“เอ ไฉนมันถึงได้นุ่มนิ่ม...และอุ่นพิลึกดีแท้!”
นางว่า และยังมิวายขยับมือเลื่อนขึ้นไปเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจอีกนิด เมื่อสองสามคืนก่อน ก็นอนร่วมเตียงกับหยางอี้คัง ดูเหมือนเขาจะห่วงเนื้อหวงตัวยิ่งกว่านี้ เหตุใดคืนนี้กายแกร่งของเขาถึงได้ขยับมาชิดกัน แถมยังสร้างความหวิวไหวเป็อย่างมากต่อหัวใจสาว ด้วยการนอนกึ่งเปลือยกาย!
ครั้นนางเคลื่อนมือเรียวสวยเพื่อเปลี่ยนทิศทางจึงพบว่า แก่นกายของหยางอี้คังอ่อนตัว และมันอยู่ในฝัก มิใช่ดุ้นแข็งขันที่นางเคยเห็นในคลิปโป๊แนวจัดหนักจัดเต็ม!
ความรู้สึกดังกล่าวยากเกินบรรยายเป็คำพูด หญิงสาวผู้เคยพบเห็นฉากมหัศจรรย์มาบ้างจากสื่อต่างๆ ในโลกเก่า ซึ่งยามนี้นางได้จับของจริง ทั้งที่เมื่อก่อนได้แต่จินตนาการถึง กระนั้นสิ่งนี้มันควรดุดันแข็งขัน และผงาดล้ำท้าทายมือเรียวสวย แล้วเหตุใดความรู้สึกที่ได้รับกลับนุ่มนิ่มชวนให้รู้สึกเสียดายโดยแท้
กระนั้นนางต้องรีบดึงสติตนเองกลับ ด้วยมาอยู่ในร่างคุณหนูตก นามว่า ซูกุ้ยฟาง! ที่ก่อนจะได้รับการช่วยเหลือจากชายผู้นี้ และเขากลายเป็เ้าชีวิตนาง ดังนั้นจะทำตัวเยี่ยงหญิงคณิกาได้อย่างไร ทว่าทั้งที่เตือนตัวเองอย่างนั้น มือนางยังซุกซนไม่หยุด
“โอ้ ข้าคือกุ้ยฟาง คุณหนูผู้อาภัพที่ถูกชายใจโฉด ปากร้าย โยนเศษเงินซื้อมาเพื่อบำเรอกาม!”
นางรำพึงรำพัน ปริ่มจะขาดใจ แต่ทั้งหมดล้วนเป็การแสร้งทำโดยทั้งสิ้น
อึดใจต่อมา ชายหนุ่มพลิกมาทาบร่างเพรียวสมส่วน จมูกโด่งๆ ซุกไซ้ซอกคอระหงของนาง
ก่อนที่หน้าอกกว้างจะเบียดชิดร่างหอมที่มีผิวกายนวลเนียน และอีกฝ่ายเบียดราวกับ้าให้ร่างกายของทั้งคู่เป็เนื้อเดียวกัน
ซูกุ้ยฟางตัวแข็งทื่อ นางไม่รู้ว่าเขาละเมอหรือไม่ ทว่าในโลกโบราณนี้ชายหญิง หากยังไม่ตบแต่งเป็สามีย่อมไม่ควรจะใกล้ชิดกัน
“ทะ ท่านแม่ทัพ” นางว่าและค่อยๆ ถอยตัวออกห่างเขา
“อื้อ...มาให้ข้าจูบเสียดีๆ” หยางอี้คังเอ่ยเสียงทุ้ม ทั้งที่หลับตาพริ้ม จากนั้นจึงพลิกร่างหนามาทับซูกุ้ยฟาง
“ไม่... ทะ ท่านจะทำเช่นนี้นับว่าไม่สมควร ผู้น้อยอึดอัด”
ซูกุ้ยฟางเอ่ย พร้อมลุ้นอย่างหนักว่าจะเกิดเหตุการณ์ใด กระทั้งริมฝีปากสีสดของอีกฝ่ายเจียนประกบลงมาที่ริมฝีปากนาง ดวงตาเรียวคมพลันลืมตื่น!
หยางอี้คังใเล็กน้อย แต่เขารีบแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าด้วยการ
โยนความผิดให้สตรีโฉมงาม
“เหลวไหล! สตรีไร้ยางอาย เ้ากำลังจะทำอะไรข้า”
ซูกุ้ยฟางอึ้งจัด ทั้งที่เมื่อครู่เห็นอยู่ชัดๆ ว่าชายหนุ่มตั้งใจจูบนาง
“ก็ท่าน...”
“ข้า ข้าทำอะไรฮึ”
“เปล่าเ้าค่ะ” หญิงสาวโกรธจัด หากพยายามเล่นบทหญิงสาวสมองฝ่อ ด้วยรู้ว่าผู้ชายมักนิยมชอบสตรีที่มีกิริยาอ่อนหวาน และไม่ประสีประสาเื่บนเตียง แน่ล่ะยุคสมัยใดผู้ชายก็ชอบสตรีเรียบร้อยเช่นนี้
“ก็ใช่นะซี ข้าเป็ชายชาตรี คิดหรือว่าจะล่วงเกินเ้า อย่าได้ปั้นแต่งเื่ชวนให้ขายหน้าเลยแม่นางซู!”
“แน่ล่ะเ้าค่ะ ท่านเป็ชายอกสามศอกจริงๆ”
นางว่าพลางมองไปยังเสื้อผ้าของหยางอี้คัง เขาไม่ได้สวมกางเกงมีแต่เสื้อคลุมที่สวมเอาไว้หลวมๆ และมันแบะกว้างเผยให้เห็นร่างกายทุกส่วนชัดเจน
ซึ่งคราแรกนางอยากเบือนหน้าไปทางอื่น หากสายตากลับจับจ้องไปยังเรือนกายและหน้าท้องที่มีกล้ามเนื้อเรียงสวย ก่อนหยุดที่แท่งหยกของเขาที่นอนอยู่ในฝัก มันงดงามมาก มากเสียจนซูกุ้ยฟางเผลอกลืนน้ำลายลงคอ!
“เหตุใดถึงไร้ยางอาย กล้ามองชายอื่นที่ไม่ใช่สามีเช่นนี้”
“ถึงยังไม่ได้เป็ แต่ท่านแม่ทัพก็นอนร่วมเตียงกับผู้น้อยแล้ว” นางโพล่งออกไป เื่นี้เป็ความจริง ที่ทุกคนรู้
“นั่นเป็เพราะข้าทำตามหนังสือซื้อขาย หรือว่าเ้าอยากให้ข้าโยนออกไปนอกห้องเสีย คนจะได้ป่าวประกาศว่าสตรีสกุลซูสวยแต่รูป หากไร้เสน่ห์ชวนให้ข้าอยากอุ่นเตียง”
ซูกุ้ยฟางโกรธจนแทบอยากฉีกเนื้อชายหนุ่มเป็ชิ้นๆ นางกับหยางอี้คังนอนร่วมเตียงมาสามคืน และเขาดูเหมือนจงใจกลั่นแกล้งนาง ราวกับอยากประกาศให้ทุกคนรู้ว่านางเป็หญิงบำเรอของเขา เพื่อไม่ให้คนในเมืองไคหนานติดใจที่เขาซื้อนางมา แต่หญิงสาวก็เป็เพียงเมียหลอกๆ เท่านั้น ในความจริงนางยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง และไม่ใช่สาเหตุอื่นใด ด้วยเื่นี้มันประจักษ์แก่สายตาซูกุ้ยฟาง แม่ทัพเตียงหักผู้นี้ แท้จริงแล้วดาบั์ของเขาอ่อนปวกเปียกไร้น้ำยา!
“ท่านแม่ทัพซื้อขายผู้น้อยมา ก็เพื่อ้าให้รับใช้ เอ่อ เื่บนเตียง” ซูกุ้ยฟางเอ่ยกับเขา และสู้สายตาอย่างไม่เกรงกลัว
“ถูกต้อง”
“และท่านก็มีหนังสือซื้อขายตัวผู้น้อย”
“นั่นเป็เื่ที่เ้ารู้ และคนทั้งเมืองไคหนานก็โจษขานไปทั่ว นางบำเรอสกุลซู!”
หญิงสาวกัดฟันกรอดๆ โชคชะตาช่างอาภัพถูกซื้อตัวมาจากตลาด เพื่อบำเรอกามให้ชายผู้นี้ แต่เขากลับทำราวกับนางเป็หมอนข้างที่อยากทิ้งขว้างเมื่อใดก็ได้
“ดังนั้น หน้าที่ผู้น้อยคือทำให้ท่านแม่ทัพผ่อนคลาย”
ซูกุ้ยฟางคนงามกล่าวเช่นนั้น โดยลืมไปว่านางควรสงวนท่าทีให้มากกว่านี้ ตระกูลซูยิ่งใหญ่ในเมืองหลวงแต่สำหรับเมืองแห่งนี้ นางก็ไม่ต่างจากอาหารชั้นเลวที่หยางอี้คังไม่คิดอยากจะกลืนลงท้อง
“เฮอะ หลายชั่วยามก่อนยังร้องโอดโอย อยากหนีข้าใจจะขาด แล้วเหตุใด ตอนนี้ถึงเปลี่ยนใจ คิดอยากขึ้นคร่อมขวบขี่ข้า เป็เช่นนี้เพราะเ้า กลัวถูกส่งตัวไปที่อื่นกระมัง”
“โอ้ แม่ทัพหยาง...” นางเรียกขานเขา พลางใช้สมองคิดอย่างเร็วรีบ ถึงทางออกที่ดีที่สุดในการเจรจากับหยางอี้คัง ซึ่งการจะมัดใจเขาคงมีทางเดียวเท่านั้นคือต้องอ่อนหวาน อ่อนโยนและใช้เรือนร่างงามพลีกายแก่เขา ดังนั้นนิสัยแก่นเซี้ยว และบ้าผู้ชายที่เคยมีติดตัวมาจากโลกก่อน นางจำต้องเก็บเอาไว้ในก้นบึ้งหัวใจแบบสุดฤทธิ์
“ผู้น้อยคงเลอะเลือนไปชั่วขณะ ท่านจำมิได้หรือ หลังจากที่ท่านแม่ทัพหยุดรถม้า ณ เนินเขานิรนาม ได้มีกลุ่มโจรที่ประสงค์ร้ายบุกเข้ามาหมายชิงตัวผู้น้อย”
“เสียดายที่คนพวกมันฝีมือไม่เอาไหน มิเช่นนั้นคงชิงตัวเ้าได้สำเร็จ
น่าเสียใจจริงๆ” เขากล่าวพร้อมลอบยิ้มร้ายกาจ ใบหน้านั้นนับว่าร้ายนัก
“แต่นับว่าผู้น้อยยังมีบุญวาสนาที่ท่านแม่ทัพยังเหลียวแล ไม่ทอดทิ้งสตรีที่อับจนหนทางให้เผชิญชะตากรรมเลวร้ายซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า”
หยางอี้คังมองดวงหน้างดงามของซูกุ้ยฟาง ผ่านแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา นางดูเศร้าสร้อยจนหัวใจแข็งกระด้างของเขาคล้ายจะอ่อนโยนลงเจ็ดส่วน กระนั้นเขากลับเลือกเอ่ยถ้อยคำร้ายกาจเพื่อไม่ให้นางได้ใจ
“ฮึ หากเ้า้าเล่นบทนางจิ้งจอกร้อยเล่ห์เพื่อตบตาข้า บุรุษผู้นี้ก็พร้อมตอบสนองทุกอย่างแม่นางซู”
ซูกุ้ยฟางเจ็บกับคำพูดของบุรุษผู้เ็าและปากเสีย แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อตอนนี้นางไม่อาจเอาหูหนีจากเขา จึงจำตกเป็ทาสรักให้
หยางอี้คังโขกสับ และมันคงดีกว่าถูกส่งต่อไปที่อื่น ซึ่งอาจเป็หอคณิกาชั้นเลว หรือบ้านของชายหื่นกามสักคน
“ผู้น้อยอยากปรนนิบัติท่าน ให้โอกาสอีกสักครั้งได้หรือไม่แม่ทัพ
หยาง”
นางว่าพลางช้อนสายตาส่งให้เขา ตั้งใจทำให้หวานหยาดเยิ้ม พร้อมเผยอริมฝีปากอวบอิ่มเล็กน้อย และทำเสียงครางหวานกระเส่าคล้ายกลืนกินของเผ็ดร้อนเข้าไป
“ได้ไหมท่านแม่ทัพ ให้ผู้น้อยช่วยท่านผ่อนคลาย...”
“กล่าวได้ดี ในเมื่อข้า ไม่ใช่ชายที่คิดเล็กคิดน้อยต่อสตรีโฉมงาม ไฉนจะไม่ยอมให้เ้าทำหน้าที่อุ่นเตียง”