หมูพะโล้ทั้งหม้อหมดเกลี้ยงแม้แต่น้ำก็ไม่เหลือ
เมื่อกลับมาถึงบ้านก็เป็เวลาเที่ยงวันเข้าไปแล้วเธอเข้ามาในห้องครัว เพราะตั้งใจจะอาศัยพะโล้ป้อนข้าวเด็กๆและตัวเอง แล้วค่อยทำใหม่ทีเดียวในตอนเย็น
"หมูพะโล้ของอาอร่อยมั้ยจ๊ะอาเจียง หนูกับน้องๆกินข้าวกลางวันกันแล้วเหรอ โทษทีนะ พอดีอาไปแวะไปที่อื่นด้วยน่ะ เลยกลับมาช้า"
"เอ่ออ ค่ะอาสะใภ้ อาสะใภ้ทำอาหารอร่อยมากเลยคะ"
"เดี่ยวไว้วันหลังถ้าว่าง อาจะทำให้กินอีกนะจ๊ะ แล้วนี่ซักผ้าเสร็จแล้วหรือจ๊ะ"
"ยังเลยคะอา พอดีน้องๆขอให้ลี่เจียงช่วยเล่นเกมส์เป็เพื่อนน่ะค่ะ งั้นลี่เจียงไปซักผ้าก่อนนะคะ"
"จ๊ะ"
ลับหลังลี่เจียง เธอรีบเข้าไปจับพลิกเสื้อผ้าเด็กๆเพื่อตรวจดู มีรอยหยิกจริงด้วย นังลี่เจียง! เธอคำรามในลำคอเบาๆ แต่จะพูดออกมาไม่ได้ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐาน ถ้าเธอเดินดุ่มๆเข้าไปถาม อาจจะได้รับคำตอบกลับมาว่าเด็กๆแย่งของเล่นกันเอง และเธอยังต้องสืบเื่ที่ตัวเองเป็ลมล้มลงแบบไม่รู้เื่อะไรวันนั้นอีกด้วย แค้นใหม่บวกกับเื่เดิมในอดีตยังคงต้องรอออกไปก่อน
ฮัดดด ชิ้ววว ฮัดดชิ้ววว
"อาว่าตรงนี้ยังไม่สะอาดนะ อาเจียงทำความสะอาดอีกรอบนะ อาว่าโต๊ะมันยังมีฝุ่นอยู่เลย หนูลองจับดูสิ ห้องครัวก็เหมือนกันเมื่อกี้อาไปต้มไข่ ดูเหมือนจะมีคราบน้ำมันของพะโล้เมื่อเช้าติดอยู่เลย อาเจียงลองไปเช็ดอีกรอบนะ เฮ้อออ หลังจากอาหายป่วยครั้งนี้ก็ไม่รู้เป็อะไร เจอฝุ่นนิดหน่อยก็เหมือนจะแพ้ซะอย่างนั้น จามอยู่เรื่อย ลำบากลี่เจียงแล้วนะจ๊ะ"
"ไปทำความสะอาดครัวก่อนเถอะจ๊ะ แล้วก็มาทำตรงนี้ใหม่ ในห้องนอนของอาด้วยนะ"
"แต่ว่าหนูทำตรงนี้สองรอบแล้วนะคะ"
"แต่มันไม่สะอาดไงจ๊ะ อาเจียงลองเอามือมาจับตรงนี้ดูสิ ฝุ่นยังหนาอยู่เลย แต่ถ้าอาเจียงไม่อยากทำ อาก็ไม่ว่านะ เดี่ยวอาจะลองถามเสี่ยวอวี๋ดูว่าอยากมาลองทำมั้ย"
"ห้องครัวใช่มั้ยคะอาสะใภ้ จะรีบไปทำแล้วกลับมาถูตรงนี้ใหม่อีกรอบนะคะ" เงินตั้ง2หยวนต่อเดือน หลายปีมานี้เธอได้เงินจากอาสะใภ้โง่คนนี้มาตั้งหลายหยวนแล้ว เสื้อผ้าใหม่สวยๆที่เธอใส่ไปอวดเพื่อนๆก็ได้มาจากเงินของอาสะใภ้ ตอนนี้เธอได้หน้าในกลุ่มเพื่อนมากกว่าเมื่อก่อนเสียอีก เวลาในโรงเรียนจะมีอะไรทุกคนก็จะเรียกหาเธอก่อน ใครจะยอมเสียชามข้าวเหล็กตรงนี้กันล่ะ ก็แค่ทำความสะอาดใหม่อีกรอบไม่ใช่หรือ ปกติอยู่บ้านเธอก็ทำอยู่แล้ว แถมเธอยังได้อาหารกลับไปให้แม่ตัวเองที่บ้านอีก วันไหนที่เธอเอาอาหารจากบ้านอาสะใภ้กลับไปให้แม่ วันนั้นแม่จะไม่ดุด่าเธอ แถมยังบอกว่าเธอเป็ดั่งผ้านวมของพ่อกับแม่อีกด้วย
หลังจากจัดการยัยเด็กสาวให้พอหายแค้นใจไปบ้าง เธอก็ไล่ให้เด็กสาวกลับบ้านไป เมื่อจัดการปิดประตูบ้านแล้วก็รีบกลับมาสอบถามเด็กๆ
"เสี่ยวซี ตอนกลางวันลูกกับน้องกินอะไรกัน พี่สาวอาเจียงให้ลูกกินอะไรเอ่ย บอกแม่หน่อยว่าชอบมั้ย"
"แม่ พี่สาวให้พวกเรากินข้าวคลุกน้ำพะโล้"
"น้องสาวอยากกินไข่กับหมูแต่พี่สาวตีมือ แล้วแย่งตุ๊กตากับน้องด้วย"
"เสี่ยวชิง มา ไหนให้แม่ดูมือหน่อยลูก เจ็บมั้ยคะ"
"แม่จ๋า โฮๆๆๆๆๆๆ เจ็บๆ โฮๆๆๆๆๆๆ ชิงเจ็บแม่จ๋า"
"โอ๋ๆ ไหนมาแม่เป่าให้นะคะ เพี้ยงงง หายเจ็บแล้วนะลูกนะ คนเก่งเดี๋ยวแม่ทายาให้นะคะ เดี๋ยวก็หายแล้วมาเล่นกับพี่ใหญ่นะคะ"
" อื้อ"
เื่นี้จริงๆก็เป็ความผิดของเธอด้วย ทั้งๆที่ยังไม่กล้าไว้ใจแต่ก็ยังทิ้งเด็กๆเอาไว้ ถือว่าตอนนี้เธอก็ได้รับรู้อีกหนึ่งเื่แล้วเกี่ยวกับยัยเด็กคนนี้ อายุแค่10กว่าปีเท่านั้นแต่จิตใจกลับบิดเบี้ยวขนาดนี้แล้ว ในยุคของเธอก็พอจะพบเห็นมาบ้างพวกเด็กประเภทนี้ ส่วนใหญ่เด็กกลุ่มนี้มักจะเป็เด็กที่ต้องดิ้นรนต่อสู้กับชีวิตที่ไร้หนทางดีๆให้เดิน หรือเด็กจากบ้านที่พ่อแม่ไม่มีเวลาให้ ก็ต้องดูกันต่อไปถ้าไม่ได้ทำอะไรร้ายแรงนักเธอก็จะยอมหลับหูหลับตาให้ แต่จะไม่จัดการเลยก็ไม่ได้ เธอเองก็ไม่ใช่คนดีอะไร เป็พวกดีมาดีกลับร้ายมาร้ายกลับเป็ล้านเท่าเหมือนกัน
6 โมงเช้า ณ งานเลี้ยงในหมู่บ้าน
"ทำไมไม่รอให้งานเลิกก่อนหล่ะถึงค่อยมา โอ๊ยยย นี้มันเป็เวรเป็กรรมอะไรของลูกชายฉันนะ ถึงได้มีตัวภาระที่ี้เีตัวเป็ขนแบบนี้ งานการก็ไม่รู้จักทำ วันๆรู้จักแต่แต่งตัว ฟุ่มเฟือยไปก็เท่านั้น"
"ลูกชายฉันนี่ช่างน่าสงสารจริงจริ๊งงงง ทำงานหาเงินเหนื่อยแทบตายก็ไม่ได้ใช้"
เสียงของนางเฉินดังขึ้นทันทีที่เห็นหน้าเธอโผล่เข้ามาในบริเวณเพิงที่จัดทำชั่วคราวสำหรับจัดงานเลี้ยงครั้งนี้ นี่คือแม่สามีในตำนานสินะ เธอเลิกคิ้วมองแล้วยักไหล่ ทำเป็ไม่ได้ยินแล้วเดินเยื้องออกไปเอาปิ่นโตกระเบื้องเคลือบสามชั้นลายเถาวัลย์สวยหรูที่ใส่ข้าวกลางวันของเ้าแฝดวางบนโต๊ะกลางสำหรับเตรียมอุปกรณ์สำหรับทำอาหารแล้วนั่งลงข้างๆ โดยมีเด็กๆหลายคนมาวิ่งเล่นรวมถึงสองแฝดที่นั่งจับคู่เล่นกันอยู่แค่สองคนแต่ยังอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ และหลี่เซียงเซียงเองตอนนี้ก็ไม่มีใจอยากจะต่อล้อต่อเถียงกับผู้เฒ่าผู้แก่ประเภทนี้ต่อหน้าคนอื่นให้เสียเวลาไปเปล่าๆ
"พี่สะใภ้ใหญ่ มีอะไรให้ฉันช่วยมั้ยจ๊ะ"
"ต๊ายยย ไม่กล้าหรอกจ๊ะ แล้ววันนี้ลมอะไรถึงหอบคุณนายมาช่วยงานได้ละจ๊ะ ปกติไม่เห็นเคยมา" สะใภ้ใหญ่
"ก็อาเจียงน่ะสิคะ เมื่อวานวิ่งหน้าเริดดีอกดีใจมาหา บอกว่าวันนี้ทางผู้นำบอกว่าถ้าใครมาช่วยงานจะได้ส่วนแบ่งเป็เนื้อหมูคนละชั่ง อาสะใภ้ต้องไปให้ได้นะ ฉันได้ยินก็ดีใจ เช้านี้ถึงได้รีบตื่นมาทำกับข้าวให้เด็กๆแล้วก็รีบมานี่แหละจ๊ะ อาเจียงนี่เป็เด็กดีจริงๆเลยนะจ๊ะ"
"........" อู่หย่าเจิน ได้แต่ก่นด่าลูกสาวในใจที่โง่บอกนังเซียงเซียงให้มาแย่งส่วนแบ่งเพิ่มจากที่จะได้เยอะขึ้นอีกหน่อย
"ปิ่นโตสวยจังเลย ซื้อจากในอำเภอหรือจ๊ะสะใภ้สี่" สะใภ้บ้านจาง
เมื่อคนอื่นๆได้ยินสะใภ้บ้านจางถาม ก็เหล่ตาดูปิ่นโตเถานั้น พร้อมสายตาอิจฉาทันที หลิวอันหนิงก็หันมาดูเช่นกันและคิดว่านี่คงเป็ของที่พี่ซีซวนส่งมาให้สินะ ของทั้งหมดมันควรจะเป็ของเธอ พี่ซีซวนก็ควรจะเป็ของเธอเช่นกัน เธอหลงรักพี่ซีซวนมานานแล้วอุตส่าห์วางแผนเข้าใกล้พี่ซีซวนโดยการเข้าไปตีสนิทกับเฉินลี่เจียงและขยับทีละนิดๆเพื่อเข้าใกล้ครอบครัวของเขา และตอนนี้เธอก็ทำสำเร็จแล้ว นังลี่เจียงโง่เง่านั่นก็โง่เหลือเกิน ยาที่เธออุตส่าห์ใช้เงินเก็บหลายหยวนแอบไปซื้อแล้วให้ใส่ในอาหารให้นังหลี่เซียงเซียงกินก็ยังทำไม่สำเร็จ ได้แต่นั่งเจ็บใจอยู่แบบนี้ ถ้าหลี่เซียงเซียงรู้ความคิดของหลิวอันหนิงตอนนี้ ก็จะบอกหล่อนกลับไปเหมือนกันว่า หลิวอันหนิงทำสำเร็จแล้วและสำเร็จอย่างสวยงามด้วย
"ปิ่นโตอันนี้หรือจ๊ะ ฉันสั่งทำตอนเข้าไปอำเภอครั้งที่แล้วน่ะจ๊ะ ถ้าพี่สะใภ้จางหรือพี่สะใภ้คนไหนสนใจสั่งกับฉันได้นะจ๊ะ ถ้าเข้าตัวอำเภออีกฉันจะได้สั่งมาให้จ๊ะ"
"สวยงามแบบนี้คงแพง น้องสะใภ้ได้มาในราคาเท่าไหร่เหรอ" สะใภ้บ้านเชี่ย
"ไม่แพงหรอกจ๊ะ ราคาแค่ 2 หยวน"
" 2 หยวน!! นี่หล่อนกะจะใช้เงินลูกชายของฉันให้หมดเลยใช่มั้ย ตายแล้วว ตายแล้วว อย่างนี้หลานชายหลานสาวของฉันจะได้กินอะไร"
" ปิ่นโตนี่ ฉันสั่งมาเพื่อเอาไว้ใส่อาหารให้เด็กๆจ๊ะแม่ อย่างวันนี้ก็ใส่อาหารกลางวัน เวลาออกมานอกบ้าน ถือเอาไว้สะดวกดีจ๊ะ"
"น้องซีซวนส่งเงินมาเยอะละสิจ๊ะ น้องสะใภ้ถึงมีเงินเหลือใช้สามารถสั่งของสวยๆแบบนี้ได้ ช่างน่าอิจฉาเหลือเกิน" สะใภ้บ้านจางยังคงถามต่อ
"ก็ไม่เยอะหรอกจ๊ะพี่สะใภ้จาง หลังจากพี่ซีซวนส่งเงินมาแล้วฉันก็แบ่งให้บ้านใหญ่เดือนละ 10 หยวน ที่เหลือฉันก็คำนวนถี่ยิบเลยจ๊ะ"
"อ้าววว นี่ยังไงกันแม่เฒ่าเฉินแยกบ้านกันแล้วลูกชายเธอยังให้เงินบ้านใหญ่อยู่อีกเหรอ ไหนเธอบอกว่าหลังเ้าสี่บ้านเธอแต่งงานแล้วก็ไม่เคยให้เงินบ้านใหญ่เลยสักแดงเดียว" ภรรยาผู้นำ
แม่เฒ่าเฉินและสะใภ้ทั้งสามเงียบไปทันทีหลังจากเื่แดง ชาวบ้านก็เริ่มจับกลุ่มซุบซิบนินทาบ้านใหญ่เฉินอย่างสนุกสนาน และหลังจากช่วยหั่นผักทำอาหารเรียบร้อยแล้ว ่กลางวันเด็กๆก็วิ่งมาหาแม่ของตัวเองเพื่อขอข้าวกิน่กลางวัน
"เสี่ยวซี เสี่ยวชิง เล่นสนุกมั้ยคะลูก"
"สนุกครับ/สนุกค่ะ"
"ปะ ไปล้างมือกันก่อน แล้วเดี๋ยวแม่พาไปกินข้าวนะคะ"
แล้วเธอก็เอาปิ่นโตออกมาแยกทีละชั้น ขณะแยกชั้นปิ่นโตออกเธอก็ััได้ถึงกระแสจิตอันรุนแรงประหนึ่งแรงอาฆาตของผีเฮี้ยนิญญาหลอน เธอทำเป็ไม่สนใจแล้วยกออกมาวางตรงหน้าคู่แฝดที่ตอนนี้เริ่มมีเนื้อมีหนังขึ้นมาบ้างแล้ว
"ค่อยๆกินนะลูก"
"อร่อยครับแม่/อร่อยคะ"
"สะใภ้สี่ วันนี้ทำอะไรให้เ้าแฝดกินหรือจ๊ะ" สะใภ้ใหญ่
"วันนี้ฉันลองทำไข่ตุ๋นแล้วก็หมูชุปแป้งทอดจ๊ะ เสียดายที่วันนี้ทำมาออกได้น้อย บังเอิญเนื้อหมูที่บ้านก็มาหมดพอดี นี่ก็ยังต้องขอบคุณอาเจียงอีกครั้งที่วิ่งมาบอก วันนี้ฉันเลยเหมือนได้รับโชคใหญ่รับเนื้อหมูกลับไปทำกับข้าวให้เ้าแฝด"
"แม่ ผมอยากกินเหมือนเสี่ยวซี" เด็กๆคนอื่นเห็นแล้วก็อยากกิน หลังจากนั้นเสียงงอแงต่างๆก็เริ่มตามมา
"น้องสะใภ้หลี่ พอจะแบ่งมาให้เด็กๆได้บ้างมั้ยจ๊ะ"สะใภ้บ้านฉางแม่ไอ้เด็กเปรตเมื่อวาน
" ต้องขอโทษด้วยนะจ๊ะพี่สะใภ้พอดีฉันทำมาน้อยจริงๆ เ้าสองแฝดนี่ก็กินจุนัก นี่ดูสิจ๊ะยังไม่ทันไรก็เหลือไม่กี่ชิ้นแล้ว ถ้าไม่อิ่มก็จะร้องกระจองอแงเอากับฉันอีกและยังต้องคอยนั่งเฝ้า ถ้า่บ่ายยังงอแงไม่หยุดฉันจะทำยังไงล่ะ เนื้อหมูฉันก็ยังอยากได้อยู่นะจ๊ะ"
"แม่ ผมอยากกิน ผมอยากกินๆๆๆๆ " เสียงร้องยังดังต่อเนื่อง
"เอาอยากนี้มั้ยจ๊ะ พวกพี่ขอแบ่งมาสักชิ้นสองชิ้นให้เด็กๆลองกินหน่อย แล้ว่บ่ายเธอก็นั่งดูเ้าแฝด ส่วนเนื้อหมูส่วนของตอนบ่ายพวกพี่จะแบ่งส่วนของพี่ให้แล้วกัน พวกเธอว่าไง" พูดเสร็จแล้วก็หันไปถามแม่ๆคนอื่น
"ได้ๆแบ่งจากของพวกเรา น้องสะใภ้หลี่เธอจะได้เนื้อหมูครบ 1 ชั่งแน่นอน"
"เอ่ออ จะดีเหรอจ๊ะ ฉันเกรงใจ"
"ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ต้องเกรงใจ พวกฉันต่างหากที่ต้องเกรงใจ เอาตามนี้นะ"
"เอาอย่างนั้นก็ได้จ๊ะ ฉันตามใจพวกพี่เลยนะจ๊ะ ถ้าอย่างนั้นฉันรบกวนพี่สะใภ้ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านและพี่สะใภ้ภรรยาผู้นำเป็พยานให้ฉันด้วยนะจ๊ะ"
"ได้ๆ ฉันจะเป็พยานให้ พวกเธอต้องพูดคำไหนเป็คำนั้น ถึงตอนแบ่งเนื้อหมูมาก็อย่าให้ฉันต้องพูดมาก"
เพราะกลัวเ้าแฝดจะร้องกระจองอแง ่บ่ายหลี่เซียงเซียงก็เลยได้นั่งแกว่งเท้าเล่นใกล้ๆกับเพิงโรงครัวเพื่อเฝ้าไม่ให้เ้าแฝดร้องไห้กระจองอแง พร้อมกับสังเกตรอบๆตัวไปด้วย เธอรู้สึกได้ั้แ่มาถึงสักพักแล้วว่าหลิวอันหนิงแอบลอบมองเธออยู่ สายตาไม่เป็มิตรนัก พอเผลอสบตากับเธอก็สะบัดหน้าหนี
" เสี่ยวอวี๋จ๊ะ"
" คะ อาสะใภ้ มีอะไรหรือคะ"
"่นี้แม่เธอไม่ค่อยสบายหรือจ๊ะ ถึงไม่มีเวลาตัดเสื้อผ้าให้เธอ อาเห็นเธอใส่แต่เสื้อผ้าของปีที่แล้วมาสักพักแล้ว ปกติหลังปีใหม่เธอมักจะมีเสื้อผ้าใหม่ๆใส่นี่นา"
"......." เธอจะมีเสื้อใหม่ได้ยังไง แม่เพิ่งคลอดน้องชายเมื่อสามเดือนก่อน เงินทุกหยวนของแม่ตอนนี้หมดไปกับซื้ออาหารมาบำรุงน้องชาย กับเธออย่าว่าแต่เสื้อผ้าเลย กินข้าวให้อิ่มยังยาก
"ไม่อยากใส่เสื้อสวยๆเหมือนอาเจียงหรือจ๊ะ อาช่วยได้นะ"
"อาสะใภ้จะให้เงินหนูเหรอคะ" เสี่ยวอวี๋หันขวบทันที
"ใช่จ๊ะ แต่เสี่ยวอวี๋อาจจะต้องช่วยงานอาอย่างนึง ไม่ยากหรอกจ๊ะ อาให้เดือนละ 2 หยวน"
"งานอะไรหรือคะอาสะใภ้" 2 หยวนก็อยากได้ ตั้ง 2 หยวนเชียวนะ ถ้าเธอได้เงินนี้มา ต่อไปเธอก็ไม่ต้องทนหิวตอนกลางคืนแล้ว หากต่อไปถ้าเธอเก็บไปอีกเรื่อยๆ เธอก็จะหาซื้อผ้ามาตัดเสื้อสวยๆไว้ใส่ได้อีกด้วย เธอมักจะอิจฉาอาเจียงที่มีเสื้อสวยๆใส่เสมอเลย ต่อไปนี้เธอนี้ก็จะไม่ต้องนั่งอิจฉาอาเจียงแล้วสินะ ต่อไปถ้ามีเงินเธออยากทำอะไรเธอก็สามารถทำได้แล้ว เสี่ยวอวี๋คิดคำนวนในใจ
"อาแค่อยากรู้ว่า ปกติอาเจียงสนิทสนมกับใครบ้าง เรียนหนังสือเป็ยังไง ไปโรงเรียนอย่างไร มีเพื่อนกี่คน"
"อาสะใภ้อยากรู้ไปทำไมหรือคะ"
"นี่อาก็เป็ห่วงพวกเธอหรอกนะ ตอนนี้เธอก็รู้ พี่สาวเธอน่ะ เรียนใกล้จบชั้นประถมแล้ว แต่ทำอะไรไม่ระวังตัวเลย พวกเรายังไงก็เป็ครอบครัวเดียวกัน ถึงยังไงอาก็เป็อาสะใภ้ของเธอ ถ้ามีเธอคอยช่วยเป็หูเป็ตาให้ อาก็วางใจ ไม่รู้สึกผิดต่ออาสี่ของเธอแล้ว กับเธอเองอาก็ห่วง ต่อไปถ้าว่างเธอมาบ้านอาสิ อาจะสอนหนังสือให้ ต่อไปถ้าเรียนจบคนจะได้ไม่ดูถูกเอา แต่เื่นี้เธออย่าเอาไปบอกใครนะ เธอก็รู้ปู่ย่าและบ้านใหญ่ของเธอน่ะไม่ชอบอา"
"อาสะใภ้เป็คนดีจังเลยคะ พวกปู่ย่าน่ะไม่รู้อะไร ไม่น่าว่าให้อาสะใภ้เลย"
"ขอบใจจ๊ะ แค่เธอรู้ก็พอแล้ว"
หลังจากนั้นก็ถึง่เย็นตอนหลังงานเลิก พวกผู้ชายก็พากันชำแหละหมูแล้วนำมาแบ่งส่วนกัน หลี่เซียงเซียงเองก็ได้เนื้อหมู 1 ชั่ง พร้อมทั้งคำสั่งทำปิ่นโต 10 ชิ้น เดินกลับบ้านไปอย่างสบายอุรา