"เคร๊ง"
ดาบในมือหักออกเป็สองท่อน ร่างลอยคว้างไปไกลทิ้งรอยเืสีแดงเข้มสาดเป็ละออง ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน ดวงตาเข้มดุจ้องเขม็งศัตรูตรงหน้า มือซ้ายลูบไปที่ลำคอตัวเอง ซึ่งมีาแเป็แนวยาว
'โชคดี ที่รับดาบมันได้ทัน ไม่เช่นนั้น.กูคงกลายเป็ผีหัวขาด'
ขณะกำลังเตรียมตัวสู้ตาย พลันรู้สึกเสียวแปล๊บสะท้านกาย ด้วยมีเกาทัณฑ์ลูกหนึ่งเสียบเข้ากลางหลังอย่างจัง
"สำเร็จ โดนเต็มๆ" นายร้อยทหาร ร้องะโลั่น
หม่าเหลียงหันกลับไปมอง บัดนี้มีโจรผ้าเหลืองหลายร้อยนาย ได้ตีวงโอบล้อมตนเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
"ฆ่ามันๆๆๆ"
เสียงะโกระเหี้ยนกระหือรือ ดังสะท้อนไปทั่วช่องเขา
จากนั้นพวกมันก็กรูกันเข้ามาเหมือนกับฝูงมดแดง หม่าเหลียงไม่อาลัยแก่ชีวิต รำดาบเข้าสู้รบสุดแรงเกิด กำลังกายกำลังใจมีเท่าไหร่ ใส่ไม่ยั้งจนพวกมันถอยร่น ถึงแม้พวกมันจะกลุ้มรุมเข้ามาหลายระลอก ก็ถูกชายหนุ่มตีจนล้มระเนระนาดด้วยพละกำลังมหาศาล ดาบหักในมือฟาดผ่านไปที่ใด ทิ้งรอยเืสาดเป็ทางยาว ประหนึ่งพระยาพิชัยดาบหัก ตะลุมบอนพม่าอังวะในอดีต
"แฮ่กๆ ใครแน่จริงก็ก้าวเข้ามา อยากได้เืกูหยดหนึ่ง ก็จงเอาเืขันหนึ่ง เข้ามาแลก"
นายพรานหนุ่มประกาศกร้าว พร้อมก้มหยิบดาบเล่มหนึ่ง ที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา
"พวกมึง กลัวอะไรกันวะ รีบฆ่ามันซิโว๊ย" นายกองฉินตวาดเสียงเข้ม ด้วยไม่สบอารมณ์
จากนั้นจึงรำดาบยาวเข้าโรมรัน เพื่อเป็แบบอย่างให้ลูกน้องได้ดู มันโหมกระหน่ำฟาดฟันอย่างเหี้ยมเกรียม ทุกดาบรุนแรงดั่งภูผาถล่ม แต่ถึงกระนั้นดาบคู่ของหม่าเหลียงก็ไม่ยี่หระ เข้าปะทะอย่างใจเย็นด้วยพละกำลัง หนึ่งสั้นหนึ่งยาวในมือมีทั้งตั้งรับและสวนกลับ ไม่ต่างจากปรมาจารย์ดาบมุซาชิผู้ไร้เทียมทาน จึงพอจะทัดเทียบแม้าเ็สาหัสก็ตาม
นายกองฉินสู้รบได้สามสิบเพลง ยังไม่อาจสังหารไส้ศึกได้ พลันเกิดอาการคลุ้มคลั่งบ้าเืขึ้นมา ฟันเปะปะมั่วซั่วเมื่อเืขึ้นหน้า โลหิตสาดกระเซ็นเจิ่งนองพื้น
เนื่องด้วยทหารผ้าเหลืองที่รุมล้อมอยู่นั้น ต่างถูกลูกหลงาเ็ล้มตายกันระนาว บัดนี้พวกมันตื่นกลัว พากันหนีตายกันจ้าละหวั่น ทุกครั้งที่หม่าเหลียงสู้รบติดพันถอยเข้ามาใกล้
ชายหนุ่มจึงเห็นเป็โอกาส สู้พลางถอยพลางลากนายทหารบ้าเื ให้เข้ามาใกล้พวกพ้อง สายตาก็เหลือบมองไปทั่วเพื่อหาม้าคู่ใจ จนกระทั่งเหลือบเห็นมันถูกจับไว้ได้ โดยกองผ้าเหลืองกลุ่มนึง
"ฮ่า.ฮ่า.ในที่สุดก็เจอม้าของเราจนได้ มาเลย ตามข้ามาสิ ไอ้ปัญญาอ่อน ขยับ เข้ามาๆ.อีกนิด นั่นแหล่ะ"
พอถึงระยะที่ม้ายืนอยู่ กองผ้าเหลืองกลุ่มนั้นเห็นท่าไม่ดี พากันหนีตายไปจนสิ้น เมื่อดาบยาวของนายกองฉินฟาดกระหน่ำเข้ามาใกล้ หม่าเหลียงรับดาบอีกครั้งแล้วถีบเท้าถอยห่าง ใช้แรงเหวี่ยงจากการปะทะกับศัตรู ถอยออกมาได้ไกลพอสมควร
จากนั้นจึงรั้งคอม้าพลิกกายขึ้นคร่อม
"จะฆ่าข้าเหรอ ไอ้พวกโง่ แน่จริง.ก็ตามมาดิ มามะ." หม่าเหลียงหันมายักคิ้วให้ แล้วควบม้าออกไปทันที
นายกองฉินโกรธแค้นเป็ที่สุด ะโสั่งให้หอเกาทัณฑ์ยิงธนูสกัดกั้น ลูกเกาทัณฑ์จากหอสูงร่วงหล่นดั่งฝนดาวตก หม่าเหลียงเพ่งมองด้วยสายตาเหยี่ยวราตรี หนึ่งดาบดีหนึ่งดาบหักฉวัดเฉวียนดั่งกำแพงลม ลูกศรนับร้อยไม่อาจเข้าถึงตัว
"ถ้าคนร้ายหนีออกไปได้ ทหารบนหอเกาทัณฑ์ทั้งหมด ตาย" นายกองฉินสั่งระวางโทษถึงตาย
"โธ่.หัวหน้าสั่งยังงี้ได้ไง พวกท่านคนตั้งเยอะตั้งแยะ ยังปล่อยมันหลุดมาได้ " นายร้อยคุมหอเกาทัณฑ์โอดครวญ
"ลูกพี่ เอายังไงดี.ขอรับ ลูกธนูที่ยิงลงมา ไม่ถูกมันเลยสักกะดอก" ลูกน้องบนหอคอยร้อนตัว ด้วยอับจนปัญญา
"เอายังงี้ ประเดี๋ยวรอสัญญาณจากข้า" นายร้อยทหารบอกลูกน้อง
……
"ฮี้ๆๆ.กุบกับ.กุบกับ"
"เอาโว๊ย.พี่ม้า.อีกอึดใจเดียวเท่านั้น ก็จะผ่านช่องเขาออกไปได้แล้ว" หม่าเหลียงะโออกมาด้วยความสะใจ
นายกองฉินแววตาละห้อยได้แต่ทอดถอนใจ เมื่อเห็นศัตรูกำลังฝ่าวงล้อมออกไปได้
"ท่านนายกอง ปล่อยให้กองเกาทัณฑ์เป็คนจัดการเถิด.ขอรับ"
นายกองใหญ่เห็นกองเกาทัณฑ์หลายร้อยนาย ตามขึ้นมาทันกัน ให้ดีใจยิ่งนัก
"ฮ่า.ฮ่า.ฮ่า.แจ่มมาก ไอ้ไส้ศึกอวดดี คิดจะหนีจากเงื้อมมือของพยัคฆ์ร้ายอย่างข้า มันเป็ไปไม่ได้ สาดเกาทัณฑ์ออกไปเลย"
"รับคำสั่ง.ขอรับ" หน่วยเกาทัณฑ์ขานรับอย่างพร้อมเพรียง
……
ด้วยช่องทางออกค่อนข้างคับแคบ มิหนำซ้ำยังถูกยิงกระหน่ำมาจากทางด้านหลัง นอกจากนี้ยังถูกยิงใส่มาจากทาง้า ต่อให้ติดปีกก็ไม่อาจรอดพ้นจากความตายได้
หม่าเหลียงเหลียวระวังหลัง เมื่อเห็นดังนั้นได้แต่ปลงอนิจจา
"เฮ้อ.เราคงตายเป็แน่แท้ "
กล่าวจบ จึงโยนดาบคู่ทิ้งไป แล้วผายมือชูขึ้นฟ้า ยอมรับชะตากรรม ว่าบัดนี้ทั้งคนและม้า คงดับดิ้นไปพร้อมๆกัน
"เย็กเข้..สบโอกาส ฟ้าประทานจริงๆ ไอ้โง่นั่นไม่ทันระวังตัว มิหนำซ้ำยังทิ้งดาบลงพื้นอีก ฮี่.ฮี่.คงดีใจจนสับเพร่า คิดว่าหนีรอดแบบชัวร์ๆ" นายร้อยคุมหอเกาทัณฑ์ กระหยิ่มยิ้มย่อง
บัดนี้ห่าเกาทัณฑ์พุ่งทะลวงเหมือนผีพุ่งใต้ นายกองฉินและหน่วยเกาทัณฑ์ต่างยิ้มระรื่นด้วยสมคะเน
"ฮ่า.ฮ่า.นายท่าน ดูนั่นซิ.ขอรับ ไอ้เวรนั่น.มันทิ้งดาบยอมรับชะตากรรมแล้ว"
"จริงด้วย.ขอรับ ประตูนรกกำลังเปิดรอ ไอ้ชั่วนั่นแล้ว"
"ฮ่า.ฮ่า.ดีมาก พวกเ้าทำได้ดีมาก" นายกองใหญ่ยิ้มหน้าบาน
……
"ได้จังหวะเหมาะเหม็งเลย! เอาละ.ะโลงไปเลยพวกเรา จับตัวมันให้ได้ " นายร้อยทหารสั่งเสียงเข้ม
ทันใดนั้นเงาร่างนับสิบ ก็พุ่งทะยานลงมาจากหอสูง เข้าคว้าตัวหม่าเหลียงที่ขี่ม้าอยู่เบื้องล่าง
"เฮ๊ย.นั่นอะไรของมันวะ ทำไมทหารบนหอ นอกจากจะไม่ยิงธนูช่วย กลับเสือกพุ่งหลาวลงมา เป็เกราะกำบัง.ให้ไอ้เวรนั่นอีก" นายกองฉินอุทานออกมาแบบงงงวย
"นั่นน่ะซิ.ขอรับ พวกมันเป็บ้าไปแล้วหรือยังไง" หัวหน้ากองเกาทัณฑ์อุทานเสริม
"ฮี่.ฮี่.ฮี่.ข้าจับตัวแกได้แล้ว"
นายร้อยทหารคุมหอเกาทัณฑ์ รวบตัวหม่าเหลียงจากทางด้านหลังไว้ได้แล้ว มันรัดคอแน่นเอาโคนขาหยาบหนีบหน้าท้อง เกาะหลังยังกับผีชัตเตอร์ กดติดิญญา
"เฮ๊ยปล่อย.แกเป็ใครวะ ปล่อยกูเดี๋ยวนี้" หม่าเหลียงร้องะโลั่นด้วยความใ
"จับได้แล้วจ้า จับได้แล้ว"
นายร้อยทหารหัวเราะอย่างเป็บ้าเป็หลัง
"ฉึก.ฉึก.ฉึก." เสียงลูกธนูเสียบร่างมนุษย์ดังถี่ยิบ
"อ๊ากๆๆๆ"
"ตุ๊บๆๆๆๆ"
จากนั้นร่างของนายร้อยทหาร กระตุกเฮื๊อกอย่างรุนแรง ตาขาวกลอกขึ้นบนแล้วร่วงตกจากหลังม้าตายสนิท
ชายหนุ่มเอี้ยวตัวกลับไปมองอย่างงงๆ
"ไอ้เวรพวกนี้ เป็ใครกันวะ! แต่ก็ดีนะ ที่ช่วยเป็เกราะบังะุ" หม่าเหลียงเกาหัวแกรกๆ
"เอ.หรือว่าจะเป็ญาติของเ้าของร่าง ที่ะโมาปกป้องเรา ต้องใช่แน่ๆ ขอบพระคุณมากเลยนะครับ ขอให้ไปเกิดยังภพภูมิที่ดีนะ"
นายพรานหนุ่มพนมมือไหว้ สวดส่งิญญาด้วยจิตสำนึกในบุญคุณ
ส่วนพวกนายกองฉินและกองเกาทัณฑ์ ได้แต่อ้ำอึ้งอ้าปากตาค้าง เห็นๆอยู่แล้วว่าห่าเกาทัณฑ์ จะเสียบร่างของไอ้ไส้ศึกจนพรุนเป็เม่น แต่แล้วจู่ๆหน่วยหอเกาทัณฑ์ดันทะลึ่งดิ่งลงมา ป้องกันธนูให้กับคนร้ายโดยไม่เสียดายชีวิต จนกระทั่งมันอยู่รอดปลอดภัย
"ลูกพี่นายกอง ขอบใจมากนะ ที่สั่งให้ลูกน้อง ช่วยะโมาบังลูกธนูให้ " หม่าเหลียงโบกมือหย๋อยๆ พร้อมประสานมือแสดงความเคารพ
"เฮ๊ย.เปล่าๆ ไม่ใช่อย่างนั้นโว๊ย" นายกองฉินะโลั่น แล้วแหกปากไปว่า
"เดี๋ยวๆอย่าเพิ่งไป.น้องชาย ขอยิงซ้ำอีกทีได้ไหม? เค้าขอร้อง"
หม่าเหลียงเบ๊ะปากสั่นหน้า
"โน.โน.เทคเดี่ยวผ่าน ไม่มีซ่อม.นะจ๊ะ" แล้วควบม้าจากไป