46 1-2
ตอนที่ 71 ห้าร้อย
บรรยากาศภายในห้องสงัดเงียบไปชั่วครู่ใหญ่ และเมื่อเหลิงหยวนหลงเพิ่งตระหนักถึงบางสิ่งขึ้นมาได้ เขาลอบกลอกตามองบนด้วยความรำคาญใจเล็กน้อย แต่กลับกลับเผยแสดงรอยยิ้มจอมปลอมให้ปรากฏบนใบหน้าแทน แล้วรีบกล่าวขึ้นว่า
“ท่านอาจารย์ถัง เรื่องนี้ข้าเข้าใจดี ตราบเท่าที่สามารถรักษาพิษในตัวบุตรสาวของข้าได้ ไม่ว่าท่านต้องการค่ารักษาเท่าไหร่ ข้าผู้นี้จะพยายามเสาะหามามอบให้เป็นแน่”
เมื่อหัวข้อนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาสนทนา ขณะที่เหลิงหยวนหลงกำลังจะปริปากกล่าวต่อ เหลิงหยุนเจียวก็นิ้วทั้งห้าชูขึ้นตรงหน้าทันที
เหลิงหยวนหลงตะลึงงัน จ้องมองทั้งห้านิ้วของนางด้วยความตกอกใจ พร้อมส่งเสียงเปล่งถามอย่างกล้าๆกลัวๆว่า
“ห้า...ห้าพัน?”
“ห้าร้อย”
สิ้นเสียงตอบของเหลิงหยุนเจียวเท่านั้น สีหน้าท่าทางของเหล่าสมาชิกตระกูลเหลิงพลันดูผ่อนคลายขึ้นทันใด แต่ละคนถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก
แต่ยังไม่ทันไร จู่ๆเหลิงหยุนเจียวก็แสยะยิ้มชั่วร้าย กล่าวสวนขึ้นทันทีด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า
“ระดับสูง”
เสี้ยวขณะนั้น เหล่าสมาชิกตระกูลเหลิงทุกคนต่างแทบหยุดหายใจโดยพร้อมเพรียง กระทั่งสีหน้ายังบิดเบี้ยวน่าเกลียดเกินกว่าจะควบคุมได้อยู่
ผลึกวิญญาณสามารถแบ่งได้เป็นสามระดับ คือ ระดับต่ำ, ระดับกลางและระดับสูง
โดยทั่วไปแล้ว ผลึกวิญญาณระดับสูงนั้นก็สามารถใช้จับจ่ายซื้อของได้เช่นกัน เพียงแต่มันถือเป็นสมบัติหายากยิ่ง จึงไม่เป็นที่นิยมสำหรับใช้ในการทำธุรกรรมสักเท่าใด
เหลิงหยุนเจียวคิดว่า ราคาที่นางเสนอไปนั้นค่อนข้างยุติธรรมมากแล้ว ซึ่งนี่ก็ยังมิได้นำเรื่องบุญคุณความแค้นมาข้องเกี่ยวด้วยเลย
เพราะสุดท้ายแล้ว ต่อให้จะเสาะแสวงหาทั่วทั้งผืนพิภพ ก็ไม่มีผู้ใดสามารถรักษาพิษของนางได้
ไม่สิ...ควรมีคนอีกผู้หนึ่ง ซึ่งก็คือคนร้ายที่วางยาพิษโม่เฉินหยวน
การที่บุคคลนั้นสามารถสร้างพิษแขนงผสมที่ร้ายกาจปานนั้นขึ้นได้ นั่นแสดงว่า คนผู้นั้นย่อมมีความสามารถที่จะรักษาพิษของนางได้เช่นกัน
หากมีโอกาส คงต้องขอไปเยี่ยมเยียนสักคราแล้ว
“เอ่อ...ท่านอาจารย์ถัง”
เหลิงหยวนหลงเอ่ยถามเจือน้ำเสียงไม่แน่ใจนัก พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วกล่าวอย่างใจเย็นว่า
“นั่นไม่สูงเกินไปหน่อยรึ?”
“นี่เป็นราคาที่ยุติธรรมที่สุดแล้ว”
เหลิงหยุนเจียวทาบวางฝ่ามือลงบนโต๊ะ เรียวนิ้วยาวทั้งห้ากางขึ้นพลางเคาะส่งเสียงเป็นจังหวะสลับกันไปมา
“ข้าสามารถกล่าวได้อย่างเต็มปาก นอกเหนือจากข้าแล้ว...มีอีกเพียงผู้เดียวเท่านั้นบนผืนพิภพนี้ที่สามารถรักษาพิษนี่ได้”
เหลิงหยุนเจียวเงยหน้าจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเหลิงหยวนหลง ซึ่งขณะนี้ใบหน้าเปลี่ยนเป็นดำคร่ำเครียดอย่างยิ่ง และยิ้มกล่าวต่อว่า
“เพียงแต่ข้าก็มิรู้เช่นกันว่าบุคคลผู้นั้นอยู่ที่ใด และดูท่าท่านประมุขเหลิงเองก็คงไม่มีเวลามากพอที่จะไปเสาะหาเขาเช่นกัน”
“เส้นตายคุณหนูรองใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว ท่านประมุขเหลิงควรไตร่ตรองให้จงดี นี่ใช่เวลาที่ท่านจะมาประหยัดมัธยัสถ์หรือไม่?”
เหลิงหยวนหลงบีบกำปั้นแน่นจนสั่นเทา แต่หันไปเห็นเหลิงเจียวเจียวที่มีใบหน้าซีดเซียวสภาพคล้ายคนใกล้ตายเข้ามาทุกที เขาก็ไม่สามารถทนดูต่อไปได้ไหวเช่นกัน บรรยากาศในยามนี้ชวนวังเวงน่าตึงเครียดยิ่ง เขาครุ่นพินิจอย่างเงียบๆอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุด กำปั้นคู่นั้นก็ค่อยๆคลายอ่อนลง
ฟังว่าแม้กระทั่งพิษของเถาวัลย์ไม้อสรพิษที่ไม่มีหนทางรักษา ท่านอาจารย์ถังผู้นี้ยังสามารถสร้างปาฏิหาริย์รักษาให้หายได้
แต่ค่ารักษาที่นางเสนอมาก็สูงลิบลิ่วเกินไปเช่นกัน! ราคาที่สูงถึงเพียงนี้ สู้ปล้นจวนของเขาไปเลยเถิด!
จะว่าไป เมื่อครู่ท่านอาจารย์ถังกล่าวว่า ยังมีคนอีกผู้หนึ่งที่สามารถช่วยได้...
“มิทราบว่าท่านอาจารย์ถังกำลังกล่าวถึงผู้ใดรึ?”
อย่างน้อยหากรู้ชื่อเสียงเรียงนามของอีกฝ่าย เหลิงหยวนหลงย่อมมีความหวังเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งส่วน
“....”
เหลิงหยุนเจียวถึงกับอึ้งไปเช่นกัน นั่นเพราะนางจะไปรู้ได้เยี่ยงไรว่า ผู้ใดกันที่เป็นคนวางยาพิษโม่เฉินหยวน?
“ข้าเองก็มิทราบเช่นกัน เพียงว่าโชคดีเผชิญพบกันระหว่างทาง จึงแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องศาสตร์การพิษของกันและกัน”
นางมิได้กล่าววาจาโกหกแต่อย่างใด!
ทางด้านเหลิงหยวนหลงเมื่อได้ฟัง รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาพลันแข็งค้าง เส้นเลือดปูดโปนบนขมับสองข้างกระตุกเต้นตุ้บๆให้เห็น ดูจากท่าทีก็รู้ว่าเขาไม่เชื่อคำพูดของนางแม้แต่น้อย
สตรีนางนี้คงจะอยากได้เงินค่ารักษามากกระมัง จึงไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลอันใดให้เขาล่วงรู้เลย!
“เอาล่ะ วันนี้ก็ดึกมากแล้ว คงไม่สะดวกเท่าไหร่นักหากจะรั้งอยู่ที่นี่ต่อไป”
“ท่านประมุขเหลิง หากตัดสินใจได้เมื่อใด ก็ให้คนไปบอกกับคุณชายไป๋ได้ แล้วเขาจะเป็นคนมาแจ้งข่าวกับข้าเอง”
สิ้นเสียงกล่าวจบ เหลิงหยุนเจียวก็ลุกขึ้นเตรียมตัวกลับ ก่อนจากลา นางยังกดสายตาชำเลืองมองไปทางเหลิงเจียวเจียว แล้วแสร้งปั้นสีหน้าเศร้าสร้อย เอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกสะเทือนใจไม่น้อย
“ช่างน่าเสียดายนัก ที่อิสตรีรูปงามปานนี้จะต้องตาย”
นางส่ายหน้าไปมาพร้อมสีหน้าที่บ่งบอกถึงความเสียใจระคนเสียดาย เลื่อนประตูเปิดออกและกำลังจะจากไปพร้อมกับเหลิงเจียวเหนียง แต่ทันใดนั้น จู่ๆเหลิงหยวนหลงก็ร้องตะโกนหยุดนางไว้โดยพลัน
“เดี๋ยวก่อนท่านอาจารย์ถัง!”
ฝีเท้าคู่นั้นชะงักหยุดเล็กน้อย แต่เหลิงหยุนเจียวก็หาได้เหลียวมองหรือให้ความสนใจใดๆ
“แม้ว่าสกุลเหลิงของเราจะเป็นตระกูลใหญ่ในเมืองเฟิงหยวน แต่ก็ใช่ว่าทรัพย์สินเงินทองจะมีไร้จำกัด”
“เช่นนั้นแบบนี้ดีหรือไม่ ประเดี๋ยวข้าจะส่งมอบผลึกวิญญาณระดับสูงจำนวนสี่ร้อยก้อนให้ไปก่อน ส่วนที่เหลือท่านค่อยมารับหลังจากที่ทำการรักษาเสร็จสิ้น”
“ทางเราจะรีบรวบรวมมาให้โดยเร็วที่สุด และจะเร่งจัดส่งถึงบ้านของท่านทันที!”
“บ้าน?”
เหลิงหยุนเจียวฉายแววฉงนในดวงตา พลางเคลื่อนสายตามองเรือนของเหลิงเจียวเจียวแห่งนี้
อันที่จริง นี่ควรจะเป็นเรือนพักของนางตามที่เคยร้องขอไปคราก่อน แต่คงอาศัยจังหวะที่นางไม่อยู่ ฉวยโอกาสกลับมาอาศัยต่อหน้าตาเฉย
เช่นนั้น...ครานี้ข้าจะขอทั้งจวนตระกูลเหลิงเลยก็แล้วกัน!
“ข้าเพิ่งมาถึงเมืองเฟิงหยวน ยังหาที่พักแรมมิได้เลย”
“แต่เท่าที่ดูแล้ว จวนของท่านประมุขเหลิงแห่งนี้ก็ไม่เลวนัก ให้ข้าพักอาศัยอยู่ที่นี่ย่อมดีกว่าจริงหรือไม่? มีคนรักษาดูแลคุณหนูรองอยู่ไม่ห่างกายเช่นนี้ การรักษาย่อมสะดวกและรวดเร็วกว่าเป็นไหนๆ”
“เช่นนั้นข้าจะมอบส่วนลดให้ท่านประมุขเหลิงสักหน่อยก็แล้วกัน หากยอมมอบจวนแห่งนี้และคนรับใช้ทั้งหมดให้แก่ข้า ในส่วนร้อยผลึกวิญญาณระดับสูงที่เหลือก็ถือว่ายกให้”
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น เหลิงหงเฟยก็นั่งไม่ติดอีกต่อไป เขาหวดฝ่ามือฟาดโต๊ะจนสั่นเสียงดังปัง ทั้งกาและชุดถ้วยน้ำชาทั้งหลายบนนั้นถึงกับสั่นกระเพื่อมรุนแรงจนเกิดรอยร้าว
“ท่านอาจารย์ถัง หรือท่านจ้องจะสร้างปัญหาให้ตระกูลเหลิงของเรามาตั้งแต่แรก?!”