เหตุใดเขาถึงรู้สึกว่าการเป็นฮ่องเต้ได้เปลี่ยนให้เขากลายเป็นคนเย็นชา? บางครั้งก็ดูเหมือนเขาจะไม่มีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่เลย
น่าเสียดายที่ท่านลุงอวิ๋นเซียวไม่อยู่แล้ว
ไม่สิ สายข่าวของเขาบอกว่าท่านลุงอวิ๋นเซียวเคยสั่งสอนซูเจินอยู่หลายปีไม่ใช่หรือ?
บางทีซูเจินอาจรู้ว่าท่านลุงอวิ๋นเซียวเป็นคนอย่างไร
ได้ยินมาว่าจวนตระกูลซูก็มีความลับบางอย่างซ่อนอยู่เช่นกันและตระกูลซูก็ตั้งรกรากในเมืองหยงโจวมาหลายปีแล้ว ไม่แน่ว่าซูเจินอาจได้ยินอะไรบางอย่างจากท่านลุงอวิ๋นเซียว
ครั้งหน้าหากเขาเดินทางไปเมืองหยงโจวเขาควรแวะเยี่ยมซูเจินสักครั้ง
เซียวเหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“มือของข้าเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของผู้คนมามากแล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดข้าย่อมเต็มใจทำแต่ได้โปรดอย่าเล่นตลกกับข้า”
ชิงซียิ้มอย่างอ่อนโยนพลางคิดว่า‘เด็กคนนี้อยู่กับอวิ๋นเซียวมานานจนการแสดงออกทางอารมณ์ของทั้งสองค่อนข้างคล้ายคลึงกัน’จากนั้นนางก็กระซิบว่า “ข้าต้องการให้เจ้าฆ่าแม่ทัพเจิ้นหนานในนามของเย่เหยียน”
เซียวเหยียนพยักหน้า“ท่านไม่กลัวหรือว่าข้าจะป่าวประกาศเรื่องนี้ให้คนอื่นรู้ หากเป็นเช่นนั้นชื่อเสียงของตระกูลมู่ย่อมเสียหายมาก”
ชิงซีกล่าวว่า“เจ้าไม่ทำเช่นนั้นแน่ เพราะอวิ๋นเซียวเป็นเพื่อนเก่าของข้าเช่นกัน”
นางกล่าวอย่างหนักแน่น
เรื่องราวเป็นไปตามที่นางคาดไว้
เซียวเหยียนยังคงจดจำอวิ๋นเซียวไว้ในใจเสมอและรู้สึกขอบคุณอีกฝ่ายไปตลอดชีวิตของเขา
เซียวเหยียนเงียบไปครู่หนึ่งและกล่าวว่า“ท่านประมุข อันที่จริง เมื่อหลายปีก่อนข้าไม่ค่อยชอบซูเจินนักเพราะเขาแย่งความรักของท่านลุงอวิ๋นเซียวไปจากข้า”
ชิงซีแย้มยิ้มอย่างสดใส“บางทีเจ้าควรไปพบเขา ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเจ้าเดินทางไปเมืองหยงโจวเกือบทุกปีแต่เจ้าไม่เคยไปเยือนจวนผู้ว่าการเลยอันที่จริงซูเจินอาจไม่เหมือนอย่างที่เจ้าจินตนาการไว้กาลเวลามักทำให้ผู้คนเปลี่ยนไป”
เพราะอันที่จริงซูเจินเป็นสตรี!
และนั่นก็เป็นแผนของอวิ๋นเซียวด้วย
แต่คนที่กังวลที่สุดคงไม่พ้นใต้เท้าซูผู้เป็นบิดา
ถ้าไม่ใช่เพราะการสั่งสอนอย่างระมัดระวังของอวิ๋นเซียวซูเจินคงเปลี่ยนไปใช้แซ่เสิ่นตั้งแต่มารดาเสียชีวิต
ตอนที่อวิ๋นเซียวปล่อยให้ซูเจินเติบโตขึ้นในจวนตระกูลซูเขาได้วางแผนการอะไรไว้หรือไม่?
ชิงซีรู้สึกว่าสมองของคนผู้นี้ช่างซับซ้อนเสียจริง
อันที่จริงเมื่อกล่าวถึงการวางแผนอวิ๋นเซียวอาจเป็นคนที่ซับซ้อนที่สุดในบรรดาคนที่นางรู้จัก เขาคาดเดาได้อย่างถูกต้องว่าพี่ชายของเขาจะทำอะไรทั้งยังมีไพ่ลับซ่อนไว้อีกมากมาย
ชิงซีจำได้ว่าเขาเคยมาหานางเพื่อพูดคุยและดื่มสุราตอนนั้นเป็นช่วงเวลาก่อนที่เขาจะสละตำแหน่งรัชทายาทและเดินทางไปชายแดน
“ชิงซีจากนี้ไปข้าคงไม่กลับมาที่เมืองอวิ๋นเมิ่งอีกแล้ว”
“เพราะเหตุใด?”
“เพราะลูกของข้า”
เหวินฮวาคือจุดอ่อนของเขาจากนั้นชิงซีก็ได้ข่าวว่าก่อนที่เขาจะสิ้นใจ ชื่อที่เขาพึมพำออกมาคือ “เหวินฮวา”
ไม่แน่ว่าสิ่งที่อวิ๋นเซียวเสียใจที่สุดในชีวิตอาจเป็นการที่เขาไม่สามารถทำหน้าที่บิดาได้แม้กระทั่งในนาม
ในชีวิตของอวิ๋นเซียว ถึงแม้จะมีช่วงสั้นๆที่เขาได้พบเจอกับความสุข แต่ในความเป็นจริงชีวิตของเขานับว่าขมขื่นมาก
ชิงซีรู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย“อันที่จริงอวิ๋นเซียวเป็นหนึ่งในศิษย์ของเทพธิดาอวี้เหอ กล่าวได้ว่าเขาเป็นศิษย์ที่น่าภาคภูมิใจที่สุดของนางอย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่เขามีพรสวรรค์โดดเด่นเกินไปและนั่นก็ทำให้ผู้คนไม่พอใจ ในที่สุดเขาก็จากไปโดยไม่ทันได้ตั้งตัวคนที่โดดเด่นเช่นนี้แม้แต่สวรรค์ยังรู้สึกอิจฉา”
เซียวเหยียนตกใจเล็กน้อย
อาจารย์ของเขาไม่เคยกล่าวถึงเรื่องนี้เลยแม้กระทั่งท่านลุงอวิ๋นเซียวก็ไม่เคยกล่าวถึง
นี่หมายความว่าน้อยคนนักที่รู้เรื่องนี้
เซียวเหยียนโพล่งออกไปว่า“ท่านรู้ได้อย่างไร?”
ชิงซียิ้มอย่างเย็นชา“เพราะข้ากับอวี้เหอรู้จักกันมาหลายปีแล้ว เซียวเหยียนเหตุใดเจ้าถึงไม่เชื่อใจข้าเสียที? เจ้าควรตระหนักได้แล้วว่าด้วยสถานะของข้าย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่ข้าจะโกหกเจ้า”
เซียวเหยียนกล่าวอย่างเคอะเขิน“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ข้าแค่แปลกใจที่ท่านลุงอวิ๋นเซียวเป็นศิษย์ของอาจารย์”
ชิงซียิ้มและถามว่า“เจ้าคิดว่าอาจารย์ของเจ้าเป็นคนเช่นใด?”
เซียวเหยียนกล่าวเบาๆ ว่า“อาจารย์เป็นคนใจเย็นมาก นอกจากวิชากระบี่แล้วก็ไม่ค่อยสนใจเรื่องอื่น นางเย็นชาและไม่สนใจเรื่องรักๆใคร่ๆ หรือเรื่องทางโลกเลย นางเปรียบได้กับเทพเซียน”
ชิงซียังคงยิ้ม “อันที่จริงเมื่อก่อนอาจารย์ของเจ้าไม่ได้เป็นเช่นนี้”
‘แต่อวิ๋นเซียวทำให้นางเป็นเช่นนั้น’
ชิงซีไม่ได้กล่าวประโยคนี้ออกมา
นางครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อว่า“คนที่ทำให้อาจารย์ของเจ้าเปลี่ยนไปเป็นคนที่มีพรสวรรค์อันน่าทึ่ง แต่กลับมีชะตากรรมที่เลวร้ายนางเคยรักคนคนนั้นอย่างสุดซึ้ง”
เซียวเหยียนไม่กล่าวสิ่งใด
กลายเป็นว่าคนที่เย็นชาอย่างอาจารย์ก็เคยรักใครสักคนอย่างสุดหัวใจเช่นกัน
เขารู้สึกสนใจเรื่องนี้ขึ้นมาเขาจึงถามว่า
“แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น?”
ดวงตาของชิงซีเต็มไปด้วยความซับซ้อนนางกล่าวเสียงทุ้มว่า “จากนั้นคนคนนั้นก็ตาย”
เซียวเหยียนกล่าวว่า“ดูเหมือนอาจารย์จะเคยมีช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก เช่นนั้นท่านรู้หรือไม่ว่าอาจารย์ของข้าชื่นชอบอะไรเป็นพิเศษข้าจะได้ส่งของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้อาจารย์เพื่อทำให้นางมีความสุข”
ทันใดนั้นชิงซีก็นึกขึ้นได้ว่าในรัชศกเทียนโหย่วอวิ๋นเซียวเคยซื้อกำไลหยกจากบ้านเกิดของเขาและมอบให้อวี้เหอ
ตอนนั้นอวี้เหอมีความสุขมาก
อย่างไรก็ตาม นางได้ยินมาว่าเมื่ออวิ๋นเซียวและซูว่านหรูอยู่ด้วยกันอวี้เหอก็ไม่เคยสวมกำไลหยกที่อวิ๋นเซียวมอบให้อีกเลย
สำหรับคนเย็นชาอย่างอวี้เหอให้นางสวมหยกอุ่นๆ จะเหมาะกว่า
ชิงซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม“ข้ามีกำไลหยกเนื้อดี เจ้าสามารถซื้อมันไปและมอบให้อวี้เหอได้”
เซียวเหยียนถามว่า “ท่านขายอย่างไร?”
ชิงซีตอบว่า“หนึ่งชิ้นห้าพันตำลึงทอง กำไลหยกนี้ทำจากหยกอุ่นคุณภาพสูงข้านำมันกลับมาจากไห่กั๋ว”
เซียวเหยียนกล่าวว่า“เอาล่ะ ข้าจะซื้อหนึ่งชิ้นก่อน ถ้าอาจารย์มีความสุขที่ได้รับกำไลหยกนี้ ข้าจะซื้อเพิ่ม”
ชิงซียิ้ม “ตกลง”
เซียวเหยียนสั่งให้คนไปนำตั๋วเงินที่มีมูลค่าห้าพันตำลึงทองจากนั้นก็มอบให้ชิงซีอย่างนอบน้อม
ชิงซีรับไว้อย่างไม่เกรงใจแต่จู่ๆ นางก็ถามขึ้นมาว่า “เจ้าไม่ซื้อให้เหวินฮวาหรือ?”
เซียวเหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า“ถ้าเช่นนั้นท่านก็มอบกำไลหยกอุ่นคู่หนึ่งให้กับนาง ส่วนราคาให้ท่านเป็นผู้กำหนด”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ชิงซีก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง นางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “หากข้ากำหนดราคาไว้ที่ทองคำหนึ่งแสนชั่งล่ะ?”
เซียวเหยียนกล่าวโดยไม่แม้แต่จะหยุดคิด“ย่อมแล้วแต่ท่านเถิด ถือว่าข้ามอบให้เป็นสินเดิมของนางแล้วกัน”
ชิงซียิ้ม“เจ้าเป็นพี่ชายที่ดีจริงๆ”
เซียวเหยียนยิ้มตอบ “เหตุใดท่านประมุขถึงยกย่องข้าเช่นนั้น? อันที่จริงต่อให้ไม่มีข้า ซูเจินก็ทำหน้าที่พี่ชายได้ดีอยู่แล้ว”
เมื่อชิงซีได้ยินเขากล่าวเช่นนี้นางก็รู้สึกมีความสุขมากขึ้น ความกตัญญูระหว่างมนุษย์ช่างเป็นสิ่งที่น่ายินดีจริงๆ
แม้ว่าการเดินทางสี่พันปีจะยาวนานแต่ก็ไม่ได้ไร้ชีวิตชีวาไปเสียทั้งหมด
อย่างน้อยนางก็ยังได้พบเซียวเหยียนผู้ที่ยึดมั่นในความกตัญญูเขาทำให้นางประทับใจอย่างสุดซึ้งและนำพาความสุขมาสู่ชีวิตของนาง
ในโลกมนุษย์ความรู้สึกเช่นนี้เรียกว่าอะไร?
เห็นได้ชัดว่าเซียวเหยียนและอวิ๋นเซียวไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกันแต่ความสัมพันธ์ของพวกเขากลับมั่นคงยิ่งกว่าความสัมพันธ์ทางสายเลือดเสียอีก