แสงแดดแรกเริ่มของวันใหม่ ฉาบไปทั่วทุ่งทะเลทรายกว้างส่องแสงระยับราวกับผงอัญมณีเป็นประกาย เป็นอีกหนึ่งวันที่แสนวุ่นวายสำหรับคณะเดินทางขบวนนี้ กองสัมภาระต่างๆอันประกอบไปด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับแกะไม้ ตัด ดัด เชื่อม และเตาหลอมถูกนำมาจัดเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวานช่วงหัวค่ำ เหล่าลูกขบวนทุกคน ได้รับการถ่ายทอดวิธีการทำอุปกรณ์ตามแบบแปลนซึ่งชายหนุ่มได้ทิ้งเอาไว้ให้กับรีอาร์และรองหัวหน้าทาร่า พวกเขาใช้เวลาทำความเข้าใจแบบแปลนพวกนั้นไม่นานนัก โชคดีที่คณะเดินทางมีช่างฝีมือติดขบวนมาจำนวนมาก งานที่ไคลม์ไหว้วานจึงไม่อยากเกินกำลังของทุกคน
" เป็นไงบ้างเช้านี้ตื่นแต่เช้าเลยงานคงตึงมือสิท่า"
หัวหน้าคณะเดินทางเดินเข้ามาทักทายทาร่า ในขณะที่เธอกำลังคุมคนงานกว่าร้อยคนวุ่นสาละวนอยู่กับการหลอมเหล็กร้อนๆเทลงแบบพิมพ์ซึ่งแกะทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อวานก่อนหล่อขึ้นรูปออกมา
"อ้าวนายท่านตื่นแล้วหรือเจ้าคะ เชิญพักที่เต็นท์ก่อน เดี๋ยวข้าสั่งให้คนงานจัดเตรียมอาหารเช้าให้กับท่าน"
คล็อกครัชดูสนอกสนใจกับการทำงานของบรรดาลูกจ้างเป็นพิเศษ คอยเฝ้าสังเกตถามไถ่ความยากง่ายของงานกับพวกเขาอยู่เป็นระยะ ก่อนเดินตามทาร่าเข้าไปในเต็นท์ซึ่งจัดเตรียมเอาไว้ ภายในมีทั้งกาแฟร้อนและขนมปังวางเตรียมอยู่ในตะกร้าไม้สาน เขายกมันขึ้นดื่มฉีกขนมปังครึ่งก้อนเคี้ยวกลืนลงไปก่อนถามไถ่ลูกจ้างสาว
"เจ้าคิดว่าแบบแปลนที่เขาให้มามันยากเกินไปหรือเปล่า คนงานของเราสามารถทำมันออกมาได้หรือไม่"
"ต้องยอมรับเจ้าค่ะว่าเป็นแบบแปลนที่แปลกตาเหลือเกินและไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน สำหรับช่างฝีมือของเราก็ถือว่ายากพอสมควรแต่หลังจากหลอมแบบออกมาได้ ก็เหมือนงานหลอมเหล็กที่อาศัยฝีมือทั่วๆไป ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรข้าคิดว่าคงจะเสร็จทันเวลาที่เขาขอร้องเจ้าค่ะ"
หญิงสาวรินกาแฟเติมให้เจ้านาย อีกฝ่ายยื่นแก้วรับด้วยความเต็มใจ มองออกไปรอบๆ
"เช้านี้คนงานของเราคึกคักดีนะ ไม่อยากจะเชื่อเมื่อวานวิ่งหนีตายกันฝุ่นตลบแทบเอาชีวิตไม่รอดฮ่าๆๆ"
" ขวัญกำลังใจคงดีขึ้นหลังจากไคลม์จัดการปัญหาให้กับเรา ยิ่งรู้ว่ามีเขาร่วมทางไปด้วยยิ่งทำให้ลูกกระบวนของเราทุกคนรู้สึกปลอดภัยมากยิ่งขึ้นเจ้าค่ะ"
"ก็แค่ระยะสั้นๆเท่านั้นเอง แต่ก็นะ ได้เขาช่วยจัดการอะไรต่อมิอะไรให้เราหลายอย่างเลย หลังจากที่แยกทางกันแล้วพวกเราก็ต้องพึ่งพาตัวเองเหมือนอย่างเคย ข้าคงต้องรบกวนเจ้ากับรีอาร์อย่างมากมายเลยทีเดียว"
"ไม่ถือเป็นการรบกวนหรอกเจ้าค่ะมันเป็นหน้าที่ที่พวกเราทั้งสองจะต้องรับใช้นายท่านอยู่แล้ว โปรดสั่งงานได้เต็มที่เลยเจ้าค่ะ"
คล็อกมองดูลูกจ้างสาวก่อนเอ่ยแซวเย้าหยอก
"เอ้ ดูสินี่เจ้าโตเป็นสาวยิ่งกว่าสาวแล้วนะทาร่า อยู่กินกับรีอาร์มาตั้งนาน ไม่คิดจะมีหลานตัวน้อยๆให้ค่าอุ้มบ้างหรือไง"
"นายท่าน" หญิงสาวสะดุ้ง อุทานหน้าแดง
"ฮ่าๆๆ ใจเย็นๆ ข้าแค่ล้อเล่น แต่ถ้ามีจริงๆก็ดีนะ พวกเจ้าสองสามีภรรยาจะได้ใช้ชีวิตแบบครอบครัวกับเขาบ้าง"
"ต้องเดินทางรอนแรมอยู่ตลอดเวลาแบบนี้เต็มไปด้วยความยากลำบากหากมีเด็กขึ้นมาจริงๆ การทำงานก็จะยิ่งยุ่งยากมากกว่าเดิม ข้าคิดว่าพวกเราคงยังไม่พร้อมอีกนาน มันไม่สำคัญหรอกเจ้าค่ะว่าพวกเราจะมีลูกด้วยกันไหม สำคัญคือวันนี้พวกเราได้รับใช้นายท่านถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับข้าและรีอาร์แล้วเจ้าคะ"
"ขอบใจมากทาร่า" หัวหน้าคณะเดินทางยิ้มให้ขอบคุณจากใจจริง
"พูดถึงรีอาร์เช้านี้เขาหายไปไหนซะล่ะ ปกติคนที่มีหน้าที่เตรียมอาหารเช้าให้กับข้าก็เป็นเขาไม่ใช่หรือ หรือว่ามัวยุ่งกับแบบแปลนอีกใบที่เจ้าหนุ่มไคลม์ขอให้ช่วยทำ"
คล็อกครัช มองหาลูกน้องคนโปรดตามเกวียนแต่ละหลังไล่ลำดับคันไป แต่ไม่พบวี่แวว
"พวกเขาพากันออกไปตั้งแต่ช่วงเช้ามืดแล้วเจ้าคะ"
"พวกเขา?"
คล็อกถามย้ำ
"ไคลม์กับรีอาร์พาคนตามไปด้วยอีก50พร้อมเกวียนเปล่าอีก10กว่าคันมุ่งหน้าไปสำรวจปากทางเข้าแซนกาเด้นก่อนที่พวกเราเดินทางกันเจ้าคะ"
"อ๋อ งั้นเหรอ ไม่ยักบอกข้าให้รู้ซักคำ"
"ตอนแรกรีอาร์จะเข้าไปขออนุญาตนายท่าน แต่ไคลม์บอกไม่จำเป็นเพราะเห็นท่านหลับอยู่จึงไม่อยากรบกวน อีกอย่างพวกเขาบอกว่าจะกลับมาก่อนตะวันขึ้น แต่ว่าจนถึงตอนนี้ยัง..."
ทาร่าตอบคำถามพยายามมองไปยังทิศตะวันตกดูลาดเลา
"อ๋อ เข้าใจละ ชั่งเถอะไม่เป็นไร เดินทางกลางทะเลทรายต้องใช้เวลาปล่อยให้พวกเขาทำงานอิสระไปเถอะ"
หัวหน้าคณะเดินทางกล่าวก่อนจิบกาแฟตาม สั่งให้ทาร่าเตรียมอาหารเช้าสำหรับเขากับลิซาน่ารอเธอตื่น
เวลาล่วงเลยมากระทั่ง 8:00 น ยามนี้แสงอาทิตย์สาดลงมา อุณหภูมิความร้อนของทะเลทรายยิ่งทวีคูณมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ลิซาน่า ลุกออกจากเตียงอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยจึงออกจากเกวียนมาร่วมโต๊ะกับบิดา เธอจับเทียร์บี้แต่งตัวเหมือนชุดโจรสวมฮู๊ดที่ถักขึ้นจากเศษผ้าของไคลม์ซึ่งพบในทะเลทรายก่อนหน้านี้ เขายกให้มันเพราะเห็นว่าชอบตั้งแต่ตอนพบกันครั้งแรก เจ้าเสือน้อยกัดไม่ยอมปล่อย ดูเหมือนว่ามันเองก็ถูกใจชุดที่เธอตัดให้ไม่น้อยเลยทีเดียว
"ท่านพ่อดูเทียร์บี้สิ มันหล่อไหมคะ"
เด็กหญิงภูมิใจในตัวสัตว์เลี้ยงของเธอมาก เธอชูมันขึ้นใกล้กับหน้าของคล็อกส่งให้ชม ก่อนดึงเข้าไปฟัดด้วยความหมั่นเขี้ยว เจ้าแมวเหมียวทำท่าอึดอัดเมื่อถูกรัดฟัดเหวี่ยง
"จ้าๆ หล่อก็หล่อ" คล็อกตอบ
"ดูนั่นพวกท่านรีอาร์กลับมากันแล้ว"
"โอ้โห ขนอะไรมาตั้งเยอะแยะ ไปเร็วพวกเรารีบไปช่วยกันหน่อย"
เสียงดังเซ็งแซ่แว่วมาถึงหูของคล็อกคัชและบุตรสาว พวกคนงานดูตื่นตระหนกเป็นพิเศษ เมื่อเห็นกองขบวนเกวียนฝั่งรีอาร์และไคลม์ เดินเข้ามาถึงที่ตั้งค่ายหลังออกไปสำรวจตลอดช่วงก่อนฟ้าสาง พวกเขาไม่ได้กลับมามือเปล่าแต่ขนบางสิ่งติดมือกลับมาด้วย เต็มคันเกวียนแน่นไปหมดถึง10กว่าคัน อาศัยทาร์ซลากเกวียนกับคนทั้งหมดช่วยกันพยุงยกประคองกันมาเต็มอัตตราขน
พวกคนงานที่เห็นเหตุการณ์เหล่านั้นรีบวางมือจากหน้าที่แห่ไปช่วย พวกพ้องที่กลับมาย้ายวัตถุปริศนาเข้ากองเกวียนอย่างรวดเร็ว หัวหน้าคณะเดินทาง เดินออกมาจากเต็นท์เพื่อสังเกตการณ์ ประจวบเหมาะกับจังหวะที่ไคลม์กับรีอาร์เดินเข้ามาถึงพอดี ทั้งสามทักทายกันพอหอมปากหอมคอ คล็อกไม่ได้ถามอะไรมากเพราะรู้เรื่องทั้งหมดจากหมดทาร่าแล้ว แต่เขาดูสนใจกับของที่ทั้งคู่นำติดมือกลับมาตะหาก วัตถุสีดำ หรือหินอะไรซักอย่างซึ่งมีคุณสมบัติสากแข็งแต่เปราะ เมื่อถูกกระทบเพียงเล็กน้อยก็แตกหักได้ง่าย หน้าตาไม่เหมือนกับแร่ที่พวกเขาเคยรู้จัก นับเป็นสิ่งประหลาดที่หาดูได้ยากสำหรับหัวหน้าคณะเดินทางเขาพินิจมองมันได้ความสนใจเป็นพิเศษ
"หินพวกนี้มันอะไรกัน" คล็อกครัชถาม หยิบหินประหลาดขึ้นมาจากคันเกวียนที่เปิดหลังคา1ก้อน พินิจมองใกล้ๆอย่างตั้งใจ ทั้งดม และถูด้วยนิ้ว
"กลิ่นมันทะแม่งๆนะ" คล็อกสงสัยหลังดมพิสูจน์ สองหนุ่มหันมองหน้ากันยิ้มอย่างชอบอกชอบใจ
"นายท่านข้าว่าท่านต้องชอบใจแน่ๆถ้ารู้ถึงคุณสมบัติที่แท้จริงของเจ้าสิ่งนี้"
รีอาร์เอ่ย พร้อมกับหยิบเศษหินแตกชิ้นเล็กเท่าปลายนิ้วก้อยขึ้นมา เขานำมันไปถูกับหินในมือของหัวหน้าคณะ ผลปรากฏคือ..
!!พรึบ ฟู่ววว!! "เหวอฟะ..ไฟๆๆ อะไรกันเนี่ย"
เกิดไฟลุกพรึบขึ้นมาเกือบโดนหน้าคล็อกครัช รีอาร์เองก็ตกใจเพราะไม่คิดว่าไฟจะแรงขนาดนี้ หัวหน้าคณะรีบโยนหินก้อนในมือทิ้งด้วยความตกใจ ตามมาด้วยสะเก็ดไฟที่กระจายเป็นพวงลุกไม่เว้นระยะอยู่ประมาณ3วินาทีก่อนจะดับลงบนพื้นทราย
"จะ..เจ้าทำอะไรรีอาร์ ใช้เวทย์มนต์งั้นรึ?"
หัวหน้าคณะถามขณะที่ล้มก้นจ้ำเบ้าอยู่กับพื้นตาจ้องมองไปยังหินก้อนดังกล่าวที่ตนเคยถือก่อนหน้านี้ไม่กระพริบ
"ขออภัยขอรับนายท่าน ข้าไม่รู้จริงๆว่ามันจะแรงขนาดนี้สงสัยเป็นที่ขนาดหินในมือท่านมันใหญ่จนเกินไป อย่าถือสากันเลยนะขอรับแฮะๆๆ"
รีอาร์รีบผงกหัวขอโทษเป็นการใหญ่ พยุงเจ้านายลุกยืนหัวเราะแห้งๆกลบเกลื่อนความผิดที่ทำโดยไม่ตั้งใจ
"นี่คือหินดินปืนที่ข้าสร้างขึ้นจากการผสมแร่ในถ้ำที่เราสำรวจพบตรงปากทางเข้าหุบเขามรณะด้านล่างนี้ขอรับท่านหัวหน้า"
ไคลม์ตอบคำถามแทนรีอาร์
"หินดินปืน?" คล็อกครัชย้ำถามอีกหน
"เป็นเรื่องมหัศจรรย์อีกหนึ่งเรื่องที่ชายหนุ่มคนนี้ทำให้เราทึ่ง ข้าก็ไม่รู้ว่าเขาทำได้ยังไง แต่จากที่เห็นตอนไปด้วยกันหมอนี่เอามือลูบผนังแล้วหยิบอะไรสักอย่างออกมาเทใส่มือ นำไปลูบๆผนังถ้ำอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็เกิดไฟสีเขียวลุกท้วมกำแพงหินทั้งหมด ก็กลายสภาพเป็นอย่างที่เราเห็นอยู่ในตอนนี้แหล่ะขอรับ"
หัวหน้าคณะเดินทางเงียบอยู่พักหนึ่งหลังได้ฟังคำบอกเล่าจากรีอาร์สังเกตธาตุมหัศจรรย์ ที่อยู่เต็มคันเกวียนนับ 10 ก่อนหันกลับมาถามไคลม์ด้วยท่าทีจริงจัง
"นี่เจ้า..เล่นแร่แปรธาตุเป็นด้วยรึพ่อหนุ่ม"
"โห้ ข้าแทบไม่อยากเชื่อว่าท่านเป็นพ่อค้าธรรมดาทั่วไปซะแล้วสิ"
ไคลม์หันมาสบตากับคล็อกทั้งสองจ้องกันอย่างจริงจัง ต่างคนต่างค้นหาปริศนาในแววตาของอีกฝ่าย บรรยากาศเงียบกริบก่อตัวขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายของเสียงลูกขบวนแวดล้อมรอบข้างที่กำลังขนของกันชุลมุน รีอาร์อึ้งเมื่อเห็นท่าทีของทั้งคู่ดูไม่ปกติ เขาทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าทั้งคู่คุยกันเรื่องอะไร แต่สัมผัสได้ถึงบรรยากาศกดดันแปลกๆที่แผ่ออกมาจากบุคคลทั้งสอง
"ขอรับ ข้าพอมีวิชาติดตัวอยู่บ้าง" กลายเป็นฝ่ายไคลม์ที่ยิ้มตอบกลับไปด้วยใบหน้าแช่มชื่นไร้เดียงสา เขาหลับตาปี๋ยิงฟันให้ สีขาวใสสดุดตาจ้าเหลือเกิน
"โฮ๊ะๆๆ งั้นเหรอๆ แหม๊เจ้านี่มันช่างมากความสามารถสุดจะหยั่งได้เลยจริงๆนะเนี่ย อยากได้มาเป็นลูกเขยจังแต่เสียดายลูกสาวข้ายังอ่อนเกินไปกินยังไม่ได้ ไม่งั้นล่ะก็.."
"อย่าเลยขอรับ ข้าไม่ค่อยชอบสไตล์โลลิเท่าไร มันเสี่ยงคุกเอาเรื่องอยู่ฮ่าๆๆ"
กลายเป็นว่าสถานการณ์พลิกผันไปกันหมด คล็อกครัชเข้าไปตบไหล่ชายหนุ่มทั้งคู่โต้ตอบหยอกล้อกันเป็นเรื่องสนุก แล้วลากมือกันเดินเข้าไปหาเกวียนคันอื่นๆ ทิ้งรีอาร์เอาไว้ให้ยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่คนเดียว
"อะ..อะไรกันหว่า?" ลูกจ้างหนุ่มยืนอ้าปากค้างมองดูทั้งสองเดินจากไปโดยไม่สนใจตัวเอง ก่อนจะเดินตามไปแบบงงๆ
ทั้งสามมาหยุดอยู่ตรงเกวียนขนาดเล็กที่สุด คนงานเพิ่งปลดเชือกของทาร์ซลากเกวียนออก จูงมันไปกินน้ำในถังเหล็กที่เตรียมไว้ให้ หัวหน้าคณะเดินทางมาถึงก็หยิบของชนิดเดิมขึ้นมาดูอีกครั้ง
"ดูท่านจะสนใจมันมากเป็นพิเศษนะขอรับ" ไคลม์ถาม
"อื้ม..จะว่าไงดีละ ข้าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย หินมหัศจรรย์ที่เป็นเชื้อเพลิงติดไฟได้ง่าย ใจจริงก็อยากจะถามเจ้าตรงๆนั่นแหละว่าสร้างพวกมันขึ้นมาได้ยังไง แต่ก็กลัวจะเสียมารยาท"
คล็อกครัชพูดพร้อมเดาะหินในมือเล่นแล้วหันมาหาชายหนุ่ม
"ในถ้ำนั้นมีค้างคาวจำนวนเยอะมากอาศัยอยู่ ผนังถ้ำก็เต็มไปด้วยมูลของพวกมันมีเยอะพอที่จะใช้เป็นวัตถุดิบได้ อีกส่วนของถ้ำก็มีทั้งกำมะถันและดินประสิวรอบๆข้างด้วย ข้าแค่ใช้หัวเชื้อแห่งการเร่งปฏิกริยา หรือผงมหัศจรรย์ซึ่งพบได้ทางภูเขาตอนเหนือเข้าไปทำปฏิกิริยาสร้างคุณสมบัติติดเชื้อเพลิง โดยการใช้สปีริตเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในทางเคมีของพวกมัน จนกลายเป็นดินปืนที่พร้อมใช้สำเร็จรูป ผลก็ออกมาเป็นอย่างที่ท่านได้เห็นอยู่ในมือนี่แหละขอรับ"
"โห..น่าทึ่งยิ่งนัก แต่เอาเถอะคงไม่มีอะไรที่ข้าจะต้องประหลาดใจไปมากกว่านี้แล้ว หากมีสิ่งที่เหนือธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากฝีมือของเจ้าขึ้นมาอีก ข้าก็จะไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกแล้วล่ะ ขอเดานะพ่อหนุ่ม เจ้ามีแผนจะใช้มันกับของที่สั่งให้คนงานใช้สินค้าของข้าทำขึ้นมาใช่หรือไม่"
ไคลม์หัวเราะก่อนตอบกลับไป
" สมัยหนุ่มๆท่านคงเป็นนักพนันมือฉมังเลยทีเดียว ท่านคาดเดาทุกสิ่งทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่งแบบนี้ ไปเล่นที่บ่อนไหนเขาคงไล่หนีห้ามไม่ให้เข้าอีกเลยตลอดชีวิตละมั้งขอรับ... ถูกต้อง เอาไว้ท่านรอชมผลงานหลังจากนี้อีก2วันได้เลย ข้าขอรับรองว่านี่คือสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของท่านไปตลอดกาลท่านหัวหน้า"
ไคลม์ตอบกลับมาด้วยสีหน้าจริงจังที่สุดเป็นครั้งแรก อะไรคือสิ่งที่เขาจะมอบให้กับครอบครัวคณะเดินทางในครั้งนี้อีกไม่นานคงได้ทราบกัน
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
บทประพันธ์ : มังกรขาวเล่าเรื่อง