บทที่ 17 คลี่คลายระบบไฟกระชับรุ่งสาง
แสงแดดสีทองอ่อน ๆ ยามรุ่งอรุณเริ่มทอดลำแสงละมุนละไมส่องลอดผ่านช่องระบายลมและบานหน้าต่างไม้สักของบ้านพักไม้สองชั้นหลังใหญ่ประจำตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน รังสีความร้อนจาง ๆ ของเช้าวันใหม่ผสมผสานกับสายลมเย็นโชยชายทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงกว้างชั้นล่างดูอบอุ่นและเงียบสงบอย่างน่าประหลาด เจ๊ส้มค่อย ๆ ขยับกายอวบอัดภายใต้ผ้าห่มผืนหนาบนเสื่อกกผืนเดิมที่ยังคงกางปูอยู่กลางห้องโถงปูน ความรู้สึกแรกที่แล่นเข้ามาสู่การรับรู้ในสมองคือความอิ่มเอมใจอย่างลึกซึ้งและปีติสุขที่ซึมซาบไปทั่วทุกอณูเนื้อตัว ร่างกายอวบสะพรั่งของหญิงสาวใหญ่รู้สึกผ่อนคลายและเบาสบายตัวอย่างที่ไม่เคยััมานานหลายปี ผิวกายสาวใหญ่วัยสี่สิบแปดปียังคงหลงเหลือไออุ่นร้อนจาง ๆ จากอ้อมกอดแกร่งและบทรักอันยาวนานเหน็ดเหนื่อยตลอดค่ำคืนไฟดับที่เพิ่งผ่านพ้นไป ความเหนอะหนะอุ่นชื้นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ภายในร่องทางรักส่วนลึกทำหน้าที่เป็ประจักษ์พยานชั้นดีถึงรสสวาทดิบอันหนักหน่วงและซ่านทรวงที่ช่างไฟหนุ่มรุ่นลูกมอบให้จนเธอแทบหมดสิ้นเรี่ยวแรงสลบไสลไปในอ้อมแขนกว้าง
เจ๊ส้มลืมตาขึ้นช้า ๆ ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบข้างด้วยความคาดหวังระคนหวั่นไหว ทว่าพื้นที่ว่างเปล่าข้างกายกลับไม่มีร่างกำยำของตั้มนอนเคียงข้างประคองกอดอยู่เหมือนเดิม มีเพียงรอยยับย่นบนหมอนอิงและกลิ่นอายเหงื่อไคลปนสาบหนุ่มที่ยังคงอบอวลอยู่จาง ๆ บนเสื่อกก หัวใจของคุณนายผู้ใหญ่บ้านวูบไหวเล็กน้อยด้วยความใจหายระคนกังวล ทว่าเมื่อเธอเงี่ยหูฟัง ก็ได้ยินเสียงกุกกักดังแว่วมาจากโถงหลังบ้านอันเป็จุดติดตั้งแผงควบคุมระบบไฟฟ้าไม้เก่า เจ๊ส้มยิ้มละมุนละไมออกมาโดยไม่รู้ตัว เธอลุกขึ้นพลางจัดระเบียบเสื้อคอกระเช้าสีครีมและขยับนุ่งผ้าถุงสีส้มอ่อนตัวเก่งให้เข้าที่เข้าทางเพื่อพรางร่องรอยอารมณ์ ความรู้สึกปวดร้าวระบมแฝงความเสียวซ่านอุ่นระอุในช่องท้องน้อยยามก้าวเดินทำให้เธอต้องค่อย ๆ ก้าวเดินประคองตัวเลาะผนังบ้านช้า ๆ ผ่านห้องโถงสลัวไปยังทิศทางของเสียงซ่อมบำรุงนั้นอย่างระมัดระวัง
เมื่อเดินมาถึงหลังบ้าน ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เจ๊ส้มต้องหยุดยืนมองด้วยสายตาเสน่หาเปี่ยมล้น ช่างตั้มในสภาพเปลือยท่อนบนอวดมัดกล้ามแกร่งตึงเปรี๊ยะตามแผ่นหลังกว้างและไหล่หนา ผิวเนื้อสีคร้ามแดดสะท้อนแสงแดดรำไรยามเช้าจนขึ้นเงา หยาดเหงื่อใสผุดซึมตามแนวร่องกระดูกสันหลังและแผงอกแ่า ชายหนุ่มกำลังง่วนอยู่กับการใช้เครื่องมือช่างซ่อมบำรุงแผงควบคุมระบบไฟฟ้าไม้เก่าดั้งเดิมของตัวบ้านอย่างมีสมาธิและประณีตเป็อย่างยิ่ง ตั้มใช้ไขควงเช็กไฟดึงสะพานไฟตัวใหญ่ลงมาเพื่อความปลอดภัยอย่างช่ำชอง มือหนาใช้คีมคีบเอาขั้วกระเบื้องของเบ้าฟิวส์กระเบื้องดินเผาที่เจ๊ส้มจงใจใช้ไขควงแงะกระทุ้งจนหักเสียหายเมื่อคืนออกมา จากนั้นเขาใช้กระดาษทรายแผ่นเล็กขัดคราบเขม่าดำปนคราบสนิมที่เกาะตามหน้าััทองเหลืองภายในเบ้าเสียบอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดประกายไฟแลบชำรุดเสียหายอีกในอนาคต
ตั้มหยิบเบ้าฟิวส์กระเบื้องตัวใหม่เอี่ยมแกะกล่องออกมาจากกระเป๋าเครื่องมือช่างคู่ใจ เขาตัดลวดฟิวส์เส้นตะกั่วก้ามปูขนาดทนกระแสไฟฟ้าที่เหมาะสมกับบ้านพักไม้หลังใหญ่ ร้อยลวดเชื่อมเข้ากับขั้วทองเหลืองแล้วใช้ไขควงขันกวดสกรูยึดขั้วทั้งสองข้างให้แ่าปึกอย่างชำนาญ ช่างหนุ่มเป่าฝุ่นผงออกจากแผงไฟเบา ๆ ก่อนจะสวมเบ้าฟิวส์กลับเข้าที่และดันด้ามจับคัตเอาต์สะพานไฟขึ้นเสียงดังแกรก ทันใดนั้น เครื่องสูบน้ำหลังบ้านก็เริ่มทำงานส่งเสียงหึ่ง ๆ พร้อมกับหลอดไฟนีออนดวงยาวบนเพดานที่สว่างพรึบและพัดลมเพดานกลางห้องโถงเริ่มหมุนคว้างส่งลมเย็นฉ่ำกระจายไปทั่วบริเวณ ตั้มระบายลมหายใจยาวด้วยความโล่งอกพลางยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก
“ตื่นเช้าจังเลยนะจ๊ะช่างตั้ม พี่นึกว่าเธอจะนอนพักเอาแรงอีกสักหน่อย คืนก่อนก็เหน็ดเหนื่อยซ่อมไฟซ่อมหัวใจให้พี่ไปตั้งหลายรอบจนเกือบรุ่งสางขนาดนั้น” เจ๊ส้มเอ่ยถามเสียงหวานละมุนพลางก้าวเดินเข้าไปยืนใกล้ชิด ตั้มสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาส่งรอยยิ้มเสน่หา สบตาหวานเชื่อมระริก ลอบกวาดมองเรือนร่างอวบอิ่มของคุณนายผู้ใหญ่บ้านอย่างมีนัยลึกซึ้งชวนสยิวซ่าน “โถ... พี่ส้มครับ ช่างไฟอย่างผมถ้าปล่อยให้บ้านคุณนายไฟดับมืดจนสายป่านนี้ มีหวังชาวบ้านร้านตลาดคงได้สงสัยใคร่รู้แน่ครับ ยิ่งระบบสะพานไฟของบ้านพี่ชำรุดเสียหายเพราะโดนไขควงสะกิดแงะรูเสียบแรงขนาดนั้น ผมยิ่งต้องตื่นมาขันกวดขันแน่นเปลี่ยนเบ้าใหม่ให้ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ตอนนี้ผมขันกวดขั้วทองเหลืองจนแ่าปึก เสียบเชื่อมระบบเรียบร้อยดีแล้วครับ รับรองว่ารูเต้ารับและแผงไฟบ้านพี่ส้มจะสว่างไสวไม่มีประกายไฟแลบชำรุดเสียหายง่าย ๆ อีกแน่นอนครับ” ช่างหนุ่มกระซิบตอบเสียงทุ้มเลียนมุกสองแง่สองง่ามจนเจ๊ส้มหน้าแดงระเรื่อ
เจ๊ส้มค้อนขวับพลางทำเสียงกระเง้ากระงอดเบา ๆ “ปากดีนักนะตาตั้ม พูดจาเลอะเทอะแต่เช้าเชียว ไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตาให้สบายตัวเถอะจ้ะ พี่ตั้งใจเข้าครัวต้มข้าวต้มหมูสับร้อน ๆ ไว้รอท่า จะได้กินข้าวกินปลาเติมพลังงานก่อนจะขี่มอเตอร์ไซค์กลับ อบต. ไปทำงานต่อ” พูดจบเธอก็หันหลังเดินบิดสะโพกอวบผายเข้าห้องครัวไปอย่างสุนทรีย์ อารมณ์แจ่มใสและมีความสุขเฉิดฉายเด่นชัดบนใบหน้าหวาน เจ๊ส้มเริ่มลงมือตั้งหม้อใส่น้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนได้ที่ กลิ่นหอมกรุ่นของกระเทียมเจียวและผักชีเริ่มลอยอบอวลไปทั่วห้องครัวอุ่น หญิงสาวใหญ่ใช้มือเรียวปั้นหมูสับก้อนกลมโตใส่ลงในหม้อข้าวต้มที่เดือดปุด ๆ พลางชงกาแฟดำเข้มข้นกลิ่นหอมกรุ่นใส่แก้วกระเบื้องเตรียมไว้ให้ช่างไฟหนุ่มรุ่นลูกอย่างตั้งอกตั้งใจ
ไม่นานนัก ตั้มที่ชำระล้างหน้าตาและสวมเสื้อยืดสีดำตัวเก่งเรียบร้อยก็เดินเข้ามาในครัว เจ๊ส้มยื่นผ้าขนหนูผืนเล็กให้ช่างหนุ่มซับหยาดน้ำที่เกาะตามไรผมและคอหนา ััอันอ่อนโยนและการใส่ใจซึ่งกันและกันนี้ทำให้บรรยากาศในครัวอบอวลไปด้วยความสุขและความหวานชื่นประหนึ่งคู่สามีภรรยาใหม่ที่เพิ่งแต่งงานกัน ทั้งคู่นั่งเคียงข้างกันทานมื้อเช้าอย่างสนิทเสน่หา ตั้มตักข้าวต้มร้อน ๆ เข้าปากเคี้ยวพลางส่งเสียงครางฮือในลำคอด้วยความพึงพอใจ “อืม ฝีมือทำอาหารของพี่ส้มรสชาติดีเลิศจัดจ้านถึงใจจริง ๆ ครับ ยิ่งได้กินข้าวต้มอุ่น ๆ เติมกำลังหลังจากที่ต้องออกแรงซ่อมรูระบบไฟหนักหน่วงมาทั้งคืนแบบนี้ บอกเลยว่าฟินสุด ๆ ครับ” ตั้มเอ่ยชมพลางส่งสายตาวิบวับเล่นหูเล่นตาจนคุณนายผู้ใหญ่บ้านต้องเอื้อมมือไปหยิกแขนเบา ๆ แก้เขิน
เจ๊ส้มหน้าแดงซ่านขึ้นมาอีกหน แสร้งทำเสียงดุหยิกเข้าที่ต้นแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามล่ำของตั้มเบา ๆ ด้วยความขัดเขิน “ตาตั้มบ้า พูดจาสองแง่สามง่ามต่อปากต่อคำไม่หยุดเชียว กิน ๆ เข้าไปเลยจ้ะ เดี๋ยวใครมาแอบได้ยินเข้าจะเอาไปพูดปากต่อปากเสีย ๆ หาย ๆ” ตั้มหัวเราะชอบใจในลำคอเบา ๆ เขาเอื้อมมือหนามากุมมือเรียวของเจ๊ส้มไว้มั่น สบตาหวานซึ้งสื่อความหมายลึกซึ้ง “พี่ส้มไม่ต้องกังวลหรอกครับ เื่ของพี่ส้มกับผมเป็ความลับสุดยอดอยู่แล้ว และการมาบริการตรวจเช็กขันกวดเสียบเชื่อมเต้ารับให้พี่ส้มเป็งานบริการพิเศษที่ช่างไฟคนนี้ยินดีจะดูแลบำรุงรักษาให้ฟรีตลอดชีวิตเลยครับ ขอแค่พี่ส้มเรียกใช้บริการ ช่างตั้มคนนี้พร้อมขี่มอเตอร์ไซค์มาเสียบสายต่อไฟให้ถึงที่ทันทีครับ” คำพูดหวานหูผสมบทรักที่ยังอบอวลทำให้หัวใจเจ๊ส้มเต้นระทึกมีความสุขอย่างที่สุดราวกับได้ย้อนกลับไปััความรักหวานชื่นในวัยแรกแย้มอีกครั้ง
ทว่าความหวานชื่นยามเช้ากลับต้องสะดุดลงเมื่อเสียงเครื่องยนต์รถกระบะสี่ประตูคุ้นหูแล่นเข้ามาจอดที่ลานดินหน้าบ้านพัก เจ๊ส้มและตั้มสะดุ้งตัวโยนพร้อมกัน ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนก ตั้มรีบผละมือออกและขยับตัวนั่งตัวตรงพลางขยับจัดระเบียบเสื้อยืดตัวเก่งและคว้ากระเป๋าเครื่องมือช่างเตรียมพร้อมทันที เจ๊ส้มสูดลมหายใจเข้าลึกระบายความตื่นตระหนกทิ้งไป ปั้นสีหน้าเรียบเฉยและจัดระเบียบคอเสื้อและผ้าถุงส้มอ่อนให้ดูสุภาพเป็ปกติที่สุด หญิงสาวใหญ่เดินนำหน้าออกต้อนรับขณะที่ “ผู้ใหญ่เฉลิม” ก้าวเท้าเดินผ่านประตูไม้หน้าบ้านเข้ามาด้านในด้วยสภาพอิดโรยและหน้าตาอิดโรยจากการนั่งรถบ้างานประชุมราชการต่างตำบลตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา
ผู้ใหญ่เฉลิมวางกระเป๋าเอกสารหลวงลงบนโต๊ะไม้สักตัวยาวพลางยกมือพัดวีคลายความร้อน บ่นพึมพำเสียงดัง “เฮ้อ เหนื่อยสายตัวแทบขาด ประชุมราชการในเมืองฝุ่นเยอะเหลือเกิน แถมขากลับรถก็ติดยาวเป็กิโลเมตร” ทว่าเมื่อเฉลิมเงยหน้าขึ้นมองหลอดไฟนีออนสว่างไสวและพัดลมเพดานที่กำลังหมุนส่งลมเย็นฉ่ำ ก่อนจะเหลือบไปเห็นช่างตั้มยืนสะพายกระเป๋าเครื่องมือช่างหน้านอบน้อมอยู่พอดิบพอดี เฉลิมก็เบิกตากว้างส่งยิ้มทักทายด้วยความยินดี “อ้าว ช่างตั้ม มาตรวจไฟบ้านฉันแต่เช้าตรู่เลยรึ ดีจริง ๆ ไฟบ้านฉันกลับมาใช้งานสว่างโร่เย็นสบายเลย เจ๊ส้มโทรตามแกมาช่วยดูสะพานไฟให้ใช่ไหม”
เจ๊ส้มรีบขยับก้าวไปข้างหน้าขวางช่องว่างระหว่างสามีกับช่างหนุ่มเล็กน้อย เอ่ยชี้แจงเสียงหวานนอบน้อมเพื่อป้องกันข้อกังขา “จ้าพ่อ พอดีเมื่อคืนค่ำ ๆ ไฟมันดับพรึบหลวงตกไปทั้งหลังเลยจ้ะ ฉันกลัวของสดเนื้อหมูในตู้เย็นจะชำรุดเน่าเสียปวดหัว เลยรีบโทรศัพท์ประสานงานหาช่างไฟ อบต. ั้แ่เช้าตรู่ ดีที่ช่างตั้มเขาไม่มีงานด่วนที่ที่ทำการเลยแวะมาช่วยเปลี่ยนฟิวส์และเดินสายไฟให้ทันท่วงทีจ้ะ” ตั้มรีบยกมือไหว้ทักทายผู้ใหญ่เฉลิมอย่างสุภาพนอบน้อม “สวัสดีครับผู้ใหญ่ พอดีผมได้รับแจ้งเหตุไฟดับขัดข้องเลยรีบหิ้วกระเป๋าเครื่องมือมาตรวจระบบไฟเชื่อมไฟฟ้าให้ทันทีครับ”
ผู้ใหญ่เฉลิมพยักหน้ารับอย่างซื่อตรงไม่มีระแคะระคายใจแม้แต่น้อย เขาตบไหล่แกร่งของช่างตั้มเบา ๆ ด้วยความชื่นชมและเอ่ยขอบคุณ ก่อนจะหันไปพูดประโยคชื่นชมเสียงดังฟังชัดกับเจ๊ส้มว่า “เออดี ช่างตั้มคนนี้บริการดี กวดขันเสียบเต้ารับได้แ่าดีจริง ๆ บ้านเราไฟจะได้สว่างโร่ไม่มีลัดวงจรขาดอีก” คำพูดของผู้ใหญ่บ้านที่หมายถึงการขันกวดสกรูยึดขั้วทองเหลืองและเสียบฟิวส์กระเบื้องอย่างประณีต ทว่าในหูของเจ๊ส้ม คำชมนั้นกลับกระตุ้นความจำเสียวซ่านสะท้านใจถึงค่ำคืนร่วมรักอันยาวนาน ที่แก่นกายใหญ่โตฝังมุกสามเม็ดบดบี้กระแทกกระทั้นกวดเน้นเสียบแน่นลึกเข้าสู่ช่องรักอุ่นชื้นของเธออย่างสอดประสานกระชับแน่นจนไม่มีรูรั่วไหลรดเอ่อล้นทะลัก
เจ๊ส้มรู้สึกเสียววาบแล่นปลาบจากทรวงอกลามลงสู่ร่องทางรักส่วนลึกจนขาเรียวสั่นระริกแทบยืนไม่อยู่ ใบหน้าหวานแดงก่ำร้อนผ่าวราวกระทะทองแดงเดือดพล่าน หัวใจเต้นรัวระทึกจนแทบกระดอนออกมานอกอก เธอต้องรีบเอ่ยกลบเกลื่อนพิรุธ “จ้ะพ่อ... ช่างตั้มแกฝีมือดีกวดขันแ่าจริง ๆ จ้ะ เดี๋ยวพ่อไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตาให้ชื่นใจก่อนเถอะนะจ๊ะ ฉันต้มข้าวต้มหมูสับร้อน ๆ ไว้รอท่าแล้ว เดี๋ยวตักไปให้ทานจ้ะ” พูดจบเธอก็รีบหันหลังก้าวเดินเข้าครัวเพื่อไปหยิบขันน้ำเย็นมาส่งให้สามีประคองความเยือกเย็น ตั้มอมยิ้มมุมปาก ั์ตาคมฉายประกายขบขันปนเ้าเล่ห์ เขาพยักหน้ารับคำชมของผู้ใหญ่เฉลิมอย่างนอบน้อมประชดประชัน “ขอบคุณครับผู้ใหญ่ ผมเป็ช่างไฟก็ต้องบริการซ่อมบำรุง ขันให้แน่น กวดให้มิดชิดที่สุดครับ จะได้ไม่มีไฟรั่วไหลสร้างความเสียหายภายหลังครับ”
หลังจากเฉลิมขอตัวเดินขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อนที่ชั้นบน เจ๊ส้มก็เดินเคียงข้างตั้มออกมาส่งที่รถมอเตอร์ไซค์คันเก่งหน้ารั้วบ้านพัก ตั้มก้าวขึ้นคร่อมเบาะสตาร์ตเครื่องยนต์ส่งเสียงดังบรึ๋น ๆ ก่อนจะโน้มตัวเข้าใกล้แสร้งกระซิบประโยคสุดท้ายข้างหูคุณนายผู้ใหญ่บ้านจนขนลุกซู่ไปทั้งสรรพางค์กาย “เต้ารับบ้านเจ๊ส้มเชื่อมต่อระบบแ่าดีแล้วนะครับ... ทว่าหากวันไหนเกิดหลวมหรืออยากให้ช่างคนนี้มาบริการขันกวดเสียบรูบำรุงรักษาใหม่อีกเมื่อไหร่ ก็สะกิดสายไฟส่งสัญญาณโทรตามตัวผมได้ตลอดเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงเลยนะจ๊ะ” เจ๊ส้มค้อนขวับอ่อนหวานวงใหญ่ใส่พลางตีเผียะเข้าที่ท่อนแขนล่ำของช่างไฟหนุ่มเบา ๆ แก้เขินอายปนเสน่หาอาวรณ์ในใจ
ตั้มยิ้มกริ่มขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจแล่นเลี้ยวออกปากซอยไป เจ๊ส้มยืนมองตามหลังท้ายรถมอเตอร์ไซค์ที่ลับตาไปด้วยสายตาเชื่อมหวานอบอวลไปด้วยความสุขรักใคร่ ทว่าเมื่อเธอหันหลังเตรียมก้าวเท้าเดินกลับเข้าตัวบ้านพัก สายตากลับเหลือบไปเห็นความเคลื่อนไหวแปลกปลอมเงาตะคุ่มซุ่มแอบอยู่หลังพุ่มต้นเข็มและต้นมะลิสูงใหญ่ข้างกำแพงรั้วปูน ร่างนั้นค่อย ๆ โผล่พ้นกิ่งใบไม้ขึ้นมาจนเห็นใบหน้าชัดเจน... มันคือ “ป้าเลี่ยม” ยัยป้าจอมปากสว่างและสอดรู้สอดเห็นที่สุดในหมู่บ้าน ป้าเลี่ยมกำลังยืนจ้องมองตรงมาที่เจ๊ส้ม และมองสลับตามหลังมอเตอร์ไซค์ของช่างตั้มด้วยแววตาหรี่เล็ก ค้นหาจับพิรุธและเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้แบบคนรู้ทัน เจ๊ส้มสะดุ้งสุดตัวใจหายวาบ หัวใจร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที ความตื่นตระหนกและหวาดกลัวแล่นริ้วเข้ามาเกาะกุมจิตใจ แทนที่ความปีติสุขอุ่นซ่านเมื่อครู่จนหมดสิ้น คำถามมากมายดังก้องในสมอง นังป้าเลี่ยมมาแอบซุ่มดูั้แ่ตอนไหนกัน... แล้วมันเห็นตอนที่เ้าตั้มโน้มตัวกระซิบหูและตอนที่ฉันตีแขนหยอกล้อสนิทสนมเกินงามหรือเปล่า... ความลับของฉันจะแตกไหม... เจ๊ส้มยืนตัวแข็งทื่อด้วยความกังวลใจแฝงพิรุธล้นปรี่ท่ามกลางแสงแดดสายที่เริ่มส่องแสงจัดจ้าแผดเผาทางเดินดินฝุ่นเลียบสวนมะพร้าว
--- (โปรดติดตามตอนต่อไป) ---