บทที่ 23 การประลองรอบสุดท้าย
ชิง หานคงเป็คนกล่าวขึ้นมาก่อนเลยว่า “ท่านชิว เหวินเจี้ยนสามารถที่จะทำเช่นนั้นได้จริงๆหรือขอรับ ข้าได้ยินมาว่าการสร้างสิ่งของระดับพิเศษนั้นจะต้องใช้เวลานานเป็อย่างมาก ข่าวลือได้เล่าต่อกันมาว่า จะสร้างสิ่งของระดับพิเศษจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 30วัน! เป็อย่างต่ำยิ่งทำให้มันออกมาดีก็ยิ่งใช้เวลาที่นานยิ่งขึ้นไปอีก”
ซู ิเยี่ย และหนิง หลี่เฟิง ก็หยักหน้าเห็นด้วยกับที่ ชิง หานคง กล่าว แต่พวกเขาก็ไม่ได้คิดว่าชิว เหวินเจี้ยน จะหลอกลวงพวกเขาเช่นกัน
ในเวลานี้3ประมุขแห่งดินแดนเมฆา ได้เกิดความสับสนเป็อย่างมาก เพราะถ้าหาก ชิว เหวินเจี้ยนสามารถสร้างสิ่งของระดับพิเศษภายในพริบตาขึ้นมาได้จริงๆ ก็แสดงว่าตำนานที่เคยมีมา จะถูกชิว เหวินเจี้ยน เขี่ยทิ้งลงข้างทางอย่างไม่ปราณี
ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้กล่าวขึ้นมาเสริมอีกว่า“นี่มันข้าไม่ไช่ตำนานไร้สาระที่พวกเ้าเคยได้ยินมา ถ้าหากว่าข้าไม่สามารถสร้างมันขึ้นมาได้จริงๆข้าจะพูดออกมาทำไมกัน ” ชิว เหวินเจี้ยน ได้มองตาขวางไปทาง3ประมุขแห่งดินแดนเมฆา
ประมุขทั้ง3ต่างหวาดกลัวถึงที่สุดและรีบกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว “พวกเรามิกล้า พวกเราเชื่อกันทุกคนอยู่แล้วว่าท่าน ชิวเหวินเจี้ยน สามารถที่จะสร้างสิ่งของระดับพิเศษได้ภายในพริบตาอย่างแน่นอน” ประมุขทั้ง3คน ต่างปาดเหงื่อที่ไหลเต็มหน้าของตนเอง
เมื่อคนอื่นๆที่มากับชิว เหวินเจี้ยน เห็นท่าทางของ3ผู้แห่งดินแดนเมฆาได้ทำท่าทางหวาดกลัวขนาดนั้น ก็ได้แต่แอบขำภายในใจ ‘นี่ยังไช่ลักษณะของผู้ดินแดนอยู่หรือไม่มันชั่งน่าขำซะจริงๆ’
แต่ทว่าเมื่อทุกคนกำลังคุยกันอยู่นั้น งานประลองก็ได้มาถึง่สุดท้ายกันแล้ว
เสียงประกาศได้ดังขึ้นมา“ขณะนี้ เหลือผู้คนอยู่เพียงแค่2คนใครจะเป็ผู้ชนะกันแน่”
คนที่หลงเหลืออยู่บนสนามประลองได้แก่ผู้นำตระกูลหลี่ และ ผู้นำตระกูล เชียงนั่นเอง
พวกเขามีพลังยุทธ์เท่ากัน และเป็2ตระกูลแข็งแกร่งที่สุดในดินแดนดาวเดือนแห่งนี้อีกด้วย
ผู้นำตระกูลหลี่ กล่าวขึ้นมาว่า “ท่านผู้นำตระกูลเชียงท่านก็สู้มาพอๆกับข้า ทำไมพวกเราไม่หยุดพักกันเสียก่อนหละ”
ผู้นำตระกูลเชียง ได้กล่าวตอบกลับมาว่า “ข้าว่าพวกเรานั้นหาผู้ต่อสู้คนอื่นๆดีหรือไม่ถ้าใครชนะได้มากกว่าคนผู้นั้นจะชนะไปเลยในทันที ท่านคิดว่าความคิดนี้เป็อย่างไร”
ผู้นำตระกูลหลี่ หยุดคิดแปบนึงและกล่าวตอบ “อืมมเอาอย่างนั้นก็ได้ แต่ว่าจะยังเหลือใครให้พวกเราต่อสู้อีกหละ”
ผู้นำตระกูลทั้ง2 มองไปทางที่กลุ่มของ ชิวเหวินเจี้ยน ยืนอยู่พร้อมกันในทันที
ผู้นำตระกูลหลี่ ได้กล่าวขึ้นมาว่า “ข้าว่าพวกเราเจอคนที่หลงเหลืออยู่แล้วหละ”
ผู้นำตระกูลเชียง ก็กล่าวขึ้นมาต่อในทันที “ถ้าอย่างนั้นข้าขอไปก่อนเลยก็แล้วกัน”
“เื่อะไรข้าจะให้ท่านนำไปก่อนได้เล่า” ผู้นำตระกูลหลี่กล่าว และพุ่งไปทางกลุ่มของ ชิว เหวินเจี้ยน ทันที
ทั้ง2ผู้นำตระกูลต่างแข่งขันกันว่าจะได้คู่ต่อสู้เป็ใครกัน
เมื่อคนในกลุ่มของ ชิว เหวินเจี้ยน เห็นดังนั้นพวกเขาก็ไม่ได้ขยับตัวแต่อย่างไร เพราะพวกเขาจะรอดูว่าคนพวกนี้คิดที่จะทำอะไรกับพวกเขากันแน่
เมื่อ ผู้นำตระกูลเชียง ที่มาถึงจุดมุ่งหมายก่อนก็ได้เริ่มกล่าวขึ้นมาว่า “พวกเ้าคงยังไม่ได้แข่งขันแพ้ใครมาใช่หรือไม่”
ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้กล่าวขึ้นมาว่า “ถูกต้องพวกเรานั้นไม่คิดที่จะลงแข่งในงานเลี้ยงนี้อยู่แล้วทำไมพวกเราถึงจะต้องต่อสู้ด้วยหละ”
ผู้นำตระกูลหลี่ ที่พึ่งจะมาถึงก็ได้กล่าวออกมา “อย่าพูดแบบนั้นสิหนุ่มน้อยพวกเ้ายืนอยู่ในงานเลี้ยงตอนนี้ ก็จำเป็แล้วหละที่จะต้องลงแข่ง”
ผู้นำตระกูลทั้ง2เข้าขากันเป็อย่างดีและตอนนี้สีหน้าของพวกเขาดูชั่วร้ายเป็อย่างมากเช่นกัน
เป็ ชิว ซานฟู่ นั่นเองที่ทนฟังพวก2ผู้นำตระกูลพูดขึ้นมาก่อนหน้านี้ไม่ได้เขาจึงกล่าวขึ้นมาว่า “ถ้าพวกเ้าอยากที่จะต่อสู้นักหละก็ เข้ามาพร้อมกันทั้ง2คนเลยเป็ยังไงใครที่สามารถแตะต้องตัวข้าได้แม้ปลายเล็บก็ชนะไปเลย ดีหรือไม่หละ”
เมื่อผู้นำตระกูลทั้ง2ได้ยินเช่นนั้นก็มองหน้ากันสักพักหนึ่ง และเป็ ผู้นำตระกูลหลี่ นั่นเองที่พูดขึ้นมา “แบบนั้นจะเป็ไปได้ยังไงถ้าเกิดท่านผู้นำตระกูลเชียงสามารถแตะต้องตัวของเ้าได้ก่อนไม่ไช่ว่าข้าจะแพ้ไปอย่างง่ายดายอย่างนั้นหรือ”ผู้นำตระกูลหลี่ คิดในใจว่า ตนเองมีความรวดเร็วที่ไม่เท่ากับผู้นำตระกูลเชียงเขาจึงไม่คิดจะเสี่ยงที่จะแข่งขันด้วยวิธีนี้
แต่ทว่าก็ได้มีเสียงของเด็กหนุ่มดังขึ้นมา “ถ้าอย่างนั้นพวกเรา2คนพ่อลูก จะต่อสู้กับพวกเ้าเอง ถ้าหากใครแพ้ก็ไสหัวออกไปให้พ้นหน้าของข้าซะข้าหละเบื่อพวกดีแต่ปากจริงๆเลย” ชิว เหวินเจี้ยนเริ่มคิดว่า ผู้นำตระกูล2คนนี้ ช่างน่ารำคาญเสียจริง