<<นามิ>>
“พี่กลับก่อน ฝากสวัสดีคุณลุง คุณป้าด้วย”
“กลับดีๆ นะคะ พี่รุกิ”
หลังจากที่ส่งพี่รุกิกลับไปแล้ว ตอนนี้ในบ้านก็เหลือฉันอยู่คนเดียว ส่วนอีตาริวหายไปั้แ่ที่เขาขู่ฉันเสร็จจนตอนนี้ยังไม่มีท่าทีว่าจะกลับมาเลย บ้านที่เงียบเชียบมันทำให้ฉันกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“ฮารุ!!! เธออยู่ไหน?”
ฉันเรียกฮารุ หวังว่าเธอจะออกมาอยู่เป็เพื่อนในเวลานี้ เมื่อบ้านไร้ซึ่งผู้คนนอกจากฉันมันกลับวังเวงขึ้นมา ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันต้องอยู่บ้านเพียงลำพังก็ตาม
“จ๊ะเอ๋”
“กรี๊ด!!!”
เสียงร้องกรี๊ดของฉันดังลั่นบ้าน ยัยผีบ้าฮารุจะมาแบบปกติหน่อยไม่ได้หรือไง นี่เป็ครั้งที่สองของวันแล้วนะ ถ้าเกิดฉันหัวใจวายขึ้นมาใครจะโทรตามรถพยาบาลให้
“ใหรือ”
ยังมีหน้ามาถาม แล้วไอ้สายตาแบ๊ว ๆ นี่มันอะไรกัน ฉันอยากจะตบกะโหลกยัยฮารุสักที ถ้าทำได้ยัยฮารุโดนฉันจัดการไปนานแล้ว แต่ยังไงก็ดีที่ตอนนี้ฉันมีเธอเป็เพื่อนคุย
“ฮารุ เธอเคยเหงาบ้างมั้ย?”
“ทำไม? หรือว่าคิดถึงใคร?”
ยัยผีฮารุจ้องหน้าฉัน ราวกับว่าเื่ที่ฉันถามมันแปลกอย่างนั้น จะว่าไปมันก็แปลกจริง ฉันไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อน
“เปล๊า!!!” ฉันหลบสายตาของเธอทันที
ฮารุได้แต่ยิ้มๆ ไม่ได้ว่าอะไร ผิดกับฉันนี่สิที่ทำตัวไม่ถูก เหมือนว่ายัยฮารุจะนึกอะไรออก
“ได้เวลานอนแล้ว เธอนอนข้างล่างนี่แหละ ฉันจะเฝ้าเธอเอง แล้วอย่าไปคิดถึงริวให้มากล่ะ ”
“ยัยบ้า ทำไมฉันต้องคิดถึงเขาด้วย”
ว่าจบฉันล้มตัวลงนอนตามที่ฮารุบอก เมื่อหัวถึงหมอนฉันก็หลับทันที ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเมื่อฮารุอยู่ใกล้ตัว ฉันถึงรู้สึกปลอดภัยไม่ต่างกับยามเมื่ออยู่ใกล้อีตาริว
เสียงเปิดประตูดังขึ้นมันปลุกฉันให้ตื่น เมื่อลืมตาดูแสงของอาทิตย์ได้สาดส่องเข้ามาทำให้รู้ว่าตอนนี้มันสายมากแล้ว ฉันหันไปดูยังต้นตอของเสียงเห็นริวเปิดประตูเข้ามา กลิ่นเหล้าจากตัวเขาลอยมาแต่ไกล ส่วนฮารุก็หายตัวไปไหนไม่รู้แล้ว
“นายดื่มมาหรือ?”
เขาเดินตรงเข้ามาหาฉันแล้วหยุดยืนตรงหน้า จนฉันได้เห็นสีหน้าของเขาในยามนี้ มันเหมือนสีหน้าของพ่อกับแม่ขณะที่มีเื่ทุกข์ใจซึ่งไม่สามารถบอกให้ฉันรับรู้ได้
“ไปเก็บเสื้อผ้า”
“เก็บทำไม?”
“นามิ ฉันบอกให้ไปเก็บเสื้อผ้าเดี๋ยวนี้”
“แล้วทำไมฉันต้องเก็บตามที่นายสั่ง”
ไม่รู้ว่ารอบนี้ผีที่ไหนเข้าสิง มาถึงก็สั่งให้ฉันไปเก็บเสื้อผ้า เมื่อเขาเห็นว่าฉันไม่มีท่าทีจะทำตามที่เขาสั่ง ริวเดินขึ้นไปยังห้องนอนของฉันตรงไปยังตู้เสื้อผ้าแล้วจัดการยัดมันลงใส่กระเป๋าทันที
“นายเป็บ้าอะไร?”
ฉันดึงแขนเขาให้หยุดและแย่งกระเป๋าจากมือริวไป ร่างหนาหยุดการกระทำของตัวเองแล้วหันมามองหน้าฉัน
“เมาใช่ไหม?”
“ฉันไม่ได้เมา ฉันขอให้เธอเชื่อฉันสักครั้งนะ”
สายตาริวซึ่งมองมายังฉัน มันบอกว่าเขาไม่ได้โกหก ไม่ว่าเขามีเหตุผลอะไรแต่เหมือนว่าฉันต้องทำตาม แม้นว่าอยากจะถามเหตุผลเขาดูราวกับว่าเขาจะไม่มีทางตอบ แล้วเวลานี้ก็ยังไม่สมควรถาม ฉันจึงต้องเก็บของลงกระเป๋าแต่โดยดี
<<ริว>>
นามิยอมเก็บกระเป๋าตามข้าสั่งนั้นถือว่าดีแล้ว ข้าคิดออกอยู่แค่สถานที่แห่งเดียวซึ่งมันคงจะปลอดภัยกับนามิที่สุดในเวลานี้
คฤหาสน์บนยอดเขาใจกลางป่า ตราบใดที่มีเอลฟ์และแฟร์รี่อยู่ที่ตรงนี้ถือว่าปลอดภัย แต่ข้าไม่แน่ใจว่านามิจะก่อเื่ขึ้นหรือไม่ ซึ่งข้าก็เตรียมใจไว้แล้วไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
“คฤหาสน์ใคร?”
เมื่อมาถึงที่หมาย เธอถามข้าขึ้นทันที สีหน้าและท่าทางของเด็กสาวดูตื่นเต้น ข้าเองได้แต่ยิ้มตาม ไม่นานสาวใช้ซึ่งเป็เอลฟ์ได้ออกมาต้อนรับ
“ยินดีต้อนรับเ้าคะ ท่านริว”
นางรับกระเป๋าจากมือของข้าไปถือ แล้วมองไปทางนามิ จนข้าต้องสั่งให้นางไปจัดห้อง ส่วนนามิเองก็มองนางไม่วางตา
“ที่นี่คฤหาสน์ใคร และเธอเป็ตัวอะไรทำไมรูปร่างเหมือนมนุษย์แต่หูยาวและแหลม”
นามิหันมาจ้องหน้าและจับที่แขนของข้าเพื่อจะเอาคำตอบ ถ้าข้าไม่ตอบให้เธอรู้วันนี้คงจะไม่ได้เข้าข้างในเป็แน่ ข้าถอนหายใจไปหนึ่งครั้ง
“คฤหาสน์ของแม่ฉัน นางเป็เอลฟ์ ไม่ต้องกลัวทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนี้เป็คนของฉัน ไม่มีใครกล้าทำร้ายเธอหรอก ส่วนมากสาวใช้ในที่นี้จะเป็เอลฟ์และแฟร์รี่ทุกคนมีเวทมนตร์”
“จะจริงหรือ?”
“ถ้าเธอไม่ไปก่อเื่อะนะ”
เมื่อได้คำตอบที่อยากรู้แล้วนามิปล่อยมือจากแขนข้าแล้วเดินเข้าไปยังตัวคฤหาสน์ ทิ้งให้ข้ายืนอยู่ตรงนี้เพียงลำพัง
ข้ารู้ว่าข้อเท้าของนามิยังเจ็บอยู่ เพราะท่าเดินของเธอที่ไม่ได้ลงน้ำหนักตรงขาซ้ายอย่างเต็มที่ เมื่อเธอเดินเข้ามายังตัวคฤหาสน์แล้วหยุดรอข้า นั่นจึงเป็โอกาสซึ่งข้าจะพาเด็กสาวไปนั่งและรักษาข้อเท้าของเธอ
“นั่งลง”
ร่างบางนั่งลงอย่างว่าง่ายคงจะเป็เพราะวันนี้ข้าพาเธอเดินไกลไปนิด ที่จริงที่ข้าพาเธอเดินแทนที่จะใช้พลังหายตัวมายังที่แห่งนี่เลย มันมีสาเหตุเหมือนกัน ข้าอยากจะให้นามิรู้เส้นทางที่จะลงจากที่แห่งนี้ ถึงมันจะเป็ที่ซับซ้อนพอดูไปบ้าง ข้าเชื่อว่าเธอจะจำเส้นทางได้ถึงจะไม่ใช่ทั้งหมดก็ตาม แต่พอเอาตัวรอดได้ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น
“นายจะทำอะไร?”
“รักษาข้อเท้าเธอไง”
ข้านั่งลงตรงหน้านามิแล้วยกเท้าด้านซ้ายของเธอขึ้นมาจับตรงที่มันเจ็บ ข้าดูสีหน้าของเด็กสาวว่าส่วนไหนเจ็บสุด ดังนั้นเมื่อรู้แน่ชัดถึงตำแหน่ง ข้าใช้พลังของตนรักษาให้ทันที แต่ครั้งนี้ข้ารักษานานกว่าครั้งก่อนตอนที่เธอหลับ เมื่อตอนนั่นข่ารักษาให้โดยรวมจึงไม่รู้แน่ชัดว่าเจ็บส่วนไหนกัน
“เสร็จแล้ว และอย่าก่อเื่”
ข้าพูดเตือนเด็กสาวไว้ก่อน ข้าเองก็ไม่รู้ทำไมแต่ข้ามีลางสังหรณ์ว่าเธอจะต้องก่อเื่เป็แน่ ไม่นานเอลฟ์ที่รับกระเป๋าจากข้านางก็กลับมา
“ห้องนอนพวกข้าทำความสะอาดให้เรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ ท่านริว”
“เ้าพานามิไปที่ห้อง และเรียกทุกคนในคฤหาสน์มาหาข้า”
“เ้าค่ะ เชิญท่านนามิมาทางนี้”
ข้านั่งคิดทบทวนตามลำพังอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่สาวใช้เอลฟ์ตนเดินจะเข้ามารายงานว่าทุกคนมากันพร้อมแล้ว ข้าจึงได้เดินออกไป
“ข้าขอบคุณ ทุกคน ณ ที่แห่งนี้ ที่ยังอยู่กับข้ามายาวนาน ข้ารู้ว่าพวกเ้าไม่ได้อยู่ที่แห่งนี้เพราะเงิน แต่อยู่ด้วยใจ ข้ามีเื่จะขอร้อง”
“ท่านริวมีอะไรก็บอกพวกข้าได้เลย”
หนึ่งในแฟร์รี่พูดขึ้น ข้ารู้ว่าทุกคนในที่แห่งนี้รักข้าเหมือนเป็ลูกเป็หลาน และอบรมสั่งสอนศาสตร์ต่าง ๆ ให้ข้า ข้าต้องขอบคุณท่านพ่อและท่านแม่ ที่เคยช่วยพวกเขาเหล่านี้เอาไว้
“ข้าอยากจะให้พวกท่านช่วยกันปกป้องนามิ”
“ข้าขอถามได้หรือไม่?”
หนึ่งในเอลฟ์ถามขึ้นมา ข้าพยักหน้าเป็เชิงอนุญาตให้พวกเขาเ่าั้ได้ถาม
“ท่านนามิ เป็อะไรกับท่าน”
คำถามนี้ทำเอาข้าตอบไม่ถูกเหมือนกัน จะว่าคนรักก็ยังไม่ใช่ ข้าเงียบไปครู่หนึ่งราวกับว่ากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก จนเมื่อคิดได้ว่าคำตอบนี้ละดีที่สุดในเวลานี้แล้ว
“นางเป็คนสำคัญของข้า พวกเ้าเต็มใจจะช่วยข้าหรือไม่?”
“พวกข้าเต็มใจเ้าค่ะ ที่จริงขอแค่ท่านสั่งมาพวกข้าก็ยินดีทำ”
เสียงของแฟร์รี่และเอลฟ์ที่อยู่ที่นี่ต่างก็ตอบออกมาพร้อมกัน มันทำให้ข้าคิดว่าคิดถูกแล้วซึ่งมายังที่แห่งนี้ ข้ายิ้มตอบออกมาด้วยความดีใจ
“พวกเ้าที่เห็นนามิ คงรู้แล้วว่านางเป็มนุษย์เหมือนเช่นแม่ข้า ดังนั้นข้าแค่อยากให้พวกเ้าดูแลนางเหมือนที่ดูแลข้า ถึงบางครั้งนางอาจก่อเื่ไปบ้างพวกเ้าอย่าถือสานางเลย”
“ท่านริวอย่าได้เป็ห่วงเลย พวกข้ารู้ว่าท่านยังมีงานที่สำคัญต้องทำอีกมาก”
ข้าก้มหัวขอบคุณพวกเขา ถึงจะไม่รู้ว่าปลายทางของนามิจะเป็อย่างไร เธอจะตกเป็เป้าหมายของพวกปีศาจและอสูรอย่างที่อลันบอกมาหรือไม่ ถึงข้าจะสามารถจัดการพวกมันได้แต่ถ้ามากันเยอะ ข้าก็ไม่แน่ใจว่าจะรับมือคนเดียวไหว