ราวกับว่าสายฟ้าได้ฟาดผ่าลงมายังชายหนุ่ม โลกทั้งโลกมืดลงในทันใด ร่างกายของเขาสั่นะเื เต็มไปด้วยความตกตะลึง ใบหน้าที่เคยคงความสุขุมเอาไว้บัดนี้พลันเปลี่ยนเป็ซีดขาว สองมือที่เคยอุ่นบัดนี้เย็นชืดไร้เรี่ยวแรง เขา....เป็คนพิการ?
“ขะ...ข้า พิการลมปราณ?” เหยีนชิงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่น
“ถูกต้อง เ้าพิการลมปราณ ไม่อาจจะฝึกพลังยุทธ์ใดๆบนโลกนี้ได้ มิหนำซ้ำที่ข้าเห็นคือพลังปราณในร่างเ้ายังค่อยๆเสื่อมถอยลงไปอีก” ชายชรานักพรตกล่าวต่อ ที่เขาเห็นในร่างของชายหนุ่มคือจุดชีพจรทั้งหลายที่ค่อยๆเหือดแห้งลงไปทีละน้อย ส่วนที่จุดตันเถียนนั้นปิดสนิท ไม่มีกลิ่นอายพลังปราณใดหลงเหลืออยู่แม้เพียงนิด
“จุดตันเถียนของเ้าปิดสนิท มันไม่กระจายพลังปราณใดๆออกมา สำหรับผู้ฝึกยุทธ์แล้วจุดชีพจรนี้คือต้นกำเนิดปราณทั้งหลาย เมื่อไม่มีมัน ก็ย่อมจะไม่มีปราณ”ชายชราอธิบายต่อ
เหยียนชิงหลับตาลงด้วยความเศร้าใจ หายเขาไม่มีพลังปราณก็เท่ากับไม่อาจฝึกยุทธ์ได้ และเมื่อไม่อาจฝึกยุทธ์ก็ย่อมไม่สามารถที่จะมีอายุยืนนับร้อยนับพันปีได้อีก
“ถ้าเช่นนั้น ก็หมายความว่าข้าไม่อาจฝึกยุทธ์ได้ใช่หรือไม่ผู้าุโ?” เหยียนชิงถามชายชราด้วยสีหน้าซับซ้อนก่อนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“ย่อมเป็เช่นนั้น” ชายชราตอบเสียงเรียบ
เหยียนชิงค่อยๆเรียบเรียงความคิดขึ้นมาในใจ ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกปลงตกขึ้นมากับชีวิตตนเอง
“เฮ้อ....ถ้าเช่นนั้นข้าก็คงต้องขอตัว การรั้งอยู่ที่ไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ขอขอบคุณผู้าุโที่ช่วยบอกกล่าวสิ่งที่ข้าสงสัยเมื่อครู่ ส่วนเื่ผู้ฝึกยุทธ์นั้น ข้าคงจะต้องยอมแพ้กลับไปเป็พรานป่าเช่นเดิม” ชายหนุ่มได้แต่เศร้าใจ แต่ก็ไม่ได้เสียใจอะไรมากมายเช่นนั้น แค่ไม่มีพลังปราณแล้วเป็อย่างไร? เขาก็แค่กลับไปล่าสัตว์เขียนกลอนดังที่เคยทำก็พอ
“แต่ข้าเกรงว่ามันคงจะไม่ง่ายเช่นนั้น” ชายชรานักพรตกล่าวขึ้นมาอีกหน
“หมายความว่าอย่างไรผู้าุโ? ไม่ใช่ว่าข้าแค่ไม่มีพลังปราณเท่านั้นรึ?” ชายหนุ่มสงสัย
ชายชราจ้องมองไปยังชายหนุ่มอีกครั้งก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น “เหตุผลที่เ้าไม่มีพลังปราณนั้น เป็เพราะมีบางสิ่งอาศัยอยู่ในร่ายกายเ้า มันกลืนกินพลังปราณของเ้าเป็อาหาร!”
“ทะ...ท่านว่าอะไรนะ! มีบางอย่างอยู่ในร่ายกายข้า มันกำลังดูดกลืนพลังปราณ??” ชายหนุ่มทั้งใและมึนงงกับคำตอบของชายชรานักพรต ั้แ่ที่เขาเกิดมาก็ไม่เคยรู้สึกถึงความผิดปกติใดๆในร่ายกายของเขา แต่กลับมีคนบอกว่ามีตัวอะไรก็ไม่รู้กำลังกัดกินพลังปราณในร่างกายของเขาจนเหือดแห้ง มัน........ค่อนข้างที่จะทำใจเชื่อได้ยากนัก
“ถูกต้อง ในร่างกายของเ้ามีปรสิตที่ชื่อ “อสรพิษกลืนปราณ” แน่นอนว่ามันกำเนิดมาจากโลกภายนอก เมื่อมันชอนไชเข้าไปในร่ายกายของคน มันจะพุ่งไปยังจุดตันเถียน และเริ่มค่อยๆดูดกลืนพลังปราณทีละน้อย โดยที่คนผู้นั้นไม่อาจสังเกตเห็นได้”
“นั่นเป็เหตุที่ทำให้ข้าไม่มีพลังปราณ? มันจะส่งผลอะไรต่อข้าหรือไม่?” เหยียนชิงรู้สึกกังวลขึ้นมา เขาลูบหน้าอกตัวเองเบาๆ
“ผลกระทบนั้นไม่มีอะไรมาก เ้าแค่สามารถมีอายุได้อีกแค่สามปี เมื่อเ้าอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ ปรสิตตัวนั้นจะเติบโตเต็มที่ และมันจะไชทะลุจุดตันเถียนของเ้าออกมาภายนอก ที่เ้าทำได้ก็เพียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ปใน่ที่มันทะลุออกมาจากอกของเ้า”
ราวกับสายฟ้าได้ฟาดลงกลางศีรษะของชายหนุ่มอีกครั้ง แถมยังฟาดซ้ำไปซ้ำมาอยู่เช่นนั้น สติสัมปชัญญะทั้งหลายต่างเลือนราง เขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีกสามปี สามปี.....เป็เวลาที่ช่างสั้นและน้อยนิดยิ่ง!
“ข้าไม่อาจเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตนได้เลยรึ....” เหยียนชิงเศร้าใจกับสิ่งที่ได้รู้ เขาอยากะโออกมาดังๆให้ตนเองได้ตื่นขึ้นจากฝันร้ายอันเหี้ยมโหดนี้ แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร เขาก็ไม่อาจตื่นจากฝันนี้ได้........ฝันร้ายของโลกแห่งความเป็จริง
“ข้าเสียใจด้วยเด็กน้อย เ้านั้นยังหนุ่มยังแน่น ไม่ควรที่จะต้องมาพบเจอกับความตายั้แ่เยาว์วัย” เขาส่ายหัวด้วยท่าทางสงสารเด็กหนุ่ม แต่ดวงตาของเขาไม่ได้มีวี่แววของความเห็นใจแม้เพียงน้อย กลับเป็ความ้าบางอย่างเสียมากกว่า
เหยียนชิงกำลังเดินคอตกไปยังประตูห้อง จิตใจของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความเสียใจ เขาอยู่ได้อีกเพียงแค่สามปีเท่านั้น สำหรับตัวเขาอาจจะไม่ได้สนใจอะไรมากแต่ถ้าหากเขาตายไป แล้วลุงกับป้าเขาล่ะจะอยู่อย่างไร?
“แต่อาจยังพอมีวิธีแก้อยู่บ้าง”เสียงชายชราที่พูดขึ้นมาลอยๆเข้ามาในหูเขา
เหมือนกับมีมือมาฉุดชายหนุ่มขึ้นมาจากความสิ้นหวังอันดำมืด เหยียนชิงสั่นสะท้านขึ้นมาเบาๆ เขาหันกลับมามองนักพรตเฒ่าด้วยสายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความหวัง
“ผู้าุโ.....มีทางแก้จริงๆหรือ?” เหยียนชิงที่คล้ายกับโดนค้อนทุบให้ตื่นจากฝันร้ายเอ่ยถามขึ้นอย่างเบาๆ สำหรับคนที่กำลังสิ้นหวังนั้น ไม่ว่าแสงแห่งความหวังจะริบหรี่ขนาดไหน ย่อมจะต้องพยายามไขว่คว้าเอาไว้อย่างแน่นอน
“ย่อมจะมี เพียงแต่ มันค่อนข้างจะเสี่ยงสำหรับเ้า”นักพรตเฒ่าทำทีเหมือนไม่อยากจะพูดถึงมันเท่านัก ในใจเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและประกายของความหวังจางๆ
“ได้โปรดบอกข้าด้วย! ไม่ว่ามันจะเสี่ยงขนาดไหนข้าก็จะทำมัน!” เหยียนชิงไม่ลังเลที่จะไขว่คว้าโอกาสสุดท้ายของตนเองไว้ ในเมื่อตนมีเวลาอีกแค่สามปี เหตุใดจะต้องมากลัวตายอะไรอีก?
“วิธีการนั้นค่อนข้างเสี่ยง เ้ายอมรับที่จะทำจริงๆ?”ชายชราถามเหยียนชิงเพื่อให้แน่ใจอีกครั้ง
“แน่นอน!! ได้โปรดบอกวิธีรักษาแก่ข้าด้วย!” ข้าไม่มีสิ่งใดจะเสียอีกแล้ว.....ความหวังสุดท้ายนี้ ข้าต้องจับมันเอาไว้เท่านั้น!
“ถ้าเช่นนั้นก็ย่อมได้ เ้าเห็นพวกซากศพก่อนหน้านี้หรือไม่? เ้าก็แค่ต้องก้าวไปสู่วิถีการฝึกตนดังเช่นพวกมัน หนทางผู้ฝึกยุทธ์ไม่มีทางที่จะรักษาหรือฟื้นฟูพลังปราณที่เสียไปจากจุดตันเถียน การฝึกตนไม่เพียงแต่เป็การฝึกฝนร่ายกาย มันยังต้องฝึกฝนจิตใจให้กล้าแกร่งขึ้นด้วย ถ้าหากเ้ายอมรับการฝึกขั้นแรกจากข้านั่นคือขั้นเก้าสังขาร เมื่อบรรลุถึงขั้นสามของปราณชั้นนี้ ร่างกายเ้าจะได้รับพลังจากฟ้าดิน รักษาตนเองโดนอัตโนมัติ และเมื่อข้าดึงปรสิตออกจากร่างเ้า มันก็จะช่วยเ้าฟื้นฟูอาการาเ็ได้แน่นอน” ชายชรานักพรตอธิบาย
“ท่านจะดึงมันออกมาจากอกข้า!? ไม่ใช่ว่าถ้ามันออกมาแล้วข้าจะตายหรอกรึ!!”ชายหนุ่มตะลึงลาน เขาไม่คิดว่าวิธีรักษาจะบ้าบิ่นเช่นนี้ อีกอย่างถ้าเขาก้าวเข้าสู่การฝึกตน นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะกลายเป็แบบพวกมันหรอกเหรอ?
“ข้ารู้ว่าในใจเ้าคิดอะไรอยู่ พวกซากศพเ่าั้ก้าวเข้าสู่หนทางการฝึกตนหลักจากที่พวกมันฝึกยุทธ์เพื่อไขว่คว้าในพลังใหม่ มันเลยถูกความโลภเข้าครอบงำ แต่เ้าก้าวเข้าสู่หนทางการฝึกตนด้วยความ้าที่จะมีชีวิตต่อ นั่นทำให้ข้าคิดว่าเ้าน่าจะมีโอกาสรอดเพิ่มมากขึ้น โอ้ อีกอย่างหนึ่ง จะตายตอนนี้กับอีกสามปีจะต่างกันเท่าไรเชียว? สุดท้ายเ้าก็ต้องตายหากมันไชออกมา สู้ตายตอนที่เ้าพยายามที่จะมีชีวิตรอดจะไม่ดีกว่ารึ?”ชายชราขมวดคิ้ว ยังพอมีหนทางรักษาอื่นๆอยู่อีกบ้าง แต่เขาก็เลือกทางนี้ และถึงแม้ทางที่เขาเลือกให้กับเด็กหนุ่มจะเสี่ยงมาก แต่มันก็น่าจะคุ้มที่ได้ลอง และถ้าหากชายหนุ่มสามารถรอดมาได้จริงๆล่ะก็.......
“นั่นก็จริงของท่าน ไม่ว่าจะตายในอีกสามปีหรือตายตอนนี้ สู้ตายตอนที่ข้าพยายามเสียดีกว่า ข้าอาจกลัวตาย แต่ข้าไม่ใช่คนขี้ขลาด! ผู้าุโ โปรดชี้แนะหนทาง!”ชายหนุ่มกล่าวด้วยความมุ่งมั่น เดิมพันนี้....ข้าพนันหมดหน้าตัก!
“เมื่อเ้ามั่นใจ ข้าก็จะถ่ายทอดขั้นแรกของการฝึกตนให้กับเ้า เ้ามีเวลานับอนันต์ในที่แห่งนี้ จงทะลวงผ่านเข้าไปขั้นสามให้ได้ หากไม่ เ้าก็จะตายทั้งๆที่เข้าฌาณอยู่” นักพรตเฒ่าขยับมือร่ายเวทออกมาคลอบคลุมไปทั้งบริเวณ ปลดปล่อยกระแสแห่งห้วงเวลาออกมา หนึ่งวันของภายนอก แทบจะเทียบได้กับพันปีในห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้
“ไปนั่งขัดสมาธิที่กลางห้อง ข้าจะถ่ายทอดขั้นแรกให้กับเ้า” ชายชราเอ่ยเสียงเรียบ
เหยียนชิงสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ต่อจากนี้คือ่เวลาวิกฤตในชีวิตของเขา หากสำเร็จก็เท่ากับรอด หากพลาด....นั่นคือความตาย เขาเดินไปที่กลางห้อง ก่อนจะนั่งลงขัดสมาธิและหลับตาลง
นักพรตเฒ่ายกนิ้วขึ้นมาชี้ไปที่หน้าผากของเหยียนชิง ทันใดนั้นเองแสงจากปลายนิ้วก็พุ่งตรงไปยังหว่างคิ้วของเขา หลอมรวมเข้ากับร่างกายในทันใด
เหยียนชิงนั่งหลับตาขัดสมาธิ บัดนี้ชายหนุ่มได้ตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งการพิสูจน์ตนขั้นแรกเป็ที่เรียบร้อย
“หากเ้าพลาด ไม่เพียงแต่เ้าที่จะตาย ข้าก็ยังต้องสลายไปอย่างไร้ความหมายเช่นกัน....”ชายชราถอนหายใจ
“ข้าพิทักษ์หอแห่งนี้มานานจนไม่อาจนับปีได้ เห็นผู้คนมามาก ทั้งคนเป็และคนตาย เวียนวนอยู่เช่นนี้ไปเรื่อย แต่ไม่มีใครเหมือนกับเ้า ทำไมพวกมันถึงไล่ล่าเ้า? เ้าคิดว่าเป็เพราะเ้าพิการลมปราณ? สิ่งที่พวกมัน้าไม่ใช่พลังปราณของเ้า.......แต่เป็จิตใจ”ชายชราถอนหายใจ เมื่อเด็กคนนี้มีชะตาร่วมกับวิถีผู้ฝึกตน เขาย่อมจะต้องลองเสี่ยงโชคครั้งสุดท้ายนี้ดู ผลลัพธ์นั้น.....ไม่อาจคาดเดา
“เ้าคิดจริงๆว่าเ้าเป็คนพิการธรรมดาๆ? ไม่มีผู้ใดเคยก้าวเท้าขึ้นมาเหยียบที่ชั้นเก้าได้ตลอดเวลาที่ข้าพิทักษ์ที่แห่งนี้ เช่นนั้น....เ้ายังคิดว่าตนเองอ่อนแออีกหรือไม่?”
“การฝึกตนนั้นจำต้องฝึกทั้งกายและใจ ซึ่งเป็หนทางที่ต่างจากการฝึกยุทธ์ที่พวกมันกลายเป็ซากศพเช่นนั้นเพราะมันฝึกยุทธ์มาก่อน จิตใจไม่เคยถูกขัดเกลาทำให้ไม่อาจทนรับทัณฑ์ทรมานระหว่างขั้นได้ ขอข้าดูหน่อยเถิดว่าเด็กน้อยเช่นเ้าจะมีดีเช่นไรบ้าง” นักพรตเฒ่ายิ้มขึ้นมาขณะที่มองไปยังชายหนุ่ม
“และถ้าหากเ้ารอด ก็เท่ากับว่าเ้ามีชะตาลิขิตกับสำนักนักพรตเต๋ากระบี่์ เมื่อเป็เช่นนั้นข้าก็จะมอบวาสนาอันยิ่งใหญ่ให้กับเ้า! ผู้สืบทอดของข้าจะต้องเป็ผู้ยิ่งใหญ่ในโลกใบนี้ ฮ่าฮ่าฮ่า!”
นักพรตเฒ่าหัวเราะออกมาเสียงดัง เขาลอยมานั่งขัดสมาธิตรงหน้าของเหยียนชิง เฝ้ารอเวลาที่ชายหนุ่มจะตื่นขึ้นมาด้วยความหวังที่เปี่ยมล้น