เสียงหอบหายใจตัวโยนเพราะการวิ่งรอบสนามหลายสิบรอบในหนึ่งวัน ใบหน้าซีดเซียว เสื้อผ้าเก่าขาด เด็กน้อยใบหน้ามีรอยสายฟ้าสีม่วงหยุดพักหายใจ ใบหน้านิ่งเ็าไร้ความรู้สึก แม้กรอบหน้าจะมีเม็ดเหงื่อไหลหยดลงพื้นหลายหยดแล้วก็ตาม
หิมะสีขาวโพลนล้อมรอบทั้งสี่ทิศ ลมหนาวพัดปลิวมาแต่กลับไม่สามารถทำให้คิ้วเข้มขมวดได้เลย เขาเพียงยกมือขึ้นเช็ดเหงื่ออย่างใจเย็นก่อนจะเดินเข้าไปหาอาจารย์ไร้ฝีมือท่านหนึ่ง และเรียนวรยุทธ์ต่อไป
“ฮึ ออกเดินทางกันเถิด” เว่ยซีหลาน ซื่อจื่อหนึ่งเดียวของอ๋องเ้าของจวนเหลือบมองดูร่างเล็กแห้งของเฟยหลงชั่วอึดใจก่อนจะหันหลังพลิกกายขึ้นม้า ก่อนออกเดินทางไม่รู้ทำไมตัวเองถึง้าอยากจะแวะมาดูเด็กน้อยคนนี้สักครั้ง
“หวังว่าเ้าจะมีชีวิตรอดจนข้ากลับมาอีกครั้ง” เขาเอ่ยเสียงเบาก่อนจะกระตุ้นม้าให้ออกเดินทาง คนไร้ปัญญาและอ่อนแอเช่นนั้น ไม่มีค่าพอให้เขาเสียเวลาด้วย จวนอ๋องของพวกเขาไม่มีพื้นที่สำหรับคนอ่อนแอ เมื่อไม่มีประโยชน์ก็คือไร้ตัวตน
เขาไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็ก ที่ต้องมาดูแลเด็กไร้ค่าผู้หนึ่ง คนที่ไร้จุดหมายไร้ความ้าในชีวิต ก็เป็เพียงขยะชิ้นหนึ่งที่ไม่มีคุณประโยชน์สำหรับเขาอยู่ดี
“พระชายาเพคะ” เสียงของหญิงรับใช้สูงวัยเรียกผู้เป็นายแ่เบา
มือเรียวหยกผ้าเช็ดหน้าซับหางตาเล็กน้อย ดวงตามองตามขบวนของลูกชายจนสุดสายตา “อืม เด็กน้อยเติบใหญ่แล้ว” ฉู่ฟางเซียน พระชายาเอกของจวนอ๋องเอ่ยเสียงเรียบเพราะรู้ว่าสักวันลูกชายต้องออกเดินทางไปเรียนที่สำนักศึกษาในเมืองหลวง คงต้องแยกจากกันสักพัก
“ท่านอ๋องเล่า” เสียงหวานถามถึงผู้เป็สามี
“ซื่อจื่อออกเดินทางแล้ว ท่านอ๋องก็กำลังให้ข้ารับใช้เตรียมตัวออกเดินทางไปค่ายทหารเช่นกันเพคะ”
พระชายาพยักหน้าเล็กน้อยเพราะปกติสามีมักจะใช้ชีวิตอยู่ในค่ายทหารเป็ประจำ นอกจากลูกชายคนโตแล้ว เขาก็มีเพียงเื่าและทหารเท่านั้น จวนอ๋องแห่งนี้ตั้งอยู่ชายแดนเหนือของแคว้นเว่ย นอกจากอากาศจะหนาวเหน็บแล้วยังแห้งแล้ง ซ้ำยังมีาอยู่เป็ระยะ เมื่อส่งลูกชายเข้าเมืองหลวงได้แล้ว คงคลายความกังวลไปได้มาก
จวนอ๋องเว่ยชี เพราะไม่ใช่อ๋องมีอำนาจเช่นอ๋องคนอื่น จึงมีสมาชิกไม่มาก มีท่านอ๋อง พระชายาเอก และอนุสองคนเท่านั้น นางมีลูกชายให้ท่านอ๋องถึงสองคน จึงถือได้ว่ามีตำแหน่งมั่นคง ส่วนอนุสองคนก็ไร้บุตร เก็บตัวเงียบ ออกจากเรือนเมื่อท่านอ๋องเดินทางกลับจวนเท่านั้น ดังนั้นจวนอ๋องหลังนี้จึงมีทายาทน้อยเหลือเกิน
“ท่านแม่ ท่านพี่จะกลับมาเมื่อไหร่หรือขอรับ” เว่ยฟ่านชี เด็กน้อยแก้มซาลาเปาเขย่าแขนพระชายาทั้งน้ำตาคลอ
ผู้เป็มารดาก้มหน้าลงก่อนจะใช้มืออีกข้างลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ “อีกหกปี เมื่อพี่ชายของเ้าสวมกวานก็จะถึงเวลากลับมาอยู่ชายแดนตามที่ฮ่องเต้ทรงรับปาก แต่ไม่ต้องห่วงนะ แม่กำชับพี่ของเ้าแล้วว่าให้กลับมาเยี่ยมพวกเราทุกๆ เทศกาลสำคัญ เด็กน้อย เ้าเพียงรอของฝากจากพี่ชายของเ้าก็พอแล้ว”
“ของฝากหรือขอรับ ดีเลย” เด็กน้อยเมื่อได้ฟังเื่ของฝาก ดวงตาก็เปล่งประกายทันที เพราะอายุเพียง 4 ขวบเท่านั้น จึงลืมเื่เศร้าได้อย่างรวดเร็ว
พระชายายิ้ม “เ้าไปเล่นกับท่านพ่อของเ้าเถิด”
“ขอรับ” เด็กน้อยตอบรับก่อนจะวิ่งจากไปเพราะรู้ว่าท่านพ่อจะออกเดินทางไปค่ายทหารเช่นกัน
ป๋ายฮวาแอบมองสถานการณ์เงียบๆ ก่อนจะมองเด็กน้อยบุตรชายคนที่สองของท่านอ๋อง สลับกับเฟยหลงเด็กน้อยวัย 10 ขวบด้วยความปวดใจ แม้อายุจะห่างกันถึงห้าปี แต่รูปร่างไม่ต่างกันเลย เฟยหลงเด็กชายในชุดเก่าขาด เมื่อเทียบกับเว่ยฟ่านชีซึ่งอยู่ในเสื้อคลุมขนแกะสีแดง ยิ่งทำให้นางรู้สึกเ็ปหัวใจจนดวงตาแดงก่ำ
“เื่เด็กน้อยคนนั้น” พระชายาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ก่อนจะเบนสายตาไปยังเด็กชายใบหน้าที่มีรอยสายฟ้าสีม่วง คิ้วบางขมวดเข้าหากันมุ่นด้วยความลำบากใจ
“ครั้งนี้องค์ชายทั้งสองคงไม่เดินทางมาชายแดนอีกแล้ว เพราะคงได้เข้าเรียนพร้อมซื่อจื่อ” พระชายาเอ่ยเพียงเล็กน้อยก่อนจะเงียบไป เพราะหากดูแลองค์ชายใหญ่ดีเกินไปก็ทำให้ตระกูลหลานไม่พอใจ เนื่องจากตระกูลเดิมของฮองเฮากำลังสนับสนุนองค์ชายรองและองค์ชายใหญ่คนนี้ยังเดินทางมาชายแดนเพราะถูกคนในวังทอดทิ้งอีกด้วย
ฐานะที่กระอักกระอ่วนเช่นนี้ พวกนางก็ไม่รู้ว่าจะต้องปฏิบัติตัวต่อองค์ชายใหญ่อย่างไร นอกจากนี้ตำแหน่งของท่านอ๋องมีไม่มาก แม้แต่ครอบครัวของตัวเองยังปกป้องยาก พวกนางไหนเลยจะมีเวลาไปให้ความสนใจองค์ชายผู้ถูกทอดทิ้ง
ครั้งนี้คงห่างจากสายตาขององค์ชายทั้งสอง และในเมืองหลวงคงไม่มีใครมาจับตาดูองค์ชายใหญ่เฟยหลงอีกต่อไปแล้ว เมื่อองค์ชายรองเติบใหญ่ หลายปีผ่านไปคงลืมเลือนองค์ชายใหญ่แล้ว เมื่อคืนนางได้ปรึกษากับท่านอ๋องเื่องค์ชายใหญ่ หลังจากนี้แล้วแต่ชะตากรรมของเด็กน้อยเสียเถิด
“ลงโทษข้ารับใช้ที่ทำร้ายองค์ชายใหญ่ลับหลังจวนอ๋อง เื่อาหารอนุญาตให้กินร่วมกับทหารที่โรงอาหารได้ทั้งเช้าเที่ยงเย็น และส่งเสื้อผ้าตามสมควร” พระชายาหันไปสั่งบ่าวรับใช้ก่อนจะนิ่งเงียบครุ่นคิดคำพูดในใจรอบหนึ่ง
ริมฝีปากบางขบเม้มด้วยความคิด “ส่งเสื้อผ้าหยาบไป และซ่อมแซมเรือนให้พระองค์ด้วย ไม่ต้องสนใจ ไม่ต้องใส่ใจ ให้เป็บุคคลไร้ตัวตนพอ ขอเพียงเราไม่ยุ่งกับพระองค์ คนในเมืองหลวงคงไม่หาเื่ทำให้เราลำบากได้”
พระชายามองเด็กน้อยผอมแห้งครู่หนึ่งก่อนจะเบือนหน้าหนีถ่ายทอดคำสั่งของท่านอ๋องส่งต่อ “ต่อไปห้ามเรียกเขาว่าองค์ชายใหญ่ ทำเหมือนเขาเป็เด็กน้อยธรรมดา ไร้ยศ ไร้ตำแหน่ง เป็เพียงเว่ยเฟยหลง เด็กน้อยท้ายจวนของจวนอ๋องเท่านั้น ลืมเลือนเหมือนที่คนในเมืองหลวงลืมเลือนเสีย แคว้นเว่ยไม่มีองค์ชายใหญ่อีกต่อไปแล้ว”
แน่นอนคำสั่งนี้มาจากจดหมายของผู้มีอำนาจในวังหลวง ให้ลืมเลือนลูกชายตนเอง ให้ทำเหมือนว่าเขาไม่มีตัวตนอยู่ในแคว้นเว่ยอีกต่อไป แม้จวนอ๋องเว่ยชีจะไม่ใช่คนดีมีเมตตา แต่ก็พอมีที่พักให้เด็กน้อยคนหนึ่งพักอาศัย นับจากนี้ก็ให้เขามีชะตาชีวิตเป็ของตัวเองเสียเถิด ไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่ทำร้าย แบ่งแยกกันอาศัย แล้วแต่ชะตาชีวิตของเด็กน้อย
ป๋ายฮวามองตามพระชายาและข้ารับใช้เดินกลับเข้าจวนเพื่อออกไปส่งท่านอ๋อง “ฮึ ต่างคนต่างอยู่งั้นหรือ ข้าก็จะไม่ยุ่งกับพวกท่านเช่นกัน” หญิงงามในอาภรณ์ขาวเบ้ปาก
จวนอ๋องแห่งนี้ไม่ถือว่าดีแต่ก็ไม่ถือว่าไม่ดี นางเข้าใจว่าจวนอ๋องชายแดนไร้อำนาจไม่กล้าขัดแย้งกับคนในเมืองหลวง หากจะกล่าวโทษผู้ใด คงได้แต่กล่าวโทษบิดามารดาของเว่ยเฟยหลงไม่ใช่หรือ หลังจากนี้องค์ชายทั้งสองคงไม่มีข้ออ้างเดินทางมาชายแดนเพื่อเยี่ยมญาติผู้พี่ซื่อจื่ออีกแล้ว และยังมีคำสั่งที่บอกให้ลืมเลือนองค์ชายใหญ่ไปเสียสิ้น เมืองหลวงคงไม่ส่งใครมาชายแดนอีก ถือว่าห่างจากสายตาของคนในเมืองหลวงก่อนที่มหาเทพจะเติบใหญ่และสร้างอำนาจให้ตัวเอง
ดีแล้วล่ะ ต่างคนต่างอยู่ ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน นางจะได้ดูแลมหาเทพได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะเติบใหญ่ เด็กชายบ้านอื่นมีอะไร เด็กชายบ้านนางก็ต้องมีเช่นกัน
“ในเมื่อไม่มีใคร้าท่าน ข้าจะเป็คนดูแลท่านเอง เคราะห์์ครั้งนี้ เพียงแค่หยุดาอย่างเดียวไม่ใช่หรือ” ป๋ายฮวาทิ้งคำพูดหลบหายเข้าไปในมุมมืดก่อนจะไปรอมหาเทพเฮยหลงที่เรือนท้ายจวน
นางมองข้ารับใช้สามคนช่วยกันซ่อมเรือนด้วยฝีมือหยาบๆ อีกหลายวันคงจะเสร็จ นางยังมีเวลาเหลืออีกหลายวัน หญิงงามคิดเล็กน้อยก่อนจะใช้พลังเซียนหายตัวไปและปรากฏตัวอีกครั้งในป่าเซียนของสี่ทะเลแปดดินแดน สถานที่ลึกลับแห่งนี้ตั้งอยู่ขอบชายแดนของเซียน มีพลังเซียนเล็กน้อยเท่านั้น นางได้ข้อมูลของสถานที่แห่งนี้จากบิดาผู้ซึ่งชอบเดินทางท่องเที่ยว
หญิงสาวใช้พลังเซียนปลอมตัวเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปในตลาดมืดเพื่อแลกสินค้าเซียนในมือตัวเองกับสินค้าในโลกมนุษย์ สมบัติเซียนไม่กี่ชิ้นของนาง สามารถแลกเป็หยกมีค่า ปิ่นงาม และทองหลายชั่งในโลกมนุษย์
“หากวันใดข้าเบื่อสี่ทะเลแปดดินแดน ข้าจะไปใช้ชีวิตเป็เศรษฐินีในโลกมนุษย์” ป๋ายฮวาคิดด้วยความตื่นเต้น เพราะสมบัติเซียนไม่กี่ชิ้นก็ทำให้นางมีเงินมากกว่าฮ่องเต้ของทุกแคว้นอีก
แม้เทพเซียนบางคนอาจจะดูถูกโลกมนุษย์เพราะความวุ่นวาย นอกจากนี้หากเผลอใช้พลังเซียนเพียงนิดเดียวก็โดนทำโทษจาก์แล้ว ทำให้เทพเซียนหลายคนส่ายหน้าไม่ยอมเหยียบโลกมนุษย์เด็ดขาด ดินแดนที่มีรักโลภโกรธหลงมีคลื่นความทุกข์ และยังเป็ดินแดนไร้พลังเซียน นอกจากลงไปเที่ยวเล่นก็ไม่มีเทพเซียนคนใดชอบลงไปโลกมนุษย์
ป๋ายฮวานำสมบัติเซียนแลกกับสมบัติบนโลกมนุษย์อีกหลายชิ้นเมื่อคิดว่าภายภาคหน้าหากมหาเทพเฮยหลง้ายุติาอาจจะต้องใช้เงินอีกเป็จำนวนมาก นางจะต้องเตรียมเงินไว้ให้ท่านเฒ่าเยอะๆ นางใช้ช่องว่างของกฎ์นี้หวังว่า์คงหลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่ง ไม่เอาผิดนางหรอกนะ
ป๋ายฮวาหยิบถุงเซียนยัดของมีค่าลงไปทั้งหมด ก่อนจะนำมาผูกเอวไว้ตามเดิม ถุงเซียนที่มีราคาสูงในโลกของเทพเซียนนี้ เพราะนางอ้อนท่านตาอยู่นาน จึงยอมปลดออกจากเอวของท่านให้ ก็รู้แล้วว่าของชิ้นนี้มีน้อยเพียงใด
เมื่อจัดการแลกของเรียบร้อยแล้วก็รีบกลับมายังโลกมนุษย์ทันที เพราะเวลาที่ต่างกัน นางหายไปเพียงไม่นาน โลกมนุษย์ก็ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว
ป๋ายฮวารีบเดินทางไปตลาดมืดในโลกมนุษย์อย่างรวดเร็วเพื่อขายสินค้า ก่อนจะแลกเปลี่ยนเป็ตั๋วเงินและนำไปฝากไว้ในร้านฝากเงินที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นเว่ยและมีร้านสาขาตั้งอยู่ทั่วทุกเมือง นอกจากนี้นางยังแบ่งเงินเป็หลายก้อนเพื่อแบ่งฝากในทุกร้านฝากเงินทั่วแคว้นเว่ยอีกด้วย
“ข้าค้นพบความสามารถขอตัวเองแล้ว เมื่อจัดการกับเคราะห์์ของมหาเทพเรียบร้อยว ข้าจะไปเป็แม่ค้า ฮ่าๆๆๆ” ป๋ายฮวาหัวเราะร่าเมื่อรู้สึกว่าตัวเองเป็คนฉลาดและร่ำรวยที่สุดในแคว้นเว่ย มือบางแกว่งป้ายหยกสีขาวที่สามารถใช้เบิกเงินได้ทุกร้านฝากเงินในแคว้นเว่ยอย่างอารมณ์ดี
“นายท่าน สนใจจวนในเมืองหลวงหรือไม่ขอรับ” เถ้าแก่เอ่ยชวนเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้านำเงินมาฝากจำนวนมาก
“จวนหรือ” ป๋ายฮวาในร่างหนุ่มน้อยหยุดคิดก่อนจะเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าตัวเองช่างฉลาดเสียเหลือเกิน นางจะสร้างจวนในทุกเมืองใหญ่ของแคว้นเว่ย โดยเฉพาะจวนในเมืองหลวง เมื่อมหาเทพเติบใหญ่นางจะไม่ยอมให้ท่านขายหน้าเด็ดขาด
ต้องเตรียมตัวให้มหาเทพแล้ว
เมื่อมีเงิน ทุกอย่างก็ง่ายขึ้นเยอะมาก เพียงไม่นานสัญญาหลายสิบฉบับ และ การจ้างงานก็เกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว ใช่ว่านางไว้ใจคนง่าย แต่นี่คือร้านฝากเงินใหญ่ที่สุดในแคว้นเว่ย และนางยังหาข้อมูลความน่าเชื่อถือของเ้าของร้านที่แท้จริงไว้แล้ว เ้าของร้านนี้คือฮ่องเต้ของแคว้นอย่างไรเล่า แค่เื่ในวังก็ปวดหัวพอแล้ว จะเอาเวลาไหนมาโกงลูกค้าเล็กๆ อย่างนางกัน
แม้เงินที่นางฝากจะมาก แต่ก็เพียงสี่ในสิบของตั๋วเงินเท่านั้น อีกหกในสิบ นางกระจายฝากในร้านฝากเงินอื่นๆแล้ว หากนางสามารถใช้ถุงผ้าเซียนของท่านตาได้ คงไม่ลำบากเพียงนี้
หญิงสาวตัดสินใจซื้อจวนสิบหลังในเมืองใหญ่ๆ ของแคว้นเว่ย และซื้อจวนเก่าของอ๋องสิ้นอำนาจในเมืองหลวงหนึ่งหลัง จวนใหญ่ถูกดูแลอย่างดี ก่อนนางจะตัดสินใจทำสัญญาสร้างพ่อบ้านและคนรับใช้อีกสามคนเพื่อดูแลจวนเท่านั้น
การมีเงินมากแล้วสามารถทำอะไรก็ได้มันรู้สึกดีอย่างนี้นี่เอง หากนางซื้อกิจการสักแห่งคงจะมีความสุขมากกว่านี้ แต่แค่จวนสิบหลังนางยังไม่มีเวลาดูแลเลย นางจะเอาเวลาใดเล่าไปดูแลกิจการ นอกจากนี้นางยังต้องดูแลมหาเทพเฮยหลงอีก นางไม่ได้้าเงินมาก เพียงเตรียมทุกอย่างไว้ให้มหาเทพเมื่อเติบใหญ่เท่านั้น
เมื่อด่านเคราะห์์ของมหาเทพผ่านไป นางสัญญาว่าจะหาเวลากลับมาเที่ยวเล่นเป็แม่ค้าในโลกมนุษย์อีกครั้งให้ได้ ป๋ายฮวาตรวจดูความเรียบร้อยของจวนใหม่ด้วยความพอใจ
นางทิ้งเงินไว้ให้พ่อบ้านคนใหม่เล็กน้อยก่อนจะใช้พลังเซียนเดินทางจากเมืองหลวงกลับไปยังชายแดนเหนือ เมืองเป่ยชี หลังจากเวลาผ่านไปสองเดือนแล้ว หญิงสาวก็รีบไปแอบดูเฟยหลงในเรือนท้ายจวนอย่างรวดเร็วว่านางจากไปนาน มีใครมารังแกเขาหรือไม่