น แต่แค่นี้ก็พอแล้ว เขาอยากเห็นอาการสติแตกของยายหูกางเท่านั้น
“พี่หนึ่งเดียว ไปเป็แฟนกะพี่หนูดาั้แ่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกหนูนา “นวิยาเป็อีกคนที่ทำหน้าเหวอ เมื่อได้ยินพี่ชายแนะนำรินลดาว่าเป็แฟนของเขา
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณรักร้อย เดียวเขาเล่าให้ดาฟังว่าคุณเป็คู่หมาย ที่คุณปู่ของเดียว้าให้แต่งงานด้วย แต่เดียวเขาคงแต่งงานกับคุณไม่ได้หรอกค่ะ เพราะเดียวกำลังจะแต่งงานกับดา”
รินลดาเอ่ยทักทาย พร้อมกับแสดงบทบาทแฟนของเอกดนูเต็มความสามารถ เล่นเอาเอกดนูนิ่งอึ้งไม่คาดคิดว่าเพื่อนสาวจะตีบทได้กระจุยกระจายขนาดนี้
“ฉันต้องแต่งงานกับคุณเอกดนูค่ะ ไม่ใช่ผู้ชายคนนี้” รักร้อยตีหน้าซื่อ ทำท่าไม่เข้าใจได้เนียนสุดๆ
เอกดนูสะดุ้งเมื่อนึกขึ้นได้ว่า เขาลืมบอกรินลดาเื่ที่เขาไม่ได้เปิดเผยตัวให้รักร้อยรู้จัก พอขยับปากจะพูดแก้ตัวรินลดาก็โพล่งออกมาเสียก่อนว่า
“เอกดนูก็คือหนึ่งเดียว หรือเดียวของดา เขาเป็เ้าของไร่ดินเดียวแห่งนี้ อะไรกันจะมาแต่งงานกับเขาแต่ไม่รู้จักเขา”
“จริงหรือคะ คุณอย่าพูดเล่นเลยค่ะ” รักร้อยทำหน้าตาตื่นได้สมจริงอีกเช่นเคย แอบซ่อนรอยยิ้มเ้าเล่ห์ไว้ใต้ใบหน้าแตกตื่น “ก็ผู้ชายคนนี้เขาบอกฉันว่าเขาชื่อหนึ่ง เป็เพื่อนกับคุณเอกดนู ฉันงงไปหมดแล้ว ตกลงนายหนึ่งนายเดียวเป็คนๆ เดียวกับคุณเอกดนูเ้าของไร่ดินเดียวจริงหรือเปล่า”
รักร้อยมองหน้าคนขี้โกหกอย่างหมั่นไส้ มาถึงขนาดนี้แล้ว ยังจะตีหน้ามึน บอกว่าตัวเองไม่ใช่เอกดนูอีกหรือเปล่า
“หนูนานึกว่าพี่ร้อยรู้แล้วเสียอีกว่า พี่หนึ่งเดียวคนนี้ เป็คนเดียวกับคนที่พี่ร้อยต้องแต่งงานด้วย” หนูนาเสริมทัพอีกแรง เร่งให้ใบหน้ายับๆ ของพี่ชายแตกกระจายในข้อหาหลอกลวงเร็วขึ้น
“ตกลงว่าฉันถูกคุณหลอกเหรอคะ คุณเอกดนู” รักร้อยหันมาจ้องหน้าคนต้นเื่ เธอเอ่ยถามเขาเสียงสั่น “คุณเห็นว่าฉันหน้าเหมือนกระบือใช่ไหมคะ ถึงได้หลอกกันแบบนี้ ไม่อยากแต่งงานกับฉันก็บอกมาตรงๆ ทำไมคะทำไมถึงได้หลอกปั่นหัวฉันเหมือนเป็คนโง่แบบนี้”
เอกดนูนิ่งงันหัวใจสะท้านไหวกับสายตาตัดพ้อของคนตรงหน้า รู้สึกผิดขึ้นมาเมื่อเห็นเธอแสดงท่าทางเหมือนคนหมดความมั่นใจ ต่างจากยายหูกางปากร้ายเมื่อวานเป็คนละคน ใจแกร่งอ่อนยวบลงทันที
“คุณรักร้อยคะ ดาว่าคุณน่าจะรู้ได้แล้วนะคะ ว่าเดียวเขาทำแบบนี้กับคุณเพราะอะไร” รินลดาถือโอกาสที่คู่แข่งกำลังอ่อนแอ (หลอกๆ ) กระหน่ำซ้ำเติมอย่างนิ่มๆ
รักร้อยหันขวับไปมองหน้าคนเลี้ยงเสือกอไก่ทันที (เสือ+ ก) ดวงตาตวัดสายตาเขียวขุ่นฟาดใส่แวบหนึ่ง ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้
...ยายแฟนของไอ้เหยินนี่ หนอย... เข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ยกับแฟนตัวเองเหลือเกิน เดี๋ยวเหอะ แม่จะจัดหนักสักชุดให้...
“คุณเอกดนูทำไมทำกันแบบนี้คะ ”
รักร้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทอดมองชายหนุ่มด้วยแววตาตัดพ้อต่อว่าหนักกว่าเดิมจงใจให้เอกดนูรู้สึกผิด และมันก็ได้ผลเมื่อเป้าหมาย ไม่กล้ามองเธอเต็มสายตา
เหอๆ ... ไอ้เหยินเริ่มรู้สึกผิดล่ะสิ นายทำฉันก่อนนะอย่าโทษกันเลย... รักร้อยแอบหัวเราะเยาะในใจ ทั้งๆ ที่ทำหน้าโศกสุดฤทธิ์อยู่ ยังไม่หมดเธอยังไม่ได้จัดหนักยายหน้าหวานนั่นสักชุด คนเ้าเล่ห์ยิ้มร้ายก่อนจะร้องครางเสียงแ่
“โอย...”
ร่างบางตัวงอร้องโอดโอย นิ่วหน้าคล้ายคนกำลังเ็ปอย่างสาหัสจนคิ้วชนกัน มือบางกุมท้องของตัวเองไว้แน่น พร้อมกับทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้น ทำเอาคนที่เห็นตื่นใ
“เป็อะไรหรือเปล่ารักร้อย” เอกดนูปราดเข้ามาประคองร่างบางทันที ลืมว่าตัวเองกับกำลังทำอะไรอยู่
“ฉันปวดท้อง... เวลาเครียดมากๆ ฉันจะเป็แบบนี้”
รักร้อยถอนหายใจแรงๆ สีหน้าแสดงอาการเ็ปอย่างสุดใจ ทำเอาคนที่ประคองหน้าตื่น รีบหันมาบอกน้องกับเพื่อนสาว
“หนูดาช่วยดูอาการให้รักร้อยหน่อย หนูนาไปเปิดประตูรถทีพี่จะพารักร้อยไปที่บ้านพัก”
พูดจบเอกดนูก็ช้อนอุ้มร่างบางขึ้นมาแนบอกพาเดินไปยังรถที่จอด รินลดารีบวิ่งตามไปด้วยหญิงสาวมองดูอาการคนป่วยอย่างเป็ห่วง ลืมว่าเธอกับอีกฝ่ายกำลังตีฝีปากกันอยู่ แต่คิ้วเรียวสวยต้องขมวดเมื่อเห็นคนเจ็บแนบหน้ากับแผ่นอกหนา แขนเรียวโอบรอบคอคนอุ้ม พร้อมกับยิ้มน้อยๆ ให้เธอ รินลดานิ่งงันอึ้งไปหลายวิ ก่อนจะเปลี่ยนมาโมโหเมื่อรักร้อยยังแกล้งออเซาะเอกดนูยั่วให้เธอเต้น
“ปวดท้องจัง โอย... คุณหนึ่ง ค่อยๆ เดินหน่อย...”
เสียงเล็ก ร้องครวญคราง ทำให้เอกดนูเดินอย่างระมัดระวังขึ้นเกรงจะทำให้คนป่วย เจ็บกว่าเดิม
///
ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ
รวิญาดา