เช้าวันรุ่งขึ้น ณ โรงน้ำชาเมืองผิงอัน
วันนี้โรงน้ำชาเนืองแน่นไปด้วยผู้คนั้แ่ยังไม่ถึงเวลาเปิดทำการ ไม่ใช่เพราะชาของเถ้าแก่มีรสชาติดีเลิศขึ้นแต่อย่างใด แต่เป็เพราะเมื่อวานนี้ มีสัปเหร่อหนุ่มคนหนึ่งมาทิ้งปมเื่เล่าสุดสยองขวัญเอาไว้จนชาวเมืองนอนตาไม่หลับไปตามๆ กัน!
"มาแล้วๆ! ไอ้สัปเหร่อปากหมานั่นมาแล้ว!" เสียงะโดังขึ้นเมื่อสวี่อันก้าวเข้ามาในโรงน้ำชาด้วยท่าทางอิดโรยเล็กน้อย (เพราะเมื่อคืนเพิ่งไปบวกกับปีศาจมา) ร่มกระดาษน้ำมันสีแดงเข้มยังคงถูกสะพายไว้กลางหลังราวกับเป็เครื่องประดับประจำตัว
สวี่อันก้าวขึ้นเวที ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขายกจอกชาขึ้นจิบ แล้วตวัดไม้ตบโต๊ะกระแทกลงไปเสียงดัง ปัง!
โรงน้ำชาที่จอแจเงียบกริบในพริบตา ทุกสายตาจ้องมองมาที่เขาอย่างใจจดใจจ่อ
"เมื่อวานข้าเล่าค้างไว้ถึงตอนที่... สตรีไร้หนังแสยะยิ้มกว้างจนถึงใบหู..." สวี่อันหรี่ตาลง ดัดเสียงให้แหบพร่าและก้องกังวาน "เถ้าแก่จินพยายามดิ้นรน แต่เถาวัลย์สีเืกลับแทงทะลุหน้าอกของเขา! นางปีศาจไม่ได้กินเนื้อ แต่นางกำลังสูดดม 'ิญญา' ของเขาเข้าไปทางจมูก! กลิ่นหอมของบุปผากลายเป็กลิ่นคาวเืคละคลุ้ง..."
สวี่อันใช้ประสบการณ์จริงจากการปะทะกับซินเหมยเมื่อคืน มาใส่สีตีไข่เพิ่มความสยดสยองเข้าไปอีกสิบส่วน เขาบรรยายฉากที่เถาวัลย์หนามฟาดฟัน และเสียงกรีดร้องโหยหวนของปีศาจบุปผาได้อย่างเห็นภาพ ราวกับพาผู้ฟังไปยืนอยู่กลางจวนตระกูลหวังด้วยตนเอง
"ในเสี้ยววินาทีที่ความตายมาเยือน... นักพรตนิรนามผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น! สาดโลหิตสุนัขดำและร่ายอักขระเพลิงผลาญร่างสตรีไร้หนังจนแหลกเหลวเป็เถ้าถ่าน ปิดฉากคดีบุปผากลืนิญญาแต่เพียงเท่านี้!"
ปัง! ไม้ตบโต๊ะกระแทกเป็ครั้งสุดท้าย สิ้นสุดการเล่าเื่
ชาวบ้านที่นั่งฟังเบิกตาโพลง บางคนอ้าปากค้าง บางคนบีบถ้วยชาในมือจนแน่น เหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผาก ความเงียบเข้าปกคลุมโรงน้ำชาไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงสูดหายใจเฮือกใหญ่จะดังขึ้นพร้อมกัน
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... ในสายตาของสวี่อัน โรงน้ำชาทั้งหลังก็สว่างไสวไปด้วย 'ละอองแสงสีเทา' นับร้อยดวง!
ละอองแห่งความกลัวพวยพุ่งออกจากร่างของผู้ฟังทุกสารทิศ แล้วหลอมรวมพุ่งตรงเข้าสู่หลังมือของสวี่อันอย่างบ้าคลั่ง
ตัวเลขอายุขัยบนหลังมือของเขากระพริบถี่ๆ ร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลวก สามเดือน 15 วัน... สี่เดือน... ห้าเดือน... หกเดือน!
สวี่อันแทบจะกลั้นรอยยิ้มไว้ไม่อยู่ อายุขัยหกเดือน! นี่หมายความว่าเขาไม่ต้องมานั่งกังวลว่าจะไหลตายในวันพรุ่งนี้อีกต่อไปแล้ว!
"ยอดเยี่ยม! เป็เื่เล่าที่ขนหัวลุกที่สุดที่ข้าเคยฟังมาเลย!" เถ้าแก่ร้านผ้าตบโต๊ะฉาด โยนเศษเงินก้อนเล็กลงบนเวที "เอาไปเป็รางวัล!" "ข้าให้ด้วย! คืนนี้ข้าคงไม่กล้าเดินผ่านแปลงดอกไม้หลังบ้านแน่ๆ!"
เหรียญทองแดงและเศษเงินถูกโยนขึ้นมาบนเวทีไม่ขาดสาย สวี่อันรีบกวาดเงินทั้งหมดใส่แขนเสื้อ โค้งคำนับอย่างงดงามแล้วรีบชิ่งหนีออกทางหลังร้าน ก่อนที่ชาวบ้านจะจับได้ว่านิทานที่เขาเล่า คือเื่จริงของเศรษฐีหวังที่เพิ่งตายไป!
...
ณ ตรอกหลังโรงน้ำชา ต้าหนิวยืนรออยู่ด้วยใบหน้าเบิกบานใจจนแก้มแทบปริ ในมือของเขาถือถุงเงินใบย่อมๆ เอาไว้
"สวี่อัน! เ้ามันน้องรักของข้าจริงๆ!" ต้าหนิวพุ่งเข้ามาสวมกอดสัปเหร่อหนุ่มจนกระดูกแทบหัก "เมื่อเช้าข้าเอาซากปีศาจบุปผาไปให้ท่านนายอำเภอตรวจดูพร้อมกับเล่าคดีทั้งหมด ตอนแรกเขาไม่เชื่อ แต่พอให้ซินแสประจำเมืองมาตรวจดู ก็พบไอหยินชั่วร้ายจริงๆ! ท่านนายอำเภอตบรางวัลให้ข้าตั้งยี่สิบตำลึงเงิน แถมยังบอกว่าจะเลื่อนขั้นให้ข้าเป็รองหัวหน้ามือปราบในเดือนหน้าด้วย!"
ต้าหนิวยัดถุงเงินสิบตำลึงใส่มือสวี่อัน "นี่ส่วนของเ้า! ถ้าไม่ได้เ้ากับแม่นางชุดแดงคนนั้น ข้าคงเป็ปุ๋ยปลูกดอกไม้ไปแล้ว!"
สวี่อันรับเงินมาด้วยดวงตาเป็ประกาย สิบตำลึงเงิน! สำหรับสัปเหร่อที่ได้เบี้ยหวัดเดือนละห้าร้อยอีแปะ นี่มันเงินก้อนโตชัดๆ!
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ดีใจ ร่มกระดาษน้ำมันด้านหลังก็สั่น กึกๆ เป็การทวงถามถึงสัญญา
สวี่อันหน้าเจื่อนลงทันที "พี่ต้าหนิว... ร้านขายเครื่องหอมที่แพงที่สุดในเมืองนี้อยู่ที่ไหนหรือ?"
ครึ่งชัชวาลต่อมา สวี่อันเดินคอตกออกจาก 'ร้านเครื่องหอมตระกูลหลิน' ในมือถือห่อกระดาษที่บรรจุ 'ธูปหอมิญญาจันทรา' จำนวนยี่สิบกำ ซึ่งเป็ธูปชั้นเลิศที่สกัดจากยางไม้หอมหายาก
ราคาของมันคือ... แปดตำลึงเงิน! เงินที่เพิ่งได้มายังไม่ทันอุ่น หายวับไปกับตาทันที!
"เ้าสัปเหร่อหน้าโง่ ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อย นี่ถือว่าคุ้มค่ามากนะที่ได้ข้าเป็ผู้คุ้มกัน" เสียงหวานเย็นเยียบของไป๋ลู่ดังลอดออกมาจากร่มกระดาษน้ำมัน "คืนนี้รีบจุดธูปให้ข้าด้วยล่ะ ข้าเสียพลังไปเยอะตอนสู้กับนังปีศาจดอกไม้นั่น"
"รู้แล้วน่าๆ ข้าสัญญาอะไรไว้ข้าไม่เคยผิดคำพูดหรอก" สวี่อันบ่นอุบอิบ
ขณะที่เขากำลังเดินกลับไปยังที่ว่าการอำเภอผิงอันเพื่อจะพักผ่อน จู่ๆ มือปราบคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตั้งสวนมา ใบหน้าของเขาตื่นตระหนกสุดขีด
"ต้าหนิว! สวี่อัน! แย่แล้ว! เกิดเื่ใหญ่แล้ว!" มือปราบผู้นั้นะโเสียงหลง "มีคนพบศพหญิงสาวสามศพถูกทิ้งไว้ที่ท้ายเหมืองติดกับแม่น้ำ!"
ต้าหนิวขมวดคิ้ว "แค่คนจมน้ำตาย ทำไมต้องตื่นตระหนกขนาดนั้น?"
"ไม่ใช่จมน้ำตาย!" มือปราบหน้าซีดเผือด ส่ายหน้าอย่างแรง "ศพพวกนางแห้งกรังเหมือนเปลือกไม้... และที่สำคัญ... หัวใจของพวกนางหายไป! ถูกควักออกไปอย่างหมดจดเลย!"
สวี่อันที่กำลังจะอ้าปากบ่นว่าอยากกลับไปนอน ชะงักกึกทันที เขาััได้ถึงไอเย็นะเืที่แผ่ออกมาจากร่มกระดาษน้ำมันด้านหลัง
เสียงของไป๋ลู่ที่เคยหยอกล้อและกวนประสาท บัดนี้กลับราบเรียบและแฝงไปด้วยจิตสังหาร...
"ควักหัวใจสตรีบริสุทธิ์... วิชา 'มารสกัดโลหิต'..." ไป๋ลู่กระซิบเสียงเย็น "สวี่อัน... ดูเหมือนเมืองผิงอันของเ้า จะมีหนูโสโครกตัวใหญ่ซ่อนอยู่เสียแล้วล่ะ"
สวี่อันถอนหายใจยาวๆ ก้มมองจุดแสงบนหลังมือตัวเอง หกเดือนอายุขัย... สงสัยข้าจะต้องเอามันไปเสี่ยงตายอีกแล้วสินะ...
"ไปเถอะพี่ต้าหนิว" สวี่อันตบไหล่มือปราบร่างั์ที่กำลังหน้าซีด "ไปดูผลงานของฏหิวหัวใจกันเถอะ... เผื่อข้าจะได้พล็อตนิยายเื่ใหม่ไปเล่าพรุ่งนี้!"