“ทุกคนวันนี้ทำได้ดีมาก มีวันหยุดหลายวันก็อยู่กับครอบครัวดีๆเดินทางปลอดภัยละ สุขสันต์วันปีใหม่ทำได้ดีมาก”
“ขอบคุณผู้จัดการเฉิง สุขสันต์วันปีใหม่”
ผู้จัดการเฉิงยิ้มรับคำว่าดีก่อนจะเดินจากไป มีบ้านอยู่ใกล้ร้านนี่ดีจริงๆเลยน้า ผมก็อยากจะเดินกลับบ้านสบายๆกับเขาบ้างเหมือนกัน ผมกระชับเป้สะพายบนบ่าอีกครั้งและหันไปล่ำลากับเพื่อนร่วมงานก่อนเดินไปรอรถเมย์พร้อมกับรุ่นน้องอีกคนที่เป็พาร์ทไทม์เหมือนกัน
“รุ่นพี่! ไปด้วยกันสิครับ ”
เรานั่งรอรถเมย์ข้ามอกันได้ไม่ทันไร เสี่ยวหยวนรุ่นน้องของผมก็พูดขึ้นมาว่า
“ลูกพี่ กับอาซ้อหรานคราวก่อนเป็ยังไงบ้างแล้ว ข้าวสารเป็ข้าวสุกแล้วหรือยัง”
เสี่ยวหยวนถามด้วยใบหน้ายิ้มหยี สายตารอคำตอบอย่างตื่นเต้น ผมได้ยินมันพูดก็ป้าบลงที่ท้ายทอยเดี๋ยวนั้น หลังจากที่คุณหรานมากินข้าวกับพวกเราคราวก่อนยังจะเหลือข้าวสารอะไร
“ ข้าวสุกอะไรอีกละ ไม่ใช่แกบอกว่ารักฉันมาก แต่เสียสละฉันให้เขา คุณหรานยังจะเข้าใจว่าบิดาเป็ผู้ชายอีกหรือไง” นึกถึงสีหน้าคุณหรานตอนที่ฉันจะไปส่งเขาขึ้นมายังรู้สึกอายอยู่เลย อยากอธิบายสาวเ้ายังไม่อยากจะฟัง
ผมถอนหายใจเล็กน้อย อาหยวนหน้าหง๋อยลงเล็กน้อย
“โธ่รุ่นพี่ ผมแค่จะบอกอาซ้อว่ารุ่นพี่น่ะดีแค่ไหนทั้งสูง ทั้งหล่อขนาดนี้ นิสัยใจคอน่าคบหา ถ้าผมเป็ผู้หญิงยังอยากจะเก็บไว้เองแต่ตอนนั้นคงจะดื่มเยอะไปหน่อย เลยพลาดคำสำคัญไปหลายคำ แต่ว่านะรุ่นพี่ ชีวิตคนเราควรมีอุปสรรคบ้างไม่งั้นจะน่าเบื่อเกินไปใช่ไหมล่ะ เพชรไม่เจียรไนย่อมไม่งดงาม! ถือซะว่าเป็การขัดเกลาประสบการณ์!”
ผมไม่สนใจอาหยวนที่พูดชี้ไม้ชี้มืออยู่ตรงนั้นแล้วลุกเตรียมตัวขึ้นรถกลับหอพัก
ได้ยินเสียงเสี่ยวหยวนรีบตามมาด้านหลัง พอเรามาถึงมอแล้วเสี่ยวหยวนก็ขอแยกตัวไปที่หอพักของตัวเอง ว่าไปแล้วเ้าเด็กนี่ก็ขยันดีเหมือนกันเพิ่งจะปีหนึ่งก็ทำงานพาร์ทไทม์ั้แ่เนิ่นๆ บอกว่าอยากเก็บเงินไปซื้อของมาไว้สำหรับทำโปรเจคของคณะตัวเอง คณะวิศวะคอมฯ วันนี้ร้านอาหารที่ผมทำพาร์ทไทม์ปิดร้านค่อนข้างเร็วยังไม่ถึงเวลาปิดไฟของหอพัก
พอเปิดประตูห้องเข้าไปก็ยังไม่มีใครนอน ปกติห้องหนึ่งจะมีสี่คน แต่ห้องผมมีกันสามคน อู๋ฟูิ กับจางหลัวซา มาจากคณะวิทยาศาสตร์ ส่วนผมเรียนเอกภาษาอังกฤษ
“ ไอ่ย์(ลากเสียง) เฟยๆกลับมาแล้ว!” ผมเข้ามาก็ได้ยินเสียงฟูิพูดเสียงดังไปทางห้องน้ำแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มมองมาทางผม
ไม่สนใจสายตาของไอ้แสบที่มองหน้าผมอยู่ เดินไปที่โต๊ะตัวเองและเก็บเป้กำลังจะหยิบน้ำมาดื่มก็โดนมือของคนข้างหลังเกี่ยวตัวให้หันหน้าไปทางฟูิ
“ ดูสิอาิ เ้าคนหน้าไม่อายที่ทิ้งเพื่อนแอบไปคุยกับผู้หญิง ถึงทีกรรมตามสนองโดนหาว่าเป็คนขุดเหมืองทองซะแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า ”ผมมองหน้าพวกนั้นแล้วส่ายหน้า สนุกเขาจริงๆพวกนี้รู้เื่มาแล้วสินะ
วันนี้ผมคงต้องโดนล้อจนกว่าจะได้นอนแน่ๆ
….…..
เช้าวันต่อมาผมเตรียมตัวกลับบ้านส่วนอีกสองคนอยู่เมืองนี้อยู่แล้วเลยไม่รีบเห็นว่าจะออกไปสายๆหน่อย
“เฟยๆเดินทางปลอดภัยนะ” ผมพยักหน้ารับรูมเมททั้งสองคนแล้วออกจากห้องมามีคนมองผมแล้วหัวเราะระหว่างทาง
บ้างก็เข้ามาคุยว่าไปทำท่าไหนถึงมีข่าวว่าเป็เกย์ ผมก็คุยกับพวกนี้ไปแบบไม่คิดมาก เพราะส่วนมากก็รู้จักกันดี แค่ผู้ชายหยอกล้อกัน แต่พอออกมาจากตัวหอปุ้บก็รู้สึกว่า พวกผู้หญิงก็มีคนหันมามองผมแล้วหันไปซุบซิบกัน ฮ่า ผมเงยหน้าถอนหายใจอย่างจนปัญญา แล้วเดินต่อ อยากจะออกไปจากมอให้เร็วที่สุด
คิดไม่ถึงว่ามันจะเข้าใจผิดกันไปทั่วทั้งมอขนาดนี้ หวังว่าตอนกลับมาคนจะไม่สนใจเื่นี้ละกัน ไม่งั้นคงหงุดหงิดน่าดู จะะโไปเลยว่าไม่ใช่เกย์เว้ยย ก็มีแต่จะยิ่งคิดว่าเราร้อนตัว เอาเป็ว่าก็ปล่อยไปได้คงเงียบไปเอง ถึงยังไงรอผมมีแฟนก็คงไม่มีใครว่าอะไรแล้ว
คงต้องทนไปก่อน
….…………………..
อีกด้านหนึ่งมีเด็กผู้ชายหน้าตาดี อายุราวสิบห้าสิบหกเดินอย่างใจลอยในย่านท่องเที่ยวโบราญแห่งหนึ่ง เมื่อเดินมาถึงหน้าร้านขายเครื่องประดับเล็กๆแผงหนึ่งก็มีมือของหญิงสูงวัยรุ่นยายมาจับแขนไว้
“นักเรียนซื้อของหน่อยไหม ”คุณยายแต่งตัวโบราณย้อนยุคสีเหลืองอ่อนยิ้มน้อยๆมองเด็กหนุ่ม เขามองไปที่บรรดาของที่วางไว้อย่างไม่ผิถีผิถันในแผงคุณยาย แล้วส่ายหน้าทั้งที่ก้มหน้าอยู่
ตอนที่เขากำลังส่ายหน้าอยู่นั้นก็เหลือบไปเห็นกำไลสีเงินเรียบๆมีลายเมฆสีเขียวประดับอยู่เล็กน้อย ให้ความรู้สึกสงบและเรียบง่าย เขาหยิบมันขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ได้ยินเสียงคุณยายพูดขึ้นมาว่า
“ ตาแหลมจริงๆนี่เป็ของดีนะ เป็กำไลสมปรารถนายังไงละ ถ้าขอพรด้วยความปรารถนาแรงกล้าความปรารถนาจะเป็จริงนะเ้าหนู”
เด็กคนนั้นยิ้มขื่น คิดในใจว่าตนเองถึงกับฟังคำโฆษณาไร้สาระแบบนี้แล้วยังไม่จากไปได้ คิดว่าตนเองคงอยากจะยึดจับความหวังที่มีไม่ว่าจะน้อยนิดเพียงใด
ถึงสุดท้ายแล้วเขาเดินจากไปพร้อมกับถือกำไลนั้นไว้แน่น ใช่แล้วสุดท้ายเขาก็ซื้อมันมา แน่นอนว่าด้วยราคาสูงจนน่าสงสัย แต่ใจเขาตอนนี้มีความ้าจะหาที่ยึดเหนี่ยวหัวใจไว้ แม้มันจะดูไร้สาระแค่ไหนก็ตาม เขาเดินมาถึงสะพานข้ามแม่น้ำแห่งหนึ่ง สะพานเป็ปูนสีดูค่อนข้างเก่าแก่มีหัวสะพานเป็ดอกบัวตูมทั้งสองฝั่ง
เขาเดินไปจนถึงกลางสะพาน มองดูแม่น้ำด้านล่างอยู่เป็เวลานาน เขาอยู่ในท่ายืนเท้าสองทั้งสองข้างกับสะพานมือทั้งสองข้างจับกำลังอยู่มีจังหวะหนึ่งที่เขาเลื่อนจับกำไลอยู่แล้วพลาด กำไลสีเงินลายแมฆเขียวงดงามหล่นจากมือเขา เขาคว้าจับทันทีโดยไม่รู้ตัว
“อึก!”
แม้จะจับกำไลไว้ได้ทันแค่ตัวเขาดันหล่นลงไปในน้ำซะแล้ว
ตู้ม!…ซ่าา!!!
น้ำสาดกระเซ็นเป็วงกว้าง ในน้ำที่ให้ความรู้สึกเย็นสบายนี้สำหรับเขาที่ว่ายน้ำไม่เป็ก็ทำให้เกิดความกลัวเกาะกุมและแผ่ขยายอยู่รอบตัวเขาพยายามดันตัวเองขึ้นมาเหนือน้ำอยากเรียกขอความช่วยเหลือจากใครสักคนแต่แล้วก็นึกไปถึงสถานการณ์ของตัวเอง
บางที…
บางที…แบบนี้ก็อาจจะดีเหมือนกัน ยังไงซะการมีชีวิตอยู่ก็ไม่ได้มีความสุขอะไร ความตายมันอาจจะช่วยปลดปล่อยเขาจากความรู้สึกอึดอัดที่เป็อยู่นี้ก็ได้ มือเขายังจับกำไลสีเงินนั้นไว้ตั้งมั่นหนึ่งความคิด หากชาติหน้ามีจริงขอให้เขาสมหวังด้วยเถอะ ร่างกายเขาค่อยๆ ดำดิ่งลงไปในความมืดมิด อุณหภูมิรอบกายเย็นเฉียบ ความคิดเขาเริ่มห่างไปไกล
ตู้ม!
เสียงคนกระโดน้ำดังขึ้นในความเงียบ น้ำสาดกระเซ็นตามแรงกระทบเกิดคลื่นเป็วงแผ่ไปตามกระแสน้ำ