บทที่ 12 ในที่สุดก็ได้ออกจากบ้าน
หลี่ซิงเหอกำลังเตรียมอาหารด้วยความคล่องแคล่ว ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงประกาศจากลำโพงในหมู่บ้านดังขึ้น "ร้านสหกรณ์มีต้นกล้าผักและเมล็ดพันธุ์มาส่งแล้ว มีทั้งผักกาดขาว พริก มะเขือ มันฝรั่ง และถั่วแขก เชิญมาซื้อกันได้"
หลังจากทำอาหารเรียบร้อย หลี่ซิงเหอก็หยิบเงินที่หลี่ฝู่ให้มา แล้วสะพายตะกร้าหลังออกจากบ้านไป ส่วนหลี่ฝู่ไม่คิดจะไปด้วยอยู่แล้วเพราะี้เี อีกอย่างเขารู้ราคาดี พอลูกสาวกลับมาก็แค่นับต้นกล้าทีละต้น โดยไม่ต้องกลัวว่าลูกสาวจะแอบเก็บเงินไว้
ที่ร้านสหกรณ์มีคนมากมาย ชาวบ้านต่างรุมล้อมเพื่อจะได้เลือกต้นกล้าที่ดีที่สุดก่อน
หลีซิงเหอแทรกตัวเข้าไปในฝูงชน แล้วนั่งยอง ๆ เลือกพันธุ์ที่หลี่ฝู่้า
"เอ๊ะ! นั่นไม่ใช่ลูกสาวบ้านหลี่ฝู่หรอกเหรอ? โดนตีจนเกือบตาย ออกมาเร็วจังนะ?"
"เด็กคนนี้เก่งนะ กล้าออกมาเร็วขนาดนี้ ดูซิ เธอไม่กลัวเจอพวกผู้ชายด้วย"
"แม่! พูดอะไรของแม่น่ะ! หยุดพูดเถอะ!" ลูกสาวของผู้หญิงช่างนินทาคนนั้นดึงชายเสื้อแม่ของตัวเองแรง ๆ
"แม่พูดผิดตรงไหน? ทำไมพวกผู้ชายไม่ไปหาคนอื่น! มาหาเธอคนเดียว? ก็เพราะตัวเธอเองไปยั่วยวนเองไม่ใช่เหรอ?"
ผู้ชายผู้หญิงในร้านสหกรณ์ต่างพากันเหลียวมอง สายตาที่จ้องมองหลี่ซิงเหอเต็มไปด้วยความหมายแฝง
หลี่ซิงเหอไม่จำเป็ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็รู้สึกได้ถึงสายตาคมกริบเ่าั้ เธอรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังถูกเฉือนเป็ชิ้น ๆ
ความคิดของเธอจมดิ่งลงสู่ความสับสนอีกครั้ง เื่ทั้งหมดเป็ความผิดของฉันเหรอ? มันไม่ใช่ความผิดของฉัน ทำไมทุกคนถึงมองมาแบบนี้?
เธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับชาวบ้านอีกแล้ว เพียงแค่เร่งมือเลือกซื้อของให้เร็วขึ้น หยิบผักกาดขาว พริก มันฝรั่งให้ครบจำนวนแล้วรีบจ่ายเงินเดินจากไป
ตะกร้าสะพายหลังของเธอเต็มไปด้วยต้นกล้าผักและเมล็ดพันธุ์ เมื่อได้ของครบแล้ว เธอรีบหนีออกจากร้านสหกรณ์ที่เต็มไปด้วยคำพูดทำร้ายจิตใจเ่าั้โดยเร็ว
เธอไม่รู้ว่าข่าวลือนั้นถูกเผยแพร่ออกไปในรูปแบบใด รู้เพียงว่าตอนนี้เธอกลายเป็ตัวร้ายเพียงคนเดียวในเื่นี้!
'หญิงยั่วยวน' 'แม่นางจิ้งจอก' คำพูดมากมายเหล่านี้ราวกับมีป้ายติดอยู่บนตัวเธอขณะเดินไปตามถนน ผู้คนที่เธอเจอตามทางต่างจ้องมองเธอหลายครั้ง บางคนถึงขั้นชี้นิ้วใส่เธอแล้วเอียงหัวกระซิบกระซาบกับคนข้าง ๆ
เธอกลายเป็ศัตรูของคนทั้งหมู่บ้าน ผู้ชายมองว่าเธอโหดร้าย ส่วนผู้หญิงมองว่าเธอใช้เสน่ห์ยั่วยวนผู้ชายั้แ่อายุยังน้อย การกระทำเหล่าถือเป็การโดนประณามที่ดูเหมือนจะ 'ยุติธรรม' แต่แท้จริงแล้ว… มันคือการบีบคั้นให้ทุกคนหันมานินทาเธอ เหมือนกลัวว่าถ้าไม่เข้าร่วมการประณามเธอครั้งนี้ จะถูกคนอื่นกีดกันออกไป
หลี่ซิงเหอหนีกลับบ้าน ปิดประตูรั้วไม้ไผ่ที่ต่ำกว่ากำแพงดิน พลางกั้นคมดาบแหลมเ่าั้ไว้นอกประตู
‘ต้องไม่แสดงอาการใด ๆ ห้ามให้ใครมาทำร้ายฉันอีก’
เมื่อหลี่ฝู่ได้ยินเสียงฝีเท้า จึงเดินออกมาจากในบ้าน เขาไม่ได้เหลือบมองลูกสาวสักนิด สายตาของเขาดูแค่ของที่ซื้อมาเท่านั้น เมื่อเห็นแล้วจึงพยักหน้าอย่างพอใจ "วันนี้ปลูกให้หมดนะ" จากนั้นหันกลับมามองหลี่เฉิงเฉวียน "ไปกัน!"
สองคนพ่อลูกออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องถามก็รู้ว่าไปไหน แน่นอนว่าต้องไปเล่นไพ่อีกเช่นเคย
ขณะนี้ในบ้านเหลือแค่เธอกับแม่ เธอรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาทันที จากนั้นก็เริ่มปลูกผักที่เพิ่งซื้อมาในลานบ้านอย่างเงียบ ๆ
ต้นกล้าผักแต่ละชนิดเธอเลือกแค่ต้นเดียวไปปลูกในพื้นที่มิติส่วนเมล็ดพันธุ์ที่ซื้อมาโดยหลี่ฝู่ไม่รู้นั้น เธอสามารถหว่านในพื้นที่มิติได้จนหมด
ในพื้นที่มิติมีพันธุ์พืชใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามา ผักสวนครัวเริ่มเจริญเติบโต ตอนนี้เธอไม่ต้องกังวลเื่อาหารการกินอีกแล้ว
หลี่ซิงเหอเริ่มลงมือเตรียมแปลงผักในลานบ้าน แม้อากาศจะเย็นสบาย แต่การขุดดินถือเป็งานที่ต้องใช้แรงมาก แค่โบกจอบไปสองสามครั้งเหงื่อก็เริ่มไหลออกมา
แผลที่ไหล่เริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นมา
ยังไม่ทันที่จะถอนต้นกล้าในแปลงที่สองเสร็จ หลี่ฝู่และหลี่เฉิงเฉวียนก็กลับมาด้วยความโทสะ หลี่ฝู่เดินกระแทกพื้นแรง ๆ ก้าวมายืนตรงหน้าหลี่ซิงเหอ ยกเท้าเตะเธอจนล้ม "ยัยตัวซวย! แกทำให้ฉันขายหน้าจนไม่รู้จะไปเล่นไพ่ที่ไหนแล้ว! ตอนนี้ทุกคนรู้กันหมดแล้วว่าตระกูลหลี่มีนังจิ้งจอกยั่วเสน่ห์! จิ๊! ทำไมแกไม่ตายไปซะ! นังตัวซวย! ฉันอยากรู้นักว่าต่อไปใครจะมาแต่งงานกับแก!"
หลี่ฝู่ด่าจบก็เตะเธออีกสองสามที หลังจากระบายอารมณ์เสร็จก็เดินกลับเข้าบ้านไปนอน
หลี่ซิงเหอนั่งอยู่ระหว่างแปลงผักเธอเพ่งสมาธิแล้วเข้าไปในพื้นที่มิติ มองดูไก่ เป็ดและผักที่เธอปลูกไว้ครู่หนึ่ง แล้วรวบรวมกำลังใจทำงานต่อ
หลังจากปลูกผักเสร็จ หลี่ซิงเหอก็นวดขาที่เมื่อยชาจากการนั่งยอง ๆ อยู่นาน แล้วลุกขึ้นยืนเก็บอุปกรณ์การเกษตร พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นแม่ยืนพิงประตูยุ้งฉางมองเธออยู่ ไม่รู้ว่าแม่ยืนดูมานานแค่ไหนแล้ว
หลี่ซิงเหอเดินกลับเข้าห้องไป "ทำไมแม่มายืนตรงนี้ล่ะ?" เธอพยุงแม่เข้าไปในห้องเก็บของ ส่วนเธอรีบไปล้างมือ ปัดฝุ่นที่ติดตัวตอนถูกเตะล้ม เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปหมดแล้ว เธอได้แต่นั่งพิงกองฟืนพักผ่อน
หวังฟางนั่งเงียบอยู่บนแคร่มองลูกสาว
"แม่ ออกไปจากที่นี่กับหนูนะ หนูจะไม่ทำให้แม่อดอยากแน่นอน"
ในห้องเก็บของที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงฟืนแห้ง ๆ ดังแตกลั่นหนึ่งครั้ง… สองครั้ง…
ความเงียบดำเนินต่อไปครู่หนึ่ง
"ไปสิ"
หลี่ซิงเหอเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ ส่วนหวังฟางก็มองเธออย่างมุ่งมั่น แล้วพูดอีกครั้ง "พวกเราออกไปจากบ้านหลังนี้กันเถอะ"
"แม่ ตัดสินใจแน่แล้วใช่ไหมคะ?" ถ้าพวกเราออกไป แม่ไม่ได้ทิ้งแค่บ้านกับพ่อเท่านั้น แต่ยังต้องทิ้งลูกชายแท้ ๆ อีกสองคนด้วย
หวังฟางเข้าใจความหมายของลูกสาว แล้วพยักหน้าแรง ๆ สองที "แม่มีลูกสาวแค่คนเดียว"
เธอรู้ดีว่าลูกชายทั้งสองปฏิบัติต่อเธอและซิงเหออย่างไร ต่อให้ความรักของแม่จะแรงกล้าดั่งขุนเขา แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าความผิดหวังและความโหดร้ายที่ลูกชายทำมันก็กัดกินหัวใจจนสึกกร่อนได้
"ได้ค่ะแม่ เชื่อใจหนูนะ หนูจะทำให้แม่มีชีวิตที่ดีขึ้น"
หวังฟางมองดูหญิงที่นั่งพิงกองฟืนอยู่ ลูกสาวของเธอปกติเป็คนรักความสะอาดที่สุด แม้จะเป็เสื้อผ้าเก่า ๆ ก็ต้องซักให้สะอาดเสมอ แต่ตอนนี้ลูกสาวของเธอทั้งตัวเต็มไปด้วยฝุ่น ใบหน้าที่เปื้อนเขม่าถูกเหงื่อไหลจนเป็ทาง ๆ ดูเหมือนตุ๊กตาเก่าที่ถูกโยนทิ้งอยู่ในกองขยะ
"ซิงเหอ ต่อให้แม่จะอดก็ไม่เป็ไร จะมีชีวิตที่ดีหรือไม่ก็ช่างเถอะเพราะคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้วล่ะ"
หลี่ซิงเหอรีบก้มหน้าลง เล่นกับไม้ฟืนในมือ เพื่อปิดบังน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา
"แล้ว… ถ้าเราออกไป ต้องเตรียมอะไรบ้าง? เราควรจะแอบไปหยิบเงินพ่อของลูกไหม?"
น้ำตาของหลี่ซิงเหอหยุดไหลทันที เมื่อถึงเวลาที่ต้องจากไปจริง ๆ หวังฟางที่ดูอ่อนแอมาตลอดก็มีความคิดที่จะเอาเงินของหลี่ฝู่ด้วย
เธอรู้สึกโล่งใจที่รู้ว่าแม่ของเธอไม่ได้อ่อนแอและใจดีไปเสียทั้งหมด
"ไม่ต้องหรอกค่ะ เขาหวงเงินมาก ถ้าเราจะไปก็ไปแต่ตัว ไม่ต้องไปยุ่งกับของสำคัญของเขา"
หวังฟางได้ยินแล้วเห็นด้วย พยักหน้าตอบเบา ๆ
"แล้วเราจะไปที่ไหนกัน แล้วจะหาค่ารถยังไง"
"เดี๋ยวหนูจัดการเองนะคะ แม่ไม่ต้องกังวล"
"ได้" หวังฟางเชื่อใจลูกสาวของเธอมาตลอด
หลังจากที่ผู้หญิงทั้งสองพูดคุยกันเสร็จ ต่างคนต่างก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที หลี่ซิงเหอพักผ่อนอยู่ครู่หนึ่งแล้วค่อยลุกขึ้นไปทำอาหาร
ราตรีอันแสนยาวนานก็มาถึง หวังฟางมองดูรอยแผลบนตัวของหลี่ซิงเหอด้วยความเป็ห่วง
"ดีจริง ๆ การตัดสินใจของพวกเราถูกต้องแล้ว ต่อไปนี้พวกเราไม่ต้องถูกทุบตีอีก ซิงเหอ ต่อไปจะไม่มีใครทำร้ายลูก และก็จะไม่มีใครทำร้ายแม่อีกแล้ว"
หลี่ซิงเหอยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนอนลงข้าง ๆ แม่
สองแม่ลูกใช้เวลาในยามค่ำคืนสุดท้ายในบ้านหลังนี้ด้วยกัน