่ **ตอนที่ 5: แผนปั่นหัวคนหัวอ่อน**
ภายในห้องเก็บชาหลังร้านน้ำชาชิงซิน บรรยากาศมืดสลัวและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมแห้งๆ ของใบชา
**‘จิ่งเหอ’** ยืนกอดกระบี่แน่น ดวงตากลมโตสว่างไสวเต็มไปด้วยความคาดหวัง มอง **‘มู่ชิง’** ที่ยืนเอามือไพล่หลังด้วยท่าทีลึกลับประดุจกุนซือไร้พ่าย
“เอาล่ะ ไอ้มารหน้าตาย! แผนของเ้าคืออะไร รีบพูดมา!” จิ่งเหอกระซิบกระซาบ เสียงหวานต่ำลงด้วยความตื่นเต้น
มู่ชิงก้มมองเด็กหนุ่มตัวเล็กหล่อคมตรงหน้า มุมปากขยับยิ้มบางๆ *‘ซื่อบื้อจริงด้วย แกล้งทำเป็ลึกลับนิดหน่อยก็หลงกลแล้ว’*
“แผนการนี้เรียกว่า **‘มารยาหยั่งเชิง’**” มู่ชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ซ่งเหวินเฉยชาใส่เ้า เพราะเขาคิดว่าเ้าเป็ของตายที่คอยตามตื๊อเขาอยู่เสมอ และเขากำลังหลงเห่อท่านประมุขของข้าเพราะความแปลกใหม่”
จิ่งเหอพยักหน้าหงึกๆ ตามอย่างตั้งอกตั้งใจ “อื้อๆ แล้วยังไงต่อ?”
“หากเ้าอยากให้ซ่งเหวินหันมามอง เ้าต้องทำให้เขารู้สึก **‘หึงหวง’** หรืออย่างน้อยก็รู้สึกเสียดาย” มู่ชิงโน้มตัวลงมาใกล้ ใบหน้าคมคายเว้นระยะห่างจากจิ่งเหอเพียงไม่กี่นิ้ว จนกระทั่งจิ่งเหอััได้ถึงกลิ่นอายอันแสนอันตรายแต่เย็นสบายของอีกฝ่าย “เ้าต้องทำเป็สนใจคนอื่น... คนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด และสามารถสร้างความระแวงให้ซ่งเหวินได้”
จิ่งเหอขมวดคิ้ว สมองน้อยๆ เริ่มประมวลผล “สนใจคนอื่น? ในร้านนี้มีใครให้ข้าสนใจล่ะ? ศิษย์พี่ซ่ง... มารหัวขน... แล้วก็...”
สายตาของจิ่งเหอเลื่อนมาหยุดที่ใบหน้าคมเข้มของมู่ชิง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความใ “อย่าบอกนะว่า... เ้า?!”
“ถูกต้อง” มู่ชิงเอ่ยเสียงเรียบ “ข้าเป็คนของพรรคมาร หากเ้ามาทำเป็สนิทสนมและเอาใจใส่ข้า ซ่งเหวินจะทั้งสงสัยและหวั่นใจว่าศิษย์น้องผู้บริสุทธิ์ของตนกำลังจะโดนคนพรรคมารล่อลวง เขาจะต้องเข้ามาแทรกแซง และหันมาสนใจเ้าในที่สุด ส่วนข้า... ก็จะได้โอกาสแอบดึงท่านประมุขแยกออกมา ตอนที่ซ่งเหวินกำลังวุ่นวายอยู่กับเ้า”
จิ่งเหอฟังแล้วถึงกับตบมือดังแป้ง! ดวงตาเป็ประกายวับ “โอ้โห! เ้าเนี่ยฉลาดจริงๆ เลย! คิดแผนซับซ้อนขนาดนี้ได้ยังไงเนี่ย!”
มู่ชิงแอบถอนหายใจในใจ *‘ข้าแค่แต่งเื่หลอกเ้าไปเรื่อยต่างหากล่ะ...’*
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา แผนการก็เริ่มปฏิบัติการทันที!
ณ หน้าร้านน้ำชา **‘ซ่งเหวิน’** กำลังบรรจงรินชาให้ **‘เย่ว์เสียน’** ที่นั่งยิ้มแก้มปริอยู่ฝั่งตรงข้าม บรรยากาศกำลังละมุนตาได้ที่ ทว่าทันใดนั้น...
“มู่ชิงงงง! เ้าเหนื่อยหรือเปล่า? ข้าต้มน้ำชามาให้เ้าจิบแก้เหนื่อยด้วยนะ!”
เสียงหวานแหววเกินจริงของจิ่งเหอดังขึ้น จิ่งเหอวิ่งร่าออกมารับมู่ชิงที่เพิ่งแบกฟืนกองใหญ่มาจากหลังร้าน เด็กหนุ่มตัวเล็กส่งยิ้มหวานประดุจดอกไม้บาน ยื่นถ้วยชาไปจ่อถึงปากของมู่ชิง
ซ่งเหวินและเย่ว์เสียนถึงกับชะงักกึก ชาในถ้วยของซ่งเหวินเกือบเอ่อล้นออกมากกาน้ำ
มู่ชิงเลิกคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ได้คาดคิดว่าเด็กคนนี้จะ "เล่นใหญ่" ขนาดนี้ ทว่าเพื่อความเนียน มู่ชิงจึงก้มลงไปจิบชาจากถ้วยในมือของจิ่งเหอโดยไม่ใช้มือจับ มือหนาเพียงแค่ยื่นไปจับข้อมือบางของจิ่งเหอไว้หลวมๆ
“ขอบใจนะ... จิ่งเหอ” มู่ชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
ใบหน้าหล่อคมของจิ่งเหอพลันร้อนวูบวาบอย่างประหลาด หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งตึกเมื่อโดนสายตาคมกริบของมู่ชิงจ้องมองในระยะใกล้ชิด *‘เอ๋... ทำไมไอ้มารหน้าตายนี่เวลาพูดจาดีๆ แล้วดู... ดูเท่พิกล?’*
ขณะเดียวกัน ซ่งเหวินมองภาพศิษย์น้องตัวน้อยที่ตนคอยดูแลมาั้แ่เด็ก กำลังยืนหน้าแดงให้มารร้ายพรรคมารป้อนน้ำชาอย่างนัวเนีย... คิ้วของอดีตยอดกระบี่ขมวดเข้าหากันแน่น ความรู้สึกไม่พอใจและเป็ห่วงแผ่ซ่านขึ้นมาทันที!
“จิ่งเหอ” ซ่งเหวินเอ่ยเสียงเย็น “เ้าทำอะไรของเ้าน่ะ?”
จิ่งเหอหันไปเห็นศิษย์พี่มองมาด้วยสายตาไม่พอใจ ก็ลิงโลดในใจทันที! *‘ได้ผลจริงด้วย! ศิษย์พี่หึงข้าแล้ว!’*
“ไม่มีอะไรขอรับศิษย์พี่! ข้าแค่เห็นมู่ชิงทำงานเหนื่อย เลยอยากดูแลเขาบ้าง... เนอะ มู่ชิงเนอะ!” จิ่งเหอเอ่ยพลางยิ้มกว้าง ขยับเข้าไปยืนเบียดแขนของมู่ชิงอย่างออดอ้อน
มู่ชิงมองเด็กตัวเล็กที่กำลังยิ้มระรื่นอยู่ข้างกาย แม้ในใจจะรู้ว่าเด็กคนนี้ทำไปเพราะอยากเรียกร้องความสนใจจากซ่งเหวิน แต่ััอบอุ่นและความสดใสที่วนเวียนอยู่ข้างตัว กลับทำให้หัวใจที่เคยแห้งแล้งและห่อเหี่ยวเพราะความช้ำรักของมู่ชิง... แอบกระตุกขึ้นมาเบาๆ อย่างควบคุมไม่ได้
แผนปั่นหัวป่วนๆ ครั้งนี้ ดูเหมือนจะไม่ได้หมุนไปตามที่คิดไว้ซะแล้ว!