ตอนที่23 : พันธมิตรแห่งปัญญา
สามวันหลังจากเหตุการณ์ลอบสังหารและข่าวเท็จ
ความวุ่นวายในเมืองหลวงเริ่มคลี่คลายแต่ความเงียบกลับน่ากลัวกว่าเดิม
หานอวี้จินนั่งอยู่ในห้องหนังสือ
บนโต๊ะมีเอกสารที่ไป๋อวี้จิงกับหลินเทียนรวบรวมมา — รายชื่อคนที่ถูกใส่ร้ายและรายชื่อพ่อค้าผู้สัตย์ซื่อที่ยังคงยืนหยัด
เขามองรายชื่อเ่าั้นานก่อนเอ่ยช้า ๆ
“คนเหล่านี้...ล้วนเป็ผู้มีความรู้
แต่เพราะไม่มีที่ให้พวกเขายืนในระบบ จึงถูกอำนาจกลืนกินหมด”
ไป๋อวี้จิงตอบเบา ๆ
“เ้าหมายจะตั้งที่ให้พวกเขายืน?”
“ใช่...ไม่ใช่แค่ที่ยืน แต่คือ ‘แหล่งกำเนิดความคิด’
ที่ซึ่งคนทุกชนชั้นสามารถเปลี่ยนโลกได้ด้วยปัญญาของตน”
วันรุ่งขึ้น
หานอวี้จินเรียกประชุมที่เรือนจวนหลังสวนบ๊วย
ในนั้นมีทั้งพ่อบ้านหลิว, หลินเทียน, ไป๋อวี้จิง และชายชราผู้เพิ่งมาถึง — อวิ๋นเซิง, อดีตเสนาบดีผู้เก่งกล้าทางกฎหมาย
เขากางแผนผังที่วาดไว้บนผืนผ้า
เป็ภาพของ “อาคารหลังหนึ่ง” ล้อมรอบด้วยลำธาร
มีเรือนย่อยแยกออกเป็ห้องเรียน ห้องทดลอง และห้องจดหมายเหตุ
หานอวี้จินกล่าวเสียงมั่นคง
“ข้าจะตั้งที่แห่งนี้ขึ้นในนาม— สำนักปัญญา (智苑)”
“ที่นี่จะเป็แหล่งรวมผู้มีความรู้ทั่วแคว้น
ไม่มีการแบ่งชั้นชน ไม่ว่าบัณฑิตหรือชาวบ้าน หากมีปัญญาย่อมมีที่ให้ยืน”
หลินเทียนขมวดคิ้ว
“แต่ท่าน... นี่มันเท่ากับสร้างอำนาจคู่ราชสำนัก!”
“ไม่ใช่อำนาจ”หานอวี้จินตอบ “แต่คือสมองของแผ่นดิน”
อวิ๋นเซิงพยักหน้า
“ท่านกำลังจะสร้างสิ่งที่ข้าฝันไว้แต่ไม่มีวันได้ทำ
โรงเรียนแห่งปัญญาที่สอนให้คน ‘คิดเพื่อส่วนรวม’ มิใช่เพื่ออำนาจ”
ไม่กี่วันต่อมา
พื้นที่ริมูเาหานหนานถูกเลือกเป็สถานที่ก่อสร้าง
ที่นั่นมีธารน้ำใสและห่างจากเมืองหลวงพอสมควรเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาราชสำนัก
หานอวี้จินออกแบบอาคารด้วยตนเอง
โดยใช้หลักการไหลเวียนของลมและแสง —
เพื่อให้ทุกห้องเย็นในฤดูร้อนและอบอุ่นในฤดูหนาว
เขาใช้เงินส่วนตัวจากหานเหอฟางเป็ทุนเริ่มต้น
และมอบหมายให้หลินเทียนจัดซื้อวัสดุ
ส่วนไป๋อวี้จิงรับหน้าที่ติดต่อบัณฑิตและพ่อค้าผู้มีชื่อเสียง
ภายในหนึ่งเดือน
บัณฑิตจากเมืองใหญ่เริ่มทยอยมาสมัคร
บางคนเป็อาจารย์ตกงาน บางคนเป็นักประดิษฐ์ที่เคยถูกหัวเราะเยาะ
เสียงสนทนาแห่งความฝันเริ่มดังขึ้นรอบกองไม้และอิฐที่ก่อสร้าง
“เ้ารู้ไหมองค์ชายใหญ่ยอมขายเกลือครึ่งราคาเพื่อสร้างที่นี่!”
“ว่าแต่... เขาจะสอนเื่ใดกันแน่?”
“ข้าได้ยินว่า... วิชาที่ฟังแล้วเหมือนของฟ้า — วิชาที่เรียกว่า‘เหตุผล’!”
เมื่ออาคารเริ่มเป็รูปเป็ร่าง
หานอวี้จินเชิญบุคคลสำคัญห้าคนมาร่วมประชุมในคืนจันทร์เต็มดวง
ในห้องโถงกลางสำนักที่ยังมีกลิ่นไม้ใหม่
1. อวิ๋นเซิง — ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและจารีต
2. หลินเทียน — พ่อค้าผู้เข้าใจระบบตลาด
3. ไป๋อวี้จิง — นักเจรจาและนักกลยุทธ์
4. พ่อบ้านหลิว — ผู้ควบคุมบัญชีและการผลิต
5. สวีเหวิน — บัณฑิตหนุ่มจากเมืองฉีผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเครื่องกล
หานอวี้จินเดินไปกลางห้อง
หยิบแผ่นป้ายไม้ขึ้นมาวางกลางโต๊ะ
บนป้ายนั้นสลักอักษรคำเดียว — “智” (ปัญญา)
เขากล่าวเสียงมั่นคง
“แผ่นดินนี้เต็มไปด้วยอำนาจที่ใช้บังคับผู้คน
แต่ข้าอยากสร้างอำนาจที่ ‘ทำให้คนลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง’
สำนักนี้... จะเป็ที่ที่ปัญญาไม่ต้องคุกเข่าต่อใครอีกต่อไป”
ทุกคนก้มศีรษะลงโดยไม่ต้องมีใครสั่ง
วันเปิดสำนักปัญญา
ผู้คนหลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศ
ทั้งบัณฑิต พ่อค้า และแม้แต่ชาวบ้านที่มาขายของ
ฮ่องเต้ทรงส่งเครื่องหอมและป้ายไม้เขียนว่า
“สถานที่ฝึกสติปัญญาแห่งแผ่นดิน”
เพื่อแสดงว่าไม่ทรงขัดขวาง
เสียงฆ้องดังสามครั้ง
หานอวี้จินเดินขึ้นเวทีกลางลาน
ในมือถือพู่กัน เขียนคำเพียงห้าคำลงบนแผ่นหินอ่อน —
“ใช้ปัญญาแทนกำลัง —ใช้เหตุผลแทนคำสั่ง”
เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องดังก้องทั่วลาน
ไป๋อวี้จิงยืนมองเขาอยู่ด้านข้าง
ในดวงตานางมีทั้งความภาคภูมิใจ และบางสิ่งที่อ่อนโยนเกินจะกล่าวออกมา
ยามค่ำ
สำนักปัญญาเปิดโคมไฟร้อยดวง
แสงนั้นสะท้อนขึ้นไปบนฟ้า ราวดวงดาวบนดิน
อวิ๋นเซิงยืนเคียงข้างหานอวี้จินพลางเอ่ยเบา ๆ
“ท่านรู้หรือไม่...แสงโคมคืนนี้จะทำให้คนบางคนกลัวจนหลับไม่ลง”
หานอวี้จินยิ้มบาง
“ให้พวกเขากลัวเถิด — เพราะนี่คือแสงของเหตุผล”
ไป๋อวี้จิงเดินมาพร้อมจอกสุราในมือ
“เพื่อปัญญา เพื่ออนาคต และเพื่อคนที่กล้าเริ่มต้น”
ทั้งสามยกจอกชนกันเบา ๆ
เสียงดัง “ติ้ง” ก้องกลางแสงโคม
ราวเป็เสียงเปิดยุคใหม่แห่งแคว้นหาน...
ยุคแห่งปัญญา