จิงจิงตอนนี้เก็บของอยู่ในห้อง ใช่แล้วล่ะ หลิวอวี้จิงคนนี้มีห้องเล็กๆ ที่เช่าไว้ในเมืองเพื่ออยู่อาศัย โดยค่าเช่าก็ขูดจากเืเนื้อของครอบครัวตัวเองนั่นเอง!! ค้นดูในกระเป๋าเงินที่ตัวเองเก็บไว้ก็มีถึง 30 หยวน มันไม่ใช่น้อยๆ เลยสำหรับคนชนบทและสำหรับเด็กที่ไม่เคยทำงานแม้แต่นิด อย่างเ้าของร่างเดิม
เธอไม่ได้กลับบ้านมานานแล้ว หลายเดือนถึงจะกลับทีหนึ่ง ซึ่งเงินที่เธอได้จากบ้านมาและอาหารบางส่วน พี่ชายใหญ่ของเธอจะเป็คนนำมันมาให้เธอที่ตัวอำเภอโดยการเดินเท้ามาให้ แต่ถ้าเงินหมด หรือเพราะเธอ อดใจไม่ได้ ซื้อของฟุ่มเฟือยจนเกินตัวจนเงินหมดก่อน เ้าของร่างเดิมถึงจะกลับบ้านเอง เพื่อที่จะไปเอาเงินจากครอบครัวตัวเอง นี่มันช่าง..
พอเก็บของเสร็จก็เปิดมิติเอาของจำพวกเนื้อ ซาลาเปา หมั่นโถว น้ำตาล ที่ซื้อไว้ออกมาจากมิติ แบ่งใส่ถุง ทำได้หลายถุงใหญ่ แล้วเอามาถือไว้
ส่วนพวกอาหารทำสำเร็จ เช่น หมู่ตุ๋น ไก่ย่าง เป็ดย่าง และของใช้จำพวกกระทะหม้อ มีดหรือทัพพีต่างๆ เธอก็ยังไม่เอาออกมา ตอนนี้ครัวที่บ้านยังใช้ร่วมกัน ถ้าเธอนำออกมาอาจจะถูกสงสัยเอาได้ ต้องรอไปทีละอย่าง อย่าพึ่งเอาออกมาจะดีกว่า เดี๋ยวคนแตกตื่นกันหมด แค่นี้ก็คงใกันแน่ ๆ
จากนั้นก็หาที่ไม่มีผู้คน นำจักรยานในมิติออกมาเพื่อขี่จักรยานกลับไป จิงจิงค่อนข้างคล่องเลยละ ถึงจะเป็จักรยานที่ออกแบบเป็รุ่นเก่า เพราะจิงจิงเคยขี่จักรยานอยู่บ่อยๆ ในตอนเด็กๆ
แต่ว่า!! ฉันไม่เคยขี่จักรยานนานขนาดนี้มาก่อน!! ปวดขาไปหมดแล้ว ขี่ั้แ่ในอำเภอออกมาชั่วโมงกว่าแล้ว ยังไม่เข้าเขตตำบลเลย จิงจิงปวดขาแทบลากแล้ว
นี่ก็คืออีกเหตุผลล่ะมั้ง ที่เ้าของร่างเดิมไม่อยากกลับชนบท เพราะทั้งต้องเดิน ทั้งต้องรอรถผ่านอีก พอขี่มาได้อีกสักพักก็เห็นตัวตำบลแล้ว จิงจิงจึงพักสักครู่ จากนั้นก็หาที่เก็บจักรยานเข้ามิติ เพราะเห็นรถแทรกเตอร์ที่ผ่านไปทางหมู่บ้านชนบท
เธอตอนนี้จึงนั่งอยู่บนรถแทรกเตอร์คันใหญ่ ที่สั่นะเืจนตับแทบจะร่วงแล้ว
ในที่สุดรถก็หยุดผ่านทางหมู่บ้านของจิงจิง ลงรถเสร็จจ่ายเงินไม่กี่เหมา พอเดินมาอีกสักพักก็เข้ามาในหมู่บ้านแล้ว!!
“นั่นใครน่ะ สวยเชียว ดูการแต่งตัวนั่นสิ จุ๊ จุ๊ นี่คนในตัวอำเภองั้นเหรอ?”
“นั่นยัยหนูจิงจิงบ้านหลิวนี่น่า กลับมาจากในอำเภอล่ะ หน้าตาสวยเชี่ยวล่ะ”
“เหอะ นึกว่าจะไม่กลับมาซะแล้ว ตัวเองเสวยสุขอยู่ในเมือง แต่ครอบครัวตัวเองกัดก้อนเกลือกิน”
“นั่นนะสิ เมื่อวานฉันเห็นฟางฟางหลานตัวน้อยตัวผอมยังกับอะไรดี เด็กอายุแค่ 9 ขวบ ก็ต้องไปซักผ้าที่แม่น้ำเย็นเฉียบแล้ว”
“อั๊ยยา นั่นมันลูกสาวคนเล็กของหลิวตี๋ใช่ไหม เด็กตัวแค่นั้นน่าสงสารจริงๆ หลิวตี๋นี่ก็ยังไงนะ น้องสาวตัวเองดูแลอย่างดี ทำงานงกๆ ส่งเงินให้เรียนในเมือง แต่ลูกสาวตัวเองทำงานงกๆ อาหารก็กินไม่อิ่ม”
“เห้อ ถ้าหลิวฮั่นไม่ได้ไปเป็ทหาร แล้วส่งเงินมานะ ข้าว่าบ้านหลิวรองต้องขุดดินกิน ส่งหลิวอวี้จิงคนนี้เรียนแล้วล่ะ”
“ฉันละไม่เข้าใจจริงๆ ว่าครอบครัวนั้นคิดอะไรอยู่ ถึงส่งลูกสาวไปเรียนไกลขนาดนั้น”
“เรียนอะไร คิดว่าตัวเองจะได้ดิบได้ดีกว่าเป็หงส์ทองหรือยังไง”
“จุ๊จุ๊ๆๆ พวกเธอไม่รู้อะไร ว่าเด็กคนนี้หัวสูงจะตาย อยากหาสามีในเมืองล่ะซิไม่ว่า”
“ดูสิ แต่งตัวสวยเชียว แต่หลานสาวตัวเองใส่แต่ผ้าขี้ริ้ว”
ั้แ่จิงจิงเดินเข้าหมู่บ้านมา ก็ได้ยินเสียกระซิบกระซาบั้แ่ต้นหมู่บ้านเข้ามาเลย หากเป็หลิวอวี้จิงคนเดิม ถ้าได้ยินคนซุบซิบกัน คงจะโกรธหน้าดำหน้าแดงแต่ก็คงจะเชิดใส่อย่างหยิ่งยโส แล้วคิดว่าคนพวกนี้ได้แต่นินทาคงจะอิจฉาตัวเองละสิไม่ว่า แต่จิงจิงคนนี้ได้ฟังแล้วอยากจะเอาหน้ามุดดิน แล้วรีบเดินไปให้ถึงบ้านให้เร็วที่สุด
พอเดินมาสักพัก ก็มายืนที่หน้าบ้านตัวเองตามความทรงจำ แล้ว ตอนนี้เป็่พักงานตอนเที่ยง อีกเดี๋ยวพ่อกับแม่และพี่ชายคงกลับบ้านมาพักผ่อนเป็แน่ จิงจิงยืนอยู่หน้าบ้านหลังไม่เล็กไม่ใหญ่ที่มี 4 ห้องนอนเล็กๆ ให้พอครอบครัวหลิวรองอาศัยอยู่ด้วยกัน
พ่อเป็ลูกคนรองของปู่และย่า ชื่อหลิวหย่ง ส่วนแม่ชื่อเยี่ยชิงที่แต่งมาจากอีกหมู่บ้านหนึ่ง ซึ่งก็คือมีสถานะเป็พี่สาวใหญ่ของพ่อของนางเอกนั่นเอง
ครอบครัวที่จิงจิงอยู่เป็ครอบครัวหลิวรอง ซึ่งตอนนี้ทำการแยกครอบครัวกับบ้านใหญ่มาหลายปีแล้ว มีสมาชิกครอบครัวหลายคนด้วยกัน ประกอบด้วย
พ่อหลิวหย่ง แม่เยี่ยชิง
มีลูกด้วยกัน 3 คน ก็คือพี่ใหญ่หลิวตี๋ พี่รองหลิวฮั่น แล้วน้องคนสุดท้องคือหลิวอวี้จิง
พี่ใหญ่หลิวตี๋แต่งงานมานานแล้ว พี่สะใภ้ใหญ่ก็คือเหลียงลี่ มีลูกสาว 2 คน คนโตชื่อหลิวยี่ชิง อายุ 13 ปี คนเล็กชื่อหลิวฟางฟาง อายุ 9 ปี และลูกชายคนเล็กที่พึ่งอายุได้ 2 ขวบ ถังถัง
เนื่องจากคลอดลูกสาวสองคนติดกัน และการยั่วยุของหลิวอวี้จิง ทำให้แม่ชิงที่ไม่ชอบใจสะใภ้ใหญ่อยู่แล้วยิ่งไม่ชอบใจเข้าไปใหญ่ จนเมื่อคลอดเด็กชายมาเมื่อ 2 ปี ก่อนถึงดีขึ้นหน่อย แต่พี่สะใภ้คนนี้กลับยอมให้แม่สามี รวมทั้งน้องสามีอย่างหลิวอวี้จิงโขกสับอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่กล้าที่จะเถียงแม่สามี
พี่รองหลิวฮั่น ที่อายุ 18 ปี ก็ออกไปเป็ทหาร เป็คนที่ส่งเงินกลับบ้านมากที่สุด ซึ่งแม่เยี่ยชิงก็ริบไว้หมดเป็กองกลาง เพื่อเอาให้ลูกสาวสุด ที่รักผลาญ
พี่รองที่เป็ทหารหลายปี พึ่งกลับมาแต่งงานเมื่อปีที่แล้ว สะใภ้รองชื่อหลิวเหมย เป็ญาติห่างๆ ของตระกูลหลิว พี่สะใภ้คนนี้ก็เป็คนหัวอ่อน ทำงานให้แม่สามีไม่บ่นสักคำ เพราะแต่งงานแค่ปีเดียวจึงยังไม่มีลูก
คนสุดท้อง หลิวอวี้จิง เนื่องจากเป็ลูกสาวคนเดียวของแม่ชิง ทำให้แม่ชิงตามใจหลิวอวี้จิงมาั้แ่เด็ก ยิ่งได้เห็นหลิวอวี้จิงโตมาหน้าตาสวย ก็ยิ่งรักเข้าไปใหญ่ หวังให้หลิวอวี้จิงหาสามีในเมืองเพื่อที่ตัวเองจะได้หน้า ทำให้หลิวอวี้จิงหยิ่งยโส คิดว่าตัวเองเป็เ้าหญิงของบ้านที่ทุกคนต้องเป็คนรับใช้ให้ตัวเองเท่านั้น
ส่วนบ้านคุณปู่คุณย่าก็อยู่ใกล้ๆ กัน คุณปู่ย่าตอนนี้อยู่กับลุงใหญ่ ซึ่งก็คือลูกชายคนโตของท่าน แล้วยังมีครอบครัวของอาสามอีกถัดๆ ไป ถึงจะแยกครอบครัวกันแล้ว ก็ยังใช้ห้องครัวร่วมกันอยู่ ทั้งสามครอบครัว
ตอนนี้จิงจิงเห็นบ้านในความทรงจำแล้วก็ถอดหายใจ จากนั้นก็เดินเข้าบ้าน ก็เจอกับหลานสาวคนโตลูกสาวของพี่ใหญ่ หลิวยี่ชิงกำลังยกอาหารเข้ามาในห้องกลาง เพื่อเตรียมให้คนในครอบครัวกลับมากินข้าว เด็กอายุเท่านี้ก็ต้องทำอาหารทำงานบ้านแล้ว แถมยังต้องดูแลน้องอีกสองคนที่บ้านด้วย เด็กอายุ 13 แต่เหมือนเด็กอายุ10 ขวบ ตัวผอมแห้งดำ เหมือนเด็กขาดสารอาหารอย่างไรอย่างนั้น ไม่แค่เหมือนหรอก ใช่เลยแหละ!!
“คุณอา” พอหลิวยี่ชิงเห็นจิงจิงก็ใ จนจะทำโจ๊กในหม้อร้อนๆ ที่มีข้าวติดก้นหม้อนิดหน่อยหก
“นี่ ระวังหน่อยสิ เดี๋ยวก็โดนลวกหรอก”
จิงจิงไม่ทันคิดอะไร โผล่พูดออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เห็นหลิวยี่ชิงตัวสั่นขึ้นมาทันทีอย่างหวาดกลัว
“…..” .. จิงจิง
เฮ้อก็นะ ฉันมันตัวร้ายนี่นะ!!